<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊ก3นิ้วเบิกเนตร ‘ประยุทธ์’อยู่ยาว ลอกฮ่องกงเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอละพ่อ! ปล่อยข่าวการ์ด 3 นิ้วถูกทำร้ายถึงโคม่า&amp;nbsp; สุดท้าย ตร.งัดหลักฐาน ขี่มอเตอร์ไซค์ล้ม ไม่มีคู่กรณี &amp;quot;อดีตหัวหน้าการ์ด 3 นิ้ว&amp;quot; ตาสว่าง ฮ่องกงโมเดลไม่เวิร์กกับเมืองไทย ยิ่งแกงกันเองยิ่งพัง เพราะม็อบจากต่างจังหวัดรับไม่ได้ แถมคนกรุงอาจจะถอย ชักจะเชื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อยู่ครบเทอม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ &amp;quot;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน (@plamindyindy)&amp;quot; ทวีตข้อความระบุว่า &amp;quot;วันนี้เกิดเหตุการณ์น้องอาชีวะในภาคีมาช่วยงานเป็นการ์ดในม็อบ น้องขอตัวไปรับแฟน แต่น้องกลับโดนรุมทำร้ายฟันเข้าไปที่ศีรษะ เพราะน้องห้อยป้ายการ์ดภาคีไปด้วย น้องโดนทำร้ายที่รามคำแหง ตอนนี้รักษาตัวที่ รพ. อาการโคม่า ทำไมเหตุผลอะไรถึงไปทำเขา เลวจริงๆ #ม็อบ2ธันวา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย ทวีตข้อความ ผ่านบัญชี &amp;quot;Tosaporn Sererak/นพ.ทศพร เสรีรักษ์ @TSererak&amp;quot; ระบุว่า กะโหลกศีรษะยุบ เลือดออกในสมอง ต้องผ่าตัด พร้อมวอนผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่&amp;nbsp; 5 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp; (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. ได้นำหลักฐานคำให้การของพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่รับแจ้งเข้าช่วยเหลืออุบัติเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดมาชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยยืนยันว่าผู้เสียหายเป็นนักเรียนอาชีวะขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ล้มได้รับบาดเจ็บโดยไม่มีคู่กรณี ย่านมีนบุรี ในเวลาประมาณ 22.00 น. และยังพบว่าหลังเกิดเหตุมีกลุ่มบุคคลแชร์ข้อมูลและภาพ พร้อมข้อความที่มีลักษณะทำให้เข้าใจผิดว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่ หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง จึงเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ ที่อ้างว่าการ์ดอาชีวะถูกทำร้ายร่างกายหลังจากกลับจากชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว นอกจากนี้ยังสืบสวนหาข่าวและจัดเตรียมแผนรองรับ กรณีในวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ อาจมีการนัดชุมนุมทางการเมืองเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุด บัญชีทวิตเตอร์การ์ดภาคีเพื่อประชาชน (@plamindyindy) นั้นถูกปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ อดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่มราษฎร 63 We Volunteer หรือ WeVo ที่ปัจจุบันได้ประกาศแยกตัวออกมาจากการ์ดม็อบสามนิ้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีคลิปภาพและข่าวออกมาต่อเนื่องถึงการมีปัญหากันเองในกลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมจนมีการทำร้ายร่างกายกันเอง เพื่อจะมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมืองในนามของกลุ่มวีโว่ ประเมินสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมของม็อบต่อจากนี้ว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นนายกฯ ต่อไป การเมืองไทย จากนี้คงไม่ไปถึงจุดพีกหรือจุดต่ำกว่านี้ไปอีกแล้ว มันรักษาระดับแบบนี้ต่อไป ก็จะยื้อแบบนี้ไปจนกว่าจะมีเหตุปัจจัยอื่นที่มันมีผลต่อสถานการณ์มากกว่านี้ โดยสถานการณ์ของม็อบพูดไปถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก มากกว่าสถาบันทางการเมืองอื่นๆ คิดว่าปัจจัยที่จะทำให้สถานการณ์พีกขึ้นหรือต่ำลงอยู่ที่ประเด็นของสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;อาจอยู่ครบ 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มวีโว่ ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ทำกิจกรรมต่อต้าน คสช.มาตั้งแต่ปี 2557 กล่าวอีกว่า ตราบใดที่หากยังไม่มีการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างรุนแรง และยังไม่มีการยกเลิกมาตรา 112 สถานการณ์ม็อบก็จะไม่ลงและจะไม่ขึ้น เว้นแต่จะมีการบังคับใช้มาตรา 112 อย่างรุุนแรง ก็จะนำไปสู่เหตุการณ์ที่ยกระดับ นำไปสู่การตื่นตัวอีกครั้งหนึ่งของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า เป็นไปได้ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจจะอยู่ครบ 4 ปี แต่เป็นการอยู่ครบด้วยความทุลักทุเลและหายนะทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ โดยตลอดช่วงอายุของรัฐบาล ก็จะมีการประท้วงจะเกิดขึ้นเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ หรืออาจขยับเป็นรายเดือน แต่ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปในเชิงปริมาณ จะไม่ลดน้อยถอยลงในเชิงขบวนการ แต่จะแตกหน่อออกไปเป็นกลุ่มต่างๆ และที่สำคัญจะมีแนวทางที่หลากหลายมากขึ้น เพราะหลายคนอาจคิดว่าแนวทางที่คณะราษฎร 63 ต่อสู้อยู่ ณ ตอนนี้ไม่เวิร์กก็ได้ อาจจะมีคนตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นมาเพื่อต่อสู้ในแนวทางที่เขาเชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางไปสู่หนทางแห่งชัยชนะก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตหัวหน้ากลุ่มการ์ดม็อบคณะราษฎรกล่าวถึงฉากจบของสถานการณ์และการชุมนุมว่า ต้องอิงเวลาด้วย แต่หากในช่วง 1-2 ปีนี้ ก็คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็คงเป็นนายกฯ ต่อ ส่วนการต่อสู้ทางการเมืองก็คงมีการจับกุมคุมขังแกนนำหลังจากนี้เมื่อสถานการณ์อ่อนล้า ถอยแรง หรือสะดุดขาตัวเองล้ม ก็เป็นไปได้ ถ้าเมื่อไหร่ม็อบแผ่ว ทำผิดพลาดบ่อยๆ ประชาชนไม่ซื้อแล้ว แนวทางไม่โอเค คนไม่เอากับม็อบแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจถือโอกาสนั้นเคลียร์คดีและจัดการกับแกนนำ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ต่อได้ จนถึงวินาทีสุดท้าย หรืออาจจะไปอีกทางหนึ่ง แต่ให้น้ำหนักน้อยกว่าข้อแรก คือการชุมนุมจากนี้ จากที่ชุมนุมกันทุกวัน ก็จะเปลี่ยนเป็นการชุมนุมทุกสัปดาห์ แล้วก็คงขยับเป็นเดือนละครั้ง แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยนไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะต้องเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ขึ้น ประเด็นต้องแหลมคมขึ้นก็เป็นไปได้ จนถึง พล.อ.ประยุทธ์ลาออก หรือไม่ก็อยู่ครบเทอม ก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ให้น้ำหนักข้อแรกก่อน คือนายกฯ จะเอากฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด แล้วก็มีการจับกุมคุมขังแกนนำอย่างแน่นอน&amp;quot;
ม็อบ ตจว.ไม่เอาแกงกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หมายถึงแกนนำและผู้ชุมนุมก็ต้องทบทวนการเคลื่อนไหว มองจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองเพื่อไม่ให้สะดุดล้ม นายปิยรัฐตอบว่า ใช่ มันก็ต้องแบบนั้น เหมือนกับที่ตนทำอยู่ตอนนี้ พอเราทบทวนแล้วว่ารูปแบบนี้มันไม่ใช่ หรือยังมีปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง ลดปัญหา ลดการกระทบกระทั่ง มีคนคอยสำรองทางให้เดิน ตนจะถากทางไว้รอ อันนี้ก็คือการปรับปรุงทบทวนรูปแบบการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าสุดท้ายแล้วการชุมนุมจะเหมือนกับฮ่องกงหรือไม่ ที่สุดท้ายที่ฮ่องกงการชุมนุมก็ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ อดีตหัวหน้าการ์ดม็อบสามนิ้วตอบว่า ฮ่องกงเขาเหมือนกับต่อสู้ way เดียวเลย ชุมนุม-จบ ชุมนุมยืดเยื้อ-จบ อย่างนี้หลายรอบตั้งแต่ปี 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็เคยเดินทางไปฮ่องกงเพื่อศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งมันไม่เวิร์กกับเมืองไทย ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งของไทยเองและของเขา มันไม่เวิร์ก มิหนำซ้ำมวลชนจะล้าและเสียแนวร่วมไปเรื่อยๆ เพราะอย่าลืมว่าการชุมนุมแบบวันต่อวันที่ทำอยู่ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากคนกรุงเทพฯ ไม่สามารถอาศัยคนต่างจังหวัดได้ เพราะการนัดชุมนุมแบบวันเว้นวัน แล้วยิ่งมีการแกงกันอีกด้วย คนต่างจังหวัดไม่สามารถรับกับการแกงได้ เพราะเขาต้องเตรียมข้าวปลาอาหาร เตรียมค่าน้ำมัน เตรียมลางาน ก่อนจะเดินทางได้แต่ละครั้ง จึงต้องอาศัยคนกรุงเทพฯ เป็นกำลังหลักในการเคลื่อนย้ายคน แต่เมื่อไหร่ที่สร้างปัญหา สร้างให้คนกรุงเทพฯ ไม่ซื้อกับวิธีการของคุณแล้วเป็นปัญหาเสียเอง เขาถอยขึ้นมาจะทำยังไง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป็นปัญหาแบบไหน นายปิยรัฐบอกว่า ปัญหาหลายเรื่องก็เช่น การจราจร การกระทบกระทั่งของคนในพื้นที่ การนำเสนอเนื้อหาที่ซ้ำๆ ซากๆ ไม่นำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง มองว่าเป็นการยื้อเวลา การถ่วงรั้ง คือคนกรุงเทพฯ ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง เมื่อฟีเวอร์เขาก็ฟีเวอร์ แต่เมื่อไม่เอาก็คือไม่เอา ไม่อินก็คือไม่อิน ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดการสวิงโหวตของการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เดี๋ยวก็พรรคเพื่อไทย เดี๋ยวก็ประชาธิปัตย์ มันสวิง เพราะคนเขามีความคิดบางอย่างที่ไม่ได้ยึดติดกับอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าตอนนี้มันก็กำลังเป็นอย่างนั้นแล้ว เขาบอกว่า ค่อนข้างมั่นใจว่ามันมีโอกาส เพราะเสียงสะท้อนกลับมาที่ตน มันไปในทิศทางเดียวกัน เขาก็เตือนมา เช่น ปิดถนนกันทุกวัน ประชาชนอาจไม่พอใจได้ หรือระวัง คุณทะเลาะกันทุกวัน ประชาชนอาจเอือมระอาก็ได้ หรือระวัง แนวทางคุณไม่ชัด เดี๋ยวคนโน้นลด คนนี้เพิ่ม ประชาชนอาจถือว่าคุณไม่มีหลักการ ไม่มีแนวทางที่ชัดเจน มันก็เป็นไปได้ทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86069</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกทำร้ายถึงโคม่า, ปล่อยข่าว, มอเตอร์ไซค์ล้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮ่องกงโมเดล, ไม่มีคู่กรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0b968612ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ๊ก&#039;จบแล้ว!&#039;บิ๊กตู่&#039;ยืนยันไม่ย้ายกลับ ถามใครปล่อยข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีมีกระแสข่าวว่ามีการใช้คำสั่งมาตรา 44 ย้ายพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กลับเข้ามารับราชการตำรวจอีกครั้ง ว่า ไม่เคยมี ย้ายใคร ถามอยู่นั้นแหล่ะ เอามาจากไหนยังไม่รู้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ใครปล่อยข่าวก็ไม่รู้ ไม่มี ขอยืนยันย้ายตามความเหมาะสม ที่มีความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ เท่านั้นก็จบแล้ว ไม่ต้องไปหาเหตุโน้นเหตุนี้มากันอีก&amp;quot;นายกฯกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39424</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิิ๊กโจ๊ก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปล่อยข่าว, ไม่ย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08b43f0dec2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยปัดข่าวดูดงูเห่าพปชร. ซัดกลุ่มอำนาจเดิมปล่อยข่าวทำลายฝ่ายประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.62- &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตามที่มีการปล่อยข่าวให้เข้าใจผิดว่าพรรคเพื่อไทยพยายามติดต่อจะให้การสนับสนุนผู้ที่เสนอตัวเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชารัฐรายหนึ่งโดยจะต้องแลกกับการหาเสียงมาสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐให้ได้อีก 10 ถึง 20 เสียงก็จะได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯนั้น ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่าพรรคเพื่อไทยทำงานการเมืองบนหลักการและความถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตยตลอดมา และพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญต่อคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากจะเป็นประธานรัฐสภาอีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งก็คือประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติแห่งชาติจะเป็นศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติฯจึงเชื่อว่า ส.ส.ทุกคนทุกพรรคน่าจะมีจิตสำนึกที่ดีและน่าจะใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจว่าควรจะเลือกบุคคลใดที่เหมาะสมที่สุด มีประวัติและผลงานดีที่สุด ไปทำหน้าที่ประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปล่อยข่าวในทางเสียหายดังกล่าวนี้น่าจะเป็นแผนการทำลายพรรคเพื่อไทยและฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อหวังสืบทอดอำนาจของกลุ่มอำนาจเดิม&amp;rdquo;นางลดาวัลลิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอำนาจเดิม, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ประธานรัฐสภา, ปล่อยข่าว, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนผิดพรบ.คอมพ์แชร์ข้อมูลมั่วหา &#039;บิ๊กตู่&#039; สร้างเรื่องกลบข่าวหนุนกิจการศาสนาอิสลาม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มานัส ทารัตน์ อธิบดีกรมศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.61 - นายมานัส ทารัตน์ อธิบดีกรมศาสนา ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อความในลักษณะว่า รัฐบาลพยายามสร้างประเด็น เพื่อปิดบังการที่รัฐบาลสนับสนุนกิจการในศาสนาอิสลามมากเป็นพิเศษ ทั้งการอ้างเรื่องของการเปิดทำนียบรัฐบาลเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน การอนุมัติสร้างมัสยิดในหลายจังหวัด การให้เงินเดือนผู้นำทางศาสนานั้น ว่าทุกคนคงจะทราบว่าเป็นข้อมูลที่ปราศจากข้อเท็จริง แต่เนื่องจากเป็นการนำประเด็นเรื่องของศาสนาที่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องมีการเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานัส กล่าวว่า การใช้สถานที่ของทำเนียบรัฐบาล จัดพิธีเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอนนั้น เป็นการดำเนินการตามหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาล &amp;nbsp;ที่จะต้องอุปถัมป์คุ้มครองทุกศาสนาที่กฎหมายรับรอง นั่นคือ ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกซ์ และเพราะประชาชนทุกคนที่นับถือศาสนาทุกศาสนาล้วนเป็นพสกนิกรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นประชาชนคนไทยทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการก่อสร้างและจดทะเบียนมัสยิดนั้นอยู่ในการรับผิดชอบดูแลของกรมการปกครอง นายศักดิ์ชัย &amp;nbsp;แตงฮ่อ รองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ความชัดเจนว่าการก่อสร้างและจดทะเบียนมัสยิดต้องเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และคำสั่ง คสช. ที่ 49/2559 ที่กำหนดมาตรการอุปถัมป์และคุ้มครองศาสนาทุกศสานา ให้เป็นไปตามหลักการของศาสนา ซึ่งการก่อสร้างมัสยิดทุกแห่งก็เพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของพี่น้องมุสลิมในแต่ละพื้นที่ไม่มีจุดประสงค์อื่น ขณะที่ค่าตอบแทนผู้นำทางศาสนาก็เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ได้สูงตามข้อมูลตามที่มีข้อมูลบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆอย่างมีวิจารณญาน ไม่หลงเชื่อข่าวที่บิดเบือนในโลกโซเชียลจนทำให้เกิดความสับสน รวมถึงการส่งต่อ หรือ Share ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรัฐบาล แต่ด้วยความเป็นห่วงประชาชนที่การ Share นั้นอาจเข้าข่ายความผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้ตั้งใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญทางศาสนา, นายมานัส ทารัตน์ใจ, ปล่อยข่าว, อธิบดีกรมศาสนา, อิสลาม, โซเชียลฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a93b089678.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
