<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันดราม่า&#039;มะปราง&#039;จัดข้อมูลแน่น ก่อนปล่อยปลาลงแม่น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ได้มาเล่นๆ สำหรับนักแสดงสาว มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล ที่เธออยากทำบุญปล่อยปลาในวันพระ แต่หวั่นเกิดกระแสดราม่าเหมือนที่เพื่อนๆ ร่วมวงการเจอมาก่อน เจ้าตัวจึงพยายามหาข้อมูลเพื่อดูว่าปลาแบบไหนควรปล่อยในน้ำแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งงานนี้มะปรางได้เอาข้อมูลดังกล่าวมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันด้วย โดยได้โพสต์ในอินสตาแกรมว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัน นี้ วัน พระ วัน นี้ วัน หนาว #maprang_vira #วันนี้วันพระ มะปล่อยปลาดุกเผือกมีไข่ และ ปลาดุกมีไข่ค่ะ หน้าเขียงปลาที่ตลาดเทเวศน์เลย ให้แม่ค้าเลือกที่แข็งแรงจะได้ ไปวางไข่ต่อได้ค่ะ ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรรู้เกี่ยวกับการปล่อยปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปลาดุก หากปล่อยควรปล่อยบึงที่ใหญ่มาก ไม่ควรปล่อยหนองน้ำเล็กเพราะเป็นปลาที่กินปลาอื่นที่ตัวเล็กกว่าเป็นอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปลาช่อน ห้ามปล่อยลงแม่น้ำจะตาย ให้ปล่อยหนอง บึง ที่เป็นน้ำนิ่ง ยิ่งมีกอหญ้าริมบึงยิ่งดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปลาทับทิม เป็นปลาเลี้ยง ปล่อยคือตายไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปลาสลิด ห้ามปล่อยลงแม่น้ำ ปล่อยในน้ำตื้นมีพืชเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปลาสวาย ต้องปล่อยตัวใหญ่ห้ามปล่อยตัวเล็กจะโดนกิน ปล่อยที่ไหนก็ได้ที่ใหญ่และกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; เต่า ให้ปล่อยที่น้ำนิ่ง มีตลิ่งให้ขึ้นได้มาอาบแดด เต่าเป็นสัตว์เลื้อยคลาน แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและเมื่อถูกปล่อยลงน้ำที่ไม่มีสิ่งใดให้ยึดเกาะเต่าก็จะต้องว่ายน้ำต่อไปจนกว่าจะขาดใจตายเพราะเหนื่อยและหมดแรง ถ้าเต่าถูกปล่อยในที่ที่แออัดน้ำเน่าเสียไม่มีที่เกาะ เต่าจะตายอย่างทรมานเพราะอาการเจ็บป่วยที่กระดอง เน่าเปื่อย และจมน้ำตาย กลายเป็นสัตว์ที่น่าสงสารที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ทำบุญได้บาปหากไม่ศึกษาที่ๆเหมาะแก่การปล่อยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; กบ เขียด ปล่อยทุ่งนา หรือ ป่าใกล้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปูนา ปล่อยในทุ่งนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; ปลาไหลที่จะถูกฆ่าทำกิน ปลาไหลที่ปล่อยลงในน้ำลึกไหลเชี่ยว ไม่สามารถรอดชีวิตอยู่ได้เพราะธรรมชาติของปลาไหลต้องอยู่ในน้ำแฉะมีดินโคลนให้มุดเพื่อหลบพัก ตามบึงมีหญ้า คันนา ปล่อยลงแม่น้ำ บ่อน้ำ ตายแน่นอนค่ะ ทำบุญได้บาป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ndash; หอยขม ที่อยู่ในดินโคลนตามธรรมชาติ เมื่อถูกเทลงสู่ก้นแม่น้ำลึกอย่างแม่น้ำเจ้าพระยา หอยก็จมน้ำตายได้เหมือนกัน ทำบุญได้บาป ต้องปล่อยตามบึงที่มีดินโคลนในหนองในนาค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม maprang_vira&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90050</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักแสดง, ปล่อยปลา, ป้องกันดราม่า, มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002de1878a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นณณ์&#039; รณรงค์อย่าทำบุญปล่อยปลาดุก ชี้กระทบระบบนิเวศ ปลาดุก 1 ตันกินสัตว์น้ำ 1.8 ล้านตัวต่อปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63 - ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาน้ำจืด โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อรณรงค์อย่าทำบุญด้วยการปล่อยปลาดุก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ โดยมีเนื้อหาดังนี้ คำนวณผลกระทบของปลาดุกปล่อยต่อระบบนิเวศ สรุปสำหรับใครที่ขี้เกียจอ่าน ปลาดุก 1 ตันกินสัตว์น้ำประมาณ 1,800,000 ตัวต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลาดุกที่นิยมเลี้ยงเพื่อนำมาเป็นอาหารในปัจจุบันในประเทศไทย เป็นปลาดุกลูกผสมที่เกิดจากปลาดุกยักษ์จากทวีปแอฟริกาและปลาดุกอุย ลูกปลาที่เกิดมาเป็นปลาลูกผสมที่ถือว่าเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เรียกชื่อทางการค้าว่าปลาดุกบิ๊กอุย ได้ปลาที่โตเร็ว มีเนื้อดีพอสมควรและเป็นหมัน การใช้ประโยชน์คือนำมาบริโภคตามจุดประสงค์ที่ถูกเลี้ยงขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบันมีผู้นิยมนำปลาดุกบิ๊กอุยไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทยเพื่อทำบุญ แต่การกระทำดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่นั้นๆ โดยผมจะขอยกตัวอย่าง ในกรณีที่ปลาดุกที่ถูกเลี้ยงมาในที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปตลอดชีวิตสามารถปรับตัวหัดหาอาหารเองในธรรมชาติเป็น ไม่ถูกใครจับไปเสียก่อน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมมุติฐาน
ปลาดุกเป็นปลาที่กินทั้งพืชและสัตว์ สักครึ่งๆ 50:50
ปลาดุกกินอาหารวันละ 5% ของน้ำหนักตัว
ปลาดุกที่ปล่อยขนาดทั่วไปของตลาดประมาณ 3ตัว/1กิโลกรัม
ปลาดุกถูกปล่อยลงไปในแหล่งน้ำที่สมบูรณ์มีอาหารให้กิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทย์
- นายบุญหนัก ต้องการปล่อยปลาดุก 1,000 กิโลกรัม คิดเป็นปลาดุกประมาณ 3,000 ตัว
- ปลาดุก 1,000 กิโลกรัม จะกินอาหารวันละ 50 กิโลกรัม (1,000*5%)
- ในอาหาร 50 กิโลกรัมนี้เป็นสัตว์ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นคิดเป็นสัตว์น้ำหนักรวม 25 กิโลกรัม หรือ 25,000 กรัม (1 กก. = 1,000 กรัม)
- ปลาดุกตัวขนาดนี้ สัตว์น้ำท้องถิ่นอย่าง ลูกปลาบู่ ลูกปลาตะโกก ลูกปลาตะเพียน ปลาซิว กุ้งฝอย และ หอยขม ที่กินได้พอดีๆคำจะตัวประมาณ 2-3 เซนติเมตรก็จะหนักไม่เกิน 5 กรัม ดังนั้นปลาดุก 3,000 ตัวที่นายบุญหนักปล่อยไปนี้ ถ้าต้องการมีชีวิตที่ดีก็ต้องกินสัตว์น้ำอื่นๆไปวันละ 5,000 ตัว(25,000/5) หรือปีละ 1,800,000 ชีวิต (5,000*360)
- อันนี้คำนวณแบบง่ายๆว่าปลาดุกไม่ได้โตขึ้นด้วยนะ ในความเป็นจริงกินไปโตไปก็จะกินเยอะขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าระบบนิเวศแถวนั้นมันเสื่อมโทรมไปแล้ว ปลาดุกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี จู่ๆถูกเอามาปล่อยให้สู้ชีวิตด้วยตัวเองหาอาหารกินไม่ได้ก็อาจจะอดตายไปอย่างทรมานก็เป็นไปได้เช่นกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปด้วยสมมุติฐานดั้งเดิมว่าปลาดุกรอด การปล่อยปลาดุก 1 ตัน เราจะสูญเสียสัตว์น้ำท้องถิ่นไปประมาณ 1.8 ล้านชีวิตต่อปี ในจำนวนนี้อาจจะเป็นลูกปลาเศรษฐกิจ ที่ถ้าปล่อยให้โตไปก็จะเป็นอาหารของชาวบ้านได้อีก ในจำนวนนี้อาจจะเป็นปลาหายากที่ถ้ารอดไปก็จะสามารถไปสืบพันธุ์ต่อได้ ในจำนวนนี้มีปลาท้องถิ่นขนาดเล็กซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอย่างปลาซิวที่จะเป็นอาหารของปลาท้องถิ่นขนาดใหญ่ต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นสัตว์น้ำที่อยู่ของเค้าดีๆก็มีใครก็ไม่รู้เอาสัตว์ผู้ล่ามาปล่อยลงไปในบ้านเค้าเต็มไปหมด คือลองนึกภาพคุณอยู่ในบ้านของคุณดีๆก็มีใครไม่รู้เอาเสือ เอาสิงโตมาปล่อยลงไปในหมู่บ้านคุณเพื่อทำบุญ โดยคุณไม่มีทางที่จะสู้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องบุญบาปสักเท่าไหร่ อ่านแล้ว คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันนะครับว่าควรจะปล่อยไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์, ปลาดุก, ปล่อยปลา, ระบบนิเวศน้ำจืด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2983611e9c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63- &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ท่าวาสุกรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข ปล่อยโคจำนวน 1 คู่ ปล่อยนกเขาชวา จำนวน 69 ตัว &amp;nbsp;ปล่อยปลาดุก 69 ตัวลงในแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;และเต่าส่วนพระองค์ 69 ตัว จะนำไปปล่อยในที่เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นตัดริบบิ้นตู้ปลาปล่อยปลาในตู้ที่กรมประมงจัดถวายลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว, ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย, ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว, ปลากระแห, ปลาชะโอน, ปลาโพง และปลาบึก จำนวน 1,000,000 ตัว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าวาสุกรี, ปล่อยปลา, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข, วันเฉลิมพระชนมพรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fa88e2ac15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้เฒ่าเตือนสติเรียนรู้วิถีพุทธ สะเดาะเคราะห์ได้บุญไม่ถูกหลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กวาดจับปรับกันอยู่บ่อยๆ แต่ทว่าปัญหาพ่อค้าแม่ขายฉวยโอกาสขึ้นราคาปลาปล่อยสะเดาะเคราะห์ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ แม้ปัจจุบันไม่ได้วางกันอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ก็ยังมีใบสั่งจองมาให้ลูกค้าได้เรียกใช้บริการอย่างลับๆ อันเนื่องมาจากความเชื่อของชาวพุทธ ที่ต้องการไถ่ชีวิตสัตว์พร้อมกับการปล่อยสิ่งที่ไม่ดีออกจากชีวิตให้ไหลไปกับสายน้ำ ซึ่งมีทั้งปลาไหล หอยขม เต่า กบ ที่มีความหมายในเรื่องดีๆ ที่แตกต่างกันไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้การให้ชีวิตกับสัตว์ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การใช้โอกาสนี้ขายสัตว์น้ำในราคาที่แพงเกินจริง หรือบอกราคาไม่หมดกระทั่งคิดเงิน จนทำให้สายบุญหลายรายมีเงิบ!! เพราะต้องจ่ายในราคาสูงลิบ...ไม่รอช้ารีบไปสอบถามคนรุ่นใหญ่ กับวิธีปล่อยเคราะห์ที่มีมาแต่โบราณ ที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้ในทางที่เอาเปรียบผู้บริโภค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มกันที่ คุณป้าตุ๊ก - กัลป์ยานี วัย 66 ปี บอกว่า &amp;ldquo;จริงๆ แล้วเรื่องนี้แก้ยากนะ เพราะเราไม่สามารถที่จะไปควบคุมแม่ค้าที่ขายได้ ส่วนหนึ่งถ้าเด็ดขาดไปเขาก็จะหมดช่องทางทำมาหากิน มันก็เท่ากับเราทำบาปกับพ่อค้าแม่ขายอีก ป้ามองกลางๆ และคิดในทางที่ดีว่า ถ้าเราปล่อยสัตว์น้ำไปแล้ว ก็เท่ากับเราได้ทำบุญแล้ว เรื่องอื่นนั้นก็ไม่เป็นไร ไม่ได้กังวล เพราะถือว่าเราทำความดีไปแล้ว ขนาดป้าเห็นคนแก่มาเดินขายเมี่ยงคำถุงละ 60 บาท แม้จะกินยาก แต่ป้าก็ช่วยอุดหนุนค่ะ เพราะถ้าคิดในแง่ดี คนแก่ก็ยังทำมาหากิน ไม่งอมืองอเท้า&amp;nbsp; ช่วยได้ก็ช่วยค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าการซื้อสัตว์น้ำไปเอง เป็นอีกมุมมองของ คุณป้ากลอย (นามสมมุติ) ซึ่งกำลังนั่งพักขณะรำไทเก๊กที่สวนลุมพินี บอกให้ฟังจากประสบการณ์ตรงว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวก็เคยมีประสบการณ์ซื้อปลาแพง ป้าคิดว่าทางออกของการขายปลาปล่อยแพงนั้น การซื้อไปเองจะดีที่สุดค่ะ จากที่ขายตัวละ 10 บาท ถ้าไปซื้อในแหล่งจริงๆ จะเหลือตัวละประมาณ 5 บาทเท่านั้น ใช้วิธีทำบุญแบบนี้ค่ะ สบายใจดี ไม่ต้องไปทะเลาะกับแม่ค้าอีก ก็ถือเป็นการตัดปัญหาไป และ ทำให้เราได้สะเดาะเคราะห์อย่างสบายใจอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งมุมที่เรามักมองข้ามสำหรับการให้ความรู้ที่ถูกต้องในการปล่อยสัตว์เพื่อคลายความไม่สบายใจ โดยเฉพาะหากทำผิดที่ อาจทำให้ปลา นก กบ ฯลฯ &amp;nbsp;ตายไปโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เพราะสัตว์ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย หรือแม้การบังคับใช้กฎหมายอนุรักษ์สัตว์เข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่สำคัญมาก มุมมองจาก ลุงยุต (นามสมมุติ) &amp;ldquo;ผมคิดว่าถ้าจะแก้ปัญหา การเอาเปรียบเรื่องขายสัตว์ปล่อยแพง ก่อนอื่นต้องบังคับใช้กฎหมายการอนุรักษ์สัตว์เข้ามาช่วย โดยการให้ความรู้กับพ่อค้าแม่ขายว่าจริงๆ แล้วการนำสัตว์มากักขังไว้เพื่อรอจะจำหน่ายนั้นเป็นความผิด และผู้กระทำอาจต้องได้รับโทษ กระทั่งการให้ความรู้กับคนที่จะทำบุญว่า บางครั้งการสร้างกุศลด้วยวิธีนี้ อาจจะเป็นการทำบาปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้ เพราะบางครั้งเวลาที่ปล่อยสัตว์ลงน้ำเขาอาจจะตายได้ เช่น กระแสน้ำแรงไป หรือสัตว์ปรับตัวไม่ได้ ก็ต้องยอมรับวิธีการทำบุญแบบศาสนาพุทธ เน้นการประพฤติดีประพฤติชอบ และงดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ก็ต้องทำอย่างถูกต้องและรอบคอบที่สุดครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คล้ายกับ คุณป้ามยุรี แซ่เตียว วัย 72 ปี ที่บอกว่าก่อนทำบุญนั้นต้องคิดอย่างรอบคอบ &amp;ldquo;ปกติแล้วป้าชอบไปปล่อยปลาแถวสะพานปิ่นเกล้า ก่อนซื้อก็จะสอบถามราคาก่อนว่าแพงเกินไปหรือไม่ ถ้าถามแล้วราคาสูงเกินไป ก็จะไม่ซื้อ แต่จะเปลี่ยนไปเลือกซื้ออีกที่หนึ่ง คือแถวศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ที่มักจะขายปลาปล่อยราคาถูก พูดง่ายๆ ว่าก่อนซื้อต้องถามราคาอย่างละเอียด ถ้ามาบอกราคาแพงทีหลังก็ไม่เอาค่ะ หรือถ้าใครไม่สบายใจก็สามารถซื้อสัตว์น้ำที่เราต้องการปล่อยไปเอง ก็จะสบายใจและสบายกระเป๋าค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ป้าหนู สมรักษ์ วัย 71 ปี แม่ค้าขายอาหารปลาละแวกสวนลุมพินี บอกว่า ส่วนตัวเคยได้ยินเรื่องดังกล่าว แต่ในฐานะของผู้ที่เป็นแม่ค้าเช่นเดียวกัน ก็คิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ตั้งใจจะทำความดี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นบาปอย่างมาก &amp;ldquo;ป้าเคยได้ยินเรื่องนี้ค่ะ ก็คิดว่าทั้งเสียความรู้สึก อีกทั้งมันจะเป็นบาป เพราะคนที่เขาต้องการมาปล่อยปลาก็เพื่อที่จะต่อชีวิตสัตว์และไล่สิ่งไม่ดีออกจากชีวิตเนื่องจากกำลังมีเคราะห์ ดังนั้นถ้าต้องเสียเงินแพงอีกก็เป็นอะไรที่แย่ค่ะ ส่วนตัวป้าคิดว่าการซื้อปลาในแหล่งที่ถูก เช่น ตลาดคลองเตย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะทุกครั้งป้าก็จะไปซื้อที่นั่น และนำไปปล่อยแถวปากน้ำค่ะ จะได้ไม่เสียความตั้งใจในการทำความดีค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ คุณลุงวิรุณ คุ้มสวน วัย 69 ปี บอกวิธีการแก้ปัญหาขายสัตว์น้ำแพงเวอร์ ที่นอกจากการจับและปรับจริงแล้ว ก็ยังมีทำบุญสะเดาะเคราะห์ อีกหลายรูปแบบให้เลือกทำ อธิบายว่า &amp;ldquo;ผมคิดว่าถ้าเราไม่ปล่อยสัตว์น้ำ ก็ยังมีอีกหลายวิธี เช่น การทำสังฆทาน, การบริจาคเลือด หรือแม้แต่การหยอดตู้บริจาคตาม รพ. แน่นอนว่าการทำบุญแบบนี้ดีกว่าครับ ส่วนตัวผมคิดว่าสัตว์ทุกชนิด มันควรจะได้อยู่ตามธรรมชาติของมันครับ ไม่ควรจะนำมาทำในลักษณะดังกล่าว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3864</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยปลา, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a92b61fcce51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
