<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยกู้กรุงไทย &#039;ทักษิณ&#039; รอดแล้ว แต่ &#039;โอ๊ค&#039; ต้องลุ้น 25 พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง ทักษิณ ชินวัตร ในคดีที่ถูกอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง ว่ามีความผิดตามคำฟ้องว่า ทักษิณ ในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ร่วมทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มกฤษดามหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดว่า ซูเปอร์บอส-บิ๊กบอส ที่มีการกล่าวอ้างในสำนวนการสอบสวนตั้งแต่ชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) จนถึงชั้น ป.ป.ช. แล้วส่งไปถึงอัยการ ว่าบิ๊กบอสที่มีการสั่งการให้บอร์ดกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทในเครือกฤษดามหานครคือใคร&amp;nbsp; ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง ทักษิณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ทักษิณจะรอดพ้นคดีปล่อยกู้กรุงไทย ทำให้สารบบคดีความของตัวเองไม่ต้องมีคดีความถูกศาลตัดสินลงโทษ และออกหมายจับเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคดี&amp;nbsp; กระนั้นว่าไปแล้ว ต่อให้ทักษิณไม่รอดในคดีปล่อยกู้กรุงไทย ตัวทักษิณและคนในเครือข่ายก็มองออกว่ายังไงก็ยากที่ทักษิณจะกลับประเทศไทยหากไม่มีการนิรโทษกรรม ชำระสะสางทุกคดีความที่ทักษิณถูกศาลตัดสินจำคุกและถูกฟ้องให้หมดไปก่อน เพราะหากไม่เกิดกระบวนการดังกล่าว มันก็ยากที่ทักษิณจะกลับไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ แม้ศาลฎีกายกฟ้องทักษิณคดีกรุงไทย แต่ดูแล้วคงไม่ได้ทำให้ทักษิณและเครือข่ายตื่นเต้นแต่อย่างใด เพียงแต่ก็ทำให้อย่างน้อยชีวิตก็ไม่ต้องมีชนักติดหลังเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะลำพังแค่ทุกวันนี้ ตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็มีชนักติดหลัง คดีความ หมายจับมากมาย ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ที่ตัดสินว่าทักษิณมีความผิด ไม่ว่าจะเป็น คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยให้กับรัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุก 3 ปี, คดี ป.ป.ช.ยื่นฟ้องกล่าวหาร่วมทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา เป็นต้น และระหว่างนี้กำลังรอการตัดสินคดีของศาลฎีกาฯ ในคดีถูกยื่นฟ้องกล่าวหาแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าเรื่อง คดีกรุงไทย ที่โยงถึงคนในครอบครัว ตระกูลชินวัตร ไม่ได้จบแค่ที่ทักษิณ เพราะแม้ทักษิณจะรอดไปแล้ว แต่ลูกชาย พานทองแท้ ชินวัตร พบว่าเวลานี้ ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในคดีที่เกี่ยวเนื่องมาจากการปล่อยเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ก้อนเดียวกันกับที่ปล่อยให้กลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานคร ทำให้ทักษิณยังต้องลุ้นให้ลูกชายรอดพ้นความผิดในคดีดังกล่าว เพราะปรากฏว่า วันที่ 25 พ.ย.2562 นี้ ทางศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะอ่านคำพิพากษาคดีพานทองแท้ดังกล่าวแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนหน้านั้น พานทองแท้ ในฐานะจำเลย ต้องไปปรากฏตัวที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เสียก่อน เพราะทางศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานคู่ความ คือฝ่ายอัยการและฝ่ายพานทองแท้ ในฐานะจำเลยสามวันติดกัน คือ 24-26 ก.ย. แล้วตามด้วยการอ่านคำพิพากษาที่ศาลได้นัดล่วงหน้าไว้ก่อนในวันที่ 25 พ.ย. เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ &amp;quot;คดีปล่อยกู้กรุงไทย&amp;quot; จึงต้องลุ้นกันว่า เมื่อทักษิณรอดแล้ว พานทองแท้จะเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมูลเหตุที่ทำให้พานทองแท้ถูกสอบสวนและถูกฟ้องเป็นจำเลยในชั้นศาลจะมีความแตกต่างจากของทักษิณ บิดา เนื่องจากพานทองแท้โดนเรื่องความผิดฐานฟอกเงิน หลังจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งเรื่องให้ดีเอสไอสอบสวนและทำสำนวนสั่งฟ้องพานทองแท้ โดยการสอบสวนเอาผิดพานทองแท้เกิดจากการขยายผลมาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ที่เคยตัดสินคดีปล่อยกู้กรุงไทยฯ และมีการจำคุกอดีตบอร์ดกรุงไทยและผู้บริหารในเครือกฤษดามหานคร โดย ปปง.และดีเอสไอใช้วิธีการสอบสวน แกะรอยเส้นทางการเงิน ของผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายคนใกล้ชิดนายพานทองแท้ เช่น เครือญาติ คนใกล้ชิดของอดีตเลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร แม่ของพานทองแท้ เป็นต้น รวมถึงแกะรอยเส้นทางการเงินของพานทองแท้ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงิน และการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนพบว่ามีธุรกรรมการเงินคือ มีเช็คสองใบ แยกเป็น 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ถูกสอบสวนคดีดังกล่าว โดยเฉพาะเข้าบัญชีพานทองแท้ ที่มีการทำธุรกรรมเมื่อ 17 พ.ค.2547 ที่มีการสั่งจ่ายเช็คธนาคารไทยธนาคาร จำนวน 10 ล้านบาท เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพของพานทองแท้ จนถูกยื่นฟ้องเอาผิดกลายเป็นจำเลยในชั้นศาลเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะถึงวันพิพากษาคดีพานทองแท้ 25 พ.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัฒนา เมืองสุข แกนนำเพื่อไทย หนึ่งในนักการเมืองคนใกล้ชิดทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หลังศาลฎีกาตัดสินยกฟ้องทักษิณ โดยเขาได้ระบุถึงตัว &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; ไว้ตอนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ลูกชายคนเดียวของนายทักษิณคือ นายพานทองแท้ ชินวัตร จึงถูกดีเอสไอลากเข้ามาเป็นตัวประกันด้วย โดยอ้างว่าเช็คจำนวน 10 ล้านบาทได้รับมาเป็นเงินค่าปากถุงจากการที่พ่อเป็นบิ๊กบอสสั่งให้อนุมัติเงินกู้รายนี้ จึงถูกฟ้องเป็นคดีฟอกเงิน ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังระบุอีกตอนหนึ่งว่า... &amp;quot;นายพานทองแท้ที่ได้รับเช็คมา 10 ล้านจากการลงทุนร่วมกันและคืนเงินให้แล้ว กลับถูกฟ้องเพียงคนเดียว โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 พ.ย.2562&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีปล่อยกู้กรุงไทย ทักษิณ ศาลฎีกายกฟ้องไปแล้ว แต่สำหรับ พานทองแท้ ยังต้องลุ้นว่าจะรอดหรือไม่รอด ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ที่ยังเป็นแค่คำตัดสินของศาลชั้นต้น&amp;nbsp; ทุกอย่างก็จะได้รู้กันในวันนั้น หากไม่มีการเลื่อนออกไปเสียก่อนจากสาเหตุบางประการ!!!.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44762</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ทักษิณ ชินวัตร, ปล่อยกู้กรุงไทย, ปล่อยกู้กรุงไทย &#039;ทักษิณ&#039; รอดแล้ว แต่ &#039;โอ๊ค&#039; ต้องลุ้น 25 พ.ย., พานทองแท้ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6bcf12ad571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้แทนส้มหวาน&#039;โวพรรคทำงานสร้างสรรค์ แต่งกายเรื่องเล็กน้อยไม่ควรนำมาโจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.ค. 62 - นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าพรรคอนาคตใหม่เน้นการทำงานตามกลไกรัฐสภา เราจะค้านอย่างมีเหตุผลและทำตามกฎและกติกาตามที่กำหนดไว้ และตนคิดว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ควรหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีกัน อย่างเช่น เรื่องการแต่งกายของส.ส.ในสภา หรือบางเรื่องที่ไม่ควรเป็นประเด็นอะไรเลย&amp;nbsp;

&amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ที่เน้นทำการเมืองแบบใหม่เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ที่ผ่านมาเราไม่เคยไปโจมตีใครก่อน มีแต่ถูกกระทำก่อนทุกครั้งเราถึงออกมาชี้แจง ผมจึงอยากขอร้องให้นักการเมืองทำงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อประชาชน อย่าเอาเรื่องเล็กๆน้อยที่ไม่มีอะไรมาโจมตีกันจนเป็นเรื่องใหญ่&amp;rdquo;รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40316</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ปล่อยกู้กรุงไทย, แต่งกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd10a8abc4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อแม้ว&#039;เจ็บหนัก!&#039;อุตตม&#039;ไล่ไปตามจำเลยหนีคดีปล่อยกู้กรุงไทยมารับโทษจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.62 - นายอุตตม​ สาวนายน​ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ​ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว​เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ถึงคดีปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดานคร โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ผิด&amp;rdquo; อย่าบิดเบือน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนที่รักและพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ความจริงผมไม่คิดว่า ต้องมาเขียนชี้แจงอธิบายกรณีการปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง แต่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีผมโดยตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา โดยเจตนาหวังผลทางการเมืองให้ผมเป็นผู้ผิดทั้งโดยข้อเท็จจริง การตรวจสอบ ไต่สวนทุกกระบวนการ ผมไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนชี้แจงขั้นตอนการตรวจสอบตัวผม ไม่รู้กี่ด่านต่อกี่ด่าน ทั้งในแง่ตัวบุคคลที่ตรวจสอบ ทั้งในแง่หน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ ผมผ่านทุกด่านครับ เพราะไม่ได้กระทำผิดตั้งแต่ต้น เมื่อคนมันไม่ผิดจะหาช่องหาทางอย่างไรมันก็ไม่ผิดหรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*การปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานคร
แรกเริ่มเดิมทีในการประชุมบอร์ดบริหารปล่อยสินเชื่อบริษัทนี้ ผมได้ท้วงติงในบอร์ดบริหารว่าสินเชื่อนี้ไม่สามารถอนุมัติให้ได้
หลังจากนั้น ธนาคารแห่งประเทสไทยหรือธปท.โดยฝ่ายตรวจสอบ เข้าตรวจสอบรายงานการประชุม การพิจารณาอนุมัติ ไม่พบว่ากระผมมีส่วนร่วมปล่อยสินเชื่อนี้ จึงไม่กล่าวโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันธปท.กล่าวโทษผู้มีส่วนร่วมในการปล่อยสินเชื่อนี้ทั้งนักการเมือง เอกชนและผู้บริหารธนาคารต่อคณะกรรมการปปช.ปี49
หลังจากนี้คดีถูกโอนให้ คณะกรรรมการตรวจสอบการกระทำที่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ไต่สวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยาน หลักฐาน
คตส.ไม่ชี้มูลว่าผมมีความผิด หลังจากเรียกผมไปให้การหลายครั้งเกี่ยวกับสินเชื่อก้อนนี้ จึงได้มีมติตีตกข้อกล่าวหาโดยพิจารณาแล้วเห็นผมไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดจึงไม่ได้ส่งไปอัยการให้ฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางคตส.ส่งปปช.ยื่นให้อัยการฟ้องคดีกรุงไทยต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งทั้งปปช. และอัยการเห็นพ้องกับคตส. ไม่ยื่นฟ้องผมในคดีนี้ เพราะจากการสอบสวนทั้งหมดมีหลักฐานชี้ว่าผมไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย สุดท้ายจึงไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ร่วมรับผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการทั้งหมดจึงยืนยันได้ว่า ผมไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยได้ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน อันที่จริง เพื่อน ๆ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านและผู้ที่สนใจเรื่องนี้ กรุณาอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง และถ้าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ก็ช่วยตามหาจำเลยในคดีนี้ที่ยังหลบหนีคดี มาสู่กระบวนศาลสถิตย์ยุติธรรมจะดีกว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกฤษดานคร, ปล่อยกู้กรุงไทย, สินเชื่อธนาคารกรุงไทย, อุตตม​ สาวนายน​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdf86ccae0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.โวยยังไม่ได้เริ่มงานก็จะซักฟอก&#039;อุตตม&#039;แล้ว!ต่อไปแค่รัฐบาลหายใจก็คงผิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยระบุว่า จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หากแต่งตั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นรมว.คลัง เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญว่า นายอุตตมมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรี เพราะเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ฝ่ายค้านพยายามดิสเครดิตเรื่องคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ทั้งที่ตนเคยออกมาชี้แจงหลายครั้งแล้วว่านายอุตตมไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย และผ่านการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช . คตส. กลต.หรืออัยการสูงสุด ที่สำคัญ ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ตัดสินไปแล้วว่า นายอุตตมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่าตนไม่เข้าใจฝ่ายค้านเลย เพราะได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วหลายครั้งว่านายอุตตม ไม่ผิดและไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ฝ่ายค้านก็ไม่หยุด เสมือนพยายามสร้างภาพให้นายอุตตมเป็นผู้ร้าย ทั้งนี้ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทำได้ แต่ควรจะให้รัฐบาลได้บริหารงานก่อน ยังไม่ได้บริหารงานเลยก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แบบนี้แค่รัฐบาลหายใจก็คงผิดแล้ว อยากให้ฝ่ายค้านเปิดใจให้กว้างให้เวลารัฐบาลได้ทำงานก่อน หากเห็นว่าบริหารบกพร่อง ไม่ดี จึงค่อยยื่นอภิปราย ไม่ใช่ทำเหมือนเด็กเล่นขายของ ไม่ได้ดั่งใจก็ยื่นนั่นยื่นนี่ แบบนี้หรือพรรคที่บอกว่ากำลังจะเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เพื่อทำให้พรรคทันสมัยขึ้น ถ้าทำได้แค่นี้คงไม่ใช่แค่เปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค แต่เปลี่ยนให้นักการเมืองนำ้ดี แต่ประจบประแจงไม่เป็น ได้มาเป็นส.ส.บ้างน่าจะดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ปล่อยกู้กรุงไทย, รมว.คลัง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf89212db096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ว่าที่รมต.’พาเหรดเคลียร์ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ว่าที่ รมต.สีเทาพล่าน! &amp;quot;กำนันป้อ&amp;quot; แจงคดีบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เคลียร์ทุกอย่างจบไปแล้ว หลังมีข่าว 2 รมช.มท.วืดเก้าอี้ ตัวแทน อปท.ตบเท้าให้กำลังใจ &amp;quot;นิพนธ์&amp;quot; นั่ง รมช.มท. เจ้าตัวย้ำไม่เคยทุจริต โอดมีขบวนการสกัดนั่งเสนาบดี &amp;quot;พิชัย&amp;quot; ตามบี้ &amp;quot;อุตตม&amp;quot; เคลียร์ปม ธ.กรุงไทยปล่อยกู้ &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; ให้กระจ่าง เปรียบเป็นโจรร่วมปล้นบ้านทำไมรอดได้ &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; จ่อหารือที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมเคารพอำนาจนิยม &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ขู่ &amp;quot;ชวน&amp;quot; โดน ม.157 หากไม่บรรจุญัตติตรวจสอบสรรหา ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนว่าจะได้อยู่ในตำแหน่ง รมช.กลาโหมต่อหรือไม่ โดยกล่าวสั้นๆ เพียงแค่ว่า &amp;ldquo;ไม่รู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรม &amp;nbsp;Waldorf Astoria ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.ต.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ นายทหารฝ่ายเสธ.ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าตนเองได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ และคาดว่าจะมาช่วยงานการเมืองให้ พล.อ.ประยุทธ์อย่างเต็มตัวนั้น โดย พล.ต.นิมิตต์ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธกับกระแสข่าวดังกล่าว ระบุเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;เดี๋ยวให้รอดู&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีรายงานข่าวอีกกระแสหนึ่งระบุเพิ่มเติมว่า พล.ต.นิมิตต์ไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีชื่อของตนเองไปดำรงตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาลในรัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่ในไม่ช้าว่า จากข่าวที่ออกมา คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่มีการกล่าวถึงชื่อตนไปอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว แต่ไม่ได้คิดอะไรกับข่าวนี้ เพราะสิ่งที่ตนตั้งใจมาทำงานการเมือง ก็หวังที่จะได้มีโอกาสช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เวลานี้ก็คิดถึงเพียงโอกาสได้ทำหน้าที่เป็น ส.ส.เท่านั้น โดยในการลงพื้นที่ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งได้เห็นความยากลำบากของประชาชน จึงอยากเข้ามาทำหน้าที่เพื่อผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคและรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เรื่องกัญชาเสรี การช่วยเหลือภาคการเกษตร profit sharing ฯลฯ อีกมากจะช่วยแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการให้ผมไปมีตำแหน่งตามข่าว ผมไม่ทราบมาก่อน และทางผู้ใหญ่ของพรรคก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้แต่อย่างใด ข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการคาดคะเนกันไปมากกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังอยู่ในฐานะโฆษกของพรรคภูมิใจไทย คิดว่าการอยู่ในตำแหน่งนี้ก็ยังสามารถทำงานทำประโยชน์ให้กับพรรคและรัฐบาลได้ โดยเฉพาะงานที่ผมมีความเชี่ยวชาญ คือเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารด้านดิจิทัล หากสามารถเข้าไปช่วยงานตรงไหนได้ก็มีความยินดี พร้อมทำงาน นำความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือประชาชน หรือนำประสบการณ์ต่างๆ ที่มีมาพัฒนาสังคม&amp;quot; พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่มีข่าวลือปล่อยแพร่สะพัดว่ามีการส่งรายชื่อบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย กลับมาให้พรรคภูมิใจไทยพิจารณาใหม่ เพราะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจถึงขั้นหลุดจากเก้าอี้ใน 2 ตำแหน่งหรือไม่ คือ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ซึ่งเป็นน้องสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่เคยถูกร้องเรียนเรื่องบ่อบำบัดร้างในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ แต่เคยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดคดีรุกที่ดินในเขต ส.ป.ก. 1,200 ไร่&amp;nbsp;
&amp;quot;กำนันป้อ-นิพนธ์&amp;quot;ยันแจงเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายวีรศักดิ์กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ตนจึงยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ส่วนเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.นั้น คดีความได้จบไปแล้ว และไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งตนสามารถเคลียร์ตัวเองได้ทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจกับข่าวที่ออกมาแบบนี้ เพราะตนไม่ได้คิดอะไร ว่าจะมีใครมาโจมตีแบบนั้นแบบนี้ อยากให้สื่อช่วยฟังข้อมูลที่ถูกต้อง และลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยสามารถไปสอบถามชาวบ้าน 85 หมู่บ้านในพื้นที่ได้ว่าตนเป็นคนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จากหลายจังหวัด เข้ามอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายก อบจ.สงขลา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ส่งชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร &amp;nbsp;ในฐานะตัวแทนกลุ่มคน อปท. กล่าวว่า มาให้กำลังใจนายนิพนธ์ ในฐานะคนทำงานท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาของคนท้องถิ่น การกระจายอำนาจ ที่ต้องได้คนที่เข้าใจร่วมทำงานกับรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไทยเดินหน้าต่อ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวขอบคุณผู้ที่มาให้กำลังใจ พร้อมแถลงแก้ข้อกล่าวหาใน 5 กรณีอีกครั้ง โดยกล่าวย้ำว่า เรื่องที่ค้างในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ใช่การร้องเรียนเรื่องทุจริต แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน มูลค่า 50 ล้านบาท ที่จัดซื้อตั้งแต่นายก อบจ.คนเก่า แต่ถึงกำหนดจ่ายเงินช่วงที่ตนเข้ารับตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็มีการร้องเรียนเพื่อให้ระงับการสั่งจ่าย เพราะการจัดซื้อจัดจ้างมีปัญหา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามแจ้งเรื่องมา ตนจึงไม่เซ็นจ่ายเงิน ระหว่างที่ตั้งกรรมการสอบสวน บริษัทที่ต้องการให้ชำระเงินก็ไปฟ้องศาลปกครอง จึงมีการชะลอการจ่ายเงินไว้ก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ตนชี้แจงได้ทั้งหมด ไม่มีการทุจริต มีแต่การนำเอาข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดไปปฏิบัติ และเป็นการรักษาผลประโยชน์องค์กรอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเรื่องสวนสาธารณะมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยจังหวัดสงขลา แต่ให้ อบจ.สงขลาเป็นหน่วยดำเนินการ จึงไม่ใช่การดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งศาลปกครองได้จำหน่ายคดีที่มีการร้องว่าไม่จัดทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว จึงถือว่าเรื่องยุติ เช่นเดียวกับการจัดซื้อรถตู้พยาบาล 1 คันราคากว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาตามบัญชีนวัตกรรมของกรมบัญชีกลาง ส่วนที่กล่าวหาว่า อบจ.เงินอุดหนุนสมาคมกีฬาจังหวัดสงขลา เพื่อให้นำงบประมาณไปใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีข้อโต้แย้งเพียงว่าจะใช้ระเบียบการเบิกจ่ายของ อบจ.หรือระเบียบของสมาคม หากมีการเบิกจ่ายผิดระเบียบก็ต้องนำเงินมาคืน อบจ.สงขลา ซึ่งเรื่องนี้มีการทยอยดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ยังนำตารางการจ่ายเงินงบประมาณไปยัง 16 อำเภอในจังหวัดสงขลา มาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่ามีการจัดสรรกระจายไปยังทุกอำเภอ ไม่ใช่กระจุกในบางอำเภอตามที่มีการกล่าวหา ที่ผ่านมามีการโจมตีด้วยเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่ระดับการเมืองท้องถิ่นจนกระทั่งตนเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ก็นำกลับมาโจมตีอีก เป็นการจงใจสกัดไม่ให้ตนเข้ารับตำแหน่ง แต่ยืนยันชี้แจงได้ทุกเรื่อง เพราะมีพยานหลักฐานชี้แจงได้ครบถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีมีข่าวว่า นายกรัฐมนตรีตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีบางคนนั้น นายนิพนธ์กล่าวว่า ยังไม่มั่นใจรายชื่อถูกตีกลับเป็นใคร แต่ตนพยายามชี้แจงเรื่องทั้งหมด อาจมีขบวนการของฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามทางการเมือง หรือเป็นคู่แข่งขันทางการเมืองพยายามไม่เข้าใจประเด็นนี้ และเอกสารที่ว่อนในอินเทอร์เน็ตหลายเรื่องเป็นเอกสารเท็จ จึงขอให้ระมัดระวังในการนำเสนอด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้กราบเรียนบุคคลที่เกี่ยวข้องให้รับทราบแล้วว่าปัญหาคืออะไร ถือว่าที่ชี้แจงผ่านสื่อเป็นสิ่งที่ชัดเจนแล้ว มั่นใจคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ว่าสามารถดำรงตำแหน่งได้ เพราะไม่ได้ขาดคุณสมบัติ หรือเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็เข้าใจในทุกประเด็น&amp;quot; นายนิพนธ์กล่าว
บี้&amp;quot;อุตตม&amp;quot;แจงปล่อยกู้กฤษดาฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีพลังงานและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหลังที่ตัวเองเปิดเผยเอกสารลับ ในสมัยที่นายอุตตมเป็นกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามอนุมัติเงินกู้บริษัทในเครือกฤษดามหานคร รวมทั้งเป็นผู้ลงนามรับรองประชุมดังกล่าวจริงหรือไม่ &amp;nbsp; หลังจากรายนามกรรมการ 3 ใน 5 คน ประกอบด้วย ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และนายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา อดีตกรรมการบอร์ดกรุงไทย ถูกดำเนินคดีติดคุกไปแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอยากถามให้นายอุตตมชี้แจงว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่อย่างไร เหตุใดถึงไม่ถูกดำเนินคดี รวมทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่ากันไว้เป็นพยานในคดีดังกล่าวจริงหรือไม่ หรือข้อเท็จจริงนายอุตตมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวนี้ ซึ่งเชื่อว่าหากนายอุตตมชี้แจงเรื่องดังกล่าวทั้งหมด สังคมก็จะคลายความสงสัย แต่หากนายอุตตมยังเพิกเฉย ก็จะทำให้การเข้ารับตำแหน่ง รมว.การคลังไม่สง่างาม เพราะนอกจากความสามารถต้องปรากฏเป็นที่ยอมรับแล้ว รมว.การคลังจะต้องมีความซื่อสัตย์ และมีการกระทำในอดีตที่โปร่งใสด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขออนุญาตเปรียบเทียบ หากโจรไปปล้นบ้านจำนวน 5 คน แต่มีโจร 1-2 คนที่ร่วมขบวนการด้วยแต่สุดท้ายไปซัดทอดบุคคลทั้ง 3 ให้ติดคุกและตัวเองพ้นโทษ อยากถามว่าถูกต้องหรือไม่ แม้ตัวเองจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่หากถามในเรื่องความผิด ก็ยังดำรงอยู่ ขณะที่จริยธรรมก็ขัดอย่างแน่นอน แล้วถ้าจะนำโจรที่ถูกกันเป็นพยานมาเป็น รมว.มหาดไทย จะเหมาะสมไหม เช่นไหนก็เช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยกล่าวอีกว่า หากนายอุตตมไม่ออกมาชี้แจง ก็ขอเรียกร้องไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรแต่งตั้งบุคคลที่มีข้อกล่าวหาเข้าเป็นรัฐมนตรี โดยใช้มาตรฐานเดียวกับรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่ใครภาพลักษณ์ไม่ดีก็ส่งกลับ มิใช่ปกป้องแต่คนในพรรคพลังประชารัฐ หากเรื่องนี้ยังคลุมเครือต่อไป จะเป็นปัญหาในอนาคต เชื่อว่าสภาจะหยิบไปเป็นประเด็นตรวจสอบอย่างเข้มข้น ส่งผลให้รัฐบาลชุดนี้ภาพลักษณ์ตกต่ำไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จะหารือที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในการแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เคารพหลักการยุติธรรมและประชาชนอย่างแท้จริง แต่เลือกที่จะเคารพอำนาจนิยม โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่เป็นกระบวนการขั้นต้นของกระบวนการยุติธรรม ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขทั้งที่มาและมาตรฐานการทำงาน ต้องซื่อสัตย์ต่อหลักการยุติธรรมและประชาชนทั้งประเทศด้วยมาตรฐานเดียว คือกรณีที่ 1 ชาวปทุมธานีสุดงง คสช.ใช้ ม.44 คืนตำแหน่งนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนทุจริต โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีถูกกล่าวหาว่าทุจริตและมีความเสียหายเป็นเงินประมาณ 44,574,016.14 บาท แต่ไม่มีการเปิดเผยว่ากระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.สิ้นสุดแล้วหรือไม่ ถ้าสิ้นสุดก็ควรมีหนังสือจาก ป.ป.ช.เปิดเผยออกมาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบบ้าง ซึ่งกรณีชี้ว่า ม.44 อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมไม่ต้องการผลการตรวจสอบการทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ 2 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตอบนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ที่ถามวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. ในงานสัมมนา &amp;quot;บทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;quot; ที่สำนักงานใหญ่ทีโอที เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ว่า &amp;quot;หากเป็นคนที่มีเพื่อนมากและมีโอกาสยืมเงินหรือยืมนาฬิกาเพื่อนมา จะต้องแจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่&amp;quot; วิทยากรตอบกลับว่า &amp;ldquo;ทรัพย์สิน ก็คือทรัพย์สินของท่าน คู่สมรส และบุตร ในเมื่อทรัพย์สิน ไม่ใช่ของท่าน ตามหลักเกณฑ์ ตามกฎใหม่ ท่านไม่จำเป็นต้องแสดงก็ได้&amp;rdquo; กรณีนี้คือเพื่อช่วยรับรองความถูกต้องให้ผู้มีอำนาจ เจ้าหน้าที่ต้องยอมกล้ำกลืนหลักการยุติธรรม อีกกรณีคือ ป.ป.ช.ตีตกคดีนางกรุณา ชิดชอบ ใช้งบ อบจ.บุรีรัมย์ พาประชาชนดูบอล 20 ล้านบาท ซึ่งสร้างความสงสัยให้สังคมต่อมตินั้น&amp;nbsp;
ขู่&amp;quot;ชวน&amp;quot;ผิดม.157
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งสามกรณีนี้สามารถเชื่อมโยงให้สังคมเชื่อและเข้าใจได้ว่า ถ้ายอมศิโรราบอำนาจนิยม สามารถปัดเป่าคดีให้ปลิดปลิวได้ เห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นทัศนะดังกล่าว ระบบยุติธรรมของประเทศจะถูกทำลาย เพราะทุกคนสามารถทำความผิดโดยไม่ต้องคำนึงถึงความชอบธรรมและกฎหมาย เพราะทุกคนที่ทำความผิดจะหลุดพ้นคดีได้เมื่อยอมศิโรราบผู้มีอำนาจ เป็นการสร้างผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมายขึ้นมาในสังคม ย้อนสังคมกลับไปสู่ยุคสังคมก่อนมีกฎหมายเป็นกติกาการอยู่ร่วมกันของสังคม หรือนี่คือการปฏิรูปกลับหลังหันของคณะรัฐประหาร 2557&amp;quot; น.ส.เกศปรียากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่มีเหตุผลใดที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะปฏิเสธไม่บรรจุญัตติของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบสวนกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่าการกระทำการพิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาเรื่องใดๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา พล.อ.ประยุทธ์และคสช.ปกปิดคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่นำคำสั่งไปประกาศในราชกิจจาฯ และกระบวนการการหา ส.ว.หลายขั้นตอน ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ จะทำให้การสรรหา ส.ว.เป็นโมฆะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ญัตติของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว. แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.และ คสช.คนอื่นๆ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งไม่ได้มีความเป็นกลางทางการเมืองว่าสิ่งที่ทำมานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือผิดพลาดบกพร่องในขั้นตอนไหน อย่างไร ด้วยเหตุนี้ ส.ว.ไม่ต้องร้อนตัวหรือหวาดกลัวใดๆ หากทุกท่านผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้อง โปร่งใส ตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์และความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สถานะของ ส.ว. ตลอดจนการกระทำหรือการลงมติใดๆ ของ ส.ว.ดังกล่าวเป็นโมฆะไปด้วย เมื่อได้โหวตเห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถือว่าไม่มีผลใดๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลังจากนี้หากมีการนำประเด็นนี้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องด้วย อาจจะพังกันทั้งองคาพยพ อีกประการหนึ่งก็คือ กระบวนการสรรหา ส.ว. ที่อาจจะเกี่ยวพันคดีทุจริต ประวัติด่างพร้อย มีมลทิน หลายคนเข้ามาเป็น ส.ว. ซึ่งเรื่องนี้จะได้ถูกตรวจสอบและเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบต่อไป นอกจากนี้ ถ้าหากนายชวนไม่บรรจุญัตติการสรรหา ส.ว.ไม่ชอบ อาจจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ม.157.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันป้อ, ปล่อยกู้กรุงไทย, ว่าที่รมต., หนังสือพิมพ์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cef6085e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผี4คดี&#039;ทักษิณ&#039;พ่วงจีทูเจี๊ยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาเอาจริง! รื้อคดีจำเลยหนีศาลล็อตใหญ่ วางปฏิทินตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ค. &amp;ldquo;หมอโด่ง&amp;rdquo; รับระเบิดลูกแรก 19 มิ.ย. นัดพิจารณานัดแรก หลังจาก &amp;ldquo;บุญทรง-ภูมิ&amp;rdquo; นอนคุกกันอ่วมอรทัยแล้ว &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ไม่น้อย ถูกปลุกผี 4 คดีที่ถูกจำหน่ายออกจากสารบบรวด ทั้งคดี &amp;ldquo;ปล่อยกู้กรุงไทย-เอ็กซิมแบงก์-แปลงสัมปทาน-หวยบนดิน&amp;rdquo;
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน มีความต่อเนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2560 ในประเด็นการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ออกบัญชีนัดความปี 2561 ออกมาแล้ว โดยได้มีการรื้อคดีที่จำหน่ายออกจากสารบบความไว้กลับมาใหม่จำนวนมาก
&amp;nbsp;โดยในบัญชีนัดความปี 2561 ของศาลฎีกาที่กำหนดนัดความตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.-9 ส.ค. จำนวน 99 คดีนั้น มีคดีความที่ถูกจำหน่ายคดีไว้ก่อน เนื่องจากจำเลยคดีได้หนีออกนอกประเทศ ที่น่าสนใจทั้งสิ้น &amp;nbsp;5 คดี ประกอบด้วย คดีที่ 64 ซึ่งศาลฎีกานัดในวันที่ 19 มิ.ย.เวลา 09.30 น. คดีดำที่ อม.282/2560 ซึ่งอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยขอให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินจากคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งนัดพิจารณาครั้งแรก&amp;nbsp;
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิร่ำรวยผิดปกติทั้งสิ้น 896,554,760.28 บาท แยกเป็นเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในชื่อ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด 53 บัญชี เป็นเงิน 567,715,461.37 บาท, เงินลงทุนในชื่อ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด 6 แห่งมูลค่า 260,142,651 บาท, ที่ดินในชื่ออดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติ 12 แปลง ในท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มูลค่า 57,066,828 บาท, 4 ห้องชุดในชื่อเครือญาติ ศาลาแดง โคโลเนต ต.สีลม อ.บางรัก กทม. 1 ห้อง มูลค่า 6,200,000 บาท และรถยนต์ 4 คันในชื่อเครือญาติผู้ใกล้ชิด มูลค่า 6,309,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไปแล้ว วงเงิน 99,203,133.17 บาท
&amp;ldquo;หมอโด่ง&amp;rdquo;ลุ้นระทึก
สำหรับคดีจีทูจีนั้น อสส.ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2558 แต่ในการพิจารณาคดีครั้งแรก นพ.วีระวุฒิได้หลบหนีคดีไป ซึ่งมีกระแสข่าวว่าหลบไปยังประเทศกัมพูชา ทำให้ศาลจำหน่ายคดีไว้ช่วยคราว และในวันที่ 25 ส.ค.2560 ศาลฎีกาก็ได้อ่านคำพิพากษา โดยจำคุกนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 จำนวน 36 ปี, นายบุญทรง จำเลยที่ 2 จำนวน 42 ปี, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4 จำนวน 40 ปี และนายฑิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว จำเลยที่ 5 จำคุก 32 ปี โดย พ.ต.นพ.วีระวุฒิ จำเลยที่ 3 ศาลฎีกาได้จำหน่ายคดีไว้ก่อน
ส่วนอีก 4 คดีที่เหลือนั้น เป็นคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำหน่ายคดีไว้ก่อนทั้งสิ้น ประกอบด้วย คดีที่ 68 โดยศาลฎีกานัดความในวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 13.30 น. คดีดำที่ อม.3/2555 และคดีแดงที่ อม.55/2558 ซึ่ง อสส.เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณที่ 1 กับพวกรวม 27 คน ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัทในเครือกฤษดามหานคร โดยนัดพิจารณาครั้งแรก&amp;nbsp;
ทั้งนี้ คดีดังกล่าว อสส.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ และพวกรวม 27 คน ตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 2555 และศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 โดยศาลพิพากษาให้จำคุก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 2, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 3, นายมัฌชิมา กุญชร ณ อยุธยา กรรมการธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 4 และนายไพโรจน์ รัตนะโสภา จำเลยที่ 12 จำคุกคนละ 18 ปี ฯลฯ นอกจากนี้ ศาลยังพิพากษาให้จำเลยแต่ละรายร่วมรับผิดชอบความเสียหายไว้ด้วย โดยศาลฎีกาได้จำหน่ายคดีนายทักษิณไว้ชั่วคราว และได้สั่งให้ออกหมายจับไว้
คดีที่สองของนายทักษิณนั้นคือคดีที่ 92 โดยศาลฎีกานัดวันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. คดีดำที่ อม.3/2551 และคดีแดงที่ อม.4/2551 ที่มีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดย ป.ป.ช.เข้าเป็นคู่ความแทนเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ (ยศในขณะนั้น) ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) โดยนัดพิจารณาครั้งแรก
ทั้งนี้ คดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2551 ศาลฎีกาได้ประทับรับฟ้องคดีที่ คตส.ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่เห็นชอบให้เอ็กซิมแบงก์อนุมัติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้รัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตรา 3% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุนของเอ็กซิมแบงก์ โดยรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณชดเชยผลขาดทุนให้แก่เอ็กซิมแบงก์ในระยะเวลา 12 ปี เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 670,436,201.25 บาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของเมียนมา เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียมที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จากบริษัท ชินแซทเทอร์ไลท์ บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร
&amp;ldquo;แม้ว&amp;rdquo; กระอักสารพัดคดี
และเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2551 ศาลฎีกาได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อพิจารณาคดีนัดแรก แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มา ศาลเชื่อว่ามีเจตนาหลบหนี จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว และให้ออกหมายจับอีกคดี
คดีที่สาม ศาลฎีกานัดความในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 09.30 น. คดีดำที่ อม.9/2551 และคดีแดงที่ อม.5/2551 ซึ่ง อสส.เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีการแปลงสัญญาสัมปทาน โดยนัดตรวจพยานหลักฐาน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2560 อสส.ได้ยื่นคำร้องให้รื้อคดีดังกล่าว หลังจาก อสส.ได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2551 และเมื่อศาลนั่งบัลลังก์ครั้งแรก พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่มาตามนัด ศาลจึงได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2551&amp;nbsp;
และเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2561 ศาลฎีกาได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรก ซึ่ง อสส.ได้ฟ้องนายทักษิณในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 ,100, 122 กรณีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ด้วยการตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (พ.ศ.2527) 2546 เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2551
และคดีสุดท้ายในวันที่ 25 ก.ค. เวลา 13.30 น. คดีดำที่ อม.1/2551 และคดีแดงที่ อม.10/2552 ซึ่ง คตส. โดย ป.ป.ช. เป็นคู่ความแทนเป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณที่ 1 กับพวก รวม 47 คน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว ซึ่งนัดพิจารณาครั้งแรก โดยคดีนี้เมื่อครั้งยังไม่มี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2560 ศาลได้จำหน่ายกรณีนายทักษิณไว้ โดยได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2551&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2552 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวว่า จำเลยที่ 10 นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.การคลัง และจำเลยที่ 31 นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83, จำคุกจำเลยที่ 10 มีกำหนด 2 ปี และปรับ 20,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 31 มีกำหนด 2 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยที่ 42 นายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท ซึ่งจำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ประกอบกับพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10 จำเลยที่ 31 และจำเลยที่ 42 ไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8132</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำเลยหนีศาลล็อตใหญ่, บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ปลุกผี 4 คดี, ปล่อยกู้กรุงไทย, พ.ต.ท. ทักษิณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอโด่ง, หวยบนดิน, เอ็กซิมแบงก์, แปลงสัมปทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5d0cb2fd13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
