<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ศาลรับคดี‘ธนาธร’ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตา! ศาลรัฐธรรมนูญรับ-ไม่รับคำร้องกรณี &amp;ldquo;ไพร่หมื่นล้าน&amp;rdquo; ถือหุ้นสื่อ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ยกตัวอย่าง &amp;ldquo;ดอน&amp;rdquo; บีบศาลห้ามสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ &amp;ldquo;ประธาน กกต.&amp;rdquo; รับเรื่องธนาธรปล่อยกู้ 110 ล้านบาทแล้ว รอส่องตามขั้นตอนมีมูลหรือไม่ เลขาฯ อนค.ลากพรรคอื่นก็ทำ ถ้าผิดก็ต้องไปทั้งยวง &amp;ldquo;ธีระชัย&amp;rdquo; ซัดส้มหวานสุดท้ายเป็นแค่พรรคหลงจู๊เหมือนอดีต ชูชาติชี้อาจเข้าข่ายซ้ำรอยไทยรักษาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.มีการพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับนายธนาธรเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีคำร้องเกี่ยวกับการถือหุ้นของนักการเมืองอีกหลายสิบเรื่อง ว่าไม่ได้เสร็จอย่างรวดเร็ว แต่เป็นไปตามกรอบเวลา ซึ่งมีการยื่นร้องมาก่อนหน้านั้น เราไม่ได้ทำเพราะว่าเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. เปิดแถลงข่าวเรื่องนี้ว่า กกต.ใช้เวลา 53 วันในการพิจารณาเรื่องแล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเทียบเคียงกับกรณีหุ้นของคู่สมรสนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ใช้เวลา 417 วัน เรื่องคล้ายกัน แต่ทำไม่ใช้เวลาต่างกันอย่างสิ้นเชิง พรรคขอตั้งคำถามว่าใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่ และการทำงานของ กกต.ขัดต่อข้อกฎหมายหรือไม่ เช่น การตรวจสอบครั้งแรกไม่เปิดโอกาสให้นายธนาธรและผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เมื่อเข้ากระบวนการไต่สวนในบันทึกข้อกล่าวหาใช้ข้อความเพียง 6 บรรทัดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หาก กกต.พิจารณาอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้นายธนาธรชี้แจง ไม่พิจารณาความผู้ร้องเพียงอย่างเดียว เป็นไปได้ว่าอาจไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาก็ได้ นี่คือความผิดปกติในกระบวนการของ กกต. และน่าสงสัยว่า กกต.ตรวจสอบนายธนาธรในสถานะเป็นผู้สมัคร ส.ส.หรือเป็น ส.ส.แล้ว&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังกล่าวถึงกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่กังวลกันว่าหากศาลรับคำร้องแล้ว จะสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราวหรือไม่ ว่าหากเทียบกับคดีนายดอน ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน ไม่มีทางที่ศาลจะมีคำสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แน่นอน เพราะต้องเปิดโอกาสให้คู่กรณีชี้แจงใน 15 วัน และหากจะให้หยุดทำหน้าที่ ต้องมีมูลเหตุทำให้เกิดความเสียหายในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ การเป็น ส.ส.ต้องปฏิญาณตนก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้นายธนาธรจึงยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็น ส.ส. ดังนั้นไม่มีทางที่ศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้จะมีปาฏิหาริย์กฎหมายสั่งให้หยุด เราก็ยืนยันว่าไม่กระทบกับการเสนอนายธนาธรเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคอนาคตใหม่มั่นใจว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง เราพร้อมสู้คดี และอย่างน้อยคงใช้เวลา 2-3 เดือน และหากคดีนี้วินิจฉัยว่าผิด พรรคก็ขอสงวนสิทธิ์ร้องเรียน ส.ส.ทุกคนของพรรคพลังประชารัฐในกรณีเดียวกันด้วย
สำหรับกรณีนายธนาธรให้พรรค อนค.ยืมเงิน 110 ล้านบาทเพื่อใช้ในเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.นั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยาได้ยื่นเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักงานคงต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะคุยกับผู้ร้อง และพิจารณาคำร้องมีมูลหรือไม่ ถ้าไม่มีมูลก็ยุติเรื่อง แต่ถ้ามีมูลก็จะมีการเสนอ กกต.พิจารณา&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า โดยหลักการแล้วพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้หรือไม่ นายอิทธิพรตอบว่า เท่าที่ดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ต้องดูมาตรา 62 เป็นหลัก เกี่ยวกับรายได้พรรคการเมือง ซึ่งดูแล้วไม่มีเรื่องกู้ยืม ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จะพูดอะไรตอนนี้คงไม่เหมาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า เงินกู้ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า อย่างที่บอก จะพูดอะไรตอนนี้คงไม่เหมาะ จะตอบทันทีคงไม่ได้ ต้องฟังความเห็นของสำนักงาน กกต.และกรรมการคนอื่นๆประกอบด้วย
ปิยบุตรลากพรรคอื่นก็ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในกฎหมายพรรคการเมืองว่าด้วยเรื่องเงิน รายได้ และการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองในปี 2550 กับปี 2560 เขียนไว้ต่างกัน โดยปี 2550 มาตรา 53(7) &amp;nbsp;ได้กำหนดให้มีรายได้อื่น พรรคจึงอาจมีรายได้จากการกู้ยืมเงินได้ และที่ผ่านมาก็มีบางพรรคการเมืองกู้ยืมเงินโดยอาศัยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวในการหารายได้ แต่ในปี 2560 มาตรา 62 ไม่ได้มีบทบัญญัติเรื่องดังกล่าวแล้ว พรรคจึงไม่อาจกู้ยืมเงินได้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยบุตรชี้แจงเรื่องนี้ว่า เราทำพรรคอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เรามีความพยายามให้สามารถตรวจสอบเงินของพรรคได้ ซึ่งในเวลานั้นที่เราเปิดรับบริจาค กกต.ได้แจ้งว่ามีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห้ามรับบริจาค ห้ามขายของ แล้วจะเอางบที่ไหน เรามีกิจกรรมและเป็นพรรคใหม่ ต้องมีค่าใช้จ่าย ทั้งการเดินสายรับสมัครสมาชิก การส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง กฎหมายให้กรรมการบริหารพรรคบริจาคได้คนละไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่มีใครมีเงินขนาดนั้น ดังนั้นเราจึงศึกษากฎหมายทั้งหมด ซึ่งพบว่าพรรคการเมืองในต่างประเทศเป็นหนี้ธนาคารเต็มไปหมด ดังนั้นพรรคการเมืองกับการกู้เงินจึงเป็นเรื่องปกติ แม้ไทยมีกฎหมายควบคุมรายได้ของพรรคอยู่ แต่เงินกู้ไม่มีระบุไว้ และพรรคการเมืองถือเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ซึ่งไม่มีกฎหมายเขียนไว้ว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน เมื่อไม่เขียนจึงสามารถทำได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพรรคการเมืองหลายๆ พรรคในไทยก็กู้เงิน เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งมีเอกสารยืนยัน เรื่องนี้จึงมีข้อเท็จจริงว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ลองเปิดกฎหมายดูและเปิดบัญชีของแต่ละพรรคให้ดี เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุในการที่จะยุบพรรคได้ ขอให้เข้าใจตรงกัน อย่าไปตื่นตูม พรรคอนาคตใหม่กู้จากนายธนาธร โดยมีเพดานสูงสุดให้กู้ได้ที่ 250 ล้านบาท แต่เรากู้มาจริง 110 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนที่ 3 ปี ดอกเบี้ย 3.75 นี่คือเงินกู้ต้องหามาคืนแน่นอนไม่ได้ให้ฟรี และกรณีนี้ไม่ใช่นายธนาธรครอบงำพรรค แต่มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ให้กู้เงินได้ หากนายธนาธรอยากครอบงำพรรคจริงๆ คงไม่ทำสัญญาเงินกู้ &amp;nbsp;อย่าจับจ้องการใช้เงินของพรรคเราเพียงอย่างเดียว ขอให้ไปตรวจสอบพรรคอื่นๆ ด้วยว่ามีการใช้เงินหรือที่มาของเงินกันอย่างไร&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณระบุการใช้เงิน 110 ล้านบาทหาเสียงเกินกรอบที่กฎหมายกำหนด 35 ล้านบาทหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า นายศรีสุวรรณชอบตีขลุมดักคอล่วงหน้า รู้หรือว่าใช้เงินหาเสียงแค่ไหน มีพรรคไหนโง่ไม่รู้ว่ากฎหมายห้ามใช้เกิน 35 ล้านบาท เงิน 110 ล้านบาทนำไปใช้ค่าปฏิบัติการ ค่าเช่า ค่าเดินทาง ถ้าจะตรวจสอบกันให้ได้มาตรฐานหน่อย การไปร้องเรียนมันง่าย แต่คนแก้ลำบาก ไม่รู้จะรับผิดชอบหรือเปล่า ตกลงประเทศนี้ชอบความโปร่งใสหรือไม่ ใครพยายามทำให้โปร่งใสก็จะซวยโดนตรวจสอบละเอียด ประเทศนี้พยายามบีบให้พรรคการเมืองใช้เงินนอกระบบหรือไม่ อยากให้กลับมาสู่ในหลักที่ถูกต้อง พยายามสร้างมาตรฐานการเมืองใหม่ และไม่มีอะไรที่ทำให้เราหมดความพยายามหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.ได้ ยิ่งเราโดนแบบนี้ แสดงว่าเราใกล้ที่จะทำสำเร็จ
ถึงขั้นยุบพรรคหลงจู๊ธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลังโพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า เจตนาการมีพรรคการเมืองนั้น ก็เพื่อรวบรวมคนที่มีจุดยืนและนโยบายเดียวกัน เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน ดังนั้นแหล่งเงินหลักจึงควรมาจากผู้ที่เข้ามาร่วมกัน เพราะฉะนั้น การที่ อนค.ไปกู้เงินจากคุณธนาธร จึงเป็นการกระทำที่ผิดหลักการ และไม่มีกฎหมายใดที่อนุญาตให้พรรคการเมืองกู้เงินจากใคร เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่สถาบันธุรกิจ และถ้ากฎหมายยอมให้กู้เงินได้ ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ตัวแทนของพรรคแทนที่เข้าไปรับใช้ประเทศ กลับมีแต่จะเน้นการถอนทุนคืนโดยทุจริต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ อนค.ต้องใช้หนี้กว่า 100 ล้านบาทนั้น ถามว่า อนค.จะหาเงินมาจากไหน ต้องเก็บเงินสมาชิกคนละเท่าไหร่ เป็นไปได้จริงหรือไม่ กรณีนี้จึงทำให้ภาพของ อนค.กลายเป็นพรรคการเมืองเถ้าแก่หลงจู๊เหมือนหลายพรรคที่มีภาพพจน์ติดลบในอดีต ผมจึงเห็นว่าวิธีการที่ อนค.กู้เงินจากคุณธนาธรนั้นผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ตรงไปตรงมา และทำให้ประชาชนที่ตั้งความหวังว่าจะมีการเมืองแบบใหม่ ผิดหวังกันไปตามๆ กัน ส่วนจะมีความผิดหรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต.และศาล&amp;rdquo; นายธีระชัยโพสต์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า กรณีพรรค อนค.กู้ยืมเงิน 110 ล้านบาท พิจารณาไปทางไหนมันก็มืดมิดสนิท เพราะพรรคการเมืองจะนำเงินของพรรคไปใช้หนี้เงินกู้ยืมไม่ได้ ถ้าฝ่าฝืนหัวหน้าพรรคและกรรมการพรรคมีความผิดตามมาตรา 132 มีโทษคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี และยังมีปัญหาอื่นๆ ด้วย คือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 62 ไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองกู้ยืมเงิน ซึ่งเมื่อพรรคการเมืองกู้ยืมเงินไม่ได้ การที่นายธนาธรอ้างว่าให้พรรคกู้เงิน 110 ล้านบาท ย่อมไม่อาจกระทำได้ &amp;nbsp;ดังนั้นเงิน 110 ล้านบาท จึงต้องถือว่าเป็นเงินที่นายธนาธรให้แก่พรรค ซึ่งคือเป็นการบริจาคให้แก่ อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่พรรคอนาคตใหม่รับเงินจำนวน 110 ล้านบาท มาใช้จ่ายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นการรับเงินบริจาคที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเกินจำนวนตามมาตรา 66 จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 72 ซึ่งอาจมีผลให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเหมือนพรรคไทยรักษาชาติและกรรมการบริหารพรรคต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเช่นเดียวกับกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งนายธนาธรและบริวารจะอ้างว่าถูก คสช.กลั่นแกล้งไม่ได้ เพราะนายธนาธรและโฆษกพรรคเป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้เอง&amp;rdquo; นายชูชาติโพสต์ทิ้งท้ายไว้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36556</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ปล่อยกู้ 110 ล้านบาท, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce562c94165f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
