<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส.โอดโควิดฉุดสินเชื่อปล่อยใหม่วืดเป้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 2563 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อใหม่ในปีบัญชี 2563 (1 เม.ย.2563 &amp;ndash; 31 มี.ค.2564) ล่าสุดสามารถปล่อยได้ 5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีบัญชีจะปล่อยได้ 7.35 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายปรับใหม่ จากเดิมที่ 1.5 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกษตรกรไม่ต้องการกู้ใหม่ เพราะได้รับผลกระทบ และมีนโยบายเยียวยาจากรัฐบาลหลายมาตรการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สินเชื่อใหม่ในระดับ 7.35 หมื่นล้านบาท ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างต่ำในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนปีบัญชี 2564 ยังไม่ได้สรุปตัวเลขการปล่อยสินเชื่อใหม่ ซึ่งรอหารือกับพื้นที่อีกครั้งในเดือน ม.ค.2564 และเสนอ รมว.การคลัง พิจารณา&amp;rdquo; นายกษาปณ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกษาปณ์ กล่าวอีกว่า ภายในเดือน มี.ค. 2564 เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงไปพบกับลูกค้าประมาณ 5 แสนราย ที่จะครบกำหนดมาตรการพักหนี้ ก้อนแรกในช่วง มิ.ย.2564 &amp;nbsp;เพื่อสำรวจความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังจากสิ้นปี 2563 ได้ลงสำรวจรอบแรกไปแล้ว 87% ของจำนวนลูกค้า 4.2 ล้านราย พบว่า เป็นกลุ่ม สีเขียว ชำระหนี้ได้ปกติ 23% กลุ่มสีเหลือง 61% &amp;nbsp;เป็นกลุ่มที่ค้างชำระดอกเบี้ย 15 เดือน และกลุ่มสีแดง 16% เป็นกลุ่มที่ต้องตัดหนี้สูญ อย่างไรก็ดี ธนาคารจะพยายามรักษาระดับหนี้เสียไม่ให้เกิน 4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกค้ากลับมาชำระหนี้ตามปกติ ธนาคารเตรียม 2 โครงการ คือ โครงการชำระดีมีคืน วงเงิน 3 พันล้านบาท สำหรับหนี้เงินกู้จัดชั้นปกติ โดยการโอนคืนดอกเบี้ยเงินกู้เข้าบัญชีเงินฝากให้แก่ ลูกค้าเกษตรกรและบุคคลในอัตรา 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง รายละไม่เกิน 5 พันบาท และ ลูกค้ากลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตร สหกรณ์ นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในอัตรา 10% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยเบื้องต้นมีผู้ขอเข้าโครงการแล้ว 5 แสนราย วงเงินหนี้ 5 พันล้านบาท คิดเป็นวงเงินคืนดอกเบี้ย 700 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดภาระหนี้ สำหรับหนี้เงินกู้ NPLs หรือมีดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 15 เดือน โดยการคืนดอกเบี้ยให้แก่ ลูกค้าเกษตรกรและบุคคลในอัตรา 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง และ ลูกค้ากลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตร สหกรณ์ นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในอัตรา 10% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 &amp;ndash; 31 มี.ค. 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88275</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษาปณ์ เงินรวง, ธ.ก.ส., ปล่อยสินเชื่อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5fea9e3e5f759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธ.ก.ส. แจงปี 62 จ่อปล่อยสินเชื่อเพิ่ม 5 แสนล. ช่วยเกษตรกร-วิสาหกิจชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ก.ส. วาดแผนดำเนินงานปีบัญชี 2562 ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 5 แสนล้านบาท เล็งกลุ่มลูกค้ารายย่อย-กลาง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน-เอสเอ็มอีเกษตรเป็นหลัก พร้อมวางยุทธศาสตร์นโยบายเกษตรยั่งยืน วางกรอบทำเกษตรกรรม 5 รูปแบบ สร้างเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการทำแผนดำเนินงานปีบัญชี 2562 (1 เม.ย. 2562- 31 มี.ค. 2563) เบื้องต้นตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิ 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยและรายกลาง ประมาณ 3 แสนล้านบาท และกลุ่มลูกค้านิติบุคคล เช่น วิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอีเกษตร อีก 2 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง อยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปีบัญชี 2561 &amp;nbsp;(1 เม.ย. 2561 &amp;ndash; 31 มี.ค. 2562) ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 7.5 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการพักชำระหนี้ 3 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 3.8 ล้านราย และมีการแสดงความประสงค์เข้าโครงการแล้ว 3.5 ล้านราย ซึ่งอาจทำให้เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อต้องปรับตัวลดลงเหลือ 5 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา 2 ไตรมาส สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วกว่า 3 แสนล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในโอกาสที่ ธ.ก.ส.ครบรอบ 52 ปี ได้กำหนดยุทธศาสตร์การนำนโยบายเกษตรยั่งยืน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ชาติ มาใช้เป็นกรอบในการพัฒนาเกษตรกรและภาคการเกษตรเพื่อสร้างความยั่งยืน ประกอบด้วยการทำเกษตรกรรม 5 รูปแบบ คือ เกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร เกษตรผสมผสาน เกษตรธรรมชาติ และเกษตรอินทรีย์ เป้าหมายพื้นที่ 5 ล้านไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยด้านเกษตรอินทรีย์ ธ.ก.ส. มีเป้าหมายชุมชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 600 ชุมชน และขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 6 หมื่นไร่ ภายในปี 2563 โดยมีโครงการสินเชื่อส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit ) วงเงิน 5 พันล้านบาท และสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย (XYZ) วงเงิน 2 พันล้านบาท &amp;nbsp;ด้านวนเกษตรและสิ่งแวดล้อม ธ.ก.ส พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกต้นไม้ตามแนวทาง ป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยชุมชนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน ภายใต้โครงการธนาคารต้นไม้เชื่อมโยงไปสู่โครงการชุมชนไม้มีค่าตามนโยบายของรัฐบาล โดยปัจจุบันมีชุมชนที่ร่วมปลูกต้นไม้กับ ธ.ก.ส. ตามโครงการธนาคารต้นไม้จำนวน 6.8 พันชุมชน มีสมาชิก 1.15 แสนราย มีจำนวนต้นไม้ที่ปลูกเพิ่มขึ้นในประเทศกว่า 11.7 ล้านต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการบริหารจัดการหนี้ให้กับเกษตรกรที่มีภาระหนัก ผ่านมาตรการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ซึ่งมีลูกค้าเป้าหมาย 3.8 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 9 แสนล้านบาท ส่วนเรื่องมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนเฟส 2 ที่พัฒนาอาชีพหารายได้เพิ่ม ซึ่งทางกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าหมายให้ช่วยเกษตรกรลูกค้า 8 แสนรายที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน ให้มีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีคิดเป็นสัดส่วน 30 % ของกลุ่มเป้าหมายภายในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลดำเนินงานล่าสุด ธนาคารสามารถยกระดับเกษตรกรผู้มีบัตรสวัสดิการ ที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อปี มีจำนวน 5.99 แสนราย ยกระดับรายได้ให้เกิน 2 หมื่นบาท ได้แล้วจำนวน 1.46 แสนราย คิดเป็น 24.42% และผู้มีรายได้ระหว่าง 20,001-30,000 บาทต่อปี จำนวน 2.84 แสนราย สามารถยกระดับรายได้ให้เกิน 3 หมื่นบาท ต่อปี ได้แล้วจำนวน 7.43 หมื่นราย คิดเป็น 26.15% &amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถยกระดับรายได้ผู้ถือบัตรสวัสดิการได้ครบ 2.4 แสนราย หรือ 30% ได้ตามเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ ด้านการออมของผู้ที่ประสงค์พัฒนาตัวเอง 2.76 ล้านราย พบว่ามีเงินออมเพิ่มขึ้น จำนวน 1.63 พันล้านบาท เฉลี่ยมีเงินฝากเพิ่มขึ้นรายละ 591 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21206</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, ช่วยเกษตรกร, ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ, ธ.ก.ส., ปล่อยสินเชื่อใหม่, วิสาหกิจชุมชน, อภิรมย์ สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180413/image_big_5ad0180376169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
