<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อ จ.ชุมพร จับมือสหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาลหนุนเกษตรกรผลิตกาแฟคั่ว-พัฒนาคุณภาพทุเรียนส่งออกปีนี้ 15,000 ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อและผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาลร่วมกันสนับสนุนเกษตรกรปลูกกาแฟผลิตกาแฟคั่วขายได้ราคาดีกว่าขายเมล็ดตากแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ชุมพร / สภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร&amp;nbsp; จับมือสหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาลสนับสนุนเกษตรกรนำกาแฟที่ปลูกมาผลิตเป็นการแฟคั่ว-บดส่งขายเพิ่มรายได้จากเดิมที่ขายให้พ่อค้านำส่งโรงงาน&amp;nbsp; พร้อมทั้งเตรียมแผนขยายการผลิต&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพทุเรียนเพื่อให้ได้มาตรฐาน GAP หรือ &amp;lsquo;การผลิตทางเกษตรที่ดีและเหมาะสม&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีเกษตรกรในตำบลที่ได้การรับรองมาตรการกว่า 1,000 ราย&amp;nbsp; ด้านบริษัทส่งออกทุเรียนทำ MOU รับซื้อทุเรียนจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจีนในปีนี้ 15,000 ตัน&amp;nbsp; มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำบลรับร่อ&amp;nbsp; อ.ท่าแซะ&amp;nbsp; จ.ชุมพร&amp;nbsp; มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 368&amp;nbsp; ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp; สภาพพื้นที่เป็นที่ราบสลับภูเขา&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; โดยมีพืชเศรษฐกิจสำคัญคือ&amp;nbsp; ทุเรียน&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp; ยางพารา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 23&amp;nbsp; หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 4,545&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 13,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเนื่องจากชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน&amp;nbsp; เพราะที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือ&amp;nbsp; เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ด้านทิศใต้ (ประกาศเมื่อ 6 กันยายน 2537)&amp;nbsp; และป่าสงานแห่งชาติป่ารับร่อ-สลุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สภาพพื้นที่ตำบลรับร่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนหนุนเกษตรกรผลิตกาแฟคั่วมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นายบรรเลง&amp;nbsp; ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า สภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อจัดตั้งเมื่อปี 2552 &amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกที่ร่วมจัดตั้งประมาณ 50 กลุ่ม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อมีบทบาทในการรวบรวมสมาชิกกลุ่มต่างๆ มาร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินในตำบล&amp;nbsp; เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเพราะทางราชการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ตั้งแต่ปี 2537 โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้สภาฯ ยังมีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพสหกรณ์&amp;nbsp; โดยร่วมกับสหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาล&amp;nbsp; จำกัด ส่งเสริมให้ชาวบ้านที่ปลูกกาแฟผลิตกาแฟคั่วบรรจุถุงขาย &amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp; ไม่ต้องขายเมล็ดกาแฟแห้งให้กับพ่อค้าเหมือนแต่ก่อน&amp;nbsp; เพราะหากขายเมล็ดกาแฟแห้งจะได้ราคาประมาณกิโลกรัมละ 60 บาท&amp;nbsp; แต่เมื่อนำมาคั่วจะขายได้ประมาณ 400-500 บาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายบรรเลงบอกถึงบทบาทของสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; เกษตรกรในตำบลรับร่อจะปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้าเป็นอาชีพหลัก&amp;nbsp; มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกันประมาณ 60,000 ไร่&amp;nbsp; ในช่วงที่กาแฟมีราคาดี&amp;nbsp; ราคารับซื้อเมล็ดกาแฟตากแห้งที่สีเอาเปลือกออกแล้วหรือ &amp;lsquo;กาแฟสาร&amp;rsquo; เคยสูงถึงกิโลฯ ละ 125 บาท&amp;nbsp; แต่เมื่อกาแฟราคาตกต่ำ&amp;nbsp; และทุเรียนมีราคาดีในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; เกษตรกรจึงหันไปปลูกทุเรียนกันมาก&amp;nbsp; พื้นที่ปลูกกาแฟทั้งตำบลลดลงเหลือประมาณ 10,000 ไร่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การผลิตกาแฟด้วยเครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่กาแฟราคาตก&amp;nbsp; ตอนแรกสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านเอากาแฟสารมาคั่วและบดเพื่อชงกินเองก่อน&amp;nbsp; ไม่ต้องไปซื้อกาแฟสำเร็จรูป&amp;nbsp; โดยใช้การคั่วด้วยมือ&amp;nbsp; ใช้เตาถ่านหรือเตาแก๊สที่บ้านนั่นแหละ&amp;nbsp; ใครไม่มีที่บด ก็ใช้ครกเอาตำแล้วเก็บใส่ขวดเอาไว้กิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2558 สหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาลจึงเข้ามารับซื้อกาแฟสารจากชาวบ้านแล้วนำมาผลิตเป็นเมล็ดกาแฟคั่วบรรจุถุงออกขาย&amp;nbsp; ตอนแรกใช้ชื่อยี่ห้อ &amp;lsquo;พันวาล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;กาแฟเปิดใจ&amp;rsquo; ซึ่งมาจากชื่อ &amp;lsquo;ผาเปิดใจ&amp;rsquo; แหล่งท่องเที่ยวของตำบล&amp;nbsp; เพื่อเชื่อมโยงและประชาสัมพันธ์ของดีของตำบล&amp;rdquo; รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อบอกถึงที่มาของกาแฟเปิดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;lsquo;กาแฟเปิดใจ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผลกำไรคืนสู่สมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นายธนัช&amp;nbsp; แก้วกุล &amp;nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาล จำกัด&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สหกรณ์ฯ ตั้งมาตั้งแต่ปี 2545 &amp;nbsp;(ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 740 ราย) ช่วงแรกสหกรณ์จะมีบทบาทในการรวบรวมเมล็ดกาแฟสารจากสมาชิกไปส่งบริษัทผลิตกาแฟและพ่อค้าเพื่อให้มีอำนาจต่อรองเรื่องราคา&amp;nbsp; ต่อมาได้ขยายไปรับซื้อผลปาล์มและทุเรียน&amp;nbsp; และจัดหาปุ๋ย&amp;nbsp; สารบำรุงพืช&amp;nbsp; ยากำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp; และอุปกรณ์การเกษตรให้แก่สมาชิก ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนการส่งเสริมการแปรรูปกาแฟนั้น&amp;nbsp; เราเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558&amp;nbsp; ตอนแรกชาวบ้านก็จะคั่วด้วยมือ&amp;nbsp; แล้วเอาเมล็ดกาแฟคั่วมาส่งที่สหกรณ์ฯ เพื่อบรรจุถุงจำหน่าย&amp;nbsp; ต่อมาในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; สหกรณ์ฯ ได้รับการสนับสนุนเครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็กจากกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงนำมาผลิตกาแฟคั่ว&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่ของสหกรณ์ผลิตกาแฟคั่วแบบเมล็ดและกาแฟคั่วบดออกจำหน่าย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประธานสหกรณ์ฯ บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;ปัจจุบันกาแฟเปิดใจผลิตกาแฟตามคำสั่งซื้อจากลูกค้าทางออนไลน์&amp;nbsp; และวางจำหน่ายที่สหกรณ์ฯ&amp;nbsp; มีกาแฟคั่วชนิดบดและไม่บด&amp;nbsp; ถุงขนาด 200&amp;nbsp; กรัม&amp;nbsp; ราคา 100 บาท&amp;nbsp; ขนาด 500 กรัมราคา 200 บาท&amp;nbsp; กาแฟดริป&amp;nbsp; 1 กล่อง 10 ซอง&amp;nbsp; ราคา 180 บาท&amp;nbsp; และชาดอกกาแฟ&amp;nbsp; 20 ซอง&amp;nbsp; ราคา 180 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;ทั้งนี้สหกรณ์ฯ มีสมาชิกที่ปลูกกาแฟประมาณ&amp;nbsp; 200 ราย&amp;nbsp; มีผลผลิตทั้งปีประมาณ 110 ตัน&amp;nbsp; สหกรณ์จะรับซื้อจากสมาชิกเพื่อขายต่อให้โรงงานราคาประมาณกิโลฯ ละ 66-68 บาท&amp;nbsp; และบางส่วนนำมาผลิตเป็นกาแฟคั่วบรรจุถุงจำหน่าย&amp;nbsp; ส่วนผลกำไรจะนำมาปันผลคืนให้แก่สมาชิกในช่วงปลายปี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;ส่วนสมาชิกจะสหกรณ์จะต้องออมเงินเข้าสหกรณ์ขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท&amp;nbsp; สามารถกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพได้สูงสุด 50,000 บาท&amp;nbsp; สมาชิกเมื่อเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือ 50,000 บาท&amp;nbsp; ปัจจุบันสหกรณ์มีเงินหมุนเวียนประมาณ 15 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นายบรรเลง &amp;nbsp;รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อกล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; กาแฟโรบัสต้าที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดชุมพรถือว่ามีคุณภาพสูง&amp;nbsp; โดยเฉพาะที่ตำบลรับร่อ&amp;nbsp; เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 400 เมตร&amp;nbsp; ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทยทำให้ผืนดินมีความสมบูรณ์&amp;nbsp; กาแฟเติบโตได้ดี&amp;nbsp; มีคุณภาพสูง&amp;nbsp; รสชาติเข้มข้น&amp;nbsp; มีกลิ่นหอม&amp;nbsp; โดยเฉพาะกาแฟดริปในแต่ละซองจะใส่เมล็ดกาแฟสุกหรือกาแฟเชอร์รี่คั่วมือ 1 เมล็ด&amp;nbsp; นำมาเคี้ยวก่อนดื่มจะให้กลิ่นหอม&amp;nbsp; เมื่อดื่มกาแฟจะได้รสชาติของกาแฟโรบัสต้าอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังมีชาดอกกาแฟจำหน่าย&amp;nbsp; หนึ่งปีจะเก็บดอกกาแฟได้เพียง 3 วัน&amp;nbsp; นำมาทำเป็นชา&amp;nbsp; มีกลิ่นหอม&amp;nbsp; และรสชาติหวานเล็กน้อยเพราะมีผึ้งช่วยผสมเกษร&amp;nbsp; มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด&amp;nbsp; และบำรุงหัวใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายบรรเลงบอกถึงสรรพคุณ&amp;nbsp; และบอกถึงแผนงานต่อไปว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ และสหกรณ์ฯ วางแผนร่วมกันที่จะขยายการผลิตกาแฟคั่ว&amp;nbsp; เพราะมีลูกค้าสั่งซื้อมากขึ้น&amp;nbsp; แต่เครื่องคั่วกาแฟยังมีขนาดเล็ก&amp;nbsp; สามารถคั่วได้ครั้งละประมาณ 1 กิโลกรัม&amp;nbsp; ดังนั้นจึงมีแผนขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;บรรเลง&amp;nbsp; ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp; รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อ (ที่ 2 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;พัฒนาคุณภาพทุเรียนเพื่อส่งออก-บริษัทรับซื้อส่งจีนปีนี้ 15,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นายบรรเลง&amp;nbsp; รองประธาสภาองค์กรชุมชนตำบลรับร่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; บอกถึงแผนงานการส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพว่า&amp;nbsp; ตำบลรับร่อขณะนี้มีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ&amp;nbsp; 30,000 ไร่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกทุเรียนหมอนทองเพราะตลาดมีความต้องการสูง&amp;nbsp; ผลผลิตประมาณปีละ&amp;nbsp; 20,000 ตัน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลฯ จึงร่วมกับ อบต.&amp;nbsp; สหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาล&amp;nbsp; เกษตรอำเภอท่าแซะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนพัฒนาคุณภาพการปลูกเพื่อให้ได้มาตรฐานรับรอง GAP หรือการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (Good Agriculture Practices) &amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; โดยเริ่มจัดอบรมเกษตรกรเพื่อขึ้นทะเบียน GAP ตั้งแต่ปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ทุเรียนรุ่นแรกในตำบลรับร่อปลูกหลังจากเกิดพายุเกย์ในปี 2532 &amp;nbsp;ปัจจุบันมีอายุประมาณ 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานที่กำหนด &amp;nbsp;ได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุนและขบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค &amp;nbsp;มีการใช้ทรัพยากรที่เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความยั่งยืนทางการเกษตรและไม่ทำให้เกิดมลพิษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; แหล่งน้ำและพื้นที่ปลูกจะต้องไม่มีสารปนเปื้อนวัตถุอันตราย &amp;nbsp;ห้ามใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนห้ามใช้&amp;nbsp; ต้องบันทึกข้อมูลตามแบบบันทึกข้อมูล &amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะที่เหมาะสม &amp;nbsp;ไม่ตัดทุเรียนอ่อนมาขาย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรในตำบลรับร่อที่ปลูกทุเรียนที่ได้การรับรอง GAP แล้วกว่า 1,000 ราย&amp;nbsp; โดยเกษตรกรที่ได้รับการรับรอง GAP&amp;nbsp; จะทำให้มีช่องทางในการขายทุเรียนไปทั่วโลก&amp;nbsp; เพราะมีมาตรฐาน GAP รองรับ&amp;nbsp; และทำให้ขายทุเรียนได้ราคาสูงขึ้นด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายบรรเลงบอกถึงข้อดีของ GAP&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ทุเรียนที่ตำบลรับร่อกำลังออกดอก&amp;nbsp; บางส่วนเริ่มติดผล&amp;nbsp; จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นายธนัช&amp;nbsp; แก้วกุล &amp;nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านพันวาล จำกัด&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; สหกรณ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงหรือ MOU กับบริษัทศิริมงคล&amp;nbsp; คอร์เปอร์เรท&amp;nbsp; กรุ๊ป&amp;nbsp; จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกทุเรียนและสินค้าต่างๆ ของคนไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเป็นประธาน&amp;nbsp; เพื่อให้สหกรณ์รวบรวมทุเรียนที่ได้รับมาตรฐาน GAP ส่งขายให้บริษัทในปีนี้จำนวน 15,000 ตัน&amp;nbsp; ในราคารับซื้อเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 บาท&amp;nbsp; หรือมีมูลค่าทั้งหมดประมาณ 1,500 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยสหกรณ์จะได้รับเงินค่าส่วนต่างจำนวน 1 บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp; หรือคิดเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 15 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้เริ่มส่งทุเรียนให้บริษัทแล้วประมาณ 20 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;ขณะที่ นายอวยพร&amp;nbsp; มีเพียร &amp;nbsp;นายก อบต.รับร่อ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ในจังหวัดชุมพรมีพ่อค้าชาวจีนหรือ &amp;ldquo;ล้งจีน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เกือบร้อยรายมาเปิดโกดังรับซื้อทุเรียนเพื่อส่งออกไปประเทศจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเสียของล้งจีนเหล่านี้คือ&amp;nbsp; เมื่อมีทุนมากก็จะกว้านซื้อทุเรียนจากชาวสวนได้ในปริมาณมาก&amp;nbsp; และสามารถควบคุมหรือกดราคารับซื้อทุเรียนจากชาวสวนได้ง่าย&amp;nbsp; บางครั้งก็ซื้อทุเรียนที่ไม่มีคุณภาพและทุเรียนอ่อนส่งไปขายด้วย&amp;nbsp; ทำให้เกิดผลเสียต่อเกษตรกร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายก อบต.รับร่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; อบต.รับร่อและสภาองค์กรชุมชนตำบลจึงร่วมกันสร้างความเข้าใจกับชาวสวนทุเรียนในตำบลรับร่อว่า&amp;nbsp; ไม่ควรจะขายทุเรียนให้กับพ่อค้าจีน&amp;nbsp; เพราะต่อไปหากตลาดรับซื้ออยู่ในมือของพ่อค้าจีนทั้งหมด&amp;nbsp; พวกเขาก็จะรวมหัวกันกดราคารับซื้อจากชาวสวนได้&amp;nbsp; ดังนั้นชาวสวนทุเรียนควรจะขายทุเรียนให้พ่อค้าไทย&amp;nbsp; และต้องปลูกทุเรียนให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; ให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; ก็จะขายทุเรียนได้ราคา&amp;nbsp; และสามารถส่งออกไปขายได้ทั่วโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายก อบต.รับร่อกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : เรื่องและภาพโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชุมพร, ปลูกกาแฟ, พอช, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061b01e8638e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
