<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 06:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 06:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;ลั่น!อย่าไปเชื่อ ฆ่าถ่วงแม่น้ำคนทุรยศแผ่นดิน  แฉมีพวกหากินรับจ้างทำม็อบด้วยการใช้ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.63-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ว่าเรื่องที่มีนักเคลื่อนไหว ถูกฆ่า เอาปูนยัดท้องถ่วงแม่น้ำที่ร่ำลือกัน ศพก็ยังหาไม่เจอเลยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายป้ายสี เอามายุยงปลุกปั่น เออ หากินรับจ้างทำม็อบด้วยการใช้ศพจริงๆ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้รับทราบเรื่องราวมาอีกแบบ จะขอเล่าให้ฟัง ส่วนจริงเท็จแค่ไหน ก็ขอให้ไปพิจารณาวิเคราะห์กันเอง
โบราณนานมา หนอนบ่อนไส้ คนทุรยศแผ่นดิน ไปอยู่แผ่นดินไหน ใช่ว่าใครเขาจะชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาย่อมหวาดระแวง ว่าคนทุรยศ เช่นนี้ จะไปปลุกปั่นประชาชนของประเทศเขาให้มาก่อความวุ่นวายได้ เป็นเรื่องปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการสอบถามมาที่ทางการของเราหลายปีว่าจะให้จัดการอย่างไร เขาไม่ต้องการให้มันมีชีวิตไปเคลื่อนไหวทางการเมืองในแผ่นดินเขา เพราะเขากลัวว่าจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แปลง่ายๆ ว่าไอ้นี่น่าจะถูกเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันทรยศประเทศบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองได้ ทำไมมันจะทรยศแผ่นดินอื่นไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดง่ายๆ เสี้ยนหนามแผ่นดินเรา ไปอยู่แผ่นดินเขา เขาก็เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินเขาเช่นกัน น่ารำคาญใจ และก็คงจะถูกกำจัดไปแล้วในแผ่นดินเขา โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่ผมได้สืบทราบมา การข่าวความมั่นคงก็ได้ทราบมาเช่นนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไปพิจารณากันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องระวังคือ มีคนหากินทำม็อบรับจ้างล้มเจ้าโดยอาศัยศพ และมีความมุ่งหมายจะฆ่าพวกเดียวกันเองให้เป็นศพ เพื่อปลุกปั่นยุยงบนแผ่นดินของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จงรู้เท่าทันคนพวกนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าถ่วงแม่น้ำ, ปลุกปั่น, ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc1a8bba3286.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039; ซัดกลับ &#039;ถาวร&#039; ใช้การเมืองเก่าโหนสถาบัน ใช้ ม.112 ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.63 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปิยบุตร ชี้ นายถาวร ใช้มุกเก่าโจมตีอยู่เบื้องหลังม็อบและมีแนวคิดล้มล้างสถาบัน สะท้อน 3 ข้อ ดูถูกเยาวชน - ไม่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง - ใช้การเมืองเก่าโหนสถาบันอ้างความจงรักภักดี พร้อมจี้ใช้ 112 ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวหาว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ ปิยบุตร แสงกนกกุล อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชน รวมถึงกล่าวหาว่าเป็นผู้มีแนวคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยบุตร กล่าวว่า เท่าที่ฟังการชี้แจงและให้ข้อมูลของคุณถาวร ตนรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นข้อกล่าวหาที่เจอมาตั้งแค่ครั้งก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยไปค้นเอาหลักฐานที่เป็นเอกสารงานวิชาการของตน และบทสัมภาษณ์ของคุณธนาธร นำมาโยงมั่วไปหมด ซึ่งกรณีแบบนี้ก็เคยมีผู้โยงมาก่อนแล้วว นั่นก็คือ ณฐพร โตประยูร ที่ฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วที่เรียกว่าคดีอิลลูมินาติ แต่ที่สุดศาลก็ยกฟ้องคดีนี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยบุตร กล่าวว่า การแถลงข่าวของคุณถาวรในครั้งนี้ เป็นการใส่ร้าย เข้าข่ายหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน แต่ส่วนตัว ที่ผ่านมาก็อดทนในการใช้กฎหมายอย่างนี้ฟ้องร้องกัน เพราะเชื่อในเรื่องเสรีภาพการแสดงออก และเชื่อว่าถ้าเป็นความเท็จประชาชนก็จะสามารถตัดสินได้เองว่าจะเชื่อใคร อย่างไรก็ตาม การพูดของคุณถาวรในช่วงนี้ คือพูดในช่วงที่มีการชุมนุมของคณะราษฎร พูดในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็อดคิดไม่ได้ว่าวิธีคิดแบบนี้สะท้อนอะไรบ้าง ซึ่งน่าจะมีอยู่ 3 ข้อ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สะท้อนถึงความเป็นกลุ่มคนที่ไม่ทันยุคสมัย ดูถูกเยาวชนอนาคตของชาติ มองด้วยแว่นสายตายุคเก่าอย่างเช่นในยุคสงครามเย็นว่าต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สะท้อนความหวาดกลัว ไม่พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง กับโลกใบใหม่ ไม่รู้จะจัดการอย่างไร จึงใช้วิธีการหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ ให้สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สะท้อนถึงการทำลายกันแบบเก่าๆ ใช้มุกเก่าๆ โดยดึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือโจมตีอีกฝั่ง ทั้งที่ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมนั้นคือ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงตอนนี้ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ต้องยอมรับว่าข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ถูกนำขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้ว ทางเดียวที่จะหาทางออกได้ ก็คือการรับฟัง พูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ การปราบปรามไม่ทำให้อะไรดีขึ้น การใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ทำได้แต่เพียงปลอบใจตัวเองว่าจัดการได้ นี่คือการเมืองเก่าที่อ้างเรื่องความจงรักภักดี ที่ไม่รู้จะคิดนโยบายมาใช้แข่งขันกันอย่างไร และนอกจากนี้แทนที่จะไปควานหาว่าใครอยู่เบื้องหลังการชุมนุม อยากให้คนที่ทำรัฐประหาร รัฐบาลที่สืบทอดอำนาจ และผู้ที่สนับสนุนทั้งหลาย ได้หยิบกระจกขึ้นมาส่องดูตัวเองแล้วคิดว่าคงจะเจอสาเหตุที่ทำให้คนออกมาชุมนุมชุมนุมได้&amp;quot; ปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[ ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าใครเป็นกรรมการปรองดอง แต่อยู่ที่เนื้อหาและขอบเขตการทำงาน ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จะมีการตั้งคณะกรรมการปรองดอง และมีการเสนอชื่อ ธนาธร ปิยบุตร เข้าร่วมเป็นกรรมการชุดนี้ด้วย ปิยบุตร กล่าว่า ที่ผ่านมามีคณะกรรมการปรองดองเกิดขึ้นมาแล้วหลายชุด ครั้งนี้ก็เช่นกัน สำหรับตนเองนั้น หลักคือไม่ใช่ว่าใครที่ไปนั่งเป็นกรรมการบ้าง แต่ต้องเป็นเรื่องของเนื้อหา และขอบเขตของการทำงานนี้ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกและเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่อย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การร่างรัฐธรรมนูญใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถ้าจงใจละเลยข้อใดไป คณะกรรมการชุดนี้ก็จะเหมือนชุดก่อนๆ คือมีแต่รายงาน ไม่ได้ถูกนำไปใช้ ดังนั้นไม่สำคัญว่าตนหรือธนาธรจะเข้าไปอยู่ในกรรมการหรือไม่ แต่อยู่ที่มีการพูดคุยข้อเรียกร้องนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมพูดหลายครั้ง ว่าไม่จำเป็นที่ต้องเป็นผมเข้าไปร่วม เพราะเนื้อหาที่ต้องคุยกันทั้ง 3 เรื่องนั้น มันอยู่ในที่สาธารณะอยู่แล้ว อยู่ที่กรรมการตั้งใจจะทำเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งพอได้มาเห็นโครงสร้างของกรรมการแล้ว ก็พบแต่กลุ่มคนที่โจมตีผู้ชุมนุม จะเอาคนเหล่านี้หรือมาเป็นคนสร้างความปรองดอง เพราะไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ก็ล้วนแต่เป็นฝ่ายที่มีชุดความคิดเดียวกันเชื่อมโยงมาจากการสืบทอดอำนาจของ คสช. ดังนั้น จึงกลัวว่าจะมาเป็นพวกที่ตีกรอบว่าเรื่องไหนพูดได้ เรื่องไหนพูดไม่ได้ ซึ่งคิดว่าจะไม่ได้สร้างบรรยากาศในกการพูดคุยเลย&amp;quot; ปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85092</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, ปลุกปั่น, ปิยบุตร แสงกนกกุล, มาตรา112, ม็อบราษฎร, ล้มเจ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997e76870e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; ชี้แฮชแท็กจากนอกประเทศปลุกปั่นให้แตกแยก กระแสแผ่วหนัก ปชช.ตาสว่างแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.63 - ​น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; พบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับวาทกรรม &amp;ldquo;สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส&amp;quot; มีเพียง 1.6 ล้านผู้ใช้งาน น้อยกว่าวาทกรรม &amp;ldquo;ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส&amp;rdquo; ที่มีผู้ใช้งาน 12.4 ล้านเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า สะท้อนว่าแคมเปญนี้ที่มีความพยายามปลุกปั่น กำลังไม่ได้รับการตอบรับอย่างที่คาดหวังจากผู้ติดตามในโลกโซเชียลเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถปั่นกระแส ฉกฉวยโอกาสจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมได้ กระแสที่แผ่วลงสะท้อนว่าประชาชนในโลกโซเชียลไม่มีความเห็นร่วมกับผู้คาดหวัง อาจเพราะได้ทราบข้อมูลเรื่องการปั่นกระแสจากต่างประเทศมากขึ้น จึงไม่คล้อยตามอย่างที่พยายามยัดเยียดความคิดเรื่องชนชั้นให้มีปัญหาขึ้นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า และที่น่าสนใจคือจากผลการศึกษายังพบว่า ผู้ใช้งานที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับวาทกรรมนี้ มาจากประเทศไทยเพียงร้อยละ 11.6 หรือประมาณกว่าแสนคนเท่านั้น ที่เหลือมาจากนอกประเทศไทย เช่นเดียวกับในช่วงที่ปั่นกระแสยอดสูงสุดของข้อความการเมืองที่ว่า #ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส มีผู้ใช้อยู่ในประเทศไทยเพียงร้อยละ 11.3 เท่านั้น ยิ่งชัดเจนว่า มีการอาศัยนอกประเทศหรือต่างชาติในการปั่นกระแส จากผลวิจัยถึงแม้จะมีกระแสจากต่างชาติมาช่วยพยุงในโลกโซเชียลของแคมเปญ ถึง ร้อย 88.7 แต่กระแสโลกจริงกลับแผ่วอย่างหนัก และมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า ในกิจกรรมที่ผ่านมาของพวกที่ใช้สร้างกระแสนั้น อาจอาศัยเสียงในโซเชียลจากต่างชาติ เข้ามาบิดเบือนสร้างความชอบธรรม รองรับในการดำเนินการทากาารเมืองต่างๆด้วยหรือไม่ ทำให้สังคม โดยเฉพาะน้องๆเยาวชนอาจเข้าใจไขว้เขว หรืออาจได้รับข้อมูลจากกระแสปลอมๆ ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าผลการศึกษาที่ออกมาจะทำให้ประชาชนทั้งในและนอกโซเชียลไทยตาสว่างมากขึ้น ไม่ตกเป็นทาสความคิดที่ปลุกระดม และอาจมีความพยายามใช้ต่างชาติปั่นกระแสให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกภายในประเทศก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อยากฝากถึง &amp;quot;นายกโซเชียล&amp;quot; ว่า อย่าทำร้ายประเทศไทยเลย&amp;nbsp;ประเทศไทยกำลังมีมหาวิกฤตรอบด้าน เรื่องเร่งด่วนคือมาร่วมมือกันฟื้นตัวเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องอื่นๆ&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76740</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, ปลุกปั่น, สังคมแตกแยก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c94900ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่-อ๋อย-ชูศักดิ์&#039;เฮ! อัยการสั่งไม่ฟ้องยุยงปลุกปั่นแถลง 4 ปี คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 ก.ย.62- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีอาญา 4 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีความเห็นพร้อมนำสำนวนสมควรสั่งฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย, นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักษาชาติ และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ต้องหาที่ 1-3 ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น จากกรณีพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในหัวข้อ &amp;ldquo;4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช.นำไปสู่ความมืดมนและอันตราย&amp;rdquo; ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กับคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานและความเห็นควรสั่งฟ้องนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ และ อดีต รมว.พลังงาน ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ต้องหาคดีผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2561 นายพิชัยโพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กในการร่วมวงเสวนาของคณะกรรมการวีรชนพฤษภา 35 ในประเด็นเศรษฐกิจ การปราบทุจริตคอรัปชั่นในยุค คสช.และพลังดูด 4.0 กับโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บนนิตยสาร TIME (ไทม์) กับลงข้อความห้ามจำหน่ายในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความของแกนนำพรรคเพื่อไทยและนายพิชัย เดินทางมาฟังคำสั่งอัยการพร้อมทีมทนายความ โดยหลังเสร็จสิ้นการเข้าพบอัยการในเวลา 11.00 น. นายนรินท์พงศ์ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงผลคำสั่งคดี 3 แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ เราได้ประสานงานตำรวจตั้งแต่ต้น จนตำรวจมีคำสั่งฟ้อง เมื่อมาอัยการเราได้หารือขอความเป็นธรรมไปยังอัยการทุกๆ เรื่อง เชื่อมั่นว่าการแถลงข่าวเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองและอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ปรึกษากับอัยการเจ้าของสำนวนแล้ว ปรากฏว่าท่านมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว เนื่องจากพิเคราะห์โดยละเอียดจากหนังสือขอความเป็นธรรมและข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าเรื่องดังกล่าวไม่ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ส่วนรายละเอียดต่างๆ เรายังไม่ได้ การที่อัยการสั่งไม่ฟ้องจะต้องทำเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อขอความเห็นว่าจะแย้งกลับมาหรือไม่ ปรากฏว่า ตร. ได้ทำหนังสือเห็นด้วยกับที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง รายละเอียดรอทางอัยการส่งให้กับตน แล้วจะมาชี้แจงสาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้องต่อไป ถือว่าถึงที่สุดในเรื่องนี้ ใช้สิทธิในการแถลงข่าวตามกฎหมายชอบด้วยกฎหมายทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีของนายพิชัยนั้น นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า ตนได้หารืออัยการเจ้าของสำนวน ขณะนี้มีความเห็นแล้ว แต่อยู่ที่อธิบดีจะสั่งอีกครั้งว่าสั่งฟ้องหรือไม่อย่างไร จึงนัดต่อไปในวันที่ 29 ต.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรินท์พงศ์ ยังกล่าวความเห็นเพิ่มเติมต่อคดี 3 แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า เดิมทั้งหมดไม่ได้มีแค่ 3 คน แต่รวมทั้งหมด 9 คน มีอีก 6 คน โดนข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป (ยุติแล้วเมื่อคำสั่ง คสช. ยกเลิก) เราชี้แจงกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว ตำรวจต้องกล้าใช้กฎหมาย ข้อเท็จจริงพฤติการณ์แห่งคดีแตกต่างกับข้อกฎหมายทั้งหมด เราใช้สิทธิโดยสุจริต วันนี้อัยการท่านให้ความเป็นธรรม แต่สะบักสะบอมเพราะว่าถ้าเป็นคนปกติ ไม่มีทุนรอนมาต่อสู้ ต้องประกันตัว ไปต่อไม่จบ อัยการได้ให้ความเป็นธรรมมาก ว่าข้อเท็จจริงสิ่งต่างๆ ที่พรรคการเมืองได้ปฏิบัติ แถลงข่าวเป็นประจำ ไม่สามารถบิดเบือนไปถึงมาตรา 116 ได้เลย ถ้าอัยการส่งฟ้องต่อไป 3 คนต้องประกันตัว ไปสู้คดี เป็นภาระของอัยการ และศาลต้องมาตัดสิน อย่างสัปดาห์ที่แล้วคดีคนอยากเลือกตั้งชนะคดี คำพิพากษาเขียนชัดเจน ทุกอย่างทำในกรอบรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกสมาคมทนายความฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยืนยันว่าความเห็นของอัยการที่ตนจะได้มาภายในเดือนนี้ จะให้สื่อทราบว่าการกระทำของพรรคการเมืองหรือประชาชนที่ต่อสู้ทางการเมืองทำอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น แต่ผู้มีอำนาจใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำให้คนเห็นต่างมีภาระ คนอยากเลือกตั้งมีอีกหลายคดี ตนเป็นทนายความอยู่ ก็เชื่อมั่นว่ากระบวนการที่ต่อสู้เป็นเรื่องหนึ่งในกรอบรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น อัยการชัดเจนแล้วได้ยกฟ้อง วิถีทางของกระบวนการยุติธรรมเข้าสู่หลักนิติรัฐนิติธรรมชัดเจนขึ้น ขอขอบคุณอัยการที่ทำเรื่องนี้ให้เบาลง ไม่เป็นภาระต่อไปข้างหน้า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46477</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปีคสช., จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, ชูศักดิ์ ศิรินิล, นายวัฒนา เมืองสุข, ปลุกปั่น, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89a63d0fecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนติฟ้า&#039;ก็มา!ให้กำลังใจ&#039;ธนาธร&#039;ซัด&#039;บิ๊กแดง&#039;อวดว่าใครประดับอะไร&#039;จะติดยศพวกนี้ทำไม&#039;เป็นตัวตลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.62- &amp;nbsp;เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Netiwit Ntw ระบุว่า คุณธนาธร ถูกทหารไปแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 116 หาว่าคุณธนาธรยุยงปลุกปั่น สร้างความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน คดีนี้มีโทษร้ายแรงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปีที่แล้ว ผมไปสังเกตการณ์&amp;quot;คนอยากเลือกตั้ง&amp;quot;ก็โดนข้อกล่าวหานี้ ตอนนี้คดีก็ยังอยู่ที่ศาล ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าผมมีความเห็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรานี้เป็นมาตราที่คสช ใช้เล่นงานคนคิดต่างจากตน ใครเด่น ใครพูดความจริงก็เอาอันนี้ปิดปาก แสดงว่า แม้เลือกตั้งแล้ว แต่อำนาจการกดขี่พวกเขาไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนที่ แดง ผบ.ทบ ออกมาบอก คุณธนาธรมีอาวุธที่น่ากลัวกว่าพวกเขาคือ โซเชี่ยลมิเดีย กองทัพมีปืน มีอำนาจ แต่สิ่งสำคัญกว่าการอวดว่าใครประดับอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ &amp;quot;ความน่าเชื่อถือ&amp;quot; เขาจะติดยศพวกนี้ทำไม เมื่อคนข้างนอกเขาไม่เห็นว่าพวกเขาจะน่าดูอะไร พวกเขาตอนนี้นับวันยิ่งกลายเป็นตัวตลก เพราะคนไม่เชื่อถือแล้ว ต่างกับคุณธนาธร และนักการเมืองน้ำดีคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งคุณธนาธรได้จุดประกาย &amp;quot;ความหวัง&amp;quot; ให้เด็กรุ่นใหม่ ว่าเขายังมีอนาคตได้ ยังมีพลังเมื่อรวมกันได้ พวกผู้มีอำนาจเลยหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณธนาธร อ.ปิยบุตร และนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่าน และเป็นกำลังให้เพื่อนๆที่กำลังต่อสู้ทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์เพื่อช่วยเหลือ เป็นกำลังใจให้ทั้งสองท่านนี้ด้วยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, ปลุกปั่น, ผบ.ทบ., หมายเรียก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca422955de9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
