<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมการเกษตร วอนเกษตรกรหน้าแล้งนี้งดปลูกข้าวรอบที่ 3 เสี่ยงเสียหาย 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรขอความร่วมมือเกษตรกรในพื้นที่ 28 จังหวัด งดปลูกข้าวรอบที่ 3 (นาปรังรอบที่ 2) เนื่องจากปีที่ผ่านมามีฝนตกน้อย ทำให้บางพื้นที่มีสภาพแล้งถึงแล้งจัด อาจส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกเสียหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ 14 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคเหนือซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาประสบปัญหาฝนตกน้อยกว่าปกติ ทำให้ประสบปัญหาภัยแล้งถึงแล้งจัด ทำให้อ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่มีปริมาณน้ำคงเหลือน้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง หลายพื้นที่จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวบ้างแล้ว ซึ่งหากมีการปลูกข้าวอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 ของปี (นาปรังรอบที่ 2) จะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่จะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนเพียงพอ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เกษตรกรไม่ควรให้นำน้ำมาใช้ในการปลูกข้าวโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศน์จากภาวะน้ำเค็มรุกท้ายลุ่มเจ้าพระยา และในท้ายที่สุดต้นข้าวจะยืนต้นตายจากการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอความร่วมมือ เกษตรกรในพื้นที่ 28 จังหวัดให้งดปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 เด็ดขาด ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 14 จังหวัด (พื้นที่เน้นหนักในการขอความร่วมมือให้งดปลูก) ได้แก่ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม สมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ 14 จังหวัด ได้แก่&amp;nbsp; จังหวัดเชียงราย น่าน ลำพูน บึงกาฬ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ราชบุรี ระยอง สระแก้ว ชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเกษตรกรควรพักนาและไถกลบฟางข้าวเพื่อเป็นปุ๋ย หรือเลือกปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทน อีกทั้งหากมีการปลูกข้าวในช่วงนี้จะทำให้เกษตรกรประสบปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชเข้าทำลายได้ โดยศัตรูและโรคพืชที่สำคัญ มี 3 ชนิด คือ 1.โรคไหม้ข้าว 2. เพลี้ยไฟ 3. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายกิตติพันธ์ จันทาศรี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การงดปลูกข้าวก่อให้เกิดประโยชน์ด้านดีหลายด้าน ได้แก่ &amp;nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงที่จะขาดทุน ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาพรวมของประเทศ เป็นการพักดินเพื่อลดปัญหาการสะสมของโรคและแมลงศัตรูข้าว ปลูกพืชปุ๋ยสดทดแทนจะช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิตด้านการใช้ปุ๋ยในฤดูกาลผลิตถัดไปได้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้เพิ่มเติมด้านการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่เกษตรกร จำนวน 50 จังหวัดพร้อมแผนอบรมให้ความรู้ด้านการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรต้นแบบ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป ในกรณีที่เกษตรกรมีแหล่งน้ำของตนเองหรือแหล่งน้ำอื่น ๆ ที่ประเมินแล้วว่าเพียงพอต่อการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เกษตรกรสามารถเลือกปลูกพืชที่มีตลาดรองรับใน กลุ่มพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองฝักสด และถั่วลิสง กลุ่มพืชสมุนไพร เช่น อัญชัน ตะไคร้ กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดาวเรืองตัดดอก และอโกลนีมา และ กลุ่มพืชผัก เช่น ตระกูลกะหล่ำ ตระกูลแตง ตระกูลถั่ว ตระกูลมะเขือ ผักกินใบ พืชหัว กระเจี๊ยบเขียว ข้าวโพดฝักสด และเห็ด เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ, การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร, การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร, นายกิตติพันธ์ จันทาศรี, นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง, ปลูกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049a626c5f62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรรพากรพิจิตรปัดข่าวลือเก็บภาษีชาวนาปลูกข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61-นายสุเทพ &amp;nbsp;ชาญณรงค์ สรรพากรพื้นที่พิจิตร กล่าวถึงกรณีมีข่าวลือลือกรมสรรพากรจะเก็บภาษีเงินได้จากชาวนาที่ทำนาปลูกข้าวว่า ไม่เป็นความจริง เรื่องที่มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน ( ฉบับที่ 629 ) พ.ศ.2560 &amp;nbsp;ในมาตรา 8 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 8 ) ในหลายหัวข้อที่ ก่อนหน้านี้กฎหมายได้กำหนดยอมให้เลือกหักค่าใช้จ่ายโดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้ ก.ให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร(หักตามความเป็นจริงของกิจการ) ซึ่งต้องมีใบเสร็จเป็นหลักฐาน หรือ ข.ให้หักค่าใช้จ่ายเหมาได้80%&amp;quot;ส่วนตั้งแต่ปีภาษี2560 ก็กำหนดให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้สองวิธีเหมือนเดิมแต่ค่าใช้จ่ายเหมาให้หักเหมาได้60%เท่านั้น ซึ่งถ้าพิเคราะห์จากเจตนาของกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของผู้มีรายได้ทั้งรายเล็กและรายใหญ่เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีนำเงินมาพัฒนาประเทศชาติรวมถึงการบริการสาธารณะ สาธารณูปโภค ความเป็นอยู่ของคนในชาติ ดังนั้นเรื่องการเสียภาษีในอนาคตของผู้ประกอบการที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา2560 ตาม มาตรา 8 ที่มี 43 รายการ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในเชิงธุรกิจเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นจึงขอชี้แจงถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนา ว่าด้วยเรื่องการยกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้จากชาวนาที่มีบัญญัติไว้ตามประมวลรัษฎากรที่เขียนไว้เมื่อปี พ.ศ. 2496 ว่า เงินได้ของชาวนาที่ได้จากการขายข้าวอันเกิดจากการกสิกรรมที่ตนและหรือครอบครัวได้ทำเอง ( ไม่ใช่นายทุนหรือเจ้าของฟาร์มที่ไม่ได้ทำเอง ) ไม่ต้องเสียภาษี &amp;nbsp;แต่ถ้าหากมีการทำนา ปลูกข้าว หรือขายเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือทำธุรกิจข้าวถุงขายในรูปแบบฟาร์มขนาดใหญ่หรือในรูปแบบบริษัทที่เป็นนิติบุคคลใช้คนงาน ใช้เครื่องจักร แบบนี้ต้องเสียภาษีเงินได้ &amp;nbsp;โดยสรุป นายสุเทพ &amp;nbsp;ชาญณรงค์ สรรพากรพื้นที่พิจิตร กล่าวยืนยันว่า สรรพากรพื้นที่จังหวัดพิจิตร ทุกวันนี้ยังไม่เคยเรียกเก็บภาษีจากชาวนาที่ทำนาปลูกข้าวด้วยตนเองและหรือครอบครัวเลยแม้แต่รายเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรรพากรพื้นที่พิจิตร กล่าวว่า หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอต่างๆ หรือ สอบถามโดยตรงได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานสรรพากรพื้นที่พิจิตร โทร 056-611165 ในวันและเวลาราชการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ปลูกข้าว, พิจิตร, สรรพากร, เกษตรกร, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67ae4ab443d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ แจ้งเกษตรกรรีบขึ้นทะเบียนเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พาณิชย์&amp;quot;แจ้งเตือนเกษตรกร รีบขึ้นทะเบียนเกษตรกร หวั่นไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ หลังเตรียมเสนอ นบข. อนุมัติมาตรการช่วยเหลือด้านการผลิตและการตลาด ภายใน 11 ก.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.61 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ขอแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวที่มีอยู่ประมาณ 4 ล้านครัวเรือน ให้รีบแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากที่ทำการเพาะปลูกข้าวภายใน 15 วัน และไม่เกิน 60 วัน เพื่อให้สามารถยังคงได้รับสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ทั้งการช่วยเหลือด้านการผลิตและการตลาด หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2561/62 ให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาในวันที่ 11 ก.ค.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปีที่แล้ว มีเกษตรกรแจ้งขึ้นทะเบียน 4 ล้านครัวเรือน แต่ปีนี้ เพิ่งแจ้งขึ้นทะเบียนไปแค่ 5.4 แสนครัวเรือน ซึ่งถือว่าน้อยมาก และภาครัฐไม่รู้ว่าเกษตรกรปลูกข้าวอะไรไปบ้าง ปลูกที่ไหน ทำให้ไม่สามารถวางแผนการช่วยเหลือได้ถูกต้อง จึงขอให้เกษตรกรที่ปลูกลงมือปลูกข้าวแล้ว ให้รีบไปแจ้งขึ้นทะเบียนกับเกษตรอำเภอ หรือเกษตรจังหวัดโดยด่วน เพราะถ้าไม่แจ้ง เวลามีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐออกมา ก็จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งเกษตรกรจะเสียประโยชน์เอง&amp;quot;น.ส.ชุติมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการประชุม นบข. มาตรการช่วยเหลือที่จะเสนอส่วนใหญ่เป็นมาตรการที่คล้ายกับปีการผลิต 2560/61 เช่น การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้เกษตรกร ไร่ละ 1,200 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ หรือไม่เกิน 12,000 บาท , สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยจะได้ค่าเก็บรักษาข้าวเปลือกตันละ 1,500 บาท , สินเชื่อให้สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมหรือแปรรูปข้าว , ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในการเก็บสต๊อก , การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก , การเชื่อมโยงตลาดข้าว เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12085</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นบข., ปลูกข้าว, พาณิชย์, เกษตรกร, เพาะปลูกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาชัยนาทถือฤกษ์ดีหว่านข้าววันพืชมงคล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในจังหวัดชัยนาทส่วนใหญ่ยังคงถือฤกษ์ดีในวันพืชมงคล &amp;nbsp; เป็นวันแรกของการเริ่มต้นฤดูทำนาปี &amp;nbsp;โดยได้ทำการไถนาและหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงแปลงนา ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ว่าหากเริ่มหว่านเมล็ดข้าวในวันนี้ จะทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตงอกงาม และให้ได้ผลผลิตดี &amp;nbsp;ส่วนชาวนาที่ไม่ได้ถือฤกษ์ดีวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นทำนา เพราะได้ลงมือทำนาไปแล้วก่อนหน้านี้ &amp;nbsp; หลังจากกรมชลประทานปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ไปให้เพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา &amp;nbsp;แต่ได้เฝ้ารอฟังคำพยากรณ์ของโหรหลวง ในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ว่าคำพยากรณ์ในเรื่องการเพาะปลูกจะเป็นอย่างไร จะได้ใช้เป็นแนวทางในการดูแลนาข้าว เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโต และให้ผลผลิตออกมาดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภานุวัฒน์ ม่วงไข่ อายุ 40 ปี ชาวนา อ.เมืองชัยนาท กล่าวว่า &amp;nbsp;ชาวนารุ่นก่อน จะถือฤกษ์ดีในวันพืชมงคล เป็นวันแรกของการเริ่มต้นทำนา และจะเริ่มหว่านข้าวลงแปลงนาในวันนี้ เพราะถือว่าเป็นสิริมงคล &amp;nbsp;แต่พอมาถึงชาวนารุ่นนี้ บางครั้งไม่สามารถถือฤกษ์ดีปลูกข้าวในวันพืชมงคลได้ เพราะสถานการณ์น้ำเข้ามาบีบบังคับ &amp;nbsp;การเพาะปลูกจึงต้องเป็นไปตามสถานการณ์น้ำที่มี &amp;nbsp;บางครั้งจึงต้องลงมือปลูกข้าวก่อน หรือหลังวันพืชมงคล&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวนาจะคอยรับฟังคำทำนายในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ &amp;nbsp;เพื่อจะได้นำมาเป็นแนวทางในการดูแลนาข้าวให้ได้ผลผลิตออกมาดีที่สุด จะได้เก็บเกี่ยวไปขายได้&amp;quot;ชาวนา อ.เมืองชัยนาทกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี2561 พระโคพอ&amp;nbsp;


bnk789 และ พระโคเพียง ได้กินน้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคได้กินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศจะดีขึ้น&amp;nbsp;


save168 เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง ส่วนการเสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกายของพระยาแรกนาปี2561 หยิบได้ผ้าหกคืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ชาวนา, ทำนา, ทำนาย, ปลูกข้าว, พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af901fe550bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
