<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 23:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรแซมบ้าอุกอาจ ปิดเมืองตระเวนปล้นแบงก์จับตัวประกันมัดกับรถเป็นโล่มนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุการณ์ปล้นธนาคารอย่างอุกอาจในเมืองเล็กๆ ของรัฐเซาเปาลูของบราซิลเมื่อวันจันทร์ กลุ่มโจรติดอาวุธมากกว่า 20 คนใช้รถ 10 คันเป็นพาหนะตระเวนปล้นแบงก์หลายแห่ง จับชาวบ้านเป็นตัวประกันผูกติดกับรถยนต์เป็นโล่มนุษย์ แล้วยังวางกับดักระเบิดทั่วเมือง ยิงปะทะตำรวจทำให้ตายอย่างน้อย 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทวิตเตอร์&amp;nbsp;@thalespatrizzi &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม กล่าวว่า การปล้นธนาคารอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันจันทร์ ในเมืองอาราซาตูบา ที่มีประชากรราว 200,000 คนในรัฐเซาเปาลู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกองสารวัตรทหารรัฐเซาเปาลูกล่าวว่า กลุ่มชายพร้อมอาวุธหนักมากกว่า 20 คนก่อเหตุครั้งนี้ โดยใช้รถยนต์ 10 คันเป็นพาหนะ ออกปล้นธนาคารหลายแห่งในเมือง พวกเขาจับชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์, เผารถยนต์ และวางกับดักระเบิดไว้ทั่วเมืองเพื่อเปิดเส้นทาง กลุ่มคนร้ายใช้โดรนหลายลำในการสำรวจเส้นทางขณะเข้าเมือง, ปล้นแบงก์ และหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีอ้างสื่อของบราซิลว่า กลุ่มคนร้ายเริ่มโจมตีธนาคาร 3 แห่งกลางเมืองนี้เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากปล้นเงินได้แล้ว คนร้ายจับตัวประกันจำนวนหนึ่ง และโอบล้อมสถานีของสารวัตรทหารไว้ สมาชิกบางส่วนปิดถนนสายหลักเข้าเมืองโดยเผารถยนต์หลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูริ มากรี นักข่าวของเรคคอร์ดทีวี โพสต์วิดีโอที่เผยให้เห็นรถยนต์ 2 คันที่กำลังหลบหนี คันแรกมีคนถูกมัดไว้กับหลังคารถ อีกคนอยู่ที่ฝากระโปรง ส่วนคันที่ 2 มองเห็นคนหมอบอยู่บนฝากระโปรง&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;pt&quot;&gt;Na fuga, os ref&amp;eacute;ns foram amarrados nos ve&amp;iacute;culos. Tentativa de impedir qualquer contra-ataque da pol&amp;iacute;cia ao grupo. Deus guarde essas pessoas e todos de Ara&amp;ccedil;atuba. Todas as ag&amp;ecirc;ncias banc&amp;aacute;rias do centro foram invadidas - informa&amp;ccedil;&amp;otilde;es preliminares. pic.twitter.com/lu0hBlcTCu&lt;/p&gt;
&amp;mdash; Yuri Macri (@yurimacri) August 30, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานการยิงปะทะกัน 2 จุดระหว่างคนร้ายกับตำรวจ และมีคนเสียชีวิต 3 คน สองในนี้เป็นชาวบ้าน อีกคนเป็นคนร้าย ร้อยโทอเล็กซานเดร เกเดส จากหน่วยสารวัตรทหาร กล่าวกับโกลโบนิวส์ว่า ชายคนหนึ่งโดนยิงตายเมื่อพวกโจรเห็นว่าเขากำลังถ่ายวิดีโอ ชาวบ้านอีกคนเป็นผู้หญิงโดนลูกหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนักปั่นจักรยานอายุ 25 ปีบาดเจ็บสาหัส เมื่อระเบิดลูกหนึ่งที่คนร้ายวางไว้ระเบิดขึ้นขณะที่เขาปั่นจักรยานผ่าน สื่อท้องถิ่นกล่าวว่าเขาต้องตัดขาทั้งสองข้าง และมีชายอีก 3 คนโดนกระสุนบาดเจ็บด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันโทเกเดสกล่าวว่า ยังมีระเบิดอย่างน้อย 14 ลูกวางไว้ทั่วเมือง และมีสิ่งบ่งชี้เบื้องต้นว่าระเบิดเหล่านี้มีเซ็นเซอร์บางอย่างที่จะจุดชนวนด้วยความร้อนหรือความเคลื่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ทำให้โรงเรียนถูกปิดในวันจันทร์ และเจ้าหน้าที่ขอร้องประชาชนอย่าออกนอกบ้านจนกว่าจะเก็บกู้ระเบิดหมดแล้ว บีบีซีกล่าวด้วยว่า ตำรวจสามารถจับผู้ต้องสงสัยไว้ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล้นธนาคารครั้งใหญ่เกิดบ่อยครั้งขึ้นในบราซิลช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยคนร้ายมักจับตัวประกันเป็นโล่มนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อด้วยว่า โครงการสวัสดิการช่วยคนจนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กระตุ้นให้พวกโจรก่อเหตุอย่างอุกอาจในเมืองที่เงียบสงบซึ่งธนาคารสาขาต่างๆ เก็บเงินสดไว้จำนวนมาก.&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;pt&quot;&gt;Afli&amp;ccedil;&amp;atilde;o total, meu Deus, oremos por todas essas pessoas que est&amp;atilde;o sendo feitas de ref&amp;eacute;ns nesse mega assalto aqui em Ara&amp;ccedil;atuba ??? #Ara&amp;ccedil;atuba #OremPorAra&amp;ccedil;atuba pic.twitter.com/lBo4Ti2rk0&lt;/p&gt;
&amp;mdash; thales (@thalespatrizzi) August 30, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115098</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกันเป็นโล่มนุษย์, บราซิล, ปล้นธนาคาร, ปล้นแบงก์, รัฐเซาเปาลู, เมืองอาราซาตูบา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612d06c39a444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าคนร้ายหัวเถิกบุกเดี่ยวชิงเงิน ธกส.ครึ่งล้าน หลบหนีย่านบางบอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.63 - ร.ต.อ.ศราวุฒิ อันแสน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ธนาคาร ธกส. สาขาบางบอน ถนนเอกชัย ซอย 86 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเจ้าหน้าที่สายตรวจและตำรวจฝ่ายสืบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นอาคารธนาคารสูง 2 ชั้น ด้านล่างเป็นลานจอดรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นบริเวณเขตหวงห้ามเอาไว้ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปด้านบนได้ จากการสอบถาม นายยืนยงค์ บุญเหมาะ อายุ 60 ปี รปภ.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงลานจอดรถ ยอมรับว่า&amp;nbsp;มีคนร้ายมาชิงทรัพย์ในธนาคารจริง&amp;nbsp;โดยระหว่างนั้นตนทำหน้าที่อยู่ด้านล่างตรงลานจอดรถตามปกติสักพักมีเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์วิ่งลงมาบอกว่าคนร้ายหลบหนีไปแล้วแต่ตนก็ไม่ได้สังเกตว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหนและใช้ยานพาหนะอะไรเนื่องจากไม่มีเสียงเอะอะโวยวายหรือมีการวิ่งไล่กันเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางธนาคาร พบว่าช่วงก่อนเกิดเหตุนั้น บริเวณเคาน์เตอร์รับฝากถอนเงินสดมีพนักงานนั่งประจำการอยู่ จำนวน 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน&amp;nbsp;ไม่มีลูกค้ารอหรือประชาชนที่มารอรับบริการแต่อย่างใด จากนั้นได้มีคนร้ายชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50-55 ปี&amp;nbsp;ผมบางเกือบล้านตรงกลางศีรษะ หน้าผากเถิกกว้าง สวมหน้ากากอนามัยสีขาวใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาพับแขน นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าหุ้มส้นสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำแนบข้างลำตัว เดินเข้ามาในธนาคารก่อนชักอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติสีดำไม่ทราบขนาดออกมาขู่ให้พนักงานที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ลุกออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพนักงานวิ่งหนีตายไปแล้ว คนร้ายก็ได้ทำการรื้อแผ่นอะคริลิกแบบใส&amp;nbsp;ซึ่งทางธนาคารติดตั้งไว้กั้นรักษาระยะห่างระหว่างพนักงานกับลูกค้าตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ออก ก่อนที่จะกระโดดข้ามเข้าไปในเคาน์เตอร์ ดึงลิ้นชักเก็บเงิน จำนวน 2&amp;nbsp;เคาน์เตอร์ออกมา ใช้มือเปล่าที่ไม่ได้สวมถุงมือกวาดเงินสดจากภายในใส่ถุงพลาสติก และยัดลงใส่กระเป๋าสะพายเดินออกจากธนาคารไป ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ทั้งนี้ยังไม่ทราบเส้นทางหลบหนียืนยานพาหนะที่คนร้ายใช้เนื่องจากมีพยานบางรายเห็นบุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกันเดินข้ามสะพานลอยหลบหนีไปทางถนนกาญจนาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งยอดความเสียหายเงินสดที่ถูกชิงทรัพย์เอาไว้คร่าวๆที่ประมาณ 500,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., ธกส.สาขาบางบอน, ปล้นธนาคาร, สน.บางขุนเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe45a7af234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบสองผัวเมียร่วมก่อเหตุปล้นธนาคาร พบทั้งคู่มีคดีติดตัว-หนีหมายจับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63 - พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.),พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.),พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงผลการจับกุมนายชัยวัฒน์ มีชะคะ อายุ 32 ปี และ น.ส.ผกามาศ ประดับวงศ์ อายุ 29 ปี 2 ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุปล้นธนาคารกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ประชาอุทิศ 58 ย่านทุ่งครุ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณกลางซอยท่าเรือแดง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร&amp;nbsp; เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.)ลที่ผ่านมา&amp;nbsp; พร้อมทั้งได้ตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดรวมจํานวน 401,000 บาท ซึ่งหลังก่อเหตุนายชัยวัฒน์&amp;nbsp; นําไปฝากไว้กับพ่อและแม่&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืน พกสั้นขนาด .38 จํานวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จํานวน 4 นัด และอื่นๆอีกหลายรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งวันนี้ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร.ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ภายในธนาคารกรุงเทพที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับ และมอบหมายให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดแก่สื่อมวลชนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นแฟนกัน ร่วมกันก่อเหตุและมีการวางแผนพากันหลบหนี จำนวนเงินที่คนร้ายได้ไปประมาณ 8 แสนบาท ได้คืนมาเป็นเงินสดประมาณ 4 แสนบาท บางส่วนคนร้ายนำไปซื้อทองคำ ส่วนเหตุจูงใจผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากการตรวจสอบประวัติอาชญากร พบว่า นายชัยวัฒน์ เคยมีประวัติคดีการโทรมหญิง ตั้งแต่ปี 2547 มีประวัติการกระทําผิดขับรถขณะเมาสุราประวัติการครอบครองยาบ้า เมื่อปี2552 ส่วนนางสาวผกามาศฯ มีหมายจับข้อหา รับของโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ตั้งแต่ปี2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้นํารถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า และหมวกน็อคที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ ไปทิ้งไว้ที่คูน้ำข้างทาง ภายในซอยโปร่งอารมณ์ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน คือ น.ส.ผกามาศ โดยทําหน้าที่เป็นคนขับรถยนต์มาส่งคนร้ายเพื่อมาก่อเหตุ และพาหลบหนี เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้ดําเนินรวบรวม พยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และ พยานหลักฐานที่ได้จากทางนิติวิทยาศาสตร์ จนนําไปสู่การออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ มีชะคะ ผู้ลงมือก่อเหตุ และ น.ส ผกามาศ ประดับวงศ์ ผู้ร่วมก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งได้ข้อหา&amp;nbsp; &amp;ldquo;ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ผ้าคลุมศีรษะและ ใบหน้าเพื่อเพื่อไม่ให้เห็นหรือจําหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม&amp;rdquo; ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาฝากขังศาลอาญาธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56245</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาชญากรรม, ชิงทรัพย์, ปล้นธนาคาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e3900ba5f1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจรสายชิล&#039; บุกปล้นธนาคารเสร็จเข้าห้างเดินกินไอศกรีมก่อนโดนรวบทันควัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โจรสายชิล&amp;quot; จี้เงินธนาคารกลางเมืองชัยนาท ยังใจเย็นไปเดินห้างสรรพสินค้า กินไอศกรีม ซื้อล็อตเตอรี่ เดินสบายอารมณ์ แต่สุดท้ายเจอตำรวจตามจับทันควัน สารภาพเป็นหนี้พนันบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ได้รับแจ้งสัญญาณฉุกเฉินจากธนาคารออมสิน สาขาสะพานใหม่ชัยนาท ทราบว่าคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาว อายุประมาณ 26 ปี สวมหน้ากากอนามัยปิดปาก เข้าไปจี้ชิงเงินในธนาคาร โดยสั่งให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ส่งเงินให้และทำทีว่ามีอาวุธซ่อนอยู่ด้านหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานจึงเดินไปแจ้งให้ผู้จัดการธนาคารทราบ และถือโอกาสขณะคนร้ายเดินตาม กดสวิตซ์ส่งสัญญาณฉุกเฉินแจ้งตำรวจ&amp;nbsp;เมื่อคนร้ายเห็นพนักงานกดสวิตซ์ฉุกเฉิน จึงตะคอกใส่ว่า ทำแบบนี้ทำไม และสั่งพนักงานเร่งส่งเงิน&amp;nbsp;ด้วยความกลัวว่าคนร้ายจะมีอาวุธ พนักงานจึงส่งเงินสดจำนวน 20,800 บาท ให้กับคนร้ายไป จากนั้นคนร้ายก็เดินออกไปจากธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อดูลักษณะรูปพรรณคนร้ายและติดตามหาตัว จนพบว่าคนร้ายเข้าไปในห้างโลตัส ซึ่งอยู่ห่างธนาคารประมาณ 200 เมตร&amp;nbsp;เมื่อคนร้ายเห็นตำรวจจึงรีบวิ่งหนีไปยังตึกสำนักงานลิชซิง ทำทีขอเข้าห้องน้ำจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนจนตำรวจตามมาจับกุมตัวได้ พร้อมเงินของกลางจำนวน 20,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน ทราบชื่อคนร้าย นายภาคภูมิ ทับเงิน อายุ 26 ปี เป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี สารภาพว่า ขับรถกระบะสีเทา ทะเบียน บจ 7396 สิงห์บุรี &amp;nbsp;มาจอดหน้าธนาคาร เห็นไม่มี รปภ. จึงตัดสินใจเดินเข้าไปก่อเหตุ โดยทำทีมีอาวุธปืนซ่อนอยู่ข้างหลังและข่มขู่พนักงานให้ส่งเงินให้ เมื่อได้เงินแล้วก็ไปที่ห้างโลตัสไปซื้อไอติมกินเพื่อคลายร้อน แล้วซื้อล็อตเตอรี่&amp;nbsp;1 คู่&amp;nbsp;ใช้เงินไป 200 บาท เมื่อเห็นตำรวจจึงวิ่งหนีไปที่ตึกดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาคภูมิ บอกว่าตนเป็นหนี้พนันฟุตบอล 400,000 บาท &amp;nbsp;คิดไม่ตกว่าจะหาเงินไปใช้หนี้ได้อย่างไร เมื่อเห็นโอกาส จึงก่อเหตุขึ้นทันที โดยไม่ได้วางแผนมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิวพร เคารพธรรม พนักงานธนาคารออมสิน เล่าว่าขณะกำลังให้บริการลูกค้า เป็นจังหวะที่ รปภ.ของธนาคารออกไปหาหมอ คนร้ายได้เดินเข้ามาโดยเอามือข้างหนึ่งซ่อนไว้ข้างหลังทำท่าเหมือนมีอาวุธ จากนั้นก็บอกให้ตนส่งเงินมา บอกว่าไม่มีทางเลือก จำเป็นจริงๆต้องทำแบบนี้ แม้ตนจะเกิดความกลัว แต่ก็พยามยามตั้งสติแล้วเดินไปหาผู้จัดการ ระหว่างนั้นคนร้ายก็เดินตามจะไปหาผู้จัดการด้วย&amp;nbsp;พนักงานอีกคนจึงรีบกดสัญญาณฉุกเฉิน&amp;nbsp;เมื่อคนร้ายรู้ว่ากดสัญญาณฉุกเฉินก็ตะคอกว่า ทำแบบนี้ทำไม&amp;nbsp;ตนจึงกลัวว่าคนร้ายจะมีอาวุธ จึงได้ส่งเงิน 20,800 บาทให้ไปฃ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ตำรวจได้นำตัวนายภาคภูมิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จากนั้นได้นำไปควบคุมไว้ในห้องขัง รอส่งฝากขังศาลจังหวัดชัยนาทในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) โดยตั้งข้อหาชิงทรัพย์&amp;nbsp;ส่วนเงินสดที่ถูกชิงไปได้กลับคืนมาจำนวน 20,600 บาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ชิงทรัพย์, ปล้นธนาคาร, สภ.เมืองชัยนาท, โจรสายชิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d652281ee784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผบช.น.ข้องใจปล้นแบงค์ทหารไทยง่ายดายทั้งที่ไม่มีอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.61-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวถึงคดีคนร้ายชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย สาขาถนนพัฒนาการ ซอยพัฒนาการ 48 แขวงสวนหลวง เขตประเวศว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว &amp;nbsp;ล่าสุดชุดสืบสวนสอบสวนได้ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี แต่ยังไม่สามารถระบุชื่อและตัวตนของผู้ก่อเหตุได้ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานเพื่อประมวลข้อมูลทั้งหมดนำมาวิเคราะห์อีกครั้ง &amp;nbsp;แต่จากข้อมูลและภาพวงจรปิดภายในธนาคารพบว่าคนร้ายก่อเหตุเพียงคนเดียว &amp;nbsp;จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนร้ายทำงานเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการสืบสวนยังได้ตั้งข้อสังเกตุเหตุใดคนร้ายจึงได้เงินไปอย่างง่ายดาย &amp;nbsp;ทั้งที่คนร้ายไม่มีอาวุธหรือวัตถุระเบิดตามที่ได้มีการข่มขู่พนักงาน ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้มีการสอบปากคำพนักงานธนาคารที่อยู่ในเหตุการณ์ไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ &amp;nbsp;เพราะอยู่ระหว่างประมวลวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางสืบสวน ส่วนคนร้ายจะหลบหนีอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้ &amp;nbsp;ขณะนี้ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน แต่เชื่อว่าจะได้รับข่าวดีในเร็วนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25361</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้าย, ปล้นธนาคาร, ผบช.น., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c2710a8bad45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบแล้วโจรบุกเดี่ยวปล้นแบงก์กวาดเงินล้านที่แท้เป็นทหารยศร้อยโท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวประจำจ.บุรีรัมย์ รายงานว่าวานนี้&amp;nbsp;พล.ต.ต.วีรพล &amp;nbsp; เจริญศิริ &amp;nbsp; ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.อดุลย์ ชัยประสิทธิกุล &amp;nbsp;ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนภูธร จ.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ &amp;nbsp; ศรีเสริม ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;พ.ต.อ.บุญลือ &amp;nbsp;ผดุงถิ่่น ผกก.กก.3บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3บก.ป. พร้อมพวกนำกำลังร่วมกับชุดสืบสวนภาคสวนภาค 3 &amp;nbsp;ชุดสืบจังหวัด และชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ออกติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าไปใช้อาวุธปืนพกสั้น จี้ชิงเงินพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์กวาดเงินสดไปกว่า 1 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับตัวคนร้ายได้แล้ว &amp;nbsp;ขณะขับรถกระบะยี่ห้อมาสด้าสี่ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ-9947 บุรีรัมย์ &amp;nbsp; ขณะกำลังจะขับผ่านด่านตรวจจราจรที่บริเวณถนนรอบเมืองใกล้กับสำนักงานเทศบาลตำบลอิสาณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิด &amp;nbsp;รถที่เข้า-ออกศาลากลางจังหวัดช่วงใกล้เวลาที่เกิดเหตุ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ขับรถคันดังกล่าว คือ ร.ท.จารุภูมิ &amp;nbsp; ปานาโต &amp;nbsp;เป็นทหารสังกัดแห่งหนึ่งที่ถูกส่งตัวมาช่วยราชการในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าวพบเงินสดจำนวน 50,000 บาท &amp;nbsp;จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp; สุดท้าย ร.ท.จารุภูมิ &amp;nbsp;ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงเงินธนาคารกรุงไทยสาขาศูนย์ราชการจริง &amp;nbsp;ได้เงินมาทั้งหมด 1,000,000 บาท &amp;nbsp; โดยได้นำไปเก็บไว้ในบ้านพัก และฝังดินไว้ในป่าจำนวน 800,000 บาท &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพัก ก็พบเงินจำนวน 500,000 บาทซุกซ่อนอยู่ในบ้านจริง &amp;nbsp;และพาไปขุดเอาเงินที่ฝังดินไว้ในป่าอีก 300,000 บาท ส่วนที่เหลือ 150,000 บาทอ้างว่านำไปใช้หนี้ และอีก 50,000 บาทเก็บไว้ในรถเพื่อใช้จ่ายแต่มาถูกตำรวจสกัดจับกุมได้ก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุคนเดียว &amp;nbsp;เนื่องจากมีปัญหาหนี้สินส่วนตัว &amp;nbsp;แต่หาทางออกไม่ได้ &amp;nbsp;จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุจี้ชิงเงินธนาคารกรุงไทย เพื่อหวังจะนำเงินไปใช้หนี้ &amp;nbsp; ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ชิงทรัพย์&amp;rdquo; ก่อนจะส่งตัวไปดำเนินคดีที่ศาลทหารตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงไทยสาขาบุรีรัมย์, บุรีรัมย์, ปล้นธนาคาร, พล.ต.ต.วีรพล   เจริญศิริ, ร.ท.จารุภูมิ   ปานาโต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c22d2c218d5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
