<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. เขต 3 จังหวัดระยอง สนับสนุนแผนธุรกิจของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ตำบลวังจันทน์ วันนี้เห็นผลจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ การปลูกผลไม้จึงเป็นอาชีพหลักของชาวระยอง ผลไม้หลากหลายชนิดที่เป็นพืชเศรษฐกิจของชาวระยอง เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ขนุน มะม่วง กล้วย และสับปะรด ซึ่งถือเป็นผลไม้หลักที่ทำรายได้ให้กับจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่องตลอดมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ต่อมาเนื่องจากชาวสวนหันมาปลูกกันมากขึ้นเป็นผลไม้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ราคาที่เคยดีกลับถูกลง รายได้ไม่คุ้มกับทุน หลายฝ่ายต่างตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงริเริ่มนำผลผลิตมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้มีรายได้มากขึ้น โดยแปรรูปเพื่อรับประทานในครัวเรือน และจำหน่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นการถนอมอาหารที่ส่วนใหญ่เป็นผลไม้รับประทานสุกได้ เช่น ทุเรียน ขนุน สับปะรด กล้วย มะม่วง และได้มีการปรับปรุงพัฒนาการผลิตเรื่อยมา จากที่ใช้เครื่องมือจากในครัวเรือน มาเป็นการใช้เครื่องจักรและกรรมวิธีที่ถูกสุขอนามัยมากขึ้น โดยขอรับการสนับสนุนเครื่องมือตลอดถึงวัสดุอุปกรณ์และวิทยาการในการผลิตจากหน่วยงานต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานฯ และหน่วยงานในสังกัดพื้นที่ภาคตะวันออกได้ร่วมกันแปลงนโยบายโครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรหรือโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรได้รับการเรียนรู้ สามารถปรับตัวอยู่กับบริบทของสังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน สามารถพัฒนา ต่อยอดเชิงธุรกิจ เกิดแนวทางการพัฒนาในรูปแบบของโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของชุมชนอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทางสำนักงานฯ จึงจัดทำโครงการ พร้อมเสนอแผนธุรกิจของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานร่วมกัน และเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุน โดยได้มีการฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกรรายย่อย ในหลายมิติ ทั้งด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิต ด้านการบริหารจัดการผลผลิต และการบริหารจัดการในเชิงธุรกิจ รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้และนวัตกรรมด้านการเกษตร เกิดการรวมกลุ่ม นับเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน อันจะสามารถแข่งขันในเชิงธุรกิจการตลาดยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้ เป็นอย่างดี&amp;rdquo;นายชาตรี บุญนาค กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านนางสาวอภัสนัน ชุ่มจิตร เลขานุการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ตำบลวังจันทน์ เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่ชุมชนมีการเพาะปลูกพืชให้ผลมาก เช่นขนุน ทุเรียนและไม้ให้ผลต่างๆ เป็นจำนวนมาก บางครั้งช่วงผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ จึงเอาผลผลิตเหล่านี้มาแปรรูป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันทางสำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองมีโครงการเข้ามา ทางกลุ่มจึงตัดสินใจร่วมกันว่า จะทำการแปรรูปขนุนเพิ่มเติมจากที่ทำอยู่โดยรับซื้อขนุนของสมาชิกและเกษตรกรรายย่อยอื่นๆ บริเวณชุมชนวังจันทน์ และใกล้เคียง อย่างบางรายมีเพียงไม่กี่ลูกซึ่งพ่อค่ามักไม่รับซื้อ หรือไม่เข้ามาซื้อเพราะมีน้อยไม่คุ้มทุนกับการเดินทาง ทางกลุ่มก็รับซื้อมาทำให้เกษตรกรรายย่อยเหล่านี้มีรายได้เพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางกลุ่มก็จะทำการตลาดด้วยตนเองด้วยการเปิดช่องทางการรับซื้อจากผู้บริโภคผ่านระบบออนไลน์ มีทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ แอปช็อปปิ้ง เป็นต้น ทำให้มีลูกค้าที่ติดตามอยู่เป็นประจำ โดยสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางส่วนก็เพื่อเอาไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง การขายปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ตัน ต่อเดือน โดยขายราคาส่งที่ 180 บาท ปลีกอยุ่ที่ 250 บาทต่อ 1 กิโลกรัม &amp;ldquo;นางสาวอภัสนัน ชุ่มจิต กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนด้านการผลิตนั้น เลขากลุ่ม เผยว่าจะมีการระดมสมาชิกมาช่วยกันหลังจากมีการสั่งซื้อเข้ามา จะไม่ผลิตไว้ก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อให้สินค้าที่แปรรูปมีคุณภาพและสดใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งขนุนสดจำนวน 1 ตัน เมื่อนำมาผ่านขบวนการแปรรูปจะได้ขนุนอบแห้งที่ 100 กิโลกรัม มีรายได้ประมาณ 25,000 บาท ในขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท ซึ่งกลุ่มจะได้กำไรที่ประมาณ 10,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในปี 2561 ได้ทำการขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเป็นปีแรก โดยกลุ่มมีสมาชิก 25 ราย ภายหลังจากได้การสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ทางกลุ่มจะทำการพัฒนาขบวนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น เช่นจะมีการปรุงรสชาติ หรือรูปแบบให้ตรงตามความนิยมของตลาด ต่อไป &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18097</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ความสำเร็จเกษตรกรรม, นายชาตรี  บุญนาค, ปลูกผลไม้, สสก. เขต 3 จังหวัดระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba45d2edaa7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
