<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งตั้งฉก.ตรวจรถควันดำ พท.รุมยำแก้ปัญหาล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝุ่นพิษเมืองกรุงยังพุ่งสูง พบพื้นที่ริมถนนสามเสนถึงระดับสีแดงมีผลต่อสุขภาพ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง ขรก.เร่งชี้แจง ปชช. พร้อมคุมเข้มบังคับใช้ กม.จราจร &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; กำชับขนส่งตั้ง ฉก.ตรวจรถยนต์ทั่วปท. พบรถควันดำ 29 คัน ออกใบเตือน 127 คัน &amp;quot;พท.&amp;quot; รุมขย่มรัฐบาลแก้ปัญหาเหลว จี้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลาออก &amp;quot;เกศปรียา&amp;quot; โผล่เสนอใช้ไอเดีย &amp;quot;แม้ว&amp;quot; ปลูกต้นไม้เพิ่มความชุ่มชื้นลดฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศเวลา 15.00 น. พบว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 47-95 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 &amp;nbsp;มคก./ลบ.ม) โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่จากช่วงเที่ยง โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) 1 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณริมถนนสามเสน เขตพระนคร และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 51 พื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด ซึ่ง คพ.ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง งดใช้รถควันดำอย่างเด็ดขาด และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งมวลชน&amp;quot; กรมควบคุมมลพิษระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จ.นราธิวาสที่เข้าร่วมโครงการ &amp;quot;รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้&amp;quot; ถึงปัญหาฝุ่นละอองว่า ทุกอย่างบนโลกใบนี้พระเจ้าหรือใครก็ตามได้สร้างมาให้แล้ว แต่สิ่งที่ทำลายคือมนุษย์ที่ทำลายอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ปัญหา PM2.5 ภาคใต้ไม่ค่อยมีปัญหาหนักเหมือนที่อื่น ที่ภาคอื่นหนักหน่อยเพราะมีปัญหาเรื่องการจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พูดถึงปัญหา PM2.5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผมพูดแล้วพูดอีก คนฟังไม่อยากฟังเพราะน่าเบื่อ &amp;nbsp;วันนี้ถ้าค่า PM2.5 เกิน 50 ต้องสวมหน้ากาก ข้าราชการต้องชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้เรื่องการจราจรดีขึ้น พอเราใช้กฎหมายเข้ม รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ก็โดนอีก ใช้ก็โดนไม่ใช้ก็โดน &amp;nbsp;แต่เราจะเลือกปฏิบัติไม่ได้เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับทุกเรื่อง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) กล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยกรมการขนส่งทางบกเข้มงวดกวดขันรถทุกประเภทไม่ให้มีควันดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมทั้งยังให้บูรณาการร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจัดชุดผู้ตรวจการขนส่งเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว ออกตั้งจุดตรวจวัดควันดำรถบนท้องถนนบริเวณที่มีค่า PM2.5 สูงทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชุดผู้ตรวจการขนส่งเฉพาะกิจจะมี 16 ชุด ตั้งด่านตรวจจับรถบรรทุกและรถโดยสารที่มีค่าควันดำเกินกว่าที่กฎหมาย กำหนดบนถนนสายหลักและสายรองในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อสกัดรถควันดำและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ส่วนสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศเข้มงวดตรวจวัดควันดำรถบนถนนสายหลักและสายรอง&amp;quot; นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กรมการขนส่งทางบกจัดชุดตรวจสอบรถยนต์ในเขตกรุงเทพฯ ตรวจวัดควันดำจำนวน &amp;nbsp;304 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนดและออกใบเตือน 2 คัน ส่วนของสำนักงานขนส่งจังหวัด (สขจ.) 15 &amp;nbsp;จังหวัดรอบกรุงเทพฯ ที่เป็นเส้นทางเข้าสู่เมืองหลวง ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สมุทรสาคร, &amp;nbsp;สมุทรสงคราม, สมุทรปราการ, ราชบุรี, เพชรบุรี, ฉะเชิงเทรา, นครปฐม, นนทบุรี, สุพรรณบุรี, ปทุมธานี, &amp;nbsp;นครนายก, ชลบุรี, สระบุรี ตรวจวัดควันดำจำนวน 784 คัน พบรถควันดำ (พ่นห้ามใช้ฯ) จำนวน 5 คัน &amp;nbsp;ออกใบเตือนจำนวน 47 คัน นอกจากนี้ในพื้นที่อีก 61 จังหวัด ตรวจวัดควันดำจำนวน 1,472 คัน พบรถควันดำจำนวน 24 คัน (พ่นห้ามใช้ฯ) และออกใบเตือนจำนวน 78 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.ได้สั่งให้สำรวจคุณภาพรถยนต์ของกรมการขนส่งทหารอากาศ (ขส.ทอ.) ทั้งหมด หากตรวจพบว่ารถมีสภาพเก่าหรือมีควันดำให้งดใช้งาน รวมทั้งยังวางมาตรการลดปัญหาจากต้นเหตุในการทำให้เกิดฝุ่น โดยสั่งการเครื่องบินทุกแบบที่ทำการบินในทุกภารกิจหากพบเห็นจุด hot spot ที่เกิดไฟป่า หรือควันไฟในพื้นที่ที่มีการเผาก็ให้รายงานเข้ามา ทอ.จะได้ประสานงานกับหน่วยที่รับผิดชอบเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้หน่วยบินเตรียมพร้อมสนับสนุนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการทำฝนหลวงหรือโปรยละอองน้ำ โดย ทอ.มีเครื่องบิน BT-67 ที่ปฏิบัติภารกิจนี้อยู่แล้ว และยังมีเครื่องบิน C-130 ที่ติดอุปกรณ์กล่องน้ำสามารถบรรทุกน้ำผสมสารกันไฟเพื่อใช้ทำแนวกันไฟป่า โดยจะทดสอบในช่วงปลายเดือนนี้เพื่อรองรับสถานการณ์ไฟป่าที่มักเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ อีกทั้ง ผบ.ทอ.ยังมีแนวทางในการใช้เทคโนโลยีของ &amp;nbsp;ทอ.เข้าแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยสั่งการในหน่วยใน ทอ.ศึกษาวิจัยเพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วย&amp;quot; โฆษก ทอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวเช่นกันว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกมอบหมายให้กรมแพทย์ทหารบกส่งชุดเวชกรรมป้องกัน ออกให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตนและการดูแลสุขภาพในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝุ่นละออง พร้อมแจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองเบื้องต้นให้ประชาชนตามชุมชนในพื้นที่ กทม.ที่มีค่าฝุ่นละอองที่ส่งผลต่อสุขภาพ โดยจะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งกองบัญชาการควบคุมไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและสภาพอากาศมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา บางจังหวัดเช่น ลําปาง น่าน แพร่ พะเยา เชียงราย คุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เริ่มจะมีผลต่อสุขภาพประชาชน โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมประชุมกับจังหวัดเพื่อเตรียมรับมือและดูแลประชาชนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษที่ประชาชนกำลังเผชิญขณะนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2562 ถึงวันนี้ไม่มีความคืบหน้าอะไร ไม่มีการแก้ปัญหาที่จริงจัง วันนี้ประชาชนตกใจและสงสัยว่าเราจะมี พล.อ.ประยุทธ์ ไว้ทำไม บางพื้นที่ใน กทม.มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานไปถึง 420 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เช่นบริเวณโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลอย่าบอกว่าไม่มีงบประมาณหรืองบบูรณาการแก้ไขปัญหา เพราะในปีงบประมาณ 2563 ในหมวดแผนงานบูรณาการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อมมีงบถึง 278 ล้านบาท บูรณาการ 6 กระทรวงจาก 3 หน่วยงาน ที่น่าสังเกตคือมีการจัดสรรงบแก้ฝุ่นไว้ใน 4 มาตรา คือ มาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม จัดสรรให้กองทัพบกกว่า 121 ล้านบาท ดังนั้นปัญหาหนักเข้า ทหารออกมาช่วยเหลือแล้วจะมาทวงบุญคุณไม่ได้ เพราะมีการจัดสรรงบให้กองทัพแล้ว ดังนั้นวันนี้คนตั้งคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เหลือสมองไว้แก้ปัญหาเรื่องฝุ่นนี้เท่าไหร่ อย่าลอยแพประชาชน อย่าปล่อยให้ต้องเผชิญปัญหาลำพัง &amp;nbsp;หากไม่มีแผนแก้ไขปัญหาก็ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไป&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีแต่การออกมาโฆษณาชวนเชื่อว่ากำลังพยายามเร่งแก้ปัญหาฝุ่นพิษ ทั้งบังคับใช้กฎหมายและสร้างการรับรู้ให้ประชาชน เพื่อชวนเชื่อว่ารัฐบาลจริงจังในการแก้ปัญหาฝุ่น แต่มาวันนี้ประชาชนกลับต้องรับกรรมจากรัฐบาลที่จ้องแต่โทษคนอื่นแต่ไม่โทษตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องฝุ่นผงแค่นี้ยังแก้ไม่ได้แล้วจะไปหวังอะไรที่ยากกว่านี้กับรัฐบาล อยากให้รัฐบาลทำงานจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ไม่ใช่อะไรก็บอกว่าประชาชนต้องช่วยกัน ต้องช่วยตัวเองก่อนอย่ารอแต่รัฐบาล หากให้ประชาชนต้องแก้ปัญหาเองแล้วจะมีรัฐบาลไว้เพื่ออะไร&amp;quot; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การที่รัฐบาลไม่มีแผนปฏิบัติงานที่จะแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่ารัฐบาลต้องการประชากรที่ด้อยคุณภาพเพื่อจะได้ปกครองง่ายหรืออย่างไร ถ้ารัฐบาลคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะเริ่มแก้ปัญหาอย่างไรที่ไหนก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแนะนำให้รัฐบาลลองนำวิธีแก้ปัญหาฝุ่นที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดเคยเเนะนำไว้ในรายการ Good Monday เมื่อปีที่ผ่านมา มาประยุกต์ใช้ ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณน้อยกว่าการซื้ออาวุธเป็นหลายเท่า และสามารถทำได้ทันทีภายในเดือน ม.ค.นี้ โดยเร่งให้หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงเกษตรฯ และกรุงเทพมหานคร นำต้นไม้โตแล้วมาปลูกทุกเกาะกลางถนนทางเท้าให้แน่น เป็นพื้นที่ป่าทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเเละอาจจะเพิ่มปริมาณฝนจะได้ลดปริมาณฝุ่นได้ รวมทั้งอาจจะทำหอคอยฟอกอากาศในจุดที่มีฝุ่นปริมาณสูง&amp;quot; น.ส.เกศปรียากล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55079</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, ตรวจรถควันดำ, บังคับใช้ กม.จราจร, ปลูกต้นไม้เพิ่มความชุ่มชื้นลดฝุ่น, ฝุ่นพิษ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25ba63250fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
