<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณโวยผู้ว่าฯนนทบุรีเกียร์ว่างปล่อยหมู่บ้านจัดสรรแอบปล่อยทิ้งน้ำเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.ค. 2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน โพสต์เฟซบุ๊กว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในโครงการพฤกษ์ภิรมย์ ปิ่นเกล้าว่า ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการแอบปล่อยน้ำเสียออกมาจากหมู่บ้านจัดสรรต่างๆลงคลองบางค้อ(บางคูลัด)ถึงคลองบางคูเวียงเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพน้ำมีกลิ่นเหม็นสีคล้ำดำและมีฟองลอยเต็มคลองไปหมด ทำให้ลำคลองเป็นแหล่งเชื้อโรคและเพาะพันธุ์ยุงเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้านใกล้เคียง และทำให้สัตว์น้ำต่างๆในคลองล้มตาย สูญพันธุ์ไปหมดสิ้น กลายเป็นมลพิษที่อันตรายต่อทั้งสมาชิกหมู่บ้านและผู้อื่นโดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ปัญหามาโดยตลอดแต่กลับเพิกเฉย ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในฐานะประธานคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด และร้องเรียนไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้ให้ความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แล้ว รวมทั้งกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งได้ลงมาตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำทิ้งของหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ปรากฏว่า น้ำทิ้งที่ปล่อยลงคลองไม่เป็นไปตามมาตรฐานมีค่าแขวนลอย 44.5 มก./ลิตร (มาตรฐานไม่เกิน 40) มีค่าทีดีเอสเพิ่มขึ้นจากน้ำปกติ 695 มก./ลิตร (มาตรฐานไม่เกิน 500) ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากที่ดินจัดสรรตามประกาศของกระทรวงทรัพย์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หมู่บ้านจัดสรรและหรือที่ดินจัดสรรถือได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิด &amp;nbsp;มลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ปรากฏว่าหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง มิได้จัดทำระบบน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน แต่สร้างไว้เพื่อให้ EIA ผ่านเพื่อหลอกตาเจ้าหน้าที่เท่านั้น บางแห่งไม่ยอมเดินเครื่องบำบัด เพราะมีต้นทุนค่าบำบัดค่อนข้างสูง บางแห่งใช้วิธีการทำให้เจือจาง (Dilution) โดยการสูบน้ำดีมาผสมบริเวณปลายท่อน้ำทิ้ง ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในฐานะประธานคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน รวมทั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางม่วง และเทศบาลตำบลปลายบาง ให้เร่งตรวจสอบและเอาผิดผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร และหรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรริมคลองดังกล่าวโดยเร็ว และหากยังเพิกเฉยสมาคมฯจะร่วมกับชาวบ้านในการนำหลักฐานดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาล และ ป.ป.ช. เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71861</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, ปล่อยน้ำเสีย, ศรีสุวรรณ จรรยา, โครงการพฤกษ์ภิรมย์ ปิ่นเกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b0d541f5c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วางกฎเหล็ก! เอาจริงโรงงานปล่อยน้ำเสียลงทะเลสาบสงขลา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.62 -&amp;nbsp;นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟาร์มหมู ฟาร์มไก่สาวและฟาร์มไก่ไข่ ซึ่งถูกชาวบ้านร้องเรียนมาโดยตลอดว่า มีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในลำคลองภูมี และน้ำในลำคลองภูมี ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา สร้างความเสียหายให้กับทะเลสาบสงขลาอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมครั้งนี้มีขึ้นที่ห้องประชุมของฟาร์มสุกรสงขลา บริษัทเบรทาโกรภาคใต้ จำกัด อ.รัตภูมิ โดยมีตัวแทนเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายเข้าร่วมประชุม และได้ลงพื้นที่ตรวจค้นระบบการป้องกันและการบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งแนวเขตที่มีการร้องเรียนว่า มีน้ำเสียไหลออกจากบ่อบำบัด ซึ่งตัวแทนของฟาร์มฯอ้างว่า เป็นเพราะเจ้าของสวนยางที่อยู่ติดกับโรงงาน ต้องการน้ำเสียไปรดต้นยางพาราในสวนที่อยู่ติดกัน และเจ้าของสวนยางแปลงดังกล่าวเคยเป็น ผู้จัดการฟาร์มสุกรแห่งนี้ จนทำให้มีเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนของฟาร์ม เบทาโกร ได้รับรองว่า 1.ทางฟาร์มขอรับรองและยืนยันว่า ต่อไปนี้จะไม่มีน้ำเสียจากโรงงานไหลลงคลองอีกต่อไป ระบบหมุนเวียนของน้ำทางฟาร์มได้ทำเป็นระบบปิดทั้งหมด ซึ่งมีบ่ออยู่ 8 บ่อ 2.ทางฟาร์มจะเร่งทำคันดินเสริมปากบ่อให้สูงขึ้นอีก 1 เมตรเศษ สำหรับอุบัติเหตุน้ำล้นจากบ่อที่ 4 เกิดจากตะกอนไปอุดท่อทำให้ท่อตัน 3.มาตรการการป้องกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 16 สงขลา จะจัดเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบทั้งต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ ให้ศูนย์เครื่องมือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตรวจสอบสารแอมโมเนีย โดยทางฟาร์มต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การแก้ไขเร่งด่วนเบื้องต้น สูบน้ำในคลองจุดต้นน้ำที่ล้นจากฟาร์ม ซึ่งเป็นมูลสัตว์มีสีดำเข้ม มีความเข้มข้นของแอมโมเนียสูง เพื่อไปรดต้นไม้ริมฝั่ง และใช้น้ำดีในระบบปล่อยลงไปแทน 5.จัดทำโครงการรับผิดชอบเพื่อสังคม (csr)&amp;nbsp;เพื่อบำบัดสภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม 6.ให้ฝ่ายปกครองทำหนังสือแจ้งเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลฟาร์มโดยตรง และปศุสัตว์อำเภอ เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมให้เข้มงวดยิ่งขึ้น 7.นัดหมายคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบการแก้ไขของบริษัทอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชอิศม์ ยังกล่าวว่า เราไม่ได้รังเกียจโรงงาน เพราะโรงงานเป็นแหล่งทุนและแหล่งการจ้างงาน แต่โรงงานอยู่ได้ ชาวสงขลาก็ต้องอยู่ได้ และต้องอยู่อย่างมีความสุข ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อการร่วมมือกันในการแก้ปัญหาทะเลสาบสงขลา ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้จะมีการจัดคอนเสิร์ตรักษ์เลสาบ 1 นิเวศ วิถี วัฒนธรรม ณ อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพื่อสร้างความร่วมมือมือร่วมใจในการปกป้องทะเลสาบ ได้สัมผัสวิถีชีวิตรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ชมและซื้อสินค้าชุมชนจากแหล่งท่องเที่ยว นวัตวิถีสทิงพระ การแสดงวัฒนธรรม 2 น้ำ 2 เล การวาดภาพบนผืนผ้าใบ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา และเดิน-วิ่งสองทะเล ระยะทาง 3 กิโลเมตร ชิงถ้วยจาก รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา และพบกับศิลปินมากมายบนเวทีคอนเสิร์ต รายได้ทั้งหมดจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา&amp;quot;ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47050</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเดชอิศม์ ขาวทอง, ปล่อยน้ำเสีย, ฟาร์มหมูปล่อยน้ำเสีย, ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์, อนุรักษ์ทะเลสาบสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d9313a972a15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.ฟ้องค่าเสียหาย 5.7 ล้านจากโรงงานเอทานอลราชบุรี ทำกระเบนราหูตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 ก.ค.&amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกรณีปลากระเบนราหูและสัตว์น้ำอื่นๆ ตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม ในระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2559 โดยเฉพาะในเขตอำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม จากการตวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำของ คพ. และจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีสาเหตุมาจากการระบายน้ำกากส่าสุดท้ายที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่คลองแฉลบและไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองของโรงงานเอทานอลราชบุรี (บริษัท ราชบุรี เอทานอล จำกัด)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง กล่าวว่า คพ. และกรมประมงจึงเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายตามมาตรา 96 และมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จากบริษัท ราชบุรี เอทานอล จำกัด กับพวกเป็นเงินจำนวน 5,785,996.50 บาท โดยค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการเข้าไปดำเนินการประเมินผลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ คพ.จำนวน 306,440 บาท และค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปลากระเบนราหู กุ้ง หอยของกรมประมง จำนวน 5,479,556.50 บาท โดยยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดราชบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ สวพ.1/2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แต่ก่อนที่ศาลจะกำหนดนัดชี้/สืบพยาน ศาลได้นัดไกล่เกลี่ยคดี ระหว่างโจทก์ทั้งสองและจำเลยเมื่อวันที่&amp;nbsp;2 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าว ทนายซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจของจำเลยได้รับเอาข้อเสนอของโจทก์ที่ให้รับผิดตามฟ้องไปเสนอให้คณะกรรมการของบริษัทฯ พิจารณา และศาลนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 26 สิงหาคม 2562 และหากตกลงกันไม่ได้ศาลจะนัดชี้/สืบพยานต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, กรมประมง, กะเบนราหูตาย, นายประลอง ดำรงค์ไทย, ปล่อยน้ำเสีย, โรงงานเอทานอลราชบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25967332a41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเอือมรัฐนิ่งเฉยนายทุนปล่อยน้ำเสีย ปลาตายเกลื่อนคาดอีก 2 วันไหลลงแก้มลิงหนองใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 -&amp;nbsp;นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีโรงงานปล่อยน้ำเสียมาจากต้นน้ำด้านบนส่งผลให้ปลาลอยตายเกลื่อนบริเวณคลองกรูด หมู่ 10 ตำบลสะพลี จากการตรวจสอบคลองดังกล่าวเป็นคลองสาขาจากต้นน้ำด้านบน มีปลาตะเพียน&amp;nbsp;ปลานิล ปลาหมอ ปลาช่อน ลอยตายเป็นจำนวนมาก สภาพน้ำมีสีดำขุ่น มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยไปทั่ว&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่จำนวนหลายครัวเรือนที่ต้องใช้น้ำจากคลองดังกล่าวทำการเกษตรและปศุสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชรินทร์ กล่าวว่าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาได้มีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับตำบลสะพลี อ.ปะทิว ได้ร้องเรียนสื่อกรณีฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แห่งหนึ่งปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะจนน้ำเน่าเสียมีปลาตายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านเดือดร้อนไม่สามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตรและปศุสัตว์ได้เลย โดยคลองสาธารณะดังกล่าวเป็นต้นน้ำที่อยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งน้ำจะไหลผ่านมาลงที่คลองกรูด ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;6 และ หมู่&amp;nbsp;10 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว&amp;nbsp;คาดว่าน่าจะเป็นน้ำเสียน่าจะไหลมาจากฟาร์มไก่ไข่แห่งเดียวกัน และคาดว่าน้ำเสียจำนวนมากเหล่านี้อีกไม่เกิน 2 วัน น้ำจะไหลผ่านไปยังคลองสาธารณะในตำบลนาชะอัง ตำบลบางลึก อ.เมืองชุมพร แล้วลงสู่แก้มลิงหนองใหญ่ โครงการตามพระราชดำริ ในหลวง ร.9 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านจำนวนมากใช้ประโยชน์ร่วมกัน จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงตามมาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า ตนได้แจ้งไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร พร้อมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องแล้วให้ลงมาตรวจสอบว่าเป็นน้ำเสียที่ถูกปล่อยมาจากฟาร์มไก่ไข่ตามที่ชาวบ้านร้องเรียน หรือมาจากโรงงานอื่นๆที่อยู่ในตำบลใกล้เคียงหรือไม่อย่างไร เพื่อมาตรวจสอบสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้เก็บตัวอย่างน้ำเสียไปตรวจพิสูจน์ เพื่อดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษกับผู้ที่เป็นต้นเหตุดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ชาวบ้านในหมู่ 10 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ ซึ่งเป็นพื้นที่คลองต้นน้ำที่ไหลลงมายังคลองกรูด หมู่ 10 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว ได้ร้องเรียนสื่อมวลชนเนื่องจากเคยร้องเรียนหน่วยงานเกี่ยวข้องแล้วหลายครั้งแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จนเรื่องเงียบหายไป จึงต้องร้องเรียนสื่อมวลชนให้นำเสนอข่าวฟาร์มไก่ไข่ในพื้นที่ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะจนน้ำเป็นสีดำขุ่นเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นและมีปลาจำนวนมากลอยตายเกลื่อนลำคลอง ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนไม่สามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรได้ และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง แต่หน่วยงานเกี่ยวข้องก็ยังนิ่งเฉยไม่ลงไปดำเนินการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27943</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ชาวบ้านร้องเรียน, ปล่อยน้ำเสีย, แก้มลิงหนองใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c525180b4c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;นำชาวกระเฉดฟ้องศาลปค. ปิดโรงงานไทยฮั้วระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 61 -&amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าว กรณีโรงงานของบริษัท ไทยฮั้วระยองยางพารา หมู่ 4 ต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง ปล่อยน้ำเสียรั่วไหลลงคลองบ้านจันดี ทำให้สัตว์น้ำล้มตายอยู่เสมอๆ อีกทั้งการประกอบการโรงงานแปรรูปยางพารา STC-20 และยางคอมปาวด์ ได้ส่งกลิ่นเหม็นอบอวล ทำให้เกิดผลกระทบกับเด็กนักเรียน ครูอาจารย์ โรงเรียนบ้านจันดี และชุมชนซึ่งอยู่ใกล้ชิดติดกับโรงงานดังกล่าวเสมอมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวแม้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 สั่งให้โรงงานดังกล่าวหยุดประกอบกิจการ 15 วันบ้าง 30 วันบ้างเพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมแล้วก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวไม่สามารถนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานได้ ชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบไม่จบไม่สิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านจันดี ต.กระเฉด นำโดยนายอัครเดช ล่องดุริยางค์ กำนันตำบลกระเฉด จึงได้ร้องเรียนมายังสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เพื่อขอให้เป็นธุระในการฟ้องร้องอุตสาหกรรมจังหวัดระยองและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 9 (1) (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542 ประกอบ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 พ.ร.บ.โรงงาน 2535 และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองเพิกถอนการประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวเป็นการถาวรต่อไป&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวตำบลกระเฉด จ.ระยอง จะเดินทางไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองระยองในวันพฤหัสที่ 26 เม.ย.นี้ เวลา 11.00 น. ณ ศาลปกครองระยอง ภายในศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ถ.สุขุมวิท ต.เชิงเนิน จ.ระยอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7820</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวตำบลกระเฉด, ปล่อยน้ำเสีย, ระยอง, ศรีสุวรรณ, ศาลปกครอง, โรงงานไทยฮั้วระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5adffec43dc22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ปิดเกาะท่องเที่ยวโบราไกย์ 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์สั่งปิดเกาะโบราไกย์เพื่อฟื้นฟูสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศ เนื่องจากเกรงว่าเกาะสวยงามแห่งนี้จะกลายเป็นบ่อพักน้ำเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นักท่องเที่ยวโพสท่าบนชายหาดของเกาะโบราไกย์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน ว่า ประธานาธิบดีมีคำสั่งให้ปิดเกาะโบราไกย์เป็นเวลา 6 เดือน โดยเริ่มปิดเกาะตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน เกาะโบราไกย์เป็นเหมือนสรวงสวรรค์ของฟิลิปปินส์ การปิดเกาะชั่วคราวเพื่อให้คนรุ่นต่อไปจะได้มีโอกาสสัมผัสความงดงามของเกาะแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดูเตร์เตออกมาประณามโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ บนเกาะแห่งนี้ที่มีถึง 500 แห่ง รวมถึงร้านอาหารและธุรกิจอื่นๆ ว่าปล่อยน้ำเสียโดยตรงลงสู่ทะเล ทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นบ่อพักน้ำเสีย แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ รัฐบาลฟิลิปปินส์กลับไฟเขียวโครงการก่อสร้างกาสิโนและรีสอร์ตคอมเพล็กซ์บนเกาะนี้ของแกแล็กซีเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่เป็นบริษัทกาสิโนยักษ์ใหญ่ของมาเก๊า โดยจะเริ่มสร้างในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันโตนิโอ ลา วีนา อดีตปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมของฟิลิปปินส์ เผยกับเอเอฟพีว่า โครงการสร้างกาสิโนบนเกาะโบราไกย์เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความพยายามทำความสะอาดเกาะแห่งนี้ครั้งใหญ่ เกาะนี้มีการพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัด เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางไม่มีการบังคับใช้กฎหมายการใช้ที่ดิน และไม่มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะโบราไกย์อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางใต้ราว 315 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ชายหาดขาวงดงามและน้ำทะเลใส และได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกาะที่สวยที่สุดในโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6558</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 เดือน, ปล่อยน้ำเสีย, ปิดเกาะ, ฟิลิปปินส์, เกาะสวรรค์, โบราไกย์, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62a462e133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
