<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แกะรอยจับ ทหารเกณฑ์ มือปล้นทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจภูธรภาค 9 ระดมล่ามือปล้นชิงทองกลางเมืองหาดใหญ่กว่าล้านบาท สุดท้ายไม่ทันข้ามวันไปไม่รอด แกะรอยจับคาบ้านพักหลังงัดหลักฐานเด็ดตามสืบรอยโลโก้กระเป๋าสะพาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นบุกจี้ชิงทองร้านทอง &amp;quot;ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ&amp;quot; ซึ่งตั้งอยู่ชั้นสองห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ หรือบิ๊กซีคลองแห ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกวาดทองรูปพรรณหนัก 47 บาท มูลค่าเกือบ 1 ล้าน 3 แสนบาทไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดอื่นๆ ทั้งรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ขับมาก่อเหตุ รวมทั้งเส้นทางหลบหนีโดยขับไปทางถนนลพบุรีราเมศวร์ ซึ่งเป็นถนนเลี่ยงเมืองสายหาดใหญ่-สงขลา แต่จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบสวนพยานแวดล้อม พบว่าคนร้ายลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว ขับรถมาจอดที่ลาดจอดรถด้านนอกห้างบิ๊กซีซึ่งเป็นจุดที่ไม่ต้องตรวจบัตร และลงไปก่อเหตุก่อนที่จะกลับมาขึ้นรถเก๋งฝั่งคนขับหลบหนีไปตามเส้นทางถนนลพบุรีราเมศวร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จากการเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งรอยลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่กระจกร้านทอง รอยรองเท้า และโลโก้กระเป๋าสะพายอักษร &amp;quot;Army&amp;quot; ที่หลุดจากกระเป๋า ซึ่งอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การแกะรอยผู้ต้องสงสัยรายนี้ และในวันนี้จะเข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอีกรอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทั้งของ สภ.หาดใหญ่ ตำรวจภูธร จ.สงขลา และภาค 9 ภายใต้การคุมคดีและสั่งการของ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนภาค 9, พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา, พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่, พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนภาค 9 และ พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ก็สามารถจับกุมคนร้ายได้แล้วยังไม่ทันข้ามวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคนร้ายรายนี้คือ พลทหารอุกฤษณ์ ทองสมสี อายุ 24 ปี เป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสงขลา กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน และยังเป็นลูกอดีตตำรวจยศร้อยตำรวจโทคนหนึ่งอีกด้วย&amp;nbsp; ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตามแกะรอยไปจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 237 หมู่ 5 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจากการสอบสวนก็ยอมรับสารภาพแต่โดยดี&amp;nbsp; พร้อมนำตำรวจไปขุดสร้อยคอทองคำที่ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายและฝังดินไว้หลังบ้าน ซึ่งมีสร้อยคอทองคำที่อยู่ในกระเป๋าจำนวน 10 เส้น จากที่ขโมยมา 14 เส้น ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตามไปยึดรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุได้อีก 1 คัน เป็นรถยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กษ 2071 สงขลา ซึ่งเป็นรถเช่าที่เช่ามาได้ 2 วัน ซึ่งจอดอยู่ที่บ้านพักของเจ้าของรถในพื้นที่ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ รวมทั้งกางเกงลายพรางทหารที่ใส่ในวันก่อเหตุ ซึ่งถูกถอดทิ้งไว้ที่ริมถนนสายสนามบิน-บ้านกลาง หน้าศาลาอเนกประสงค์ป่าช้าเกาะค่าย หมู่ 1 ต.ทุ่งเลียบ ต.ทุ่งตำเสา ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับบ้านพักของพลทหารอุกฤษณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจับกุมตำรวจได้นำตัวไปสอบสวนขยายผลหาหลักฐาน พร้อมของกลางทั้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและทองอีกบางส่วน และเตรียมนำพลทหารอุกฤษณ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองห้างทองเยาวราชกรุงเทพบนชั้นสองของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ หรือบิ๊กคลองแห ใน อ.หาดใหญ่ และทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จะแถลงในรายละเอียดและแรงจูงใจการก่อเหตุอีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเกณฑ์, ปล้นทอง, ปล้นร้านทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แกะรอยจับคาบ้านพัก, โลโก้กระเป๋าสะพาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c2b754fd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรควงมีดอีโต้ปล้นทองกลางวันแสกๆ ก่อนขับรถมอเตอร์ไซค์หลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ม.ค.63 -&amp;nbsp;ร.ต.อ.ทวีสิน&amp;nbsp;ศรีสุริยชัย&amp;nbsp;รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปชิงทองคำรูปพรรณ&amp;nbsp;ภายในร้านขายโทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;พูนสินโฟน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;17-19&amp;nbsp;ถนนพิทักษ์ ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ&amp;nbsp;ก่อนจะรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.ต.อ.สาธิต&amp;nbsp;สถิตาวร&amp;nbsp;ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์,&amp;nbsp;พ.ต.ท.ภูวดิท&amp;nbsp;ปิติภัทราชนากร&amp;nbsp;รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์,พ.ต.ท.ศิริวัฒน์&amp;nbsp;สมกิจศิริ&amp;nbsp;รองผู้กำกับการ ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองบุรีรัมย์,&amp;nbsp;พ.ต.ท.ภานุวัฒน์&amp;nbsp;มากมูล รองผู้กำกับการ สืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นตึก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น บริเวณชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายโทรศัพท์มือถือ และรับจำนำทอง&amp;nbsp;ซึ่งจากการสอบถามนางวินดา&amp;nbsp;กาญจนศิริสมบัติ&amp;nbsp;เจ้าของร้าน&amp;nbsp;ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตกใจว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;12.57&amp;nbsp;น. ขณะที่ตนเองเดินขึ้นไปหยิบของบนชั้นสองเพียงไม่ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาที จังหวะที่เดินลงมาก็ได้เผชิญหน้ากับคนร้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นชายรูปร่างสัดทัด ส่วนสูงประมาณ&amp;nbsp;160&amp;nbsp;เซนติเมตร แต่งกายมิดชิดด้วยเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว&amp;nbsp;สวมหมวกกันน๊อกสีแดงปิดบังใบหน้า ถือมีดอีโต้ด้ามยาวชูใส่ตัวเอง ด้วยความตกใจจึงวิ่งหลบไปอีกฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายก็วิ่งออกจากร้านไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอคนร้ายวิ่งหนีก็รีบไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในร้านพบว่าทองคำรูปพรรณซึ่งรับจำนำจากลูกค้าเก็บไว้ในกระเป๋าด้านหลังตู้โชว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;หายไปจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;แต่ยังไม่ทราบจำนวนทองที่หายไปชัดเจนว่ามีน้ำหนักกี่บาท เพราะแต่ละถุงจะมีทั้งสร้อย กำไล&amp;nbsp;&amp;nbsp;และแหวน เก็บไว้รวมกันหลายชิ้น&amp;nbsp;แต่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท ซึ่งต้องตรวจสอบจากรายการที่จดบันทึกไว้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของร้าน ยังบอกด้วยว่า คนร้ายน่าจะเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของร้านก่อนที่จะลงมือ&amp;nbsp;จึงรู้ว่าตนเองเฝ้าร้านอยู่คนเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และอาศัยช่วงที่ตนเองเดินขึ้นไปหยิบของชั้นบนเข้ามาก่อเหตุขโมยทองในร้านไป ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาทีเท่านั้น ก่อนที่คนร้ายจะขับรถจักรยานยนต์สีดำ-แดง ไม่ทราบยี่ห้อ และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปลอยนวล&amp;nbsp;ซึ่งขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดของที่ร้านเกิดเสียใช้การไม่ได้จึงไม่สามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบร้านตัดผมใกล้กับจุดเกิดเหตุ ก็สามารถบันทึกภาพของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;โดยในภาพก็จะเห็นชายสวมเสื้อแขนยาว&amp;nbsp;กางเกงขายาวสวมหมวกกันน๊อกสีแดง ขับรถจักรยานยนต์สีดำ-แดง ในมือถือมีดอีโต้ด้ามยาว&amp;nbsp;โผล่ออกมาบริเวณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แยกหน้าร้านขายจักรยานในลักษณะรีบร้อน&amp;nbsp;เพราะเกือบจะชนชายเสื้อเหลืองที่กำลังจะวิ่งข้ามถนน&amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายก็ขับหลบหนีไปทางตลาดสด&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จัดกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบระดมไล่ล่าทั่วเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธ.ค.2562&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็เกิดเหตุคนร้ายบุกงัดตู้เซฟร้านทอง ในห้างดังกลางเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;กวาดทองไปถึง&amp;nbsp;163&amp;nbsp;บาท มูลค่าเกือบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และพึ่งจับกุมได้เมื่อวันที่&amp;nbsp;13ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดไปเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ก็มาเกิดเหตุคนร้ายชิงทองร้านขายโทรศัพท์อีก และรายนี้ถือว่า เหิมหนักเพราะก่อเหตุกลางวันแสกๆ ร้านที่อยู่ห่างจากโรงพักเพียงประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54733</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชิงทรัพย์, จังหวัดบุรีรัมย์, ปล้นทอง, สภ.เมืองบุรีรัมย์, โจรอีโต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e2048b261470.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้ต้องหาปล้นทอง แจ้งความถูกโพสต์เป็นโจรชิงทองยิง 3 ศพที่ลพบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายเอกฐวีป คงคาวารี อายุ 36 ปี อดีตผู้ต้องหาคดีปล้นร้านทองคำมูลค่า 4 ล้านบาท ไปจากห้างย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี 2556 เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง ณัฐชยา วงศ์รุจิไพโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.หลังมีผู้นำภาพหมายจับเก่า และข้อมูลส่วนตัวของตนเองไปโพสต์ในโลกโซเชียล โดยอ้างว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุฆ่า 3 ศพ ชิงทองอุกอาจในห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกฐวีป เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์และแชร์ภาพหมายจับดังกล่าวประมาณ 7-8 ราย ซึ่งมีทั้งบุคคลและเพจเฟซบุ๊ก บางเพจมีผู้ติดตามหลายพันคน มียอดแชร์กันหลาย 1,000 คน ในไม่กี่ชั่วโมง โดยทราบเรื่องหลังจากที่เพื่อนส่งภาพให้ตนดูเมื่อวานนี้ จึงรู้สึกตกใจมาก และรีบไปแจ้งความที่ สน.สามเสน ซึ่งเชื่อว่าภาพดังกล่าวนั้นมาจากการที่ตำรวจ นำข้อมูลเก่าที่ตนเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเมื่อปี 2556 มาตรวจสอบ แต่เกิดหลุดออกมา ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุครั้งล่าสุดที่ จ.ลพบุรี นั้นไม่ใช่ตนแน่นอน เพราะมีหลักฐานภาพวงจรปิดว่าตนทำงานอยู่ในวันที่เกิดเหตุ หลังเกิดเรื่องพี่ชายที่อยู่ จ.กำแพงเพชร แจ้งว่ามีตำรวจได้โทรศัพท์มาสอบถาม ซึ่งหากจะเรียกไปสอบปากคำเกี่ยวกับคดี ตนก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; สำหรับคดีเก่าของตนนั้น เคยก่อเหตุชิงทรัพย์จากร้านทองออโรร่า ในห้างบิ๊กซีย่านลาดพร้าว เมื่อปี 2556 ได้ทองไปมูลค่าราว 1 ล้านบาท โดยร่วมกันกับพวกก่อเหตุ 3 คน ซึ่งตนได้ใช้อาวุธปืนเช่นกัน แต่ไม่ประสงค์เอาชีวิตใคร เพราะทุกคนเลี่ยงการทำร้ายร่างกาย กระทั่งมาถูกจับกุมและศาลตัดสินจำคุก 25 ปี ตนรับสารภาพ ลดโทษเหลือ 11 ปี และลดโทษเรื่อยมาจนเหลือ 7 ปี เพิ่งจะพ้นโทษออกมาเมื่อ 10 เดือนก่อน ตอนนี้ได้มาเริ่มชีวิตใหม่ ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี เพราะตนมีงานทำและเรียนไปด้วย แต่กลับเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ซึ่งมันกระทบกับครอบครัวคนรอบข้าง และงานเพราะหัวหน้าที่ให้โอกาสตนทำงานยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ หากจะแชร์อะไรกันก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ถ้าตนตกงานตนไม่อยากไปก่อเหตุซ้ำอีก ล่าสุดมีเพียงคนเดียวที่ติดต่อมาขอโทษว่าไม่ทราบ หากแก้ไขและลบให้ ตนก็อาจจะถอนแจ้งความ &amp;ldquo; นายเอกฐวีกล่าวต่อท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนพิจารณาประกอบหลักฐานและรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทอง, ปล้นทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c3df88eb09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืบ! ตำรวจจ่อตะครุบโจรชิงทองปืนโหด 3 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.63 - พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้ลงพื้นที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดเผยว่าจากการติดตามจับกุมคนร้าย ทั้งการติดตามจากที่เกิดเหตุ ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และพยานหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่งผลให้ในขณะนี้มีความชัดเจนแล้วในบางอย่าง เช่น ยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ คือรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-แดง ซึ่งรุ่นที่จำหน่ายในปี 2562 รูปร่างลักษณะคนร้าย ที่สูง 166 ซม. มีลักษณะการเดินขากระเผลก รูปร่างผอม มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า อาวุธปืนที่คนร้ายใช้ ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว ในทีมสืบสวนทราบแล้วว่าเป็นปืนชนิดใดขนาดเท่าใด ซึ่งเมื่อทราบ ชนิด รุ่น ลักษณะของปืนแล้ว ก็จะสามารถจำกัดการค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ครอบครองปืนดังกล่าวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มากำลังเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติกรรมของคนร้าย พบจงใจที่จะเข้ามาชิงทองในปริมาณที่มาก แต่ปรากฏว่าทางร้านได้เก็บทองไปก่อนแล้ว เหลือเพียง 3 ถาด หรือเป็นจำนวน 28 บาท ตามที่คนร้ายได้ไป และลักษณะของคนร้ายเป็นการเข้ามาในลักษณะรีบร้อน จึงไม่สามารถกวาดทองที่เก็บอยู่ในลิ้นชักไปได้เพิ่ม รวมถึงได้ยิงคนที่ควบคุมถึงแก่ความตายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ในส่วนตำหนิรูปพรรณทองที่คนร้ายจี้ชิงไปนั้น จะเป็นทองที่มีสัญลักษณ์ หรืออักษรที่เขียนว่า &amp;quot;aurora&amp;quot; กับ &amp;quot;อนันต์ 96.5%K&amp;quot; บริเวณตะขอ ฉะนั้นหากพบเห็นทองคำจำนวนมากๆในลักษณะดังกล่าว หรือเทียบเท่าที่คนร้ายโจรกรรมไปจำนวน 28 บาท ขอให้แจ้งเบาะแสให้แก่ตำรวจเพื่อนำไปสู่การติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54308</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทอง, ปล้นทอง, ลพบรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e17696e27399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบ.ทบ. ยังไม่ปักใจ&#039;ชิงทองปืนโหด&#039;เป็นทหาร 100 เปอร์เซ็นต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 63 - ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายที่ก่อเหตุบุกปล้นร้านทองจ.ลพบุรี มีลักษณะการแต่งกายและมีความชำนาญการใช้อาวุธปืนคล้ายทหารว่า ดูจากเหตุการณ์ก็มีแนวโน้มที่ทำให้คิดไปแบบนั้นได้ ซึ่งปัจจุบันคนหลากหลายอาชีพบางครั้งก็ยิงปืนแม่นกว่า และได้รับการฝึกในรูปแบบที่คล้ายกับทหาร ซึ่งก็มีแนวโน้มแต่ขณะนี้ยังไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคนในเครื่องแบบ ทั้งนี้ต้องรอการพิสูจน์ทราบจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ได้ให้หน่วยทหารในพื้นที่สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า หากคนร้ายหนีเข้าไปในค่ายทหาร พร้อมให้ตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เราพร้อมให้การตรวจสอบ เพราะพล.อ.อภิรัชต? คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.กำชับให้ทุกหน่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกเรื่อง หากเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทอง, ปล้นทอง, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21af2b4c5d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประณามโหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน&#039;ยุติธรรม&#039;เร่งเยียวยาครอบครัวเหยื่อโจรปล้นทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 63 - ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงถึงเหตุการณ์คนร้ายปล้นร้านทองที่ จ.ลพบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 4 รายว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ คนที่เสียชีวิตเป็นคนสำคัญของครอบครัว ในประเทศเราไม่เคยมีเรื่องโหดเหี้ยมและก้าวร้าวรุนแรงขนาดนี้ ปกติที่มีการปล้นฆ่า จะมีการขู่เจ้าทรัพย์ให้หลบหนีและไว้ชีวิต แต่เหตุการณ์นี้ไม่ว่าใครที่อยู่ในเส้นทางที่คนร้ายเดินผ่าน ยิงทุกคน ถือเป็นการกระทำที่ทารุณ โหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส. ลพบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นส.ส.ในพื้นที่เกิดเหตุ ได้มาตามเรื่องเงินเยียวยา ตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ขอแจ้งให้ผู้เสียหายรับทราบว่า ผู้เสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับ ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท รวมทั้งสิ้น 110,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรณีผู้บาดเจ็บจะมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน 40,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงิน ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่เกิน 20,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงินและความเห็นแพทย์ ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ค่าแรงขั้นต่ำ โดยจ.ลพบุรีมีอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 320 บาทต่อวัน คำนวณเดือนละ 9,600 บาท ได้รับสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ประมาณ 116,800 บาท แต่หากผู้เสียหายไม่ได้ประกอบอาชีพ จะไม่ได้รับเงินตรงในส่วนนี้ และมีค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 50,000 บาท โดยพิจารณาถึงระยะเวลาการรักษา ความรุนแรงของการได้รับบาดเจ็บและตามจำนวนวันที่พักรักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่า สังคมต้องการให้มีการประหารชีวิตผู้ก่อเหตุดังกล่าว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประเมินแล้วเรื่องนี้โหดร้ายทารุณ เชื่อว่าหากคดีความถึงศาลจะตัดสินประหารชีวิต ซึ่งกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวข้องในส่วนที่เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งไปถึงเบื้องสูง กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ถวายคำแนะนำ มั่นใจว่าการถวายคำแนะนำ เราไม่ให้ลดโทษอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นหน้าที่รมว.ยุติธรรม จะถวายคำแนะนำแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่หากมีการจับตาย นายสมศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่สถานการณ์ หากคนร้ายขัดขืนเป็นหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ขัดข้องอะไร แต่ถ้าหากคนร้ายมอบตัวคิดว่าคงไม่ถึงตรงนั้น ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมกำลังดำเนินการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเกี่ยวกับการจัดกรอบของคนที่อยู่ในข่ายที่ไม่สมควรได้รับการลดโทษ โดยกรมคุ้มครองการคุมประพฤติเป็นประธาน กำลังประชุมกันอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54259</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทอง, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, ปล้นทอง, ยุติธรรม, ลพบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e1846ec8dd9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุปล้นร้านทอง ลพบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 63 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี พร้อมทั้งประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทำให้เด็กเล็กต้องมารับเคราะห์จากเหตุการณ์นี้ นายกฯได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบหาและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพราะถือเป็นคดีที่อุกอาจ และวอนสังคมอย่าเพิ่งด่วนสรุปถึงเหตุจูงใจในการกระทำผิดจนทำให้เกิดความสับสน โดยขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีเบาะแสของคนร้ายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบโดยด่วน นอกจากนี้ ยังขอบคุณไปยังห้างสรรพสินค้าที่แสดงความจำนงจะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนหน่วยงานภาครัฐนั้นจะเข้าไปช่วยดูแลเยียวยาทุกด้าน โดยเฉพาะสภาพจิตใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล้นทอง, ลพบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd4d90ce1d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
