<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปล่อยยกก๊วน &#039;อานนท์- สมยศ- เอกชัย- สุรนาถ&#039; ออกจากคุกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นายอานันท์ ลุ่มจันทร์, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ และนายปิยรัฐ จงเทพ กลุ่มแกนนำและผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดต่อ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ร.บ.จราจรทางบก และพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 7 และให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2563 จำเลยที่ 1-7 ร่วมกันกางจอภาพสีขาว มีเสาด้านข้างวางหมุดคณะราษฎรลงบนทางเดินรถ วางเครื่องฉายโฮโลแกรมบนทางเท้าถนนราชดำเนินกลาง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิป ไตย แล้วฉายโฮโลแกรมอ่านประกาศของคณะราษฎรลงบนจอภาพ &amp;quot;ลบยังไง ก็ไม่ลืม&amp;quot; อันเป็นการตั้ง วาง กองวัตถุ หรือสิ่งของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ บนถนน ทาง ซึ่งมิใช่บริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร มีลักษณะกีดขวางการจราจร กีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย หรือความสะดวกในการจราจร อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,000 บาท ฐานใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2-7 มีความผิดฐานร่วมกัน ตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็น การกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 1,000 บาท จำเลยทั้ง 7 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 600 บาท คงปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นผัดฟ้องฝากขังน.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จำนวน 2 สำนวน คดีความผิดตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 จากกรณีนำมวลชนร่วมชุมนุมที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน กทม. วันที่ 5 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้อง คำคัดค้านข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาคดีนี้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาอื่นอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน การสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยส่งสำนวนการสอบสวน ผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดอีก 2 คน ไปให้พนักงานอัยการฟ้องคดี สำหรับผู้ต้องหาคดีนี้เหลือเพียงรอผลการตรวจสอบประวัติ การกระทำความผิดเท่านั้น ประกอบกับ ผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือ ก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงยังไม่มีความจำเป็นให้คุมขังไว้ จึงยกคำร้องขอฝากขัง โดยอนุญาตให้ผัดฟ้องได้ 6 วัน และให้ เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาออกจากฐาน ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่เห็นควรอนุมัติหมายจับ น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ ธนกิจวิบูลย์ผล อายุ 25 ปี, นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 28 ปี, นายชนินทร์ วงษ์ศรี อายุ 20 ปี, นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ อายุ 21 ปี และน.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี ตามที่ตำรวจยื่นคำร้องขอ สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกันชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย โดยศาลเห็นว่าทั้ง 5 คนยังเป็นนักศึกษา และให้ออกหมายเรียกตามปกติแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีพนักงานสอบสวน สภ.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ดำเนินคดีนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก สืบเนื่องจากชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะไปตรวจสถานการณ์โควิด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค.นั้น นายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่าศาลแขวงระยองไต่สวน และคำสั่งยกคำร้องขอฝากขัง ไม่อนุญาตให้ตำรวจนำตัวไปควบคุม หรือขัง โดยศาลให้เหตุผล ว่าการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของ ผู้ต้องหา เป็นขั้นตอนที่ดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องควบคุมผู้ต้องหา และปัจจุบัน ผู้ต้องหาเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงให้ยกคำร้องขอฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ และนายอานนท์ นำภา ภายหลังทั้ง 4 ถูกคุมขังเกือบ 20 วัน โดยทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในช่วงค่ำที่ 2 พ.ย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82628</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, ปล่อยตัว, ม็อบ, อานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0ac3e844d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปล่อยตัว&#039;อานนท์-ไมค์&#039;แล้ว! ตร.ยื่นยกเลิกฝากขังเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;7 ก.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 15.00 น. สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย (สนท.) ร่วมกับ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และ กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรม ถามหาความยุติธรรมในกระบวนการที่ออกหมายจับนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย แต่ก่อนการร่วมตัวกลุ่มความเคลื่อนไหว ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ประจำศาล นำโซ่มาคล้องกุญแจปิดบริเวณประตู 8-9 ขณะที่ผู้ชุมนุมต่างเริ่มทยอยมา โดยยังไม่มีแกนนำ ด้านการดูแลความปลอดภัย ทางตำรวจ สน.พหลโยธิน จัดกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบ ประมาณ 40 นาย มาคอยดูแลสถานการณ์&lt;/p&gt;


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำแผ่นประกาศข้อกำหนดศาลอาญาขนาดใหญ่มาวางตั้งไว้ โดยห้ามไม่ให้ใช้เครื่องขยายเสียงหรือกระทำการใดให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าละเมิดอำนาจศาล

&amp;nbsp;

ต่อมาเวลา 15.20 น. นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความและอดีตผู้ต้องหาในคดี มาตรา 112 ได้นำเครื่องเสียงมาตั้งอยู่หน้าศาล โดยมีมวลชนประมาณ 30 ราย คอยชูป้ายเขียนข้อความให้ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา กับนายภาณุพงษ์ จาดนอก สองแกนนำคณะประชาชนปลดแอก ที่ถูกคุมขังเนื่องจากถูกถอนประกันตัว โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนถือภาพบุคคลทั้งสอง พร้อมเรียกร้องให้ศาลอาญาปล่อยตัวทั้งสอง

&amp;nbsp;

นายประเวศ กล่าวว่า ได้ไปยื่นแจ้งการชุมนุมที่ สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนได้รับแจ้งว่า ผกก.ไม่อยู่ เนื่องจากไม่ใช่เวลาราชการ จึงไม่ได้รับการอนุญาตให้จัดการชุมนุม ทั้งที่การแจ้งชุมนุม มีข้อกำหนดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าใน 24 ชั่วโมง ไม่ได้บอกให้แจ้งในเวลาราชการ ฉะนั้นถือว่าได้แจ้งจัดชุมนุมแล้ว แต่ สน.พหลโยธิน ไม่ยอมรับแจ้ง หากมีหมายเรียกคดีใดจะสู้คดีต่อไป

&amp;nbsp;

ขณะที่ตัวแทนผู้ชุมนุมเยาวชนอ่านบทกวีของนายอานนท์ พร้อมพากันชู 3 นิ้ว ตะโกนให้ปล่อยบุคคลทั้งสอง ต่อมาเวลา 16.00 น. ฝนเริ่มตกลงมา ผู้ชุมนุมจึงได้ประกาศแยกย้าย

&amp;nbsp;

จากนั้นในช่วงเวลา 16.00 น.เศษ ศาลอาญาได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2563 ที่ศาลอาญานัดไต่สวนคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาทั้งสอง สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2563 ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง และอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองโดยมีเงื่อนไขห้ามกระทำการใด ๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนั้นอีก ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว นายอานนท์และนายภานุพงศ์ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของศาลที่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทนายความผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำคัดค้านคำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าว หลังจากนั้นศาลไต่สวนคำร้องของพนักงานสอบสวน ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนายอานนท์ นำภา ในส่วนของ นายภาณุพงศ์ จาดนอก ศาลได้พิเคราะห์ถึงอายุ อาชีพ และพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว สมควรให้โอกาสแก่นายภาณุพงศ์ โดยได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้มีประกันในวงเงินเพิ่มเป็น 2 แสนบาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และให้นายภาณุพงศ์มารายงานตัวทุก 15 วัน ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเข้ามาใหม่ ศาลจึงให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวและรับตัวไว้หมายขัง

&amp;nbsp;

ต่อมาในวันนี้ (วันที่ 7 ก.ย. 2563) พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการฝากขังนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาทั้งสอง โดยระบุเหตุผลในคำร้องว่าได้ทำการสอบสวนมาพอสมควรแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขังผู้ต้องหาทั้งสองระหว่างการสอบสวนอีกต่อไป ศาลพิจารณาแล้ว ให้หมายปล่อยผู้ต้องหาทั้งสอง โดยแจ้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทราบแล้ว.

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76743</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยตัว, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ศาลอาญา, สน.สำราญราษฎร์, อานนท์ นำภา, ไมค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50f925ba7f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาแอบปล่อยตัว 7 ทหารฆ่าหมู่โรฮีนจา ได้นอนคุกไม่ถึง 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอยเตอร์เผย กองทัพเมียนมาแอบปล่อยทหาร 7 นายที่โดนตัดสินจำคุก 10 ปีฐานฆ่าหมู่ชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 ศพที่รัฐยะไข่เมื่อปี 2560 หลังจากทั้งหมดติดคุกได้ไม่ถึง 1 ปี ในขณะที่ 2 นักข่าวรอยเตอร์ทำสกู๊ปเปิดโปงกลับนอนคุกนานกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 16 กันยายน 2560 ผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮีนจาในค่ายที่ตั้งอยู่บนดินแดนไร้ผู้ครอบครองระหว่างชายแดนบังกลาเทศและเมียนมา มองทหารเมียนมาเดินลาดตระเวน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เรือนจำ, อดีตนักโทษร่วมคุกแห่งนั้น และตัวทหารที่ได้รับอิสรภาพ ว่านายทหาร 4 นาย และพลทหาร 3 นายนี้ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำซิตตเวในรัฐยะไข่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหาร 7 นายนี้ถูกปลดประจำการและตัดสินคุมขังใช้แรงงานหนัก 10 ปีเมื่อเดือนเมษายน 2561 ฐานช่วยเหลือและมีส่วนร่วมในการฆาตกรรมผู้ชายและเด็กชายชาวโรฮีนจา 10 คน ที่หมู่บ้านอินดินในรัฐยะไข่เมื่อเดือนกันยายน 2560 ซึ่งเท่ากับว่าทั้งหมดเพิ่งรับโทษได้ไม่ถึง 1 ปี ในขณะที่วา โลน และจ่อ โซ อู สองนักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา ซึ่งถูกจับกุมคุมขังเมื่อเดือนธันวาคม 2560 และศาลตัดสินจำคุก 7 ปีฐานทำผิดกฎหมายความลับทางราชการ กลับติดคุกนานกว่า 16 เดือน ทั้งคู่เพิ่งได้รับอภัยโทษเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิน ไนง์ พัศดีเรือนจำซิตตเว และเจ้าหน้าที่เรือนจำอีกรายในกรุงเนปยีดอ ยืนยันกับรอยเตอร์ว่า ทหารกลุ่มนี้ถูกปล่อยตัวออกมานานหลายเดือนแล้ว เจ้าหน้าที่เรือนจำกล่าวว่า กองทัพลดหย่อนโทษให้พวกเขา แหล่งข่าวทั้งสองปฏิเสธจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมโดยบอกว่า พวกเขาไม่รู้วันที่แน่นอนที่ทหารเหล่านี้ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารกลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพียงชุดเดียวที่กองทัพเมียนมาลงโทษสืบเนื่องจากปฏิบัติการปราบปรามในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 ที่ผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮีนจามากกว่า 730,000 คนหนีข้ามแดนไปบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่สอบสวนขององค์การสหประชาชาติกล่าวว่า การปราบปรามของเมียนมาซึ่งรวมถึงการฆ่าหมู่, ข่มขืนหมู่ และวางเพลิง ถือเป็นการกระทำด้วยเจตนาล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลและกองทัพเมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เคยอ้างถึงคดีของทหาร 7 นายนี้เมื่อปีที่แล้วว่า เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเมียนมาที่กระทำผิดก็ต้องรับโทษ โฆษกกองทัพเมียนมาปฏิเสธจะตอบคำถามของรอยเตอร์เกี่ยวกับข่าวการปล่อยตัวทหาร 7 นายนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเมียนมา, ปล่อยตัว, พม่า, พ้นคุก, รอยเตอร์, เมียนมา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebfb6253999.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปล่อยตัว 2 นักข่าวรอยเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สองนักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมาได้รับอิสรภาพแล้วเมื่อวันอังคาร ภายหลังโดนจับกุมและจองจำนานกว่า 16 เดือน เหตุจากสืบสวนข่าวการฆ่าหมู่ชายชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ประธานาธิบดีเมียนมาตัดสินใจอภัยโทษโดยอ้างเป็นผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ หลังจากคดีของทั้งคู่ทำให้รัฐบาลเมียนมาโดนประณามอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วา โลน (ซ้าย) และจ่อ โซ อู ยกมือทักทายขณะเดินออกจากประตูเรือนจำอินเส่งภายหลังได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วา โลน วัย 33 ปี และจ่อ โซ อู วัย 29 ปี ถูกจับกุมเมื่อเดือนธันวาคม 2560 และถูกศาลพิพากษาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ และถูกตัดสินลงโทษจำคุกคนละ 7 ปี คดีของพวกเขาทำให้รัฐบาลเมียนมาภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ โดนกลุ่มสิทธิและรัฐบาลหลายประเทศรุมประณาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มนักโทษ 6,520 คนได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำอินเส่งเมื่อวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2562 ตามคำประกาศอภัยโทษของประธานาธิบดีวิน มยินต์ ที่คืนอิสรภาพให้นักโทษครั้งใหญ่นับแต่วันสงกรานต์ของเมียนมาเมื่อวันที่ 17 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วา โลน กล่าวขอบคุณผู้คนจาก &amp;quot;ทั่วโลก&amp;quot; ที่ช่วยกันเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขา และว่าเขาจะกลับไปทำหน้าที่นักข่าวเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสตีเฟน แอดเลอร์ บรรณาธิการบริหารของรอยเตอร์ แสดงความยินดีที่เมียนมาปล่อยตัวนักข่าวที่กล้าหาญของรอยเตอร์ โดยกล่าวว่า นับตั้งแต่การจับกุมทั้งคู่เมื่อ 511 วันก่อน พวกเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์แทนความสำคัญของเสรีภาพสื่อทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่อ เทย์ โฆษกรัฐบาลเมียนมา เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวของนักข่าวทั้งสองได้ส่งจดหมายถึงนางอองซาน ซูจี และประธานาธิบดีวิน มยินต์ เพื่อขออภัยโทษ &amp;quot;ผู้นำทั้งสองพิจารณาถึงผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า ภรรยาของนักข่าว 2 คนนี้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายน ร้องขอให้คืนอิสรภาพแก่สามี ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ได้กระทำความผิด แต่เพราะเหตุผลเพื่อให้พวกเขาได้รับการปล่อยตัวกลับมาอยู่กับครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองนักข่าวรอยเตอร์ถ่ายรูปกับภรรยาและลูกของพวกเขา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของรอยเตอร์มารอรับทั้งคู่ที่หน้าเรือนจำพร้อมกับลอร์ด อารา ดาร์ซี นายแพทย์ชาวอังกฤษที่เป็นสมาชิกในคณะที่ปรึกษาของรัฐบาลเมียนมาเกี่ยวกับการปฏิรูปในรัฐยะไข่ ดาร์ซีกล่าวในแถลงการณ์ว่าการปล่อยตัวพวกเขาเผยให้เห็นว่าการทูตใช้การได้ แม้แต่ในสภาพการณ์ที่ยากมากที่สุดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพรายนี้เผยว่า การหารืออภัยโทษวา โลน และจ่อ โซ อู นั้นมีบุคคลในรัฐบาล, ตัวแทนของรอยเตอร์, องค์การสหประชาชาติ และตัวแทนของรัฐบาลชาติอื่นๆ เข้าร่วมด้วย แต่เขาไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนโดนจับกุม ทั้งคู่กำลังทำข่าวสืบสวนการฆ่าหมู่ชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนซึ่งมีทั้งผู้ชายและเด็กชาย ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของรัฐยะไข่ โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของทหารและชาวบ้านที่เป็นชาวพุทธ โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วงที่กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ในรัฐติดชายแดนตะวันตกรัฐนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 ปฏิบัติการกวาดล้างส่งผลให้ชาวโรฮีนจาอพยพข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศมากกว่า 730,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวที่ทั้งคู่เขียน โดยได้จากคำให้การของผู้กระทำความผิด, พยาน และครอบครัวของเหยื่อ เพิ่งได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ด้านการรายงานข่าวต่างประเทศเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่มอีกรางวัลจากเกียรติคุณมากมายที่พวกเขาได้รับก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองยังได้ขึ้นปกนิตยสารไทม์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของรายงานพิเศษบุคคลแห่งปีของไทม์ ที่ยกย่องผู้สื่อข่าวหลายคนที่โดนจับกุมคุมขังและประหัตประหารจากการทำหน้าที่ผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า กูเตอร์เรสโล่งใจที่ทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัว ขณะที่สำนักงานยูเอ็นในเมียนมากล่าวว่า การปล่อยตัวพวกเขาเป็นสัญญาณแสดงความยึดมั่นของรัฐบาลเมียนมาต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35256</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักข่าวรอยเตอร์, ปล่อยตัว, พม่า, อภัยโทษ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd198e5ed35c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียปล่อยสาวเวียดนาม แพะคดีฆ่า &#039;คิม จองนัม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเลเซียปล่อยตัว &amp;quot;ดวน ถิ เฮือง&amp;quot; สาวชาวเวียดนามที่ตกเป็นจำเลยร่วม ในคดีฆ่า &amp;quot;คิม จองนัม&amp;quot; พี่ชายของผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว ทิ้งให้คดีฆาตกรรมปริศนาช็อกโลกนี้ค้างคาโดยคนร้ายตัวจริงที่เชื่อว่าเป็นสายลับเกาหลีเหนือยังลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 เมษายน 2562 ดวน ถิ เฮือง นั่งรถออกจากศาลสูงเมืองชาห์อาลัม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การปล่อยตัวดวน ถิ เฮือง จำเลยชาวเวียดนามเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2562 เกิดขึ้นราว 1 เดือนหลังการปล่อยตัวสิตี ไอส์ยะห์ หญิงสาวชาวอินโดนีเซียที่ตกเป็นจำเลยร่วมในคดีฆาตกรรมคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงทั้งสองถูกกล่าวหาว่าใช้สารพิษวีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นอาวุธเคมีต้องห้าม ป้ายใบหน้าของคิม ระหว่างที่เขารอขึ้นเครื่องบินเดินทางออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์เพื่อกลับมาเก๊า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 คิมเสียชีวิตอย่างทรมานเพราะสารพิษทำลายประสาทนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีฆาตกรรมลูกชายของคิม จองอิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ที่เคยถูกคาดหมายว่าจะขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา เป็นข่าวครึกโครมทั่วโลก และกลายเป็นประเด็นสร้างความขัดแย้งทางการทูตระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนือ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐกล่าวโทษเกาหลีเหนือว่าวางแผนฆาตกรรมคิม จองนัม ซึ่งใช้ชีวิตลี้ภัยในต่างแดนนานหลายปีและมักวิจารณ์อำนาจปกครองของตระกูลเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกใช้เป็นหลักฐานมัดตัวหญิงทั้งสองคนนี้ ซึ่งยืนกรานปฏิเสธข้อหาฆาตกรรม พวกเธออ้างว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกใช้ ด้วยการอ้างว่าเป็นการถ่ายทำรายการทีวีแกล้งคน ชาวเกาหลีเหนือกลุ่มนี้หนีออกจากมาเลเซียทันทีหลังการสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่โดนจับกุมและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆาตกรรม พวกเธออาจโดนประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ การพิจารณาคดีนี้คืบหน้าอย่างเชื่องช้าเนื่องจากมีพยานจำนวนมาก และทนายความของจำเลยยื่นอุทธรณ์หลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกดดันทางการทูตของรัฐบาลอินโดนีเซีย ส่งผลให้ทางการมาเลเซียถอนฟ้องไอส์ยะห์ข้อหาฆาตกรรมเมื่อเดือนมีนาคม เธอได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับอินโดนีเซียทันที การปล่อยตัวไอส์ยะห์ทำให้รัฐบาลเวียดนามยื่นมือเข้าช่วยเหลือพลเมืองของตนบ้าง และเมื่อต้นเดือนเมษายน อัยการมาเลเซียถอนฟ้องดวนข้อหาฆาตกรรม แต่หญิงชาวเวียดนามรายนี้ยอมรับสารภาพผิดในคดี &amp;quot;ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ&amp;quot; ซึ่งมีโทษเบากว่า เธอต้องรับโทษตามความผิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิสยัม เตห์ โปห์ เต๊ะก์ ทนายความของดวน บอกกับเอเอฟพีว่า อดีตช่างผมวัย 30 ปีได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำนอกกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเวลาประมาณ 07.20 น.ของวันศุกร์ (06.20 น.ของไทย) &amp;quot;เธอดีใจมากๆ แต่กำลังรอคอยที่จะได้กลับบ้าน&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าดวนต้องเดินทางไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่กรุงปุตราจายา เพื่อจัดการเรื่องเอกสาร ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยตัวจำเลยทั้ง 2 คนทำให้ขณะนี้ไม่มีผู้ต้องสงสัยหรือจำเลยในคดีนี้ถูกควบคุมตัวไว้อีกแม้แต่คนเดียว และมีความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิสยัมกล่าวว่า ชาวเกาหลีเหนือ 4 คนที่หนีออกจากมาเลเซียหลังการฆาตกรรม ก็คือมือสังหารตัวจริง พวกเขาโดนตั้งข้อหาลับหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่เคยยอมรับว่าคิม จองนัม โดนฆาตกรรม เกาหลีเหนืออ้างว่า ชายที่เสียชีวิตที่มาเลเซียรายนี้คือพลเมืองเกาหลีเหนือที่มีชื่อว่า คิม ชอล และคำกล่าวหาว่าเกาหลีเหนือลอบฆ่าเขานั้นเป็นความพยายามใส่ร้ายป้ายสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอบสังหารอย่างอุกอาจทำให้มาเลเซียโกรธเป็นอันมาก ความขัดแย้งนี้ทำให้รัฐบาลทั้งสองสั่งเนรเทศทูตของอีกฝ่าย รัฐบาลเปียงยางยังบีบให้มาเลเซียยอมคืนศพของคิมเพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักการทูตมาเลเซียในเปียงยางกลับประเทศ อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเริ่มดีขึ้นแล้ว และมาเลเซียมีแผนจะเปิดสถานทูตประจำกรุงเปียงยางอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35016</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองนัม, ดวน ถิ เฮือง, ปล่อยตัว, พี่ชายคิม จองอึน, มาเลเซีย, สาวเวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc43cb613c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากีสถานต้องการสันติ เตรียมปล่อยนักบินอินเดียวันศุกร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ อิมรอน ข่าน ของปากีสถาน ประกาศจะปล่อยตัวนักบินอินเดียที่จับตัวไว้ได้ภายหลังเครื่องบินรบโดนยิงตกในเขตของปากีสถานเมื่อวันพุธ เพื่อแสดงสันติภาพกับอินเดีย ลดทอนความขัดแย้งที่ก่อความวิตกว่าจะบานปลายเป็นสงครามระหว่าง 2 ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศโทอภินันทาน วาร์ธามาน ในภาพถ่ายของกองประชาสัมพันธ์กองทัพปากีสถานเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2562&amp;nbsp; / ISPR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อแสดงท่าทีแห่งสันติภาพ เรากำลังจะปล่อยตัวนักบินชาวอินเดียวันพรุ่งนี้&amp;quot; นายกฯ อิมรอน ข่าน กล่าวต่อที่ประชุมร่วม 2 สภาในกรุงอิสลามาบัด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ หนึ่งวันภายหลังปากีสถานยิงเครื่องบินรบของอินเดียตกและจับกุมนักบินไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่านกล่าวว่า เขากลัวว่าจะมีการคำนวณผิดพลาดที่อาจนำไปสู่สงครามที่ไม่ควรแม้แต่จะคิดถึง โดยเฉพาะเมื่อคำนึงว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีอาวุธที่ทำลายล้างรุนแรง ขณะเดียวกัน ข่านเตือนนายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย ว่าไม่ควรตีความอย่างผิดๆ ว่าความต้องการลดทอนความขัดแย้งของเขานั้นเป็น &amp;quot;ความอ่อนแอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ โมฮัมหมัด ไฟซัล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี โดยอ้างคำแถลงของชาห์ มะห์มูด กูเรชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ว่าปากีสถานพร้อมจะส่งมอบตัวนักบินอินเดียกลับคืน หากนั่นจะช่วยลดความตึงเครียดลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินของนาวาอากาศโทอภินันทาน วาร์ธามาน จากกองทัพอากาศอินเดีย โดนเครื่องบินปากีสถานยิงตกในเขตแคชเมียร์ภายใต้การควบคุมของปากีสถานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยปากีสถานอ้างว่าพวกเขาสามารถยิงเครื่องบินรบอินเดียตก 2 ลำ ส่วนอินเดียก็อ้างว่ายิงเครื่องบินรบปากีสถานตก 1 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เป็นผลพวงจากการโจมตีทางอากาศของอินเดียเมื่อวันอังคาร ที่ส่งเครื่องบินรบรุกล้ำน่านฟ้าปากีสถานเข้าไปถล่มค่ายของนักรบที่ระเบิดบอมบ์ฆ่าทหารอินเดีย 40 นาย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และทำให้ปากีสถานตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินเข้ามาโจมตีสถานที่ตั้งทางทหารของอินเดียในแคว้นแคชเมียร์เมื่อเช้าวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภินันทาน ซึ่งชาวอินเดียยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ ได้กลายเป็นเบี้ยตัวสำคัญที่อาจกระพือความขัดแย้งจนลุกลามเป็นสงคราม นักวิเคราะห์กล่าวว่า ปากีสถานอาจใช้เขาเป็นไพ่ตายได้ ขณะที่อินเดียเรียกร้องให้ปากีสถานปล่อยตัวคนของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นมีวิดีโอเผยแพร่ทางสื่อของปากีสถานและในโลกออนไลน์ เป็นภาพที่นักบินนายนี้โดนชายกลุ่มหนึ่งลากตัวและทุบตี ก่อนที่ทหารปากีสถานจะเข้าขัดขวางและร้องตะโกนให้ชายกลุ่มนี้หยุด รัฐมนตรีต่างประเทศไฟซาลยอมรับเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นักบินอินเดียโดนชาวบ้านรุม ก่อนที่ทหารจะเข้าช่วยเหลือ แต่ตอนนี้เขาปลอดภัยดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอชิ้นต่อมาที่เผยแพร่โดยกองทัพปากีสถานเผยให้เห็นภาพที่อภินันทานนั่งจิบน้ำชา ใบหน้ามีรอยบวมช้ำ แต่มีสติและนิ่ง เขากล่าวขอบคุณสุภาพบุรุษที่ช่วยชีวิตเขาจากม็อบ และชมรสชาติชาว่ายอดเยี่ยม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30189</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักบินอินเดีย, นาวาอากาศโทอภินันทาน วาร์ธามาน, ปล่อยตัว, ปากีสถาน, อินเดีย, อิมรอน ข่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77e83d79951.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮาคีม&#039;ไปแล้วแต่คนไทยยังด่ากันเอง ฮาไปถึงไหนห้ามชื่นชมเผด็จการเพราะเป็นผลงานชาวโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.62- &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 2.5 เดือนที่ฮาคีมถูกจองจำในคุกไทย เป็นผลโดยตรงจากความร่วมมือของกต.ไทยกับบาห์เรน ที่มีผลแทรกแซงตั้งแต่ขั้นขอหมายแดง(บาห์เรนได้ตามคำขอเมื่อ 8 พ.ย. วันเดียวกับที่กงสุลไทยในออสเตรเลียออกวีซ่านักท่องเที่ยวให้ฮาคีม) จนถึงหนังสือที่กระทรวงการต่างประเทศส่งในชั้นอัยการ มีความเห็นให้ดำเนินคดีตามคำขอของบาห์เรน(แม้คดีนี้ชัดเจนว่าเป็นคดีการเมืองที่อยู่ในเงื่อนไขยกเว้นการดำเนินคดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามกฎหมายไทย) ทั้งที่ระหว่างนั้นมีเสียงทักท้วงอย่างหนักจากออสเตรเลียและประชาคมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้น.ส.ณัฏฐาได้แชร์โพสต์ของ นายประวิตร โรจนพฤกษ์ &amp;nbsp;(Pravit Rojanaphruk) ที่ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ​รัฐบาลเผด็จการ​ทหารไทยไปพูดขอบาห์เรน​เลิกขอตัวฮาคิมนั้นดี แต่ขอถามว่าหากไม่เกิดแรงกดดันจากหลากกลุ่มนานาชาติ​ รวมทั้งในไทยและจากประเทศ​ออสเตรเลีย​ ดอนจะบินไปเจรจาที่บาห์เรน​หรือ? อย่างไรฮาคีมก็ต้องติดคุกไทยถึงสองเดือนครึ่ง​ มองอย่างไรก็ถือว่าต้องโทษไปไม่น้อยแล้ว​ บาห์เรน​น่าจะพอใจในระดับนึง พวกชมดอนอย่างเดียวโดยไม่ดูบริบท​ และเชียร์เผด็จการ​ทหารไทยอย่างปิดหูปิดตา​ ขอบอกว่า​ อย่าไร้เดียงสานักเลย!&amp;nbsp;
ปล.​ เรื่องแรงกดดันจากสมาคมฟุตบอล​ต่างๆน่าจะสำคัญไม่น้อยเพราะบาห์เรน​คลั่งฟุตบอล​ไม่น้อย​ ถ้าไม่ได้แข่งระดับ​นานาชาติ​ ประชาชน​คงอึดอัดแย่
ปล.​2 เรื่องสิทธิเสรีภาพ​และประชา​ธิปไต​ยเช่นกัน​ มันไม่ได้มาด้วยการร้องขอ .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28906</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฮาคีม อัล อาไรบี, ปล่อยตัว, แย่งผลงาน, แย่งเอาหน้า, โบว์อยากเลือกตั้ง, ไทย-บาห์เรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c217cfbc446f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
