<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ดูแลสังคม-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พฤษภาคมของทุกปี ตรงกับ &amp;ldquo;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&amp;rdquo; เป็นการเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปกป้อง ดูแลรักษา ปลูก ฟื้นฟู ทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์ เนื่องจากป่าชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เป็นต้นทางของการสร้างความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์และสัตว์ทุกชีวิต และยังเป็นแหล่งรายได้ของผู้ประกอบอาชีพด้านการประมงอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นจากโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ปี 2561-2562 เทียบกับก่อนเริ่มโครงการ ในด้านเศรษฐกิจพบว่า คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น อาทิ รายได้จากการทำประมง โดยในพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร รายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า และในพื้นที่ ต.ปากน้ำกระแส จ.ระยอง รายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า ด้านสังคม กลุ่มผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตดีขึ้น จากการที่ได้ใช้เวลาว่างในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝั่ง เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามธรรมชาติ และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการ &amp;ldquo;ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน&amp;rdquo; ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goal : SDGs) ในประเด็นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ครัวของโลกที่ยั่งยืน&amp;rdquo; พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยความใส่ใจตลอดกระบวนการผลิต ตระหนักและรู้คุณค่าของป่าชายเลน จึงได้ร่วมกันปกป้อง อนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการระยะที่ 1 (ปี 2557-2561) ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนรวม 2,388 ไร่ ในพื้นที่ จ.ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา&amp;rdquo; นายวุฒิชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ป่าไม้ ต้นไม้ เพราะสิ่งที่ตามมาคือ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ ซีพีเอฟตระหนักดีถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าชายเลนที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งรายได้ และเป็นความมั่นคงทางอาหารของชุมชน จึงมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศ และรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า พื้นที่ป่าชายเลน จ.สมุทรสาคร เป็นพื้นที่อ่าวตัว ก ที่มีปัญหาพื้นที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะ แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ดำเนินโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ทำให้ผืนป่าชายเลนบริเวณนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นป่าชายเลนมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากการปลูกไม้ป่าชายเลน คือ ต้นแสม ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ ปริมาณต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นมีผลให้เกิดการทับถมของตะกอนเลนเป็นแนว ทำให้สามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลโดยตรงของการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ทำให้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพีเอฟ, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, ปลูกป่า, วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0dc81d639b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีแรมช่วยปลูกป่า คืนพื้นที่สีเขียว&quot;ขอนแก่น    &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระบบนิเวศน์ ป่าไม้ นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม เพราะป่าถือว่าเป็นเกราะป้องกันปัญหาน้ำท่วม ชะลอการชะล้างล้างพังทะลายของหน้าดิน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งยังสร้างอากาศบริสุทธิ์ &amp;nbsp;และอีกด้านมีผลประโยชน์ต่อราะบบเศรษฐกิจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต่างหันมาให้ความสนใจกับปัญหาผืนป่ามากขึ้น มีการรณรงค์การปลูกป่า เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้ประเทศเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ขอนแก่น) ด้พาคณะสื่อมวลชน และพนักงานบริษัท พร้อมชาวบ้าน มาร่วมทำกิจกรรม ปลูกต้นไม้ สร้างจิตสำนึกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ที่ วัดแสงศรีนิยม บ้านหนองนิยม ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญการปลูกป่า อีกทั้งพื้นที่วัดก็อยู่ในบริเวณพื้นที่บริษัท ที่จะช่วยสร้างพื้นที่เขียว ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สำหรับพื้นที่ป่าไม้ในเขตจังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมดกว่า &amp;nbsp;2.2 ล้านไร่ &amp;nbsp;สภาพป่าส่วนใหญ่เป็น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง แน่นอนว่าก็ยังพบปัญหาป่าเสื่อมโทรม ทั้งไฟป่า หรือการบุกรุกตัดไม้เพื่อตัดไม้แปรรูป หรือประชาชนบางส่วนที่ตัดไม้ ถางป่าเป็นพื้นที่ทำกิน ปัจจุบันภาครัฐ ได้ให้ความสำคัญในการจัดการทำให้สภาพป่าดีขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า โครงการปลูกเพื่อโลกยั่งยืน &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้ามาช่วยแลูกต้นไม้ในชุมชน โดยทั้งพนักงานบริษัท ภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของต้นไม้ และปัญหาของโลกร้อนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของจังหวัดที่มุ่งมั่นดำเนินการปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น ภายใน 3 ปี ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 5 แสนต้น เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพิ่มพื้นที่สีเขียว ชะลอน้ำท่วม เพราะปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดเหลือเพียง 12% ต่อพื้นที่ทั้งจังหวัดประมาณ 10,000 ตร.กม. ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการช่วยกันในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และอนาคตของลูกหลานที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาภาภรณ์ พรหมเชยธีระ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ขอนแก่น) กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนขององค์กรนับส่วนหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ โดยโครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการดำเนินการด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งหวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย เสริมสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาก๊าซเรือนกระจกของโลก อีกทั้งยังช่วยผลิตก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ให้มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกหนึ่งเป้าหมาย คือ การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ซึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในที่ตั้งของบริษัท จึงได้เลือกปลูกต้นไม้ ที่วัดแสงศรีนิยม จำนวน 11 ไร่ &amp;nbsp;โดยเราได้ดำเนินการปลูกต้นไม้มาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 จำนวน 400 ต้น รวมแล้วกว่า 700 ต้น อาทิ ต้นพะยุง ต้นสัก &amp;nbsp;ต้นประดู่ ต้นยางนา และต้นแค เป็นต้น &amp;nbsp;โดยทางเจ้าอาวาส และคนในชุมชนก็ช่วยกันดูแลอย่างดี ต้นไม้ที่ปลูกไปตั้งแต่ปีแรกก็ค่อยๆเจริญเติบโต และคาดว่าจะขยายผลครอบคลุมในพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ &amp;nbsp;ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&amp;rdquo; อาภาภรณ์ ทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86408</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, บริษัท ซีพีแรม จำกัด, ปลูกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fcc92bfa350c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วศาลสีเขียว ปธ.ศาลฎีกา นำผู้พิพากษา-จนท. 400 คน ปลูกป่าพื้นที่ภาค 3 ชดใช้สังคมกรณีโดนครหาบ้านป่าแหว่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่แปลงปลูกต้นไม้ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม สาขาปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายไสลเกษ &amp;nbsp;วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการกิจกรรมปลูกป่า สืบเนื่องจากนโยบายประธานศาลฎีกาด้านการสนับสนุนบทบาทของศาลในการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อภาระหรือเป็นผลร้ายต่อประชาชนและสังคม โดยสนับสนุนบทบาทของศาลในการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม ประกอบกับประธานศาลฎีกาได้มีดำริให้ก่อสร้างสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมแห่งที่ 2 สาขาปากช่อง ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 มี นายวีรภัทร ไพบูลย์วัฒนกิจ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 กล่าวรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไสลเกษ กล่าวว่า พิธีเปิดโครงการกิจกรรมปลูกป่า สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมแห่งที่ 2 สาขาปากช่อง ที่อำเภอปากช่องในวันนี้ นับได้ว่า การปลูกป่าในวันนี้เป็นการสนับสนุนของศาล ในการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อมและไม่เกิดผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ตามที่ตนได้ประกาศนโยบายไว้ตั้งแต่รับตำแหน่ง ตนเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการเริ่มต้น สร้างพื้นที่สีเขียว รวมทั้งอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นแบบอย่างที่ดีแสดงให้บุคคลภายนอกตระหนัก ว่าศาลให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยที่พื้นที่เเห่งนี้เป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ ที่เราทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าต้นไม้ที่ปลูกในวันนี้ และที่จะร่วมปลูกต่อไปในวันข้างหน้า จะให้ความร่มเย็นกับผู้ที่มาเยี่ยมชม ที่สถาบันแห่งนี้ วันนี้จึงถือเป็นวันเริ่มต้นนับหนึ่ง เพราะการปลูกต้นไม้ไม่ยากสำหรับทุกคน แต่การบำรุงรักษาให้ต้นไม้ได้อยู่เติบโต จนเป็นป่าให้กับประชาชนตรงนี้คือสิ่งที่ยาก ตนจึงขอฝากข้าราชการตุลาการทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ว่า ถ้าเราปลูกวันนี้แล้วไม่มีแผนงานในการบำรุงรักษาในการดูแลต้นไม้ต่อไปวันนี้จะกลายเป็นวันที่เริ่มต้นแห่งความล้มเหลวในการปลูกป่า เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรที่ทำให้เกิดขึ้นและยั่งยืน ตนขอเสนอให้มีการโครงการในการดูแลรักษาที่ปลูกป่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานศาลฎีกากล่าวด้วยว่า วันนี้มี นางเมทินี ชโลธร ว่าที่ประธานศาลฎีกา และมีว่าที่เลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรมมาร่วมโครงการ ซึ่งเป็นผู้มีทั้งนโยบายและงบประมาณ ในการสนับสนุนโครงการนี้ ถ้าเจ้าของพื้นที่ภาค 3 ที่รับภาระที่จะต้องดูแลโครงการนี้ ให้เขียนโครงการขึ้นมา ตนมั่นใจว่าผู้บริหารต่อจากนี้จะสนับสนุนเต็มที่ให้เกิดผืนป่าแห่งนี้คืนกับประชาชน แล้วเราจะยืนอยู่บนสังคม ประเทศไทยได้อย่างเชิดหน้าชูตา จากที่เคยชี้นิ้วใส่เราว่าพวกเราทำลายป่ากรณีบ้านป่าแหว่ง เราจะคืนชดใช้ให้หมด โดยในการปลูกป่าครั้งนี้นายวีรภัทร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 ได้ให้ข้อมูลว่า การปลูกป่าครั้งนี้ ได้ข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ทางด้านป่าไม้ เป็นการปลูกโดยไล่เรียงจากพื้นที่ความสูง ไม้ที่ปลูกวันนี้เชื่อว่าจะอยู่รอดได้ แผนงานบำรุงรักษาจึงต้องฝากไว้ที่นายวีรภัทร กับคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการปลูกป่านี้ เป็นการปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีทั้งหมด 58 ชนิด ประกอบด้วย ไม้สัก พะยูง ชิงชัน กระซิก กระพี้เขาควาย สาธร แดง ประดู่ป่า ประดู่บ้าน มะค่าโมง มะค่าแต้ เคี่ยม เคี่ยมคะนอง เต็ง รัง พะยอม ตะเทียนทอง ตะเทียนหิน &amp;nbsp;ตะเทียนชันตาแมว ไม้สกุลยาง สะเดา สะเดาเทียน ตะกู ยมหิน ยมหอม นางพญาเสือโคร่ง นนทรี สัตบรรณ ตีนเป็ดทะเล พฤกษ์ ปีบ ตะแบกนา เสลา อินทนิลน้ำ ตะแบกเลือด นากบุด ไม้สกุลจำปี แคนา กัลปพฤกษ์ &amp;nbsp;ราชพฤกษ์ สุพรรณิการ์ เหลืองปรีดียาธร มะหาด มะขามป้อม หว้า จามจุรี รวงผึ้ง มหาพรหมราชินี พลับพลา กันเกรา กะทังใบใหญ่ หลุมพอ กฤษณา ไม้หอม เทพทาโร ฝาง ไผ่ทุกชนิด ไม้สกุลมะม่วง ไม้สกุลทุเรียน &amp;nbsp;และมะขาม ในพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งเป็นทางเข้าสถานที่ก่อสร้างสถาบันแห่งใหม่ โดยมี นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา, น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานแผนกคดี ล้มละลายในศาลฎีกา ,นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสถาบันอบรมฯ ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ในศาลฎีกา ศาลยุติธรรมในภาค 3 ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประมาณ 400 คนร่วมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลยุติธรรม, ปลูกป่า, ไสลเกษ  วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f6499d1bcb1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; กำชับคณะขับเคลื่อนไทยฯระดับจังหวัดเร่งปลูกป่า ฟื้นฟูเขาหัวโล้น รักษาต้นน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเปิดเผยว่า การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ตามมติ ครม. เมื่อ 13 ส.ค.63 ในการแต่งตั้งคณะขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ระดับจังหวัด ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ให้มีการสร้างกลไกการรับรู้ โดยใช้เครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน เป็นช่องทางการสื่อสาร และสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โครงการป่าชุมชน&amp;nbsp;ให้มีการจัดตั้ง ฟื้นฟูและขยายป่าชุมชน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในป่าชุมชน 3.โครงการ คทช.(คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) ให้มีการเร่งรัด สำรวจ ถือครอง และจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;4.การแก้ไขปัญหาหมอกควัน และฝุ่นพีเอ็ม 2.5&amp;nbsp;โดยใช้กลไกภายใต้โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า พร้อมจัดตั้งวอร์รูมระดับชาติ จนถึงระดับท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า รวมทั้งจัดชุดพิทักษ์ป่าประจำหมู่บ้าน และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ปฏิบัติงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ&amp;nbsp;5.การบริหารจัดการน้ำและการเติมน้ำลงดิน&amp;nbsp;โดยเน้นให้มีการจัดหาแหล่งน้ำ พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ประชาชนทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทุกอำเภอทั่วประเทศ และนำองค์ความรู้เรื่องการเติมน้ำใต้ดินไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องเร่งสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ในการรณรงค์เพาะชำกล้าไม้ปลูกป่าทั่วประเทศ และรักษาป่าต้นน้ำ การฟื้นฟูเขาหัวโล้น การให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่า การกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง และประชาชนก็จะมีความสุข และยั่งยืน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดเป้าหมายไว้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76320</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร, ปลูกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f99d2c010e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายพระพร‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นำทีม 3 ป.ปลูกป่า เฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา ที่เชียงใหม่ ย้ำในหลวงทรงให้ความสำคัญเรื่องน้ำและป่า&amp;nbsp; พระราชทานแนวพระราชดำริ ตลอดจนพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อเยียวยาผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, นานดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ &amp;ldquo;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&amp;rdquo; ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และรับฟังบรรยายการสรุปพร้อมให้คำแนะนำว่า ในการทำฝายชะลอน้ำ ฝายตกตะกอน และทุกๆ อย่าง จะต้องทำอย่างรอบคอบ อย่าให้มีปัญหาการดำเนินโครงการใดๆ อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องการทำกิน และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ต้องติดตาม อย่าปล่อยให้ตายแล้วค่อยมาปลูกใหม่ จะต้องดูแล พร้อมขอให้ไปดูเรื่องการปลูกไผ่เพิ่มขึ้น ต้องทำให้ครบวงจร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไม้ไผ่ ต้องปลูก แปรรูป จำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน เราต้องคำนึงถึงป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และประชาชนไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ เราจะต้องสืบสานและต่อยอดพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และดีใจที่ข้าราชการ ผู้นำชุมชนและท้องถิ่น ได้ร่วมมือกันและคิดอย่างเป็นระบบ เมื่อเราพูดถึงป่า เราต้องพูดถึงน้ำควบคู่กันไป เพราะจุดมุ่งหมายของการรักษาป่าคือ เราต้องการมีน้ำ และประชาชนได้ประโยชน์จากป่าและน้ำ พร้อมขอให้รณรงค์เพิ่มเติมปลูกไม้มีค่า 58 ชนิด เพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน ไม่ใช่ว่าคนอยู่กับป่าไม่ได้ สุดท้ายก็จะเกิดปัญหามีการบุกรุก มีการหาประโยชน์แบบผิดกฎหมาย สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์คนจนต้องติดคุกเพราะเขาไม่สามารถไปหาประโยชน์จากป่าได้ ขอให้ข้าราชการต้องคิดใหม่ ทำใหม่ อย่าทำในรูปแบบเดิมๆ จะทำอะไรต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลัก สอบถามความต้องการของประชาชน เน้นความโปร่งใสให้เกิดการยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมีหลายอย่าง ดังนั้นเราต้องกลับมาคิดกันใหม่ อย่าทำเฉพาะโครงการใหญ่เพียงอย่างเดียว เราต้องทำโครงการเล็กควบคู่กันไป เพราะจะทำได้ง่ายกว่า เช่น การจูงน้ำเราต้องเร่งทำ เพราะขณะนี้ฝนตกใต้เขื่อนและนอกเขตชลประทาน&amp;nbsp; ดังนั้นช่วงที่เหลืออีก 2 เดือน จะทำอย่างไรให้เก็บน้ำในฤดูฝนให้ได้มากที่สุด อย่าปล่อยให้เสียเปล่า และรณรงค์ให้ขุดบ่อในบ้าน ร่วมมือกันทำแบบจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในเรื่องน้ำและป่า เนื่องจากการสูญเสียพื้นที่ป่าต้นน้ำเป็นสาเหตุหลักที่แท้จริงของปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริตลอดจนพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อเยียวยาผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน จึงมีพระมหากรุณาธิคุณมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมดำเนินการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกคนจะได้ร่วมมือกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ช่วยกันทำดีฟื้นฟูป่า ปลูกป่า&amp;nbsp; โดยเราต้องร่วมมือกันให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล คือรวมไทยสร้างชาติ ที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะร่วมปลูกต้นสัก ปลูกกล้วยไม้&amp;nbsp; (เขากวางอ่อน) พร้อมกับชมฝายชะลอน้ำและทำโป่งเทียม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ทักทายกับประชาชน จิตอาสา ตลอดการทำกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หลายหน่วยงานราชการได้จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2563 เช่นที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยผู้นำฝ่ายค้านฯ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนพรรคการเมือง คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร ได้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณฯ พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีฯ มีการไถ่ชีวิตกระบือและพิธีมอบบัตรประจำตัวสัตว์ และคล้องพวงมาลัย ผูกผ้า 3 สี และชมกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันดี ขอทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง และพระราชวงศ์จักรี ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและแผ่นดินไทยมากว่าหลายร้อยปี พระบาทสมเด็จพระ ปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ &amp;ldquo;เราจะสืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป&amp;rdquo; ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการสานต่อศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะข้าราชการตำรวจประกอบกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.ได้นำข้าราชการตำรวจกล่าวปฏิญาณว่า จะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิต โดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนาตามแนวทางในพระบรมราโชวาทตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึกในโอกาสพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 โดยเป็นแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์พระราชทานในฉลองพระองค์บรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ หรือฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี ประกอบอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. บนพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม ชนิดราคา 10 บาท&amp;nbsp; ซองวันแรก จำหน่าย 19 บาท จำนวนพิมพ์ 500,000 ดวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งแสตมป์ชุดวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 ขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 65 พรรษา และจัดทำต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ มีกำหนดวางจำหน่ายแสตมป์เฉลิมพระชนมพรรษาฯ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทุกแห่งทั่วประเทศ, พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร และทางออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ ww w.thailandpostmart.com สามารถสอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @stampinlove หรือ THP Contact Center 1545.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลูกป่า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมพระชนมพรรษา, เฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1aea1f70c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์จิตอาสาพระราชทานมอบนโยบาย &#039;ปลูกป่า-ป้องกันไฟป่า&#039; คิกออฟพร้อมกันทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 ก.ค.63 - ที่จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดทำโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ครอบคลุมถึงป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ และการฝึกอบรมจิตอาสา&amp;nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพลเรือเอกปวิตร รุจิเทศ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ผอ.ศอญ.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมมอบนโยบายตามโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า พร้อมมอบนโยบายการฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำ และควบคุมไฟป่า ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ศอญ. กล่าวแสดงความยินดีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงมหาดไทย ทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดทำ &amp;ldquo;โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า&amp;rdquo; เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงให้ความสำคัญและห่วงใยในเรื่อง &amp;ldquo;น้ำ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ป่า&amp;rdquo; โดยทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ พระราชทานคำแนะนำ ตลอดจนพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเยียวยาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศ ต้องมีความร่วมมือกันตามพระบรมราโชบาย โดยในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้แก้ปัญหาที่ป่าต้นน้ำ ต้องมีขั้นตอนการดำเนินงาน การกำหนดพื้นที่เป้าหมาย มีแผนงานและโครงการ และผู้รับผิดชอบต้องชัดเจน สามารถตรวจสอบและประเมินผลได้ รวมถึงกำหนดกิจกรรมจิตอาสา เครื่องมือ และวิธีการดำเนินงานให้มีความชัดเจน ในเรื่องการแก้ปัญหาเขาหัวโล้น ให้เปลี่ยนพฤติกรรมปลูกพืช ด้านงบประมาณในการดำเนินงาน ให้พิจารณาปรับใช้ของแต่ละหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องกล้าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ได้จัดเตรียมกล้าไม้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งประชาชนจะต้องเกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นการปลูกป่าในใจคน ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานการประชุมมอบนโยบายตามโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ในครั้งนี้ ดร. รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้บรรยายเรื่อง &amp;ldquo;การขับเคลื่อนภารกิจงานฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำ และควบคุมไฟป่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานในเรื่อง ดิน น้ำ ป่า ของประเทศ การบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า ตามแนวพระราชดำริ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ตามแนวพระราชดำริ โดยให้มีการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก อนุรักษ์ดินและน้ำ สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น และปลูกไม้ 3&amp;nbsp;อย่าง ประโยชน์ 4&amp;nbsp;อย่าง โดยมีตัวอย่างความสำเร็จ 6&amp;nbsp;พื้นที่ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย​ และสุราษฎร์ธานี และนำเสนอกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนงานฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำ และควบคุมไฟป่า โดยให้นำเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ยังได้มีการสาธิตการฝึกปฏิบัติปัญหาที่บังคับการ (CPX) การฟื้นฟูป่า รักษาป่าต้นน้ำ และควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้มีการจำลองสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรง และแนวทางในการบังคับบัญชาและติดตามสถานการณ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดในรูปแบบ Single Command รวมทั้งการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาของหน่วยงานต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น​ได้จัดให้มีพิธีตรวจความพร้อมกำลังพลโครงการปลูกป่า​ และป้องกันไฟป่า​&amp;nbsp;และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ระดับปฏิบัติการ (ระดับอำเภอ ระดับตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) จำนวน 150 คน​ โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำกล่าวปฏิญานตน​จิตอาสาพระราชทาน​&amp;nbsp;โดยมีพลเรือเอก ปวิตร รุจิเทศ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ผอ.ศอญ.) ประธานในพิธี และคณะ พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ อธิบดีกรมป่าไม้ และรองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72376</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ปลูกป่า, ป้องกันไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a682a91de0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; ยันไม่เคยเจอ &#039;ฌอน&#039; ร่วมปลูกป่า แจงปกติถ้ามีการว่าจ้างก็ต้องเชิญไปรอรับประธานงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชหรือนักสร้างแรงบันดาลใจ ไปร่วมกิจกรรมปลูกป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ของ ทส. มีการว่าจ้างหรือไม่ ว่า หลายครั้งที่กระทรวง ทส.จัดกิจกรรมรณรงค์ปลูกป่า ตนจะไปร่วมเป็นสักขีพยานทุกครั้ง บางครั้งไปประธาน บางครั้งไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่ตั้งแต่ไปมายังไม่มีโอกาสพบนายฌอน จึงตอบไม่ได้ว่ามีการเชิญหรือว่าจ้าง เพราะตามขั้นตอนแล้วรายละเอียดพวกนี้จะมาไม่ถึงระดับรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่เท่าที่ทราบไม่ได้มีการจ้าง เพราะตามปกติถ้ามีการว่าจ้างจะมีการเชิญบุคคลที่ว่าจ้างมารอรับประธานของงาน แต่ตั้งแต่ไปมายังไม่ได้พบนายฌอน จึงสันนิษฐานได้ว่าคงไม่ได้มีการว่าจ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ว่าได้ว่าจ้างนายฌอนหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องนี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นประเด็นอะไร อย่างไร เพราะการทำกิจกรรมอะไรหากดึงคนมีชื่อเสียงมาร่วมและโน้มน้าวจิตใจประชาชนได้ก็เป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ระยะหลังเมื่อมีประเด็นนี้ขึ้นมา จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องปกติ หากไม่ใช่นายฌอนก็อาจจะเป็นดารานักแสดงหรือคนมีชื่อเสียงในสังคมเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากใครอยากส่งเงินบริจาคช่วยดับไฟป่า สามารถทำช่องทางใดได้บ้าง นายวราวุธ กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกระทรวง ทส.มีงบประมาณและอุปกรณ์เพียงพอในการดับไฟป่า แต่ถ้ามีประชาชนอยากเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการนำเงินบริจาคเราเองก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่เราไม่เคยขอเรี่ยไร เราเองขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่มีจิตศรัทธาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ หลายต่อหลายครั้งที่มีการรณรงค์บริจาคเงิน แต่ขอย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการแต่อย่างใด เป็นการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายฌอนประสานหรือติดต่อมาเพื่อบริจาคเงินที่เรี่ยไรมาหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะเราไม่เคยรับบริจาค เพียงแต่ใครที่อยากบริจาคเขาอาจติดต่อโดยตรงไปยังเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครในพื้นที่ แต่การประสานมาที่ตนและกรมอุทยานฯยังไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า ส่วนตัวรู้จักนายฌอนมาก่อนหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ขอเรียนตรงๆ เพิ่งมาค้นดูเหมือนกันว่าเป็นใคร และเพิ่งทราบว่า เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจทางออนไลน์ แต่ส่วนตัวไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกัน และเพิ่งมาทราบช่วงหลังที่เป็นข่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70142</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌอน บูรณะหิรัญ, ปลูกป่า, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e896f63495b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
