<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธ.ก.ส.&#039;พร้อมปล่อยกู้หนุนเกษตรกรปลูกกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า เตรียมหารือร่วมกับการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) หลังจากที่ ยสท. เตรียมจะขึ้นทะเบียนเกษตรผู้ปลูกกัญชง-กัญชา ในวันที่ 1 เม.ย. นี้ จำนวน 13,000 ครัวเรือน โดยจะมีการหารือถึงเงื่อนไขในการรับรองการปลูกกัญชง-กัญชา ก่อนพิจารณาแนวทางในการปล่อนสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธ.ก.ส. สามารถปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกกัญชง-กัญชาได้ ซึ่งจะอยู่ในวงเงินสินเชื่อสำหรับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต วงเงิน 10,000 ล้านบาท หากเกษตรกรต้องการจะเปลี่ยนการเพราะปลูกมาปลูกกัญชงกัญชา ส่วนจะมีสินเชื่ออะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ก็ขอพิจารณาความต้องการของเกษตรกร และดูเรื่องกระบวนการผลิตให้ชัดเจนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเบื้องต้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ลงไปดูลูกค้าไว้บ้างแล้ว ซึ่งกัญชง-กัญชาที่จะปลูก จะต้องผ่านเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด โดยขณะนี้เห็นว่ายังอนุญาตให้ปลูกแค่ครัวเรือนละ 6 ต้นเท่านั้น&amp;quot; นายธนารัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนารัตน์ กล่าวอีกว่า จะไปคุยกับอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อหารือหลักเกณฑ์การดำเนินการปลูกกัญชง-กัญชา ซึ่งขณะนี้มีบริษัทขนาดใหญ่ที่สนใจนำมาใช้ในอุตสาหรรม เช่น ซีพี ที่สนใจนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร คาราบาว ที่จะใช้กัญชาในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แต่การให้สินเชื่อก็ต้องดูเงื่อนไขของกฎหมายด้วย ที่ออกโดยองค์การเภสัชกรรม ที่ตอนนี้ยังไม่ได้อนุญาตให้ปลูกเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป จึงต้องดูนโยบายให้ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96863</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์, ปลูกกัญชา, ปล่อยกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605828279b9e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลูกกัญชาได้บ้านละ 6ต้น เป็นจริงแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.64- ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรม &amp;quot;กัญชากัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน&amp;quot; จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2564 สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องกัญชากัญชงแก่ประชาชนในทุกมิติ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมเยี่ยมชมคลินิกกัญชาทางการแพทย์ที่เปิดให้บริการประชาชนได้วันละ 1 พันคน และนิทรรศการการแปรรูปกัญชงกัญชาที่เป็นต้นแบบสร้างไอเดียให้แก่ประชาชนที่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า จากการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ที่ปลดล็อกให้ทุกส่วนของกัญชาและกัญชงไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้น ช่อดอก ใบที่ติดกับช่อดอก และเมล็ดกัญชา ส่งผลให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาและกัญชงได้แล้ว โดยรวมตัวกัน 7 คนขึ้นไปเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ทำสัญญาร่วมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานสาธารณสุข สร้างรายได้ทันทีไม่ต้องรอ ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมแล้วผ่าน &amp;quot;โนนมาลัยโมเดล&amp;quot; อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ที่วิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาครัวเรือนละ 6 ต้น นำผลผลิตส่งโรงพยาบาลทำยา และชิ้นส่วนต่างๆ นำมาทำอาหาร เครื่องสำอาง และแปรรูปเป็นสินค้าเพื่อสร้างรายได้ หรือวิสาหกิจชุมชนเพชรลานนา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ที่ตัดช่อดอกให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกทำน้ำมันกัญชารักษาผู้ป่วย และแปรรูปส่วนอื่นๆ เช่น ใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น ราก มาเป็นผลิตภัณฑ์ นำมาปรุงอาหาร สร้างรายได้อย่างมาก ส่วนกัญชงที่ปลูกง่ายกว่า สามารถปลูกคู่กันได้ โดยขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งให้ความร่วมมือสนับสนุนอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ขณะนี้กัญชาและกัญชงถือเป็นพืชเศรษฐกิจแล้ว ทำให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการสร้างรายได้ มีทางลืมตาอ้าปาก จากพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ซึ่งเราพยายามคลายล็อกให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ขอความร่วมมือให้ใช้อย่างถูกต้อง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาเที่ยวงานมหกรรมกัญชากัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน จ.บุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้ทำความเข้าใจและเข้าถึงกัญชากัญชง ทั้งวิธีการปลูกอย่างถูกกฎหมายและถูกวิธี เทคนิคการนำทุกส่วนของกัญชากัญชงไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่ก่อให้เกิดรายได้ทันทีไม่ต้องรอ การวางแผน การลงทุน และสร้างอาชีพ ผ่านงานเสวนา นิทรรศการ และเวิร์กชอปต่างๆ โดยอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่สนับสนุนการนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือนำไปใช้เสพ และต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95106</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;กัญชากัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน&quot;, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ปลูกกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041f64bc9f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยาสูบ&#039;อ้างปิดตัวแน่หากคลังไม่เก็บภาษีบุหรี่2อัตราพร้อมลุยธุรกิจใหม่ปลูกกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ย.2563นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ในเดือน ธ.ค. นี้ ให้พิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ 2 อัตรา คือ 20% และ 40% ซึ่งหากมีการประกาศใช้โครงสร้างเดิม และจัดเก็บที่อัตราเดียว 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2564 จะส่งผลให้ ยสท.ไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ และอาจจะต้องปิดโรงงาน ซึ่ง ยสท.มีกำไรจากการขายบุหรี่ที่อัตราภาษีปัจจุบัน ซองละ 67 สตางค์ต่อซอง ปรับลดลงจาก 7 บาทต่อซอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 2 อัตราโครงสร้างใหม่ จะคงอัตราจัดเก็บไว้ที่ 20% และ 40% เหมือนเดิม แต่จะพิจารณาองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ 1.โครงสร้างภาษีใหม่จะไม่เพียงทำให้ ยสท.อยู่รอดเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมบุหรี่และภาคเอกชนจะอยู่รอดทั้งหมด 2.การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจะไม่ลดลง 3.ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัวแทนจำหน่าย เกษตรกรผู้ปลูกใบยามีรายได้เพิ่มขึ้น 4.กองทุนต่าง ๆ จะได้รับเงินจัดสรรเท่าเดิม เช่น สสส. 5.จะไม่มีคนสูบุหรี่มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวว่า หากโครงสร้างภาษีใหม่ได้รับการเห็นชอบในปีหน้า ยสท.จะสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีราคาขายต่ำกว่า 60 บาท โดยยังสามารถมีกำไรได้ นอกจากนี้ จากการหารือกับ รมว.การคลัง ก่อนหน้านี้ ได้ให้นโยบาย ยสท. ไปคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ สูตรพรีเมียม เพื่อส่งออกไปขายในต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่บริษัทบุหรี่ต่างชาติ นำบุหรี่เข้ามาขายในไทย โดย ยสท. มีศักยภาพดำเนินการได้ และบุหรี่พรีเมียมก็มีราคาสูง ซึ่งจะทำให้ยาสูบมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงสร้างภาษีปัจจุบัน ทำให้ ยสท.ยังมีฐานะแข็งแกร่ง 100% ปี 2563 มีกำไรกว่า 900 ล้านบาท เพราะนโยบายรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าขยับภาษีอัตราเดียวที่ 40% ยาสูบก็จะขายไม่ได้ ต้องปิดโรงงานไปเลย เพราะต้องเป็นการขึ้นราคาบุหรี่ เพื่อหาเงินมาจ่ายภาษี คงอยู่ไม่ได้&amp;rdquo;นายภาณุพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวอีกว่า ได้หารือกับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ซึ่งให้ความเห็นชอบ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้ ยสท.เดินหน้าปลูกกัญชง-กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ จากที่ร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อวิจัย พัฒนาเพื่อใช้ในการแพทย์ ให้เพิ่มเป็นสามารถทำข้อตกลงกับภาคเอกชน เพื่อต่อยอดการใช้กัญชง-กัญชาในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งหลักการ ข้อติดขัดทางกฎหมายต่างๆ ได้เสนอหารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หาก สคร.และคลังเห็นชอบ ก็ต้องมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ขั้นตอนต่อไป ยสท.ก็จะต้องเปิดรับลงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกัญชง-กัญชา ให้ชัดเจน ซึ่ง ยสท.มีข้อมูลผู้ปลูกใบยาทั้งหมด สามารถควบคุมได้ จะมีความชัดเจนในปีงบประมาณ 2564 และเริ่มมีการขายได้ในปลายปีงบประมาณ ซึ่งจากการหารือกับเอกชนจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกใบยาสูบเพิ่มจากเดิมที่ 23,000 บาทต่อไร่ เป็น 250,000-500,000 บาทต่อไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายยาสูบ, การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.), ก็บภาษีบุหรี่ 2อัตรา, ปลูกกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fadefa76ad27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยหนูห้ามขาย กัญชาบ้าน6ต้น ปล่อยดูกันเอง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ย้ำปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้นเป็นเป้าหมายของพรรค แต่คุมเข้มห้ามจำหน่ายจ่ายแจก &amp;nbsp;แต่ละครอบครัวดูแลกันเอง เหมือนเหล้า บุหรี่ ยันไม่ปลดล็อกฝิ่น ภูมิใจไทยออกแคมเปญพ่วง &amp;quot;มองกัญชา อย่างมิตร มองสารพิษ เป็นศัตรู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างกฎหมาย 12 ฉบับ ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุขคือ ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, ร่าง พ.ร.บ.สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย เพื่อเดินหน้านโยบายกัญชาบ้านละ 6 ต้น ว่าร่างกฎหมายแต่ละฉบับนั้น แค่อ่านและฟังสรุปคร่าวๆ เนื่องจากตนไว้ใจทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ซึ่งมีนายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องของร่างกฎหมายเหล่านี้ แต่ยืนยันว่าเรื่องกัญชาบ้านละ 6 ต้นนั้นเป็นเป้าหมายของพรรค แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า การใช้กัญชาเราใช้ในทางการแพทย์ ยาสารสกัดกัญชาต้องมีใบสั่งแพทย์ ตัวการใช้รักษาคนไข้ก็ต้องแพทย์สั่ง ส่วนเรื่องบ้านละ 6 ต้น การควบคุมหลักๆ คือห้ามจำหน่ายจ่ายแจกซึ่งกันและกัน และแต่ละครอบครัวต้องควบคุมดูแลกันเองด้วย เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าร่างกฎหมายที่เสนอไปนั้น ไม่ได้มีเรื่องของการปลดล็อกฝิ่นแต่อย่างใด มีแค่เรื่องกัญชาอย่างเดียว เพราะขนาดกระท่อมยังไม่ได้ปล่อยเลย&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแต่ละบ้านจะมีทั้งคนป่วย คนไม่ป่วย โดยเฉพาะเด็ก วัยรุ่น จะมีการควบคุมดูแลอย่างไรเพื่อให้ใช้เฉพาะผู้ป่วยจริงๆ นายอนุทินตอบว่า ก็เหมือนในบ้านนั้นมีเหล้า มีบุหรี่ มีเด็ก มีผู้ใหญ่ แล้วทำไมเด็กก็ยังไม่ได้ดื่มเหล้าเลย กัญชาก็เหมือนกัน ครอบครัวก็ต้องดูแล จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปนั่งบอกว่าอยู่ในบ้านจะต้องทำตัวอย่างไรก็ไม่ใช่แล้ว อย่างนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจคนภูมิใจไทย ได้นำเสนอภาพประกอบข้อความ &amp;ldquo;มองกัญชาอย่างมิตร มองสารพิษเป็นศัตรู&amp;rdquo; พร้อมระบุถึงความสำคัญว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้ทำการเสนอกฎหมาย 12 ฉบับ โดย 2 ฉบับเป็นเรื่องของ &amp;ldquo;กัญชา&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. .... &amp;nbsp;และร่างพ.ร.บ.สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เพื่อการพัฒนาเป็นยารักษาโรค เป็นประโยชน์แก่การรักษาทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการผลิต จำหน่าย หรือส่งออกเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ และให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถปลูกกัญชา เพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เพื่อการรักษาทางการแพทย์ ผลิต จำหน่ายได้ไม่เกิน 6 ต้นต่อครอบครัว ภายใต้การควบคุม กำกับดูแล และการบริหารของสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย เป็นเรื่องที่ยืนยันได้ว่าพรรคภูมิใจไทย &amp;ldquo;มองกัญชา อย่างมิตร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการคัดค้านการใช้สารเคมีพิษภาคการเกษตร 3 ตัว ประกอบไปด้วย &amp;nbsp;พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม โดยที่พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอตัวแทนของนักวิชาการ และภาคประชาสังคม จำนวนถึง &amp;nbsp;3 คน เข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ในสัดส่วน 4 คน ประกอบไปด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาสุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ แกนนำการต่อต้าน 3 สารเคมี ที่มีมวลชนสนับสนุนจำนวนมาก เป็นที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม เป็นกรรมการวัตถุอันตราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) ที่มีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ใหญ่ที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีอันตรายในภาคการเกษตร เป็นเรื่องที่ยืนยันได้ว่าพรรคภูมิใจไทย &amp;ldquo;มองสารพิษ เป็นศัตรู&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวด้วยว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่เป็นผู้อนุมัติให้นำเข้าสารเคมีพิษภาคเกษตร ได้เรียกประชุมกันในวันที่ 18 กันยายน 2562 นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติให้นำเข้าสารเคมีพิษภาคการเกษตรทั้ง 3 ตัว โดยมีการลงมติ &amp;ldquo;ลับ&amp;rdquo; ซึ่งสร้างความกังขาให้กับประชาชนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข้อน่าสังเกตว่า เพจคนภูมิใจไทยได้ติดเครื่องหมายแฮชแท็ก Hastag (#) &amp;nbsp;#คนไทยไม่เอาสารเคมี #ต้นทุนชีวิตเกษตรกรแพงมากกว่าต้นทุนทำการเกษตรทั้งหมด &amp;nbsp;#อย่าปล่อยให้ชีวิต 67 ล้านคนอยู่ในกำมือ 29 กรรมการวัตถุอันตราย #ต้องลงมติโดยเปิดเผย #ทั่วโลกแบน 3 สารพิษหมดแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 ก.ย.2562 ขอให้นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศเพื่อปรับระดับการควบคุมพาราควอตให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สี่ หรือห้ามนำเข้าหรือห้ามจำหน่าย ห้ามมีไว้ในครอบครอง ให้มีผลโดยเร็วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไปนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นว่าหนังสือดังกล่าวมาถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แล้วหรือยัง ซึ่งตามขั้นตอน หากมีหนังสือมา จะผ่านทางเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ขณะนี้นายกฯ ยังไม่ได้มีข้อสั่งการใดๆ เพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือเร่งรัดให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากผู้ตรวจการฯ แต่แนวทางการดำเนินการของตนได้ทำไว้เรียบร้อยหมดแล้ว มีการจัดเตรียมข้อมูลไว้ครบถ้วนรอบด้าน เช่น เรื่องผลกระทบ มาตรการทดแทนสารเคมีที่ยกเลิกใช้ ยืนยันว่าสาร 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ไม่ได้อนุญาตให้ใช้มานานแล้ว ไม่ได้ออกใบอนุญาต เพียงแต่หากจะทำให้เด็ดขาด ต้องให้หลายๆ ฝ่ายร่วมมือกัน เช่น คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ต้องมีการประชุมและมีมติในเรื่องดังกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45775</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ปลดล็อกฝิ่น, ปลูกกัญชา, มองกัญชา อย่างมิตร มองสารพิษ เป็นศัตรู, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7cf6810f8a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มรภ.บ้านสมเด็จฯ จับมือชุมชนแม่สรวย พลิก&quot;สวนเมล่อน&quot;มาปลูก&quot;กัญชา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 62- มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เซ็นเอ็มโอยู กับวิสาหกิจชุมชนแม่สรวยเมล่อน จ.เชียงราย พลิกสวนเมล่อน มาปลูกกัญชาแทน &amp;nbsp;พร้อมเปิดตัว &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกัญชา กัญชง และกระท่อมทางการแพทย์&amp;rdquo; &amp;nbsp; ลั่นพร้อมวิจัยกัญชาเป็นยา คาด 1 ปี สำเร็จ ด้านนักวิชาการแนะตั้งหน่วยงานกลางดูแลการใช้กัญชาทั้งระบบ ตามคำแนะนำของยูเอ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา) จับมือ สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา จัดงานประชุมเสวนาวิชาการ &amp;ldquo;กัญชาและกัญชงทางการแพทย์&amp;rdquo; เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกัญชาในเชิงวิชาการ ข้อกฎหมาย การปลูก การสกัด ฯลฯ ที่ถูกต้องครบถ้วนแก่ประชาชน โดย รศ.ดร.บุญมี กวินเสกสรรค์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ศ.ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ราชบัณฑิตประจำสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา ศ.ดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.สยาม อรุณศรีมรกต รองคณบดีฝ่ายมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ พ.ต.ท.หญิง ดร.ฐิชาลักษณ์ ณรงค์วิทย์ &amp;nbsp;อุปนายกสมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ ในฐานะ ที่ปรึกษาสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย และได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมลงนาม MOU กับวิสาหกิจชุมชนแม่สรวยเมล่อน จ.เชียงราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.บุญมี กวินเสกสรรค์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า ที่ผ่านมากัญชาคือยาเสพติดให้โทษและต้องโทษ ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีงานวิจัยหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์มากพอ &amp;nbsp;ผนวกกับโฆษณาชวนเชื่อในสรรพคุณว่ากัญชาคือยาวิเศษ ทำให้เกิดความสับสนทั้งด้านการใช้อย่างปลอดภัย และการปลูกแบบถูกกฎหมาย รวมไปถึงการแปรรูป ที่ให้ผลทางการแพทย์อย่างแท้จริง ฯลฯ ทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงร่วมมือกับพันธมิตรจัดงานประชุมเสวนาวิชาการขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องกัญชาแก่สังคมแบบครบทุกมิติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งทางคณะฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในการศึกษาและเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ และจัดตั้งศูนย์วิจัยกัญชา กัญชง และกระท่อมทางการแพทย์ขึ้น &amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นแห่งแรกๆ ในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ &amp;nbsp;ทางคณะฯ มีความพร้อมทั้งทางด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ และบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ เภสัชกร และกลุ่มงานแพทย์แผนไทยที่จะมาช่วยผสมผสาน ทดสอบ รวมถึงพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังทำ MOU ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนแม่สรวยเมล่อน ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ในการพัฒนาพื้นที่สวนเมล่อนบางส่วน ให้กลายเป็นแปลงปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ เพราะมีสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม &amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความสนใจมาก &amp;nbsp;และยังหวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย &amp;nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้ไปพัฒนาแปรรูปกัญชา ให้กลายเป็นยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ สร้างรายได้ให้กับชุมชนในอนาคต &amp;nbsp;นับว่าเป็นมิติใหม่ของการร่วมมือพัฒนาด้านการแพทย์และเทคโนโลยี ระหว่างสถาบันการศึกษาและพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากวิสาหกิจชุมชนแม่สรวยเมล่อนได้รับอนุญาตให้เพาะปลูก ซึ่งย้ำว่าต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผลผลิตกัญชาที่ได้ก็นำมาวิจัยร่วมกับกัญชาที่เพาะปลูกบนแปลงทดลองในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ คาดว่า 1 ปีหลังจากนี้ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา จะมียาหรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากกัญชาไว้ใช้รักษาผู้ป่วยได้&amp;rdquo; รศ.ดร.บุญมีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ราชบัณฑิตประจำสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา แสดงทัศนะเกี่ยวกับการใช้กัญชาในทางการแพทย์ในประเทศไทยว่า วิธีการที่จะช่วยให้การใช้สารสกัดจากกัญชารักษาผู้ป่วยประสบผลสำเร็จมากที่สุดคือ ต้องปลดล็อคกัญชาและกัญชงพ้นจากสถานะยาเสพติดให้โทษประเภท 5 &amp;nbsp;และควรบัญญัติให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชสมุนไพร นอกจากนี้ ควรอนุญาตให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาและกัญชงเพื่อรักษาโรคเองได้ประมาณ 5-10 ต้น เนื่องจาก มีผลวิจัยจากสหรัฐอเมริกาค้นพบว่า วิธีการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ได้ประโยชน์มากที่สุด และไม่ก่อให้เกิดการเสพติดคือการใช้แบบต้นสด ในการทำเป็นยาหรืออาหาร ซึ่งปลอดภัยกว่าการใช้แบบสารสกัด ที่มีสาร THC ที่ทำให้เกิดอาการเมามากถึงร้อยละ 30&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.สิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า อีกแนวทางหนึ่งที่อาจช่วยลดข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น คือการหันมาวิจัย พัฒนา และปลูกกัญชงให้มากขึ้น ซึ่งกัญชงมีสารที่ทำให้เมา หรือ THC ต่ำกว่าร้อยละ 1 แต่กลับมีสารที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ หรือ CBD มากถึงร้อยละ 30 ขณะที่กัญชามีสารที่เป็นประโยชน์เท่ากัน แต่มีสาร THC ในปริมาณที่มากกว่าร้อยละ 20-30 นอกจากนี้ จากการวิจัยกัญชงกับโครงการหลวงมานานถึง 10 ปี นอกจากเส้นใยและสรรพคุณทางยาที่พบแล้ว เมล็ดกัญชงยังเป็นพืชที่มีสารโอเมก้า 3 ซึ่งหากมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถเก็บเกี่ยวเมล็ดได้จำนวนมาก ไทยก็อาจมีอาหารเพื่อสุขภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้มากขึ้นอีกชนิดหนึ่งด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้จะเสนอให้ปลดล็อกกัญชาและกัญชงพ้นจากยาเสพติด แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการเปิดใช้แบบเสรี และจำเป็นต้องมีกฎหมายลูกออกมาควบคุมการใช้ เช่น เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามใช้ หรือผู้ที่หยดน้ำมันสกัดกัญชาห้ามขับรถหลังหยดเป็นต้น เพื่อลดข้อกังวลและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น&amp;rdquo; ราชบัณฑิตฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายการแพทย์ กรมการแพทย์ สธ. กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อรักษาโรคที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ เพราะไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมาวัดผลให้เป็นที่ประจักษ์ ว่าการใช้สารสกัดกัญชาที่ได้ผลทางการแพทย์ ควรใช้สายพันธุ์ไหน ในปริมาณเท่าไหร่ &amp;nbsp;และต้องใช้อย่างไรถึงปลอดภัย &amp;nbsp; การใช้จึงอยู่ในลักษณะใต้ดิน สกัดกันเอง ใช้กันเอง ทั้งๆ ที่กัญชามีหลายสายพันธุ์ และความเข้มข้นในการออกฤทธิ์ต่อโรคของแต่ละสายพันธ์ก็ไม่เท่ากัน ซึ่งในต่างประเทศมีการรายงานถึงการใช้สารสกัดจากกัญชาแล้วเสียชีวิตถึง 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ควรทำคือทำให้ถูกกฎหมาย &amp;nbsp;และควรมีหน่วยงานกลางในการวัดผลและตรวจสอบ การใช้ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชาที่ได้รับการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เพราะกัญชาไม่ได้มีแต่ด้านที่เป็นประโยชน์ แต่หากมีโทษต่อพัฒนาการทางสมองของคนที่อายุต่ำกว่า 25 ปี และที่อาจไปเร่งปฏิกิริยาของยาที่ผู้สูงอายุใช้รักษาโรคจนเกิดอันตรายต่อชีวิต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.หญิง ดร.ฐิชาลักษณ์ ณรงค์วิทย์ &amp;nbsp;อุปนายกสมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ ในฐานะ ที่ปรึกษาสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย ที่เห็นพ้องว่าประเทศไทยควรมีหน่วยงานกลาง หรือ National Agency ในการดูแลจัดการเรื่องกัญชาทั้งระบบ ตามคำแนะนำขององค์การสหประชาชาติ (UN) โดยกล่าวว่า การจัดการทางด้านกฎหมายเพื่อปลดล็อคในเรื่องนี้มีอยู่ 2-3 ทางเลือก โดยทางเลือกที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือการร่างกฎหมายพืชเสพติดเพื่อการแพทย์ฉบับใหม่ขึ้นมา และไม่แตะต้อง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งจะสามารถตั้ง Nation Agency ในกฎหมายใหม่ได้เลย &amp;nbsp;แต่จะให้เป็นในลักษณะองค์กรของภาครัฐ &amp;nbsp;กึ่งภาครัฐ หรือเอกชน รัฐบาลต้องศึกษาและตัดสินใจโดยอิงประโยชน์ของประชาชนสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในต่างประเทศเริ่มกัญชามาก่อนไทย เขาจะใช้กัญชาทางการแพทย์ก่อน แล้วขยับเป็นกัญชาเพื่อการบันเทิง แล้วจึงค่อยเป็นกัญชาทางเศรษฐกิจ ซึ่งเขาจะทำให้คนในชาติรู้และเข้าใจประโยชน์ของกัญชาก่อน โดยระยะเวลาที่ใช้จากกัญชาทางการแพทย์มาให้เพื่อการบันเทิง ส่วนใหญ่ใช้เวลามากถึง 20 ปี แต่ของไทยพอจะเริ่มเราคิดแล้วว่าจะรวยจากกัญชากันเลย โดยที่ไม่ได้มองเลยว่าพื้นที่ที่จะเพาะปลูกนั้นมีคุณภาพอย่างไร เพราะกัญชาเป็นพืชดูดสารพิษ ยิ่งกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้านที่สงครามมีฝนเหลือง ซึ่งฝนเหลืองอยู่ได้ถึง 100 ปี แล้วเอาใบมาสกัดให้กิน ให้ใช้ ตรงนี้เราก็ต้องตระหนัก รัฐบาลต้องให้ความรู้กับประชาชน&amp;rdquo; พ.ต.ท.หญิง ดร.ฐิชาลักษณ์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลูกกัญชา, มรภ.สมเด็จเจ้าพระยา, วิสาหกิจชุมชนปลูกเมล่อน แม่สรวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f4018f2c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะดวกโยธิน!กัญชาทางการแพทย์ พร้อมเปิดอบรมเกษตรกรปลูกแปรรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.61- พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการปลูกกัญชาทางแพทย์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้หน่วยงานราชการได้เปิดให้เกษตรกรเข้าไปศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติพื้นที่ปลูก&amp;nbsp;ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเป็นผู้ให้องค์ความรู้ในเรื่องการคัดเลือกสายพันธุ์กัญชา วิธีการปลูก การจัดสร้างโรงเรือน การควบคุมอุณหภูมิ การควบคุมการเจริญเติบโตของต้นกัญชา รวมทั้งข้อควรระวังในประเด็นที่อาจจะมีการลักลอบนำผลผลิตกัญชาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ในระหว่างนี้เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถเข้าไปติดต่อเพื่อเข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อมได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการนำมาใช้ทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก รวมทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน จะกำหนดให้มีการขออนุญาตเป็นรายๆไปเพื่อแปรรูปออกมาในสูตรยาประเภทต่างๆ ซึ่งจะต้องวางแผนให้ชัดเจนทั้งในด้านการปลูกและการแปรรูปโดยจะเริ่มต้นจากกำหนดปริมาณผู้ป่วยที่ต้องการถึงยา จากนั้นจึงจะนำมาคำนวณเพื่อกำหนดปริมาณการแปรรูปและนำไปคำนวณพื้นที่เพาะปลูกายใต้การควบคุม&amp;nbsp;โดยกัญชาผิดสายพันธุ์และกัญชาส่วนเกินจะถูกทำลายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ระหว่างนี้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ในทันทีที่กฎหมายกัญชาผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และมีผลบังคับใช้คาดว่าภายในเดือน ม.ค. 62 จะเห็นความชัดเจนของพื้นที่ปลูก การแปรรูป และการนำยากัญชาไปใช้รักษาในผู้ป่วยโรคต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ดังนั้นขอให้ผู้ที่เป็นกังวลในเรื่องดังกล่าวสบายใจได้ว่า ทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานรัฐและผลประโยชน์จะเป็นของประเทศและคนไทยทั้งหมด ส่วนปัญหาเรื่องการยื่นขอสิทธิบัตรของภาคส่วนต่างๆนั้นทางกระทรวงพาณิชย์จะมีความชัดเจนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ด้วยเช่นกัน&amp;quot; พล.อ.อ.ประจิน ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24949</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กัญชาทางการแพทย์, ที่ประชุม สนช., ปลูกกัญชา, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, สิทธิบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2cffb1d2c91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อกกัญชาไฟลามทุ่ง&#039;ผู้ช่วยบิ๊กป้อม&#039;ชงปลูกแทนปาล์มกิโลละหมื่นสอง-คนใต้จะพ้นความยากจนทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.61 - นายไพศาล พืชมงคล &amp;nbsp;กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Paisal Puechmongkol ระบุว่ากระแสความเรียกร้องต้องการ ให้ปลดล็อกกัญชากัญชงและกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติด ขยายลาม ไปทั่วทุกสถาบันการศึกษา ทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกายไฟน้อยไหม้ลามทุ่งได้!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จักเผาผลาญขบวนการขายชาติให้วินาศเป็นจุณไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปสช ประชุมวิชาการที่ มข &amp;quot;การเตรียมการและการรับมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยเพื่อการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์ที่ 30พฤศจิกายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ ห้องประชุม 3214 ชั้น 2 อาคาร 3 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น / CPE ประมาณ 5.5 หน่วยกิจ ไม่มีค่าลงทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพศาล โพสต์ด้วยว่า รัฐบาลมาเลเซีย ปรีชาสามารถและวิสัยทัศน์ไกลมาก! ทันทีที่รู้ว่า น้ำมันปาล์ม ก่อให้เกิดสารพิษ ที่เป็นอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นต้นตอทั้งโรคเบาหวาน ความดัน และอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงดำเนินการ ให้เกษตรกร เปลี่ยนการปลูกปาล์มมาปลูกทุเรียน ซึ่งมีราคาดีกว่าหลายเท่าและตลาดต้องการไม่อั้น ส่วนประเทศไทยของเรา จะเอาอย่างไรกัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมมีอำนาจ ผมจะให้ยกเลิกการปลูกปาล์ม และโค่นทิ้งให้หมด และส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกกัญชา เพื่อการส่งออก ไปยังประเทศที่เขาปลดล็อคกัญชาแล้ว ก็จะได้ ราคากิโลกรัมละ 12,000 บาท ดีกว่าปลูกปาล์ม ซึ่งขณะนี้ เหลือกิโลกรัมละไม่กี่บาท และกำลังหมดอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสอบถามพี่น้องชาวสวนปาล์มแล้ว ได้รับคำตอบว่า ถ้าให้ปลูกกัญชาแทนปาล์ม ก็จะได้ผลภายในไม่กี่เดือน รัฐบาลไม่ต้องเสียเงิน ไปช่วยเหลืออื่นๆอีกเลย คนใต้จะพ้นจากความยากจนทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเกษตรกรสวนปาล์มจึงต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรีบด่วน และอย่างถูกต้องด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22958</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ปลดล็อกกัญชา, ปลูกกัญชา, ปลูกกัญชาแทนปาล์ม, สกัดกัญชาทำยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180617/image_mid_5b25d56bc63fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
