<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนยางปลูกพืชผสมผสานขายในช่วงราคายางตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61 -&amp;nbsp;นายวรรณชัย&amp;nbsp;พาพานต์ อายุ 37 ปี เกษตรกรบ้านสวายสอ หมู่&amp;nbsp;15 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ตามนโยบายรัฐบาลในการลดพื้นที่ปลูกยางได้หันมาปลูกพืชผสมผสานขายเป็นรายได้เสริม&amp;nbsp;ควบคู่กับการทำสวนยางพารา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวรรณชัยได้รับเงินสนับสนุนจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นทุนในการทำอาชีพเสริมตามโครงการฯเพื่อนำไปซื้อปุ๋ยและปัจจัยการผลิตจำนวน 5,000 บาท โดยขณะนี้ได้ปลูกข่าเหลือง ตะไคร้และถั่วลิสง เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตหมุนเวียนขายได้ตลอดทั้งปี ทำให้มีรายได้จากการปลูกพืชดังกล่าวเฉลี่ยเดือนละ 6,000-7,000&amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;ส่วนรายได้จากการขายยางก้อนถ้วยประมาณเดือนละ 10,000 บาท รวมจะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละเกือบ 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรรณชัย&amp;nbsp;บอกว่าปกติครอบครัวมีอาชีพทำนา หลังจากมีการส่งเสริมให้ปลูกพืชทางเลือกครอบครัวจึงตัดสินใจลงทุนปลูกยางพารา ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางจำนวน 16 ไร่ เปิดกรีดไปแล้ว 8 ไร่&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันราคายางค่อนข้างตกต่ำโดยเฉพาะยางก้อนถ้วยเหลือเพียงกิโลกรัมละ 18-20 บาทเท่านั้นทำให้รายได้จากการขายยางก้อนถ้วยลดลงเกือบเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทาง กยท.มีโครงการให้เกษตรกรทำอาชีพเสริมควบคู่กับการปลูกยาง จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้พร้อมทั้งให้เงินสนับสนุนหรือเงินขวัญถุงในการซื้อปัจจัยการผลิตด้วย ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงภาวะราคายางตกต่ำได้ ทำให้ปัจจุบันนอกจากจะมีรายได้จากการทำสวนยางแล้วยังมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชผสมผสมอีกเดือนละ 6-7 พันบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพันธ์&amp;nbsp;ชำนาญธนา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำ กยท.มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกยางทำอาชีพเสริม อาทิ การปลูกพืชผสมผสาน หรือเลี้ยงสัตว์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้แก่เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ พร้อมกันนี้ยังมีเงินสนับสนุนให้กับเกษตรกรที่ต้องการทำอาชีพเสริมรายละ 5,000 บาท เพื่อซื้อปัจจัยการผลิตด้วย นอกจากนั้นทาง กยท.ยังมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรทำยางก้อนถ้วยคุณภาพดี เพื่อให้สามารถขายได้ราคาสูงด้วย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า จ.บุรีรัมย์ มีเกษตรกรปลูกยางพารากว่า 18,000 ราย พื้นที่ปลูกกว่า 235,000 ไร่ เปิดกรีดแล้วประมาณ 200,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15390</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยท., การยางแห่งประเทศไทย, การยางแห่งประเทศไทยสาขาบุรีรัมย์, ชาวสวนยางปรับตัว, ปลูกพืชผสมผสาน, ปลูกพืชในสวนยาง, ราคายางตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72b3da32f50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
