<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแล้ว!&#039;อานนท์&#039;สุมไฟ อ้างคนตายข้างถนน ประชาชนต้องออกมาไล่รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64- &amp;nbsp; นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบราษฎร 63 โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลที่ปล่อยให้คนตายข้างถนนด้วยโรคระบาดนี่คือจบแล้วครับ &amp;nbsp;หน้าด้านอยู่ต่อก็ไม่มีประโยชน์ กลายเป็นรัฐล้มเหลวจัดการอะไรไม่ได้ &amp;nbsp;ประชาชนต้องลุกขึ้นมากำหนดอนาคตเองแล้วครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111247</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนตายข้างถนน, ปลุกม็อบ, อานนท์ นำภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60935940e43b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 06:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 06:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;หวด&#039;ฝ่ายค้าน-สื่อ-เกรียนคีย์บอร์ด&#039;ยุคนไม่ฉีดวัคซีน จงใจปลุกม็อบให้ติดโควิดเป็นคลัสเตอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64- &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าฝ่ายค้านบางคน ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลหลายคน สื่อบางราย มือคีย์บอร์ดหลายคน ชอบสื่อสารทำให้คนไม่ฉีดวัคซีน ทำให้คนโกรธเกลียดรัฐบาล ถ้าเป็นกันแบบนี้ เราจะเอาชนะโควิดได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีบางคนจงใจอยากให้มีคนติดเยอะๆ ชวนคนติดเชื้อออกมาชุมนุม จัดกิจกรรมให้คนมารวมตัวกันมากๆ เพื่อให้มีการติดเชื้อเป็น cluster ให้จำนวนคนติดแต่ละวันเกินหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมใจดำอำมหิตขนาดนี้ ทำไมเอาชีวิตคนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่คิดบ้างหรือว่า ในยามวิกฤตเช่นนี้ เราไม่ควรสร้างความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง จนไม่มีความสามัคคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร่วมมือกันดีกว่านะคะ อย่าทำอะไรที่สร้างปัญหาให้สังคมดีกว่า ในยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งหน้าตั้งตาไล่นายกฯ หรือไล่รัฐบาล แทนที่จะด่า ให้ขอเสนอแนะการทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนดีกว่านะคะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111217</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ปลุกม็อบ, โควิด, ไม่ฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e190fa6038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกม็อบ24มิถุนาไล่นายก พปชร.เตี๊ยมแผนดันธรรมนัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;จตุพร&amp;quot; นำทีมไทยไม่ทนยื่นความล้มเหลว 17 ข้อให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กล่าวหาแรงขายแผ่นดิน แยกประชาชนออกจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ลั่น 24 มิ.ย.เจอกันมาไล่หน้าทำเนียบฯ แน่ ขณะที่โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ อยู่ยาวจนครบวาระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นายจตุพร &amp;nbsp;พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือ &amp;quot;บันทึกความล้มเหลว&amp;quot; ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเนื้อหาบันทึกฯ มีรายละเอียดความล้มเหลว 17 &amp;nbsp;ข้อ อาทิ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ขาดจริยธรรมและคุณธรรมร้ายแรง หลอกลวงประชาชน ข่มขู่คุกคามประชาชนที่เห็นต่าง สถาปนาระบบเผด็จการรัฐสภา ใช้ ส.ว.เป็นเครื่องมือออกกฎหมาย สร้างเศรษฐกิจสีเทา และระบบทุนนิยมผูกขาดประชารัฐ ขายแผ่นดิน แยกประชาชนออกจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ใช้การระบาดโควิด-19 และความทุกข์ประชาชนเป็นเครื่องมือกระชับและผูกขาดอำนาจครอบจักรวาล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เอาจริง ส่วนประเด็นที่บอกไม่ยุบสภาและจะอยู่จนครบวาระ ก็เชื่อถือไม่ได้เพราะไม่เคยพูดจริงสักอย่าง ปากบอกไม่รัฐประหารก็ทำ บอกจะปราบโกงก็ไม่ทำ และที่บอกว่าจะไม่ยุบสภาก็คงไม่น่าเชื่อ ส่วนที่ประกาศว่ายิ่งไล่ยิ่งสู้ ถามว่าคิดจะสู้กับใคร &amp;nbsp;การท้าทายเช่นนี้หมายถึงใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ พูดเช่นนี้แปลว่าไม่รู้จักประชาชน เพราะปัญหาที่เกิดล้วนเกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนไม่ต้องโทษใคร ให้โทษ พล.อ.ประยุทธ์ที่รวบอำนาจจัดการคนเดียว และคนไทยต้องทนอยู่กับอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างนี้หรือ ดังนั้นขอบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สู้แน่นอน แต่จะสู้ไหวหรือไม่ให้รอดูในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ พวกผมจะมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขับไล่ระบอบประยุทธ์ ที่ยิ่งอยู่ทำให้ประเทศยิ่งแย่&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา บูรพ?ชัยศรี? โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีจะอยู่จนครบวาระ และทำหน้าที่ในนามของรัฐบาล และร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเต็มความสามารถในการมุ่งมั่นเดินหน้านโยบายสำคัญต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเยียวยาและบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลยังกล่าวถึงการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ที่จังหวัดขอนแก่นว่า พรรคพลังประชารัฐได้ทำการขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และนายกรัฐมนตรีได้กำชับการปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐจะปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่หลายฝ่ายเป็นกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ วันเดียวกันนี้มีการประชุมพรรค โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อแจ้งถึงวาระการประชุมสภาในวันที่ 16-17 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิรัชให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่สามัญพรรค พปชร. ประจำปี 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น วันที่ 18 มิ.ย.ว่าจะมี ส.ส.ของพรรคไปเกือบทุกคน รวมถึงประธานสาขาพรรค ส่วนสาเหตุที่ไปประชุม จ.ขอนแก่น เพราะเป็นพื้นที่สีเขียว ไม่พบผู้ติดเชื้อมากว่า 3-4 วันแล้ว และผู้เข้าร่วมประชุมจะเป็นสมาชิกจาก จ.ขอนแก่นและ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ ในส่วนของวาระการประชุมจะเป็นไปตามกฎหมายที่ กกต.กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายฝ่ายสงสัยว่าจะมีวาระการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายวิรัชชี้แจงว่ามีวาระอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับบรรดาผู้บริหารพรรคจะพูดคุยกันและจะแจ้งในที่ประชุมเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า วาระอื่นๆ เป็นไปได้หรือไม่จะเป็นเรื่องการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค นายวิรัชกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมยังตอบไม่ได้ จะมาพูดก่อนที่จะมีการประชุม บางครั้งหากไปตอบอย่างหนึ่งแล้วผลออกมาอย่างหนึ่ง จะทำให้เราพูดกลับไปกลับมา ขอให้รอวันประชุมจะดีที่สุด เพราะจะเป็นวันที่เขาจะรู้เลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคจะไปร่วมประชุมหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทราบมาว่าไป &amp;ldquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา? นาคาศัย? รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี? ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ? ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของพรรค ซึ่งตนคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร จะปรับหรือไม่ปรับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่มีอะไร? พรรคคงต้องดำเนินกิจการของพรรคต่อไป และยังจะทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนได้เลือกเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้ล่าสุดในวาระปกติของการประชุมใหญ่ครั้งนี้จะไม่มีวาระการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค? แต่มีการเตรียมการจะเสนอในวาระอื่นๆ? ที่สมาชิกสามารถเสนอได้? โดยเมื่อถึงวาระดังกล่าว? จะมีการแจ้งให้ที่ประชุมเรื่องการขอลาออกจากสมาชิกพรรค?ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรค? ที่ก่อนหน้านี้ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.ไปแล้วด้วย? จากนั้นได้มีการนัดแนะกันให้แกนนำพรรคคนหนึ่งเสนอปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค หรือกรณีหาก พล.อ.ประวิตร? วงษ์สุวรรณ? รองนายกรัฐมนตรี? ลาออกจากหัวหน้าพรรคก่อนจะมีการประชุม? จะมีการแจ้งให้ที่ประชุมพรรคทราบว่ากรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ? จำเป็นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จากนั้นจะมีการเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า? รมช.เกษตรและสหกรณ์? เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ซึ่งการประชุมพรรคครั้งนี้ สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ที่มาร่วมประชุมหลักๆ มาจาก จ.ขอนแก่น? ที่มีนายเอกราช? ช่างเหลา? ส.ส.บัญชีรายชื่อ? ส.ส.ในกลุ่มร.อ.ธรรมนัสเป็นเจ้าของพื้นที่? และอีกส่วนมาจาก จ.นครราชสีมา ที่ิอยู่ในความรับผิดชอบนายวิรัช? รัตนเศรษฐ? ส.ส.บัญชีรายชื่อ? ที่ปัจจุบันได้ไปจับมือกับ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว? ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีพยายามรักษาเก้าอี้เลขาธิการพรรคไว้ให้กับนายอนุชา? ปรากฏว่ามีท่าทีที่อ่อนลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่นายกฯ ประกาศกลางที่ประชุมวุฒิสภาว่าจะอยู่ครบวาระนั้นว่า สภาอยู่ครบเทอม พรรคก็จะทำงานให้ประชาชนต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่มีความคลางแคลงใจกับพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ?การ?เลือกตั้ง? (กกต.) โดยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ได้เผยแพร่ข้อมูลพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่ ณ วันที่ 8 มิ.ย.64 ว่ามีทั้งสิ้น 79 พรรคการเมือง รวมจำนวนสมาชิก 1,236,565 ราย สาขาพรรค &amp;nbsp;397 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 2,203 &amp;nbsp;ราย โดยพบว่า 12 พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด ได้แก่ 1.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีสมาชิก &amp;nbsp;178,095 ราย 2.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีสมาชิก &amp;nbsp;75,728 &amp;nbsp;ราย 3.พรรคเพื่อไทย มีสมาชิก 59,625 ราย ขณะที่พรรคพลังประชารัฐอยู่ลำดับที่ 6 มีสมาชิก 44,871 คน พรรคก้าวไกลลำดับที่ 12 มีสมาชิก 24,589 ราย เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106512</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล่าวหาขายแผ่นดิน, ทยไม่ทน, ปลุกม็อบ, ปลุกม็อบ24มิถุนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b09bcd4af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดแกนนำ3นิ้ว! ศาลรธน.ไม่ทนแจ้งความปอท.ฐานดูหมิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลบอกคดีบ้านหลวงประยุทธ์อวสานแล้ว อย่ารื้อฟื้นให้เป็นประโยชน์ทางการเมือง &amp;ldquo;เรืองไกร&amp;rdquo; ไม่ยอมร้อง กมธ.คุ้ยต่อ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ปลุกม็อบบอกแค่กระดาษเปื้อนหมึก! ศาลรัฐธรรมนูญเลิกทนส่งตัวแทนแจ้งความ ปอท.เอาผิด &amp;ldquo;พริษฐ์&amp;rdquo; และพวกผิดมาตรา 198 ส่วนละเมิดอำนาจศาลรอดาบสอง &amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; เพ้อหนักปูดข่าวมีฤกษ์ 6 ธ.ค. อุ้มฆ่าผู้นำกลุ่มราษฎร วง กมธ.ป.ป.ช.เดือด &amp;ldquo;พริษฐ์-ไมค์-ปารีณา&amp;rdquo; ฟัดกันนัว สารพัดสัตว์วิ่งพล่านทั้งไก่-หมู-แกะ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม ยังคงมีความต่อเนื่องถึงมติเอกฉันท์ 9:0 ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; อาศัยบ้านพักรับรองของกองทัพบกถูกต้องตามระเบียบกองทัพ และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืนจริยธรรม โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานพิธีเปิดงานมอบนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2563 โดยโบกมือให้กลุ่มสื่อมวลชนและช่างภาพ และก่อนขึ้นรถได้ส่งมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ผู้มารอส่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร&amp;nbsp; วันนี้ถือว่าจบสิ้นในเรื่องนี้แล้ว จึงขอให้ทุกส่วนพิจารณาเรื่องของความถูกต้องในการกล่าวอ้างอิงอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการนำเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้หยอกผู้สื่อข่าวว่า &amp;quot;บุญนะนี่ที่ผมไม่ได้ขนของกลับ&amp;quot; ก่อนย้ำถึงเรื่องอาถรรพ์บ้านพิษณุโลก ว่าเรื่องผีนั้นไม่มี ไม่มีใครเคยเจอ สมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เคยเข้าพักก็ไม่เคยเจอ เพียงแต่หนวกหู เพราะขณะอาบน้ำยังได้ยินเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความยุติธรรม ตัดสินอย่างตรงไปตรงมาตามข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ส่งกำลังใจและเชียร์ให้นายกฯ อยู่บริหารประเทศต่อไป เพราะเป็นบุคคลที่เสียสละทุ่มเททำงานอย่างจริงใจ จึงขอให้ฝ่ายค้านน้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และอย่านำเรื่องนี้ไปวิพากษ์วิจารณ์ให้นายกฯ เกิดความเสียหายอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนที่ฝ่ายค้านคิดจะเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ ก็คงจะหวังผลแบบลมๆ แล้งๆ ที่จะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลเอง และยังปล่อยข่าวตลอดมาว่ายังไงนายกฯ ก็ไม่รอดแน่ เป็นการปล่อยกระแสออกมา เพราะกิเลสตัณหาบ้าอำนาจของฝ่ายที่หิวโหยในอำนาจอยากกลับมาเป็นรัฐบาลเสียเอง โดยไม่ยอมให้ถึงวาระครบเทอมเพื่อเลือกตั้งใหม่&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาล โดยเฉพาะแกนนำพรรคก้าวไกล รวมทั้งคณะราษฎร ไม่ควรปลุกกระแสสร้างความขัดแย้งในสังคม และอยากเตือนแกนนำคณะราษฎรว่า ขอให้ระวังการละเมิดอำนาจศาล เพราะยังมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อโจมตีรัฐบาล โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
อัดกระดาษเปื้อนหมึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายและคำพิพากษาจะมีค่าบังคับได้ก็เพราะอำนาจบังคับให้เกิดผล อำนาจเกิดจากกลไกของรัฐบังคับสั่งการให้บุคคลถือปฏิบัติตาม และบุคคลผู้อยู่ใต้อำนาจยอมรับนับถือ และพร้อมเชื่อฟังปฏิบัติตาม ลำพังแต่ตัวอักษรที่ถูกเขียนเป็นกฎหมายหรือคำพิพากษานั้นไม่มีค่าบังคับใดๆ ดังนั้นหากบทบัญญัติแห่งกฎหมายและคำพิพากษาต่างๆ ปราศจากซึ่งกลไกรัฐในการบังคับการตามกฎหมายและการเคารพเชื่อฟังของคนแล้ว กฎหมายและคำพิพากษาเหล่านั้นก็จะมีค่าเป็นเพียงตัวอักษรและเศษกระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้น
&amp;ldquo;ต้องเชิญชวนประชาชนคนส่วนใหญ่ คนทั้งประเทศ ให้แสดงออกโดยพร้อมเพรียงกันว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขามันไม่ใช่กฎหมายและคำพิพากษา แต่เป็นเศษกระดาษเปื้อนหมึก เป็นถ้อยวาจาที่คนใส่ชุดครุยเข้าไปนั่งบนบัลลังก์แล้วพ่นออกมา พร้อมกันนั้นต้องทำให้กลไกรัฐที่ทำหน้าที่บังคับการตามกฎหมาย ตัดสินใจยุติการพลีกายรับใช้รัฐ และออกมาลุกขึ้นสู้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมนั้น&amp;rdquo; นายปิยบุตรโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กเสนอว่า ให้ที่ประชุมใหญ่&amp;nbsp; ส.ส.ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า คืนอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญไปให้ที่ประชุม ส.ส.ดีที่สุด เพราะเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนตรวจสอบและลงโทษได้โดยประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า จะรับเรื่องไว้ไต่สวนตามอำนาจหน้าที่ โดยจะเรียก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อีดต ผบ.ทบ., พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้แจ้งความนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่ได้โพสต์ข้อความที่ผิดกฎหมายทั้งหมด 4 โพสต์ ซึ่งทั้ง 4 โพสต์เป็นการดูหมิ่นศาลและดูหมิ่นเจ้าพนักงานอย่างชัดเจน
ฟ้องพริษฐ์และแกนนำ
ในเวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ส.ต.ท.มนตรี แดงศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานนิติการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ บก.ปอท. ผ่าน พ.ต.ท.นิติธร เดชระพีร์ รอง ผกก.สอบสวน กก.3 บก.ปอท. กรณีนายพริษฐ์และแกนนำกลุ่มราษฎรปราศรัยโจมตีการทำหน้าที่ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลังมีคำวินิจฉัยคดี พล.อ.ประยุทธ์ ที่การชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.
หลังจากพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 1 ชม. ส.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลจากสื่อและสื่อออนไลน์ พบข้อความการปราศรัยบางส่วนของนายพริษฐ์ในการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าวเข้าข่ายดูหมิ่นศาล จึงรับมอบอำนาจจากศาลรัฐธรรมนูญมาแจ้งความดำเนินคดีตามความในมาตรา 198 กฎหมายอาญา เบื้องต้นอยู่ที่พนักงานสอบสวนจะพิจารณาดำเนินคดีผู้กระทำผิดว่าจะมีใครบ้าง ส่วนกรณีการแสดงละครล้อเลียนการวินิจฉัยของศาลนั้น กำลังพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ เชื่อว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมายอีกแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจำคุกตั้ง 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของการชุมนุมนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวตอบข้อถามถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกรอบ เป็นห่วงเรื่องการชุมนุมของกลุ่มราษฎรหรือไม่ ว่าก็ต้องไปถามคนชุมนุมดูสิ เพราะเราก็ไม่อยากให้มีชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมไม่ให้ชุมนุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สื่อก็ช่วยไปบอกเขาว่ามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ และไม่ให้ชุมนุม ก็ขอความร่วมมือไม่ให้มาชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบความเสียหาย พบการฉีดสีบริเวณถนนและกำแพงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ทำให้เสื่อมค่าทรัพย์สาธารณประโยชน์ ทำให้สกปรก ความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ส่วนการจำลองศาลรัฐธรรมนูญ มีการเผาหุ่นผู้พิพากษานั้น กรณีดังกล่าวต้องพิจารณา เนื่องจากมีการกล่าวคำหยาบ กล่าวคำใดๆ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเสียหายนั้น ก็เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล
เพ้อ 6 ธ.ค.ฤกษ์ฆ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกระทบกระทั่งของผู้ใช้ถนนกับการ์ดกลุ่มราษฎรที่ปรากฏคลิปวิดีโอนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่การ์ดผู้ชุมนุมทำร้ายประชาชนและทำลายสิ่งของ ถือว่าเป็นการผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นความผิดส่วนตัว โดยผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธินแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเวลา 16.20 น. ว่ามีข่าวจากแวดวงคนมีสีมาว่าในวันสองวันนี้อาจมีการจับกุมตัวแกนนำ และจะฝากขัง โดยเมื่อจับแกนนำเข้าคุกสำเร็จแล้วอาจมีการสังหารแกนนำในคุก ซึ่งถือฤกษ์วันที่ 6 ธันวาคมเป็นฤกษ์ฆ่า ขึ้นชื่อว่าเป็นข่าววงในก็ต้องฟังหูไว้หู ซึ่งไม่หวั่นไหวต่อข่าวพวกนี้ แต่ต้องเอามาบอกไว้เป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้รับทราบร่วมกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา&amp;nbsp; ถ้าจะช่วยกันได้ ช่วยกันแชร์ข่าวนี้ออกไปดักทางมัน ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์ จาดนอก&amp;nbsp; หรือไมค์ ระยอง สองแกนนำกลุ่มราษฎรเข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ.ป.ป.ช. กรณีขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมตัวนายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขังแล้ว รวมทั้งกรณีถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยมีนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้ซักถามเป็นหลัก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า นับแต่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นมา มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะการถูกจับจ้องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ เช่น ส่งคนเข้ามายังบริเวณหอพักสังเกตการณ์ระหว่างทำกิจกรรมภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปจนถึงการติดกล้องวงจรปิดถึง 8 ตัว บริเวณบ้านเช่าที่อาศัยรวมกันกับเพื่อน ย่านเชียงราก จ.ปทุมธานี ปกติมีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่เคยได้รับการดูแลอย่างดีแบบนี้มาก่อน ขณะนี้ถูกแจ้งความดำเนินคดีประมาณ 27 คดี บางคดีตำรวจใช้วิธีการแจ้งข้อหาหลายๆ ข้อหารวมกันเพื่อสร้างความลำบากในการแก้ข้อกล่าวหา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด 17 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับมาตรา 116 ล่าสุดก็โดนคดีมาตรา 112 บางข้อหามองว่าเป็นการแจ้งข้อหาโดยมิชอบ ทำให้ไม่สามารถสู้คดีได้ ส่วนนายภาณุพงศ์หรือไมค์ถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 6 คดี ล่าสุดคือมาตรา 112&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขังเมื่อวันที่ 30 ต.ค. แต่กลับมีการอายัดตัว เนื่องจากมีคดีที่จังหวัดนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และอุบลราชธานี ซึ่งถูกนำตัวไปที่ สน.ประชาชื่นนั้นในวันดังกล่าว และได้ร้องพบทนายตามสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หลอกล่อว่ารุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ซึ่งถูกแยกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ยอมไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาขออายัดตัว จึงยอมขึ้นรถพร้อมไมค์ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่ สน.ประชาชื่น ก่อนขึ้นรถไปยัง สน.ประชาชื่น ได้ยินเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พูดว่าสงสัยต้องใช้กำลัง จากนั้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบ 6 นาย มากระชากตัวเพื่อนำขึ้นรถคุมขังผู้ต้องหา โดยไม่ได้แสดงตัวและไม่ได้แสดงหมายจับ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ 3 นายขึ้นรถไปด้วย และได้กดตัวไว้ไม่ให้ดิ้นและไม่ให้เปิดกระจกรถ ทำให้ไมค์เป็นลมในที่สุด ส่วนเศษกระจกที่บาดตามตัวเพนกวินนั้น จำไม่ได้ว่ากระจกแตกจนบาดตามตัวได้อย่างไร เพราะขณะเกิดเหตุชุลมุนกันมาก มารู้ตัวอีกทีคือถูกนำตัวลงมาจากรถควบคุมผู้ต้องหาแล้ว และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม 9 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดงหมายจับจาก สภ.พระนครศรีอยุธยาและอุบลราชธานี สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างให้ทีมกฎหมายรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดี ขณะนี้ทีมกฎหมายทราบชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้ง 6 นายแล้ว แต่ยังไม่สามารถหารูปเพื่อให้ยืนยันตัวบุคคลได้
เดือดซัดไก่กับหมู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและไมค์ เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม และผู้เห็นต่างทางการเมือง ขอให้กรรมาธิการเรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภาณุพงศ์อ้างว่า ตอนถูกควบคุมตัวไปยัง สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่พยายามพาไปเส้นทางทางป่า เพื่อหวังเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่บนรถด้วย ซึ่งก็พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือจนประชาชนได้ยินและได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไปถึง สน.ประชาชื่น ทั้งนี้ ในการควบคุมตัวเป็นลม แต่ก่อนเป็นลมพยายามดึงแมสก์ที่เจ้าหน้าที่ใส่ปิดบังใบหน้า แต่หนึ่งในเจ้าหน้าที่เอาศอกมากระแทกที่อก ตัวชา จากนั้นก็เป็นลมไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการชี้แจงช่วงท้าย มีการโต้เถียงกันระหว่าง น.ส.ปารีณา กมธ.ป.ป.ช. กับนายภาณุพงศ์และนายพริษฐ์ โดย น.ส.ปารีณาได้สอบถามทั้ง 2 คนเกี่ยวกับการปล่อยตัวว่าการจะปล่อยตัวได้นั้นต้องมีหมายศาลมาที่เรือนจำก่อนจึงปล่อยตัวได้ใช่หรือไม่ นายภาณุพงศ์ยอมรับว่าใช่ และพยายามอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ น.ส.ปารีณาแย้งขึ้นมาว่าไม่ต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำอีก เพราะได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้นายพริษฐ์พยายามอธิบายและลุกขึ้นชี้มือไปทาง น.ส.ปารีณา ทำให้ น.ส.ปารีณาลุกขึ้นยืนและชี้นิ้วกลับไปว่า อย่าชี้หน้า ที่นี่ไม่ใช่ม็อบ ทำให้นายพริษฐ์โต้กลับว่า &amp;ldquo;ที่นี่ไม่ใช่เล้าไก่&amp;rdquo; โดย น.ส.ปารีณาตอบกลับว่า &amp;ldquo;ดิฉันเคยเลี้ยงไก่ แต่ดิฉันไม่ชอบเลี้ยงหมู&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณาได้ถามว่า จะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ที่กระทำการโดยมิชอบตามที่กล่าวหาหรือไม่ โดยนายภาณุพงศ์กล่าวว่า การที่ถามเช่นนี้ไม่ได้ฟังในสิ่งที่ได้ชี้แจงกรรมาธิการไปก่อนหน้านี้ว่ากำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่ง น.ส.ปารีณากล่าวว่า &amp;ldquo;ดิฉันไม่ชอบฟังเด็กเลี้ยงแกะ ก็เลยฟังบ้างไม่ฟังบ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายพริษฐ์ได้สวนขึ้นมาอีกว่า &amp;ldquo;ต้องเลี้ยงไก่ใช่ไหมครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.ปารีณาย้ำอีกว่า &amp;ldquo;ดิฉันเลี้ยงไก่ค่ะ แต่ไม่เลี้ยงหมู&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการ กมธ. ได้ตัดบทว่า ผู้มาชี้แจงทั้ง 2 คนไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถาม หากคำถามไหนตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ แต่สามารถส่งเป็นเอกสารมาชี้แจงในภายหลังได้ ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวสรุปว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเรียก ผบ.ตร.และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ทั้ง 2 คนกล่าวถึงมาชี้แจงต่อ กมธ.ต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศาลนัดสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ 1124/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 9 เป็นโจทก์ ฟ้องนายพริษฐ์เป็นจำเลย ในฐานความผิดไม่ได้แจ้งการจัดชุมนุมสาธารณะกับเจ้าพนักงานในท้องที่ตามกฎหมายก่อนเริ่มชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และความผิดอื่นๆ ซึ่งเมื่อถึงเวลานายพริษฐ์ไม่มาศาล โดยทนายความเข้ามายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เนื่องจากเป็นวันสอบของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสอบคำให้การในวันที่ 18 ม.ค.2564 เวลา 09.00 น.แทน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านพักหลวง, ฐานดูหมิ่น, บ้านพักหลวง, ปลุกม็อบ, ปอท., มาตรา 198, ละเมิดอำนาจศาล, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส่งตัวแทนแจ้งความ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8edb63cd9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบค้างคืนเป็นเดือน ‘อานนท์’นำทีมฟื้นคณะราษฎร/‘สุภรณ์’จวกก้าวล่วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; พร้อมเครือข่ายผุด &amp;ldquo;คณะราษฎรอุปโลกน์&amp;rdquo;&amp;nbsp; ปลุกม็อบ 14 ต.ค. เรียกร้อง 3 ข้อ &amp;ldquo;ประยุทธ์ลาออก-แก้รัฐธรรมนูญ-ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo; โวทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฟุ้งชุมนุมข้ามคืนยาวเป็นเดือน บอกไม่มีเจตนาขวางขบวนเสด็จฯ วันที่ 14 ต.ค. เพราะบอกกำหนดการล่วงหน้าแล้ว! &amp;ldquo;สุภรณ์&amp;rdquo; จัดหนักเป้าประท้วงหวังก้าวล่วงสถาบัน เผยมีอดีตนักการเมือง-อดีต ส.ส.-ส.ส.ขั้วตรงข้ามเป็นไอ้โม่งเติมเชื้อไฟและท่อน้ำเลี้ยง &amp;ldquo;หมู่บ้านเสื้อแดง&amp;rdquo; ประกาศไม่เข้าร่วม พร้อมผนึกเป็นเครือข่ายปกป้องสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 14.30 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายอานนท์ นำภา พร้อมแกนนำผู้จัดชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้อ่านแถลงการณ์ร่วมกันว่า คณะราษฎรไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงอยู่ในหัวใจของราษฎรทุกคนที่รักประชาธิปไตย ณ สนามราษฎร์เวลานี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศและเข้าสู่อำนาจอย่างหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อว่าสถานการณ์ยังอยู่ในการณ์ปกติ แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังพังพินาศ หลายชีวิตต้องอดอยาก ในขณะที่ชนชั้นศักดินา นายทุน นายพล สุขสบายบนความทุกข์ยากของประชาชน เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องใดที่ผู้ชุมนุมก่อนหน้านี้ได้ประกาศไว้ เราในฐานะราษฎรและในนามคณะราษฎร ขอประกาศจัดการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน วันที่ 14 ต.ค. เป็นต้นไป โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2.เปิดประชุมวิสามัญทันที เพื่อรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ สถาบันกษัตริย์กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเรียกร้องข้างต้นไม่ใช่การล้มล้างระบอบการปกครอง หากเป็นการทำให้ประเทศไทยกลับสู่ระบอบ เพื่อให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อมิให้ต้องมีผู้อดอยากแร้นแค้น สูญเสียโอกาสสูญเสียอนาคต จากการบริหารที่ผิดพลาด จากกฎกติกาที่บิดเบี้ยว ขอให้ราษฎรทั้งผองมาร่วมกัน นำอนาคตที่เป็นของราษฎรกลับมาสู่ราษฎรทั้งปวง ศักดินาพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
&amp;nbsp;จากนั้นแกนนำได้ชู 3 นิ้ว โดยนายอานนท์กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค. เรานัดรวมตัวกันเวลา 14.00 น. โดยจะจัดกิจกรรมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมามีการนำต้นไม้ไปกีดขวาง โดยจะนำต้นไม้ออกจากพื้นที่ จากนั้นจะชุมนุมปราศรัยพร้อมพักค้างคืน อีกทั้งจะยื่นข้อเสนอ 3 ข้อถึงรัฐบาล โดยเพดานจะไม่ลดลง ซึ่งยุทธวิธีในกดดันรัฐบาล เปรียบเสมือนเราจะกินข้าวทีละคำ พร้อมคาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมจะไม่น้อยกว่า 19 ก.ย. เนื่องจากมีพี่น้องจากต่างจังหวัดเตรียมเหมารถเข้ามา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าจะกี่วัน และเคลื่อนที่ไปที่ใดหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนคนและสถานการณ์ โดยส่วนตัวเตรียมความพร้อมไว้เป็นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มแจ้งขออนุญาตชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการยื่นหนังสือใดๆ อีก หากรัฐบาลจะเจรจาหรือทำตามเงื่อนไขทางกลุ่มก็ยิ่งดี โดยสามารถเข้ามาเจรจาได้ตลอดเวลา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันที่ 14 ต.ค.นี้ จะมีขบวนเสด็จฯ ผ่าน ถ.ราชดำเนิน เวลา 17.00 น. นายอานนท์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยปกติ เราไม่มีเจตนาไปขวางขบวนเสด็จฯ เพราะเราประกาศไปล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่มีขบวนเสด็จฯ เราคาดว่าประชาชนก็อาจไม่เต็ม ซึ่งรถประชาชนทั่วไป รถเมล์ รถแท็กซี่ ยังคงผ่านได้ปกติ ขบวนเสด็จฯ ก็สามารถผ่านได้ ไม่มีอะไร ไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ เราเป็นไปตามปกติ
โอ่มีเซอร์ไพรส์แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสุขุมและรอบคอบอย่างไรบ้าง นายอานนท์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมกับเรา เป็นผู้ชุมนุมที่มีวุฒิภาวะสูงมากๆ จะเห็นได้ว่าคนที่ความโกรธแค้นที่หน้ารัฐสภาก็ไม่ได้ไปทำลายทรัพย์สินอะไรแต่อย่างใด เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยการชุมนุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันทั้งประเทศ อีกทั้งได้เชิญชวนกลุ่มการเมือง กลุ่มต่างๆ กปปส., เสื้อเหลือง และเสื้อแดง ที่มีจุดร่วมกับเราทั้ง 3 ข้อ สามารถมาร่วมชุมนุมกับเราได้ โดยการชุมนุมครั้งนี้จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอน และรูปแบบของเวทีการชุมนุมจะปรับไปตามจำนวนมวลชนที่มาร่วมชุมนุม
&amp;ldquo;พูดตามตรงว่าเราเดินมาไกลมาก ไม่มีการยอมแพ้ ไม่มีการหาทางลงแน่นอน ทุกคนมุ่งไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยการชุมนุมครั้งนี้มีความแหลมคม ทั้งประเด็นและการต่อสู้ในเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน ที่มีหลายกลุ่มตอบรับเข้าร่วมในการชุมนุม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงภาพความขัดแย้งระหว่างแกนนำ นายอานนท์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของการปรับตัว หากมีสิ่งใดผิดพลาดก็ต้องขอโทษ คนที่เป็นแกนนำก็ผิดพลาดกันได้ แต่อยู่ที่ว่าจะปรับตัวกันได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทัตเทพ แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก กล่าวว่า นี่คือขบวนการประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมของราษฎรทุกคน เรามีปัญหามามากแล้ว ซึ่ง 3 ข้อเรียกร้องเป็นการแก้ไขโครงสร้างใหญ่ ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนให้ร่วมกันทำภารกิจนี้ให้จบในรุ่นเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ปนัสยา แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมระบุว่า กลุ่มแนวร่วมฯ ได้ร่วมกลุ่มที่เคลื่อนไหวเป็นคณะราษฎร เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน การรวมตัวกันจะทำให้มีพลังเคลื่อนไหว โดยทุกข้อเรียกร้องมาจากทุกกลุ่ม ถ้าทุกคนคิดว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวต้องเกิดขึ้น ก็ขอให้มารวมตัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอานนท์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีชายคนหนึ่งขู่จะยิงในการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ซึ่งจะให้โอกาสเขาจนถึงเที่ยง ถ้าไม่ขอโทษก็คงต้องแจ้งความ เพราะนี่คือการขู่ฆ่า เป็นอาชญากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลกรณีการชุมนุมประท้วง โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 และตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ใครคิดชุมนุมก้าวล่วงสถาบัน คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าร่วม แต่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อก้าวล่วงสถาบัน ซึ่งขณะนี้อดีตคนเสื้อแดงหรือแกนนำคนเสื้อแดงยืนยันว่าจะไม่เข้าชุมนุม แต่ยังมีกลุ่มพรรคการเมือง เช่น อดีตผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ที่มีการปราศรัยในพื้นที่ต่างจังหวัดพยายามปลุกระดมให้คนมาร่วมชุมนุม จึงขอชี้แจงว่าไม่ควรมาร่วมชุมนุม เพราะจะก้าวล่วงสถาบัน นอกจากนี้ การชุมนุมจะทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้น เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว การชุมนุมไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น มีแต่ซ้ำเติมประเทศชาติ ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ซึ่งเราจะไม่ประมาทกับการชุมนุมครั้งนี้ จะดูแลทุกอย่างให้รอบคอบ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุม และป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ให้มีมือที่สามมาสร้างความวุ่นวาย รวมถึงขอผู้ชุมนุมอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายและรุนแรง
แฉกลุ่มไอ้โม่งร่วมปั่นม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดทำการปกติ ขอให้ผู้ชุมนุมตระหนักถึงตรงนี้ด้วย และการก้าวล่วงสถาบันเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ รวมถึงไม่ควรเข้าไปในสถานที่ราชการจนทำให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขอบอกไว้ว่าชีวิตความเป็นแกนนำ เหมือนผมที่สุดแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ถูกดำเนินคดี และในปัจจุบันแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้านการข่าวมีใครให้การสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้บ้าง นายสุภรณ์กล่าวว่า การข่าวมีข้อมูลว่ามีอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. อดีตพรรคการเมืองไปชักชวนปลุกระดมจะจ่ายค่ารถและค่าเรือให้มาร่วมชุมนุม แต่หลายคนบอกว่าอยากได้เงิน แต่ไม่ร่วมชุมนุม เพราะรู้ว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เพื่อก้าวล่วงสถาบัน จึงไม่เดินทางมากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยผู้ที่ชักชวนประชาชนได้หรือไม่ นายสุภรณ์กล่าวว่า เป็นอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. รวมถึง ส.ส.ปัจจุบันที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งเรามีหลักฐาน กำลังรวบรวมอยู่ ถ้าถึงขนาดเปิดเผยตัวบุคคลได้จะนำมาเปิดเผย และใครพบเห็นขอให้ถ่ายคลิปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย เราจะนำมาเป็นหลักฐานประจานว่าคนเหล่านี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยุยงปลุกระดมให้ออกมาล้มล้างสถาบัน ส่วนเรื่องการดำเนินคดีจะว่าไปตามกระบวนการ ใครที่อยู่เบื้องหลังเป็นผู้สนับสนุนชักจูงคนที่เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุมมีการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมว่าอาจมีผู้เดินทางมาชุมนุมหลักหมื่น และแผนเผชิญเหตุได้มอบหมายให้ตำรวจเป็นผู้พิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เสนอต่อที่ประชุม โดยให้ยึด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเข้าใกล้พื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มประกาศไม่ร่วมชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ว่าก็ดีแล้ว ส่วนจะลดจำนวนผู้มาชุมนุมลงหรือไม่นั้น จะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามย้ำว่าหน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่รู้ ยังไม่รู้ แต่ก็ดีขึ้น และการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่มาร่วมชุมนุมนั้นก็ถือว่าดี แล้วสื่อว่าดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีหมู่บ้านคนเสื้อแดง แต่ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานหรือไม่ว่าหมู่บ้านเหล่านี้ได้หายไปแล้ว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการไปตามขั้นตอน ดำเนินการไป เพื่อพยายามจะไม่ให้มีหมู่บ้านเสื้อแดงอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ศูนย์เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ชุมชนพรสวรรค์ ทต.หนองบัว อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับเครือข่ายหมู่บ้านเสื้อแดง 14 จังหวัดภาคเหนือ และ 20 จังหวัดภาคอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอานนท์กล่าวว่า พวกเราอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงได้เชิญอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อผนึกกำลังอีสาน-ล้านนา มาแต่งตั้งเป็นประธานหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทยประจำจังหวัดเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จากพวกจาบจ้วงและหวังจะล้มล้างสถาบัน และเพื่อให้สมาชิกออกไปรณรงค์ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงกับประธานหมู่บ้านและสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดงแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่างๆ ว่าการที่มีการเข้าไปชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นว่าจะไปล้มรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จริงๆ แล้วไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มดังกล่าว แท้ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อสถาบันที่ต้องการจะแก้ไขการปกครองไม่ให้มีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกเราชาวอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงในแต่ละจังหวัดจำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบัน และให้ข้อมูลที่แท้จริงกับเด็ก เยาวชน นักเรียน และนักศึกษา
เดินสายบี้ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 พร้อมคณะ ยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้พรรค ปชป.ถอนตัวออกจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเสนอให้เลือกนายกฯ คนใหม่ในที่ประชุมสภา เป็นการแก้ปัญหาวิกฤติชาติ โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และโฆษกประจำตัวนายจุรินทร์รับแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า กังวลถึงการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่มีผู้ชุมนุมบางส่วนหยิบยกประเด็นการปฏิรูปสถาบันที่มีลักษณะการก้าวล่วง โดยขอให้เด็กรุ่นใหม่ไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น เพราะสถาบันก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งบทเรียนการต่อสู้ในอดีตไม่อยากให้สูญเสียบุคคลในครอบครัวเหมือนพวกตนเอง และขอยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนนักศึกษาใน 3 ประเด็นข้อเรียกร้อง เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ แต่ต้องไม่ก้าวล่วงจาบจ้วงล้มล้างสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 13.30 น. นายอดุลย์เดินทางต่อไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. เรียกร้องให้ถอนตัวออกจากรัฐบาลเช่นกัน โดยขอให้พรรค ภท.ร่วมถอดสลักแก้ปัญหา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องรัฐบาลแห่งชาติ เพราะเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ก็ยังมีตัวเลือกอีก 3 คนจาก 3 พรรค ซึ่งนายอนุทินเป็นคนประนีประนอม และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายมีภาษีกว่าอีก 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรค ภท. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 6 ฉบับก่อนรับหลักการ กล่าวว่า กมธ.เชิญนายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ และนางพรพิศ เพชรเจริญ รักษาการเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าชี้แจง โดย กมธ.ได้ซักถามในประเด็นปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการทำประชามติต่อเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ได้คำตอบเพียงว่าหากมีข้อสงสัยก็ให้ยื่นร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ว.ยังคงยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการเขียนกฎหมายใหม่ทั้งฉบับ แต่ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันให้แก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งสัปดาห์หน้า กมธ.จะประชุม 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ได้ส่งคำร้องไปทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบว่าการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ชอบด้วยข้อบังคับพรรคหรือไม่ หากไม่ชอบ ผลที่ตามมาจะทำให้การประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ชอบหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79906</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ต.ค., ก้าวล่วงสถาบัน, คณะราษฎรอุปโลกน์, ทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ปกป้องสถาบัน, ปลุกม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f199cd7f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญเกื้อ&#039; ถาม &#039;แจ็ค วัชระ&#039; เห็นดีงามกับพวกชังชาติแล้วหรือถึงออกมาโจมตี &#039;หมอวรงค์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.63 - ว่าที่ร้อยตรีบุญเกื้อ ปุสสเทโว อดีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง คุณวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า&amp;nbsp;การที่คุณวัชระออกมากล่าวหาคุณหมอวรงค์ว่าเป็นหุ่นเชิดใครหรือรับงานใครมานั้น ผมคิดว่าคุณวัชระน่าจะรู้นะว่าคนอย่างคุณหมอวรงค์ไม่มีคำว่าขายตัว ไม่ยอมให้ใครมาเชิดอยู่แล้ว ขนาดโครงการรับจำนำข้าวมูลค่า 9.4 แสนล้าน เขายังสู้จนทำเอาหลายคนต้องติดคุกมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์กำลังถูกคุกคาม สถาบันครอบครัวถูกทำลาย ความสัมพันธ์ครูและศิษย์แทบจะสูญหาย แต่ละฝ่ายถูกคุกคามอย่างหนัก คุณวัชระไม่ตระหนักรู้บ้างเลยหรือ คุณยอมได้หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากคุณมีหัวใจเป็นคนไทยคุณต้องไม่ยอม หรือว่าหัวใจคุณไปอยู่กับพวกชังชาติจึงออกมาปกป้องเห็นดีงามไปกับพวกนั้น แต่คุณหมอวรงค์และกลุ่มไทยภักดีนั้นไม่ยอมด้วย จึงออกมาต่อสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้คุณหมอวรงค์งานยุ่งมาก เพราะต้องเตรียมการจัดงานไทยภักดี ผมจึงมาตอบคำถามแทน ถ้าคุณวัชระอยากรู้ว่าคุณหมอวรงค์รับงานมาจากใครอยากเชิญคุณวัชระมาร่วมฟังในวันที่ 30 สิงหานี้ที่หอศิลปฯกรุงเทพฯ เวลาบ่ายสองโมงด้วยกัน จะได้รู้ให้ชัดว่าที่คุณหมอวรงค์นำทีมออกมานั้นเพราะเขารับงานมาจากประชาชนที่จงรักภักดีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;@บุญเกื้อ &amp;nbsp;ปุสสเทโว สมาชิกกลุ่มไทยภักดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยภักดี, บุญเกื้อ ปุสสเทโว, ปลุกม็อบ, วัชระ เพชรทอง, หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0da9c6b6d17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบรกม็อบ2ขั้วหวั่นขัดแย้งสิ้นชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แกนนำ พปชร.ขวางการปลุกม็อบ เตือนทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ ย้อนถามกว่าจะได้ รธน.กลับคืนมาต้องต่อสู้และบอบช้ำกันเท่าไหร่ &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ลั่นเป็นหน้าที่ของทุกคน อย่ายอมให้พวกชังชาติทำร้ายประเทศ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; ผวา 2 ฝ่ายเผชิญหน้าจะทำให้สิ้นชาติ แต่ &amp;quot;หมอดูวันชัย&amp;quot; ฟันธงเป็นยุคแห่งพระศิวะเสด็จลงมาปราบอธรรม ทุกข์เข็ญ บ้านเมืองสงบร่มเย็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น เป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อย่าทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ทำให้ประเทศชาติชะงักได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กังวลลัทธิชังชาติ จะเป็นชนวนขัดแย้งในอนาคตขึ้นอีกหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว อยากให้แสดงความเห็นต่างและวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า และไม่เห็นด้วยที่จะมารวมเป็นกลุ่มก้อนและก่อม็อบที่จะทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เรามีประสบการณ์มาแล้ว และมีหลายคนถูกจองจำ ถามว่าได้ประโยชน์อะไร ขอว่าอะไรที่จะทำให้ขัดแย้งอย่าไปทำตาม ต้องคิดว่ากว่าจะได้รัฐธรรมนูญกลับคืนมาต้องต่อสู้และบอบช้ำกันเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอวยพรปีใหม่ว่า ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกท่าน เป็นปีที่เราจะมาร่วมมือร่วมใจสามัคคีปรองดอง หลอมรวมจิตใจกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นพลังในการฝ่าฟันอุปสรรคและวิกฤติต่างๆ เพื่อสร้างอนาคตที่รุ่งเรืองของประเทศไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บรรยายหัวข้อ &amp;quot;หัวใจสำคัญของพรรครวมพลังประชาชาติไทย&amp;quot; โดยนายสุเทพยืนยันว่า ภายหลังการชุมนุม กปปส.ไม่คิดกลับมาทำงานการเมือง เนื่องจากสัญญาประชาชนไม่รับตำแหน่งการเมืองใดๆ แต่สิ่งที่ลงทุนลงแรงต่อสู้ไม่อาจวางใจหรือปล่อยมือ เพราะบ้านเมืองยังไม่เรียบร้อยปลอดภัย วายร้ายตัวเก่าจบไป แต่วายร้ายตัวใหม่เข้ามา ซึ่งมันน่ากลัวและกำแหง เพราะมันแสดงท่าทีชัดเจนไม่เอาสถาบันฯ และศาสนา ไม่เอาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม และมีคนบ้าตามมันจำนวนมาก ขณะที่พรรคการเมืองพึ่งพาไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายสุเทพให้สัมภาษณ์ประเมินว่า ปี 2563 การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ไม่มีเหตุการณ์ร้อนแรง เนื่องจากสังคมไทยมีประสบการณ์ ดังนั้นตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนต้องช่วยทำให้บ้านเมืองเดินหน้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่วนตัวมองพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานเพื่อชาติและประชาชนสำเร็จระดับที่ประชาชนพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับกรณีการชุมนุมต่างๆ ผมไม่คิดว่ามีเหตุการณ์ร้อนแรง การชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าทำอยู่ในกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ประชาชนมีสิทธิทำได้ ขณะเดียวกัน การชุมนุมต้องเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ก่อเหตุใดๆแต่ตอนนี้ผมไม่เห็นมีประเด็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ถึงขั้นจำเป็นต้องนำคนออกมาชุมนุม&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว สวัสดีปีใหม่ 2563 ว่า ช่วงปีที่ผ่านมา เป็นปีที่คิดว่าเราผ่านการเลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ แต่กลายเป็นว่ามีมากจนมีพรรคการเมืองมาสร้างวาทกรรมให้เกิดความเกลียดชังคนในชาติ จาบจ้วง ดูถูกประเทศตนเอง ชักศึกเข้าบ้าน รวมทั้งใช้เสรีภาพที่จะอยู่เหนือกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนต้องช่วยกัน เผชิญปัญหาใหม่ของชาติที่เรียกว่าลัทธิชังชาติ ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขความเจริญ อย่าหยุดนิ่ง จนกลายเป็นว่ายินยอมให้พวกชังชาติมาทำร้ายประเทศของเรา ช่วยกันแสดงออกถึงความจริง จะทำให้ประเทศของเราฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปได้.........ปีใหม่ 2563 นี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญตลอดไปครับ&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การสร้างความแตกแยกแตกสามัคคีในชาติได้ขยายตัวกว้างขวางอย่างน่าตกใจ กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างพวกหนึ่ง ที่ถูกเรียกว่าชังชาติ กับอีกพวกที่ถูกเรียกว่าพังชาติ รวมความคือ ขืนเป็นแบบนี้สิ้นชาติแน่! ที่มีการโพสต์ถามว่าได้กลิ่นอะไรไหม? ก็กลิ่นแรงจนแสบจมูกขนาดนี้ มีแต่คนเป็นริดสีดวงจมูกและคนเผาถ่านเท่านั้นที่ไม่ได้กลิ่น!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว พยากรณ์สถานการณ์ทางการเมืองปี 2563 ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอดูหลายสำนักทายกันว่า ปีหน้านี้บ้านเมืองจะวิกฤติ มีเหตุรุนแรง มีการเปลี่ยนแปลง มีการชุมนุม มีการประท้วง ทั้งจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร โดยบอกว่าเป็นอิทธิพลของดาวมฤตยูที่ทับดวงเมืองในราศีเมษและดาวอังคารเป็นมรณะ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟัง &amp;nbsp;หมอดูหลายคนหลายสำนักทั้งดังและไม่ดัง มักจะพยากรณ์กันในทำนองนี้ แต่ฟังๆ ดูแล้วเหมือนกับว่า เอาสถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมืองมาประเมินวิเคราะห์ผสมกับดวงดาว ก็พลอยให้คนที่ชอบและไม่ชอบรัฐบาลมีอารมณ์ร่วมไปคนละมุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวว่า ถ้ามองในการทายของหมอดู ก็คงจะต้องทำนายอย่างนั้น เพราะดาวมฤตยูมันเป็นดาวแห่งความตาย หายนะ วิกฤติ และดาวอังคารอยู่ในเรือนมรณะก็เป็นเรื่องของดาวทหารที่จะทำการเปลี่ยนแปลงปฏิวัติ หรือดาวอังคารก็หมายถึงผู้ใช้แรงงาน ผู้ใช้กำลัง คนยากคนจนจะลุกขึ้นมาประท้วงชุมนุมสร้างความวุ่นวาย นี่คือหลักของหมอดูโดยปกติทั่วไปก็ต้องทำนายอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แต่ถ้าเป็นหมอดูวันชัยหาใช่เช่นนั้นไม่ ดาวมฤตยูคือเลข 0 ที่อยู่บนหน้าผากของพระศิวะ ดาวมฤตยูจึงหมายถึงพระศิวะที่ดับความทุกข์เข็ญของมวลมนุษยชาติ ทั้งจักรวาลยามเมื่อบ้านเมืองวิกฤติ บ้านเมืองเรายุคนี้เป็นยุคแห่งพระศิวะ พระศิวะจะเสด็จลงมาปราบอธรรม ปราบทุกข์เข็ญของบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เป็นเมืองศิวิไลย์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข จึงขอฟันธงตรงไปว่าบ้านเมืองจะมีวิกฤติอย่างไร ใครจะชุมนุมประท้วงหรือใครจะก่อความวุ่นวายก็ต้องสยบ และสงบลงด้วยเดชเดชะของพระศิวะเจ้า บ้านเมืองของเราในยุคนี้เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่อย่างที่หมอดูทำนายทายทักกันโดยทั่วไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวต่อว่า ปีหน้า สิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมีแน่ แต่ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า... สิ่งที่เราไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยเป็นก็จะได้เป็น... ขอบอกว่าคิดกันไม่ถึงนะ... สงบ ร่มเย็น เรียบร้อย ปรองดอง สมานฉันท์... คอยดูกันต่อไป... เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวางการปลุกม็อบ, ชังชาติ, ทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่, ปลุกม็อบ, ม็อบ2ขั้ว, ลัทธิชังชาติ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7ac0added1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
