<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6วันสงกรานต์ตาย348ศพ นายกฯไม่พอใจวิธีป้องกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่-ลุงป้อม&amp;quot; ยังไม่พอใจมาตรการป้องกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ตอบตรงกัน เพราะยังมีคนตาย-เจ็บเยอะ สรุปยอดสะสม 6 วัน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 348 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,176 คน เมาขับ-สายแว้นยังครองแชมป์ กองบัญชาการศึกษา ตร.กำลังศึกษากฎหมายญี่ปุ่น ดื่มขับโดนหมดทั้งเจ้าของรถ คนขับ คนนั่ง ยันร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงภาพรวมการป้องกันอุบัติเหตุการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ภาพรวมยังไม่พึงพอใจ ตราบใดที่ยังมีบาดเจ็บ สูญเสียชีวิต แน่นอนไม่มีใครพอใจอยู่แล้ว เพราะทุกคนคือกำลังสำคัญของประเทศเรา และเป็นที่น่าเสียใจที่มีการสูญเสียชีวิต แม้น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาไม่มากนักก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้พยายามทำทุกมาตรการแล้ว ในส่วนที่บางท่านเรียกร้องเพิ่มมาตรการทางกฎหมาย รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะมีผลกระทบอะไรบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ก็ขอให้ทุกคนสนใจกฎหมายปกติให้มากขึ้น ทั้งการสวมหมวกนิรภัย การรัดเข็มขัดนิรภัย การขับรถโดยไม่ดื่มสุรา ซึ่งเห็นแล้วว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่เกิดจากดื่มสุรา ซึ่งกฎหมายมีทุกตัว แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ในเรื่องจิตสำนึกสำคัญที่สุด ในการทำให้ตัวเองและครอบครัวปลอดภัย รัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่แล้วในทุกๆ เรื่อง การรักษาความปลอดภัยทางถนนทุกคนทำงานอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมถึงจิตอาสาที่ทำงานในช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยอย่างเข้มแข็ง ทุกคนเสียสละมาทุกปี ทหารอยู่ชายแดนก็ไม่ได้กลับบ้าน ทหารที่อยู่ภาคใต้ก็ไม่ได้กลับบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลความสุขสงบก็ไม่ได้พักผ่อน ดังนั้นหากทุกคนไม่ช่วยกันจะโทษอะไรได้ โทษกฎหมาย โทษเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เข้มงวดกฎหมาย และดำเนินการกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า ได้เตือนได้พูดกับเจ้าหน้าที่ ทั้งคนขับรถ ผู้ให้บริการแล้ว พูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว เหมือนเดิม จึงอยากฝากสื่อและประชาชนช่วยเตือนสติทุกคน ข้อสำคัญเรื่องสุขภาพของคนขับรถ เจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบการต้องมีความรับผิดชอบให้มากขึ้น ในการดูแลความปลอดภัย อย่ามองว่ามีเรื่องเกิดขึ้นแล้วแก้ปัญหาไป อย่าลืมว่าชีวิตเอากลับมาไม่ได้ บาดเจ็บ สูญเสีย พิการ เดือดร้อนทั้งหมด เป็นเรื่องที่น่าเสียใจทุกครั้งที่มีวันหยุด แทนที่ทุกคนจะมีความสุข กลายเป็นความเสียใจที่ต้องทำพิธีศพ ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้น
ปัญหายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงเหตุวัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาลบ่อยครั้งมากขึ้นว่า ถือเป็นปัญหาของสังคมมายาวนาน เหมือนกับกรณีปัญหาเรื่องเด็กแว้น ที่มีการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ก็มีมาตลอด กฎหมายก็มีทุกตัว จับกุมทุกครั้งก็ยังไม่เข็ดหลาบ คงต้องใช้มาตรการทางกฎหมายให้มากยิ่งขึ้น ก็ขอให้คนไทยมีสติให้มากกว่าเดิม รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี รักชีวิตตัวเอง รักชีวิตคนอื่นด้วย และอย่าอ้างเพียงแค่ขาดสติ เพราะน้ำเมาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครบังคับ ทุกคนดื่มกินกันเองทั้งสิ้น เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถไปห้ามไม่ให้ดื่มเหล้าได้ทุกคน เราก็พยายามรณรงค์กันทุกปี เพราะฉะนั้นจิตสำนึกของแต่ละคนสำคัญที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่พอใจมาตรการ เพราะยังมีคนเสียชีวิตอยู่ จึงถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ มีคนเสียชีวิตคนเดียวก็ไม่ได้ ส่วนปีต่อไปจะปรับมาตรการอย่างไรนั้น เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงมาตรการเพิ่มโทษผู้ตั้งใจกระทำความผิด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เมื่อศาลไม่รับคงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาวิธีการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางกลับเข้า กทม.หลังเทศกาล ประชาชนใช้เส้นทางได้ค่อนข้างสะดวก จราจรติดขัดน้อยลงกว่าเทศกาลที่ผ่านมา เนื่องจาก จนท.วางรูปแบบการอำนวยจราจรและปฏิบัติงานร่วมกันไว้ทุกส่วน รวมทั้งอาจเป็นเพราะมีวันหยุดมากกว่าทุกปี ประชาชนจึงวางแผนเดินทางล่วงหน้าและเดินทางกลับกันก่อน ทำให้ จนท.ทำงานได้เรียบร้อยขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในวันนี้ จนท.เน้นการอำนวยความสะดวกประชาชนตามสถานีขนส่ง อำนวยการเดินทางกลับ การต่อรถ การใช้บริการรถรับจ้าง แท็กซี่ จยย. และป้องปรามมิจฉาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 16 เมษายน 2562 มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 38,993 &amp;nbsp;ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 845 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 27,395 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 32,503 ครั้ง ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,038 ใบ ยึดรถยนต์ 272 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 18,360 คน
ยึดรถ 6,435 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 6 วันที่ผ่านมา (11-16 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 177,134 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 146,017 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้ 6,435 คัน (รถจักรยานยนต์ 4,752 คัน และรถยนต์ 1,683 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 131,674 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 91,499 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จนท.ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และจิตอาสา ยังคงต้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนต่อไป เนื่องจากในบางพื้นที่ยังคงมีการจัดงานสงกรานต์ตลอดช่วงสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 367 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 381 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.25 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.79 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.03 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.05 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.51&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 25.89 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 31.21&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,040 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,375 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,048,847 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 239,295 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 64,829 ราย ไม่มีใบขับขี่ 57,087 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (19 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และระยอง (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (26 คน)&amp;nbsp;
เสียชีวิตแล้ว 348 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (11-16 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 3,068 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 348 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,176 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ ตรัง พังงา แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (119 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี (จังหวัดละ 15 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (126 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดจัดประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เพื่อสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน นำไปปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ.จะรวบรวมปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนให้คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันและอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ ทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศปถ.ยังคงรณรงค์การสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักและมีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างนำกฎหมายจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการควบคุมในการกระทำความผิดเรื่องของการดื่มแล้วขับ 3 ข้อ คือ 1.เจ้าของรถที่ให้ยืมต้องรับผิดด้วย 2.ร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่ม ให้ผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับต้องมีส่วนร่วมในกระทำผิดด้วย และ 3.ผู้โดยสารที่อยู่ในรถไม่ห้ามปรามหรือส่งเสริมให้คนขับดื่มแอลกอฮอล์ต้องร่วมรับผิดด้วย ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้ซึ่งประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมายดังกล่าว
เสนอรัฐบาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกฎหมายดังกล่าวจะถูกยกร่างโดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งคาดว่าจะเสนอได้ในรัฐบาลชุดใหม่ แล้วต้องดูว่ารัฐบาลเห็นด้วยหรือไม่ เมื่อเห็นด้วยก็จะเล่นเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เมื่อกฎหมายแล้วเสร็จจะเสนอไปที่สภาพัฒน์ เนื่องจากเป็นคณะกรรมการพิเศษที่ตั้งโดยรัฐบาล จึงได้มอบหมายให้สภาพัฒน์ตั้งเรื่องและเป็นผู้เสนอเข้า ครม. จากนั้นส่งไปที่กฤษฎีกาและเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อดีของกฎหมายใหม่นี้ ถ้าเกิดขบวนการทางกฎหมายที่เข้มแข็ง และทำให้พลเมืองยอมรับปฏิบัติตามการทำผิด จะลดลงเชื่อมั่นว่ากฎหมายที่ออกมาจะสำเร็จ เนื่องจากที่ญี่ปุ่นก็ทำแล้วเกิดความสำเร็จและทั้งหมดทั้งมวล เราได้ศึกษาจากความสำเร็จกฎหมายจากประเทศญี่ปุ่น และมั่นใจว่าหากนำมาใช้แล้วจะประสบผลสำเร็จ โดยกฎหมายใหม่นี้ จะเห็นได้ภายในปีนี้แน่นอน&amp;rdquo; พล.ต.อ.เอกรักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย สรุปยอดผู้โดยสารใช้บริการรถไฟเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 มีจำนวน 121,414 ราย เป็นผู้โดยสารปกติ 118,612 ราย ผู้โดยสารขบวนรถเสริม 2,802 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุด อันดับหนึ่งเป็นรถไฟสายใต้ จำนวน 39,711 ราย รองลงมาเป็นสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 29,327 ราย, &amp;nbsp;สายเหนือ จำนวน 22,231 ราย, สายตะวันออก จำนวน 16,625 ราย และสายมหาชัย/แม่กลอง จำนวน 12,797 ราย ส่วนที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เช้านี้บรรยากาศทั่วไปเริ่มมีประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหนาแน่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่ 17 เม.ย. คาดการณ์จะมีประชาชนที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 95,086 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประชาชนหลังจากกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ว่า วันนี้ (17 เม.ย.2562) ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรก บขส. ประมาณการว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนากว่า 140,000 คน โดย บขส.ได้จัดรถโดยสารรองรับ 7,800 เที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2562 บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) รองรับประชาชนในเที่ยวไป 7,934 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160,049 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดูแลด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน บขส.ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และพนักงานจิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ทั้งสถานีส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมกันนี้ได้ประสานขอความร่วมมือจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นำรถโดยสารต้นทางหมอชิต 2 จำนวน 13 เส้นทาง มาเสริมให้บริการภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ขาเข้า ตั้งแต่เวลา 04.00 น. และจัดรถ Shuttle bus มาให้บริการจากสถานีหมอชิต 2 ไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS และอนุสาวรีย์ชัยฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดรถสองแถวให้บริการฟรีแก่ผู้โดยสาร โดยออกจากชานชาลาขาเข้า ไปส่งบริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้า BTS ถนนพหลโยธิน รวมทั้งได้ประสานคลื่นวิทยุ จส.100 และ สวพ.91 ประชาสัมพันธ์ให้แท็กซี่เข้ามารับผู้โดยสาร บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) คาดว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงให้เดินทางต่อไปยังจุดหมายได้อย่างเพียงพอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ประสาร มหาลี้ตระกูล, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb740d544719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมาไม่กลัว4วันสงกรานต์237ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขงอกทุกวัน เข้าวันที่สี่อุบัติเหตุสงกรานต์เสียชีวิตแล้ว 237 ศพ บาดเจ็บ 2,322 คน &amp;nbsp;ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมาขับยังคงเป็นสาเหตุหลัก สายแว้นก่ออุบัติเหตุสูงสุด ส่วนมาตรการดื่มไม่ขับ &amp;nbsp;จับยึดรถ ยึดไปแล้ว 3,695 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 15,616 ใบ และดำเนินคดีผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 69,985 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 43,954 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; เกิดอุบัติเหตุ 567 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 598 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.86 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.40 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.31 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ &amp;nbsp;67.55 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.74 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.39 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 29.10 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.22&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,039 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,337 คน เรียกตรวจยานพาหนะ &amp;nbsp;1,072,767 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 238,111 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 65,349 ราย ไม่มีใบขับขี่ 58,950 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (21 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย และร้อยเอ็ด (20 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11-14 เม.ย.62) เกิดอุบัติเหตุ 2,232 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 237 ราย &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บ 2,322 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 12 จังหวัด ได้แก่ ตรัง, ตราด, นครนายก, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พังงา, แม่ฮ่องสอน, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, สุโขทัย, อ่างทอง และอำนาจเจริญ &amp;nbsp;จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (81 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด &amp;nbsp;ได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี (11 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (82 &amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;
&amp;#39;สายแว้น&amp;#39; อุบัติเหตุสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อไปว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงสี่วันที่ผ่านมา พบว่าถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็วและดื่มแล้วขับ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับหลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเน้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะดื่มแล้วขับและขับรถเร็วในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพิเศษ รวมถึงดูแลความปลอดภัยในบริเวณสถานที่เล่นน้ำสงกรานต์และบริเวณจัดงานรื่นเริง และดูแลการเปิดปิดสถานบริการ สถานบันเทิง โดยกวดขันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนบางส่วนยังคงท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ ในขณะที่บางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับ จึงขอให้จังหวัดบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอในการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมในการเดินทางผ่านทุกช่องทางสื่อ ทั้งการเตรียมร่างกาย ตรวจสอบสภาพรถ และวางแผนการใช้เส้นทางอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 15-16 เมษายน 2562 พื้นที่ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนในลักษณะฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ทำให้สภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ดี จึงขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศปถ.จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครเข้มข้นในการดูแลเส้นทางที่มีจุดเสี่ยงอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาวเพื่อป้องกันการหลับใน ท้ายนี้ขอฝากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยควรหยุดพักรถทุก 1-2 ชั่วโมง รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
ยึดรถแล้ว 3,695 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความห่วงใยในการสูญเสียของประชาชนจากเทศกาลสงกรานต์ผ่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งทุกส่วนงานของ คสช.และรัฐบาลพร้อมน้อมรับพระราชกระแสรับสั่งไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และจิตอาสายังคงร่วมกันอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการ &amp;quot;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;quot; ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 14 เมษายน &amp;nbsp;2562 มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 36,448 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ &amp;nbsp;1,056 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 25,960 คน ​สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลพบการกระทำความผิด 28,195 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,167 ใบ, ยึดรถยนต์ 345 คัน &amp;nbsp;และส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 16,671 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​โดยตลอด 4 วันที่ผ่านมา (11-14 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 3,695 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 2,741 คัน และรถยนต์ 954 คัน) ยึดใบอนุญาตขับขี่ 15,616 &amp;nbsp;ใบ และดำเนินคดีผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 69,985 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 43,954 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนที่กำลังทยอยเดินทางกลับหลังจากฉลองสงกรานต์ที่ภูมิลำเนา หรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ โดยขอให้มีสติในการขับรถ ไม่ขับรถเร็วและเมาไม่ขับ เพราะความประมาทเพียงชั่วครู่อาจทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่มีวันหวนกลับ รวมทั้งต้องรู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัยและมีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมทางด้วย
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ห่วงความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่ยังอยู่กับครอบครัวจนถึงช่วงสุดสัปดาห์หน้า ก็ขอให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและมีความสุขอย่างเต็มที่ เพื่อเติมพลังชีวิตและกลับไปทำงานตามปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหารทุกนายที่เสียสละเวลาช่วงวันหยุดเทศกาล มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งให้กำลังใจในการทำงานสำหรับช่วงเวลาที่เหลือ เพื่อส่งประชาชนให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่าหลังจากที่ประชาชนได้เฉลิมฉลองปีใหม่ไทยอย่างมีความสุขและสนุกสนานแล้ว &amp;nbsp;จากนี้ไปคนไทยทุกคนจะหลอมรวมใจกันเป็นหนึ่งเพื่อเตรียมเข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นโอกาสมหามงคลอีกวาระหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหลายแห่งทั่วประเทศ ประชาชนเริ่มเดินทางเข้า กทม.แล้ว เช่นที่อำเภอหาดใหญ่ แห่งที่ 1 ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางในช่วงส่งท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเส้นทางในพื้นที่ภาคใต้และขาขึ้นกรุงเทพฯ ผู้โดยสารเริ่มหนาแน่นขึ้นทั้งรถบัสโดยสารและรถตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่ง จ.สงขลา ยังคงมีมาตรการเข้มงวดด้านความปลอดภัยในการเดินทาง โดยการตั้งจุดตรวจบริเวณสถานีขนส่งและตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับรถโดยสารก่อนออกเดินทางทุกคัน รวมทั้งตรวจสภาพความพร้อมของรถและอุปกรณ์ช่วยเหลือของรถทุกคัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 17 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ แห่งที่ 1 เจ้าหน้าที่เผยว่า การเดินทางจะหนาแน่นที่สุดตั้งแต่ช่วงเย็นของวันนี้และต่อเนื่องไปอีก 2 วัน โดยเฉพาะเส้นทางขากลับเข้ากรุงเทพฯ ผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb4a32f79166.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยผู้สูญเสียสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเรื่องการสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทรงเน้นทุกจังหวัดเริ่งดำเนินการแก้ปัญหาทุกมิติ สรุปตัวเลขสะสม 3 วัน เกิดอุบัติเหตุ 1,665 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 174 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,728 คน พบการกระทำความผิด 32,772 ครั้ง ยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 973 คัน รถยนต์ 330 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp; ทรงห่วงใยเรื่องการสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยรับสั่งผ่านมายัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และรณรงค์ลดอุบัติเหตุให้ได้เช่นเดียวกับในหลายจังหวัดที่มีสถิติการสูญเสียเป็นศูนย์ พระองค์ท่านทรงเน้นว่าให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการในทุกมิติ เพื่อลดอุบัติเหตุและการสูญเสียให้ได้โดยเร็ว และหากต้องการขอรับการสนับสนุนสิ่งใดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ให้แจ้งไปยังรัฐบาลได้ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้ำว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วง โดยเพียง 2 วันของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับและขับรถเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และฝากเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวังมากกว่านี้ โดยในวันนี้เป็นวันครอบครัว ซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญคือการส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จึงอยากให้ทุกคนดูแลกันและกัน ตักเตือนคนในบ้านและญาติมิตรไม่ให้ขับรถหลังดื่มสุราหรือมีอาการมึนเมา รวมทั้งปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวด้วยว่า นายกฯ เน้นย้ำทุกคนต้องรักตัวเอง ผู้ใหญ่ต้องดูแลเด็ก โดยให้คำแนะนำเรื่องความปลอดภัย และควรฉลองสงกรานต์อย่างเหมาะสม คำนึงถึงการรักษาประเพณีที่งดงาม เล่นน้ำอย่างรู้คุณค่า พร้อมทั้งเตือนสติเรื่องการให้เกียรติกัน โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ต้องให้เกียรติฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงก็ควรระมัดระวังเรื่องการแต่งกายและแสดงออกในที่สาธารณะด้วยความสุภาพ
ยึดใบขับขี่แล้วร่วม 2 พันคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า จากมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถเมื่อวันที่ 13 เมษายน พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 32,772 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 973 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 24,866 คนสำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 25,446 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 1,972 คน ยึดรถยนต์ 330 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 15,049 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา (11-13 เม.ย.62) ตรวจพบผู้กระทำผิด 98,808 คน เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 2,294 คัน (รถจักรยานยนต์ 1,685คัน และรถยนต์ 609 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 44,024 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 27,283 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ถนนหลายสายในเมืองใหญ่ถูกจัดให้มีงานเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก โดยตลอดการจัดงานเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายปกครอง จิตอาสา ได้ร่วมกันรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเต็มที่ ภาพรวมผู้มาร่วมงานให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำในมาตรการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการเล่นน้ำอย่างสุภาพ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยสถิติการดำเนินคดีช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันหยุดยาวสงกรานต์นี้ ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย.นี้ว่า นับตั้งแต่วันที่ 11-13 เม.ย.2562 คดีความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เข้าสู่ศาลต่างๆ ทั่วประเทศ 9,836 คดี พิพากษาเสร็จทั้งสิ้น 9,672 คดี คิดเป็น 98.33%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำนวนดังกล่าว คดีเข้าสู่พิจารณาของศาลในวันที่ 11 เม.ย. จำนวน 1,609 คดี, วันที่ 12 เม.ย. จำนวน 1 คดี ซึ่งเป็นคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาขับรถขณะเมาสุราและขับรถขณะเสพยาเสพติด และวันที่ 13 เม.ย. จำนวน 8,226 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวอีกว่า โดยศาลที่มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 507 คดี 2.ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 44 คดี 3.ศาลแขวงชลบุรี จำนวน 320 คดี 4.ศาลแขวงอุบลราชธานี จำนวน 295 คดี 5.ศาลจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 291 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 9,761 ข้อหา 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 1,366 ข้อหา 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติดจำนวน 316 ข้อหา ขณะที่จำเลยที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลก็ยังคงเป็นจำเลยสัญชาติไทยที่มีจำนวนมากที่สุดคือ 10,922 คน และจำเลยสัญชาติอื่น จำนวน 489 คน
คดีเมาขับพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวตอนท้ายด้วยว่า การเคารพกฎหมาย กับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดถือว่ามีความสำคัญพอๆ กันที่จะช่วยให้สังคมสงบสุขและเรียบร้อย ซึ่งในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ก็ฝากถึงผู้ใช้เส้นทางต่างๆ สัญจร ขับขี่โดยคำนึงถึงปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่นด้วย เพื่อไม่ให้ต้องเกิดความเสียหายหรือเป็นคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศในวันสงกรานต์ (13 เม.ย.) พุ่งสูงกว่า 3,455 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,454 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.97 และคดีขับเสพ จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03 นอกจากนี้ ศาลยังสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา จำนวนกว่า 165 ราย โดยส่วนใหญ่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. เป็นเวลา 7-15 วัน คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวจำนวน 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วง 3 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด (11-13 เม.ย. 2562) มีจำนวนทั้งสิ้น 4,057 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,899 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.11 คดีขับเสพ จำนวน 149 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.67 คดีขับรถประมาท จำนวน &amp;nbsp;9 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.22 จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 337 คดี, &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร จำนวน 245 คดี และจังหวัดนครพนม จำนวน 211 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวย้ำมาตรการเข้มสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราที่กระทำผิดซ้ำ หรือผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิต ที่ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะและพินิจว่า กรมคุมประพฤติจะตรวจสอบประวัติการกระทำผิดและทำการประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามแบบประเมินของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ต่ำ ปานกลาง และสูง ในกลุ่มที่มีผลการประเมินสูง จะส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการบำบัดรักษาต่อไป ตามโครงการบำบัดฟื้นฟูสภาพ ผู้ดื่มแล้วขับถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับระยะเวลาการบำบัดรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความรุนแรงของอาการ ในตามปกติระยะเวลาการบำบัด คือ 3 เดือน โดย 1 เดือนแรกจะเป็นการบำบัดรักษา 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในเดือนที่ 2-3 เป็นการติดตามพฤติกรรมการดื่มสุรา แต่หากมีปัญหาสุขภาพจิตควบคู่ด้วยจะมีการรักษาที่ใช้ระยะเวลา 4 เดือน ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และหากเป็นระยะติดสุราเรื้อรัง การบำบัดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
3 วันตายแล้ว 174 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 700 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 67 ราย ผู้บาดเจ็บ 733 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับร้อยละ 42.71, ขับรถเร็ว ร้อยละ 26.14 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.08 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.43, บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.29, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.00&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 32.43 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 21.75 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,042 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,444 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,023,123 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 226,655 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 63,196 ราย ไม่มีใบขับขี่ 57,520 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (28 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ น่าน และอุดรธานี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สกลนคร (33 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน (11-13 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 1,665 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 174 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,728 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 17 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชายกล่าวต่อไปว่า หลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์และมีการเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ถนนสายรองที่เชื่อมต่อเส้นทางสายหลักและระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง ศปถ. ได้กำชับจังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เน้นการดูแลบริเวณสถานที่จัดงาน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และเส้นทางโดยรอบพื้นที่โซนนิ่งเป็นพิเศษ รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของด่านชุมชน จุดตรวจ และจุดสกัด เพื่อเฝ้าระวังผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำที่ไม่สวมหมวกนิรภัย และรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำที่ใช้ความเร็ว&amp;nbsp;
ขับเร็ว=ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวทุกแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย &amp;ldquo;เล่นน้ำแบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&amp;rdquo; ไม่เล่นน้ำในลักษณะรุนแรง ตลอดจนรณรงค์การแต่งกายที่สุภาพและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า ผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 54.60 เป็นคนในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ร้อยละ 63.79 ผู้โดยสารร้อยละ 25.86 โดยสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเกิดจากการขับรถเร็ว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุสูงถึงร้อยละ 49.43 กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติในระดับพื้นที่เข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน และจุดสกัดในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้าน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและดื่มแล้วขับเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและจัดงานสงกรานต์ ได้กำชับให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์และเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำ รวมถึงดูแลการเปิด-ปิดสถานบริการ สถานบันเทิง โดยเข้มงวดกวดขันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลักษณะเร่ขายในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนและการเล่นน้ำไม่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ.ได้ประสานจังหวัดดำเนินมาตรการทางสังคมและมาตรการชุมชนอย่างเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ โดยให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร อาสาสมัคร และชุดสายตรวจเคลื่อนที่คุมเข้มมิให้นำรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำในพื้นที่โซนนิ่งและบริเวณที่จัดงานสงกรานต์ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงวันที่ 14-16 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนในลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงขอฝากเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้การเดินทางและการเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาย นครชัย, ประสาร มหาลี้ตระกูล, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb34a66ab7ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนหัวลุกตายแล้ว410ศพ เมาขับยึดรถกว่า4พันคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะไม่ตายเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้อย่างไร เปิดตัวเลขขนหัวลุก หยุดยาวปีใหม่สะสม 6 วัน เสียชีวิตแล้ว 410 ราย มีผู้บาดเจ็บรวม 3,516 คน เกิดอุบัติเหตุรวม 3,425 ครั้ง คสช.ยึดรถเมาขับไปแล้ว 4,545 คัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 121,031 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 88,323 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สมศักดิ์ สมรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ผู้แทนเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; &amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุ 664 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 89 ราย ผู้บาดเจ็บ 675 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 43.22 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.48 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.60 รถปิกอัพ 4.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.91 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.95 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.14 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01-04.00 น. ร้อยละ 28.61&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,048 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,823 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 933,344 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 185,944 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 50,013 ราย ไม่มีใบขับขี่ 45,323 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (24 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (31 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (27 ธ.ค.61-1 ม.ค.62) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,425 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 410 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,516 คน&amp;nbsp;
ตายเป็นศูนย์ 6 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก พังงา แพร่ แม่ฮ่องสอน สตูล และสมุทรสงคราม จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (109 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (24 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (127 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า ประชาชนบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากภูมิลำเนา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงได้สั่งการให้ ศปถ. ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจร โดยเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ และปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ อาทิ ตั้งกรวยริมไหล่ทาง ปิดจุดกลับรถ คุมเข้มเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ และง่วงหลับใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเน้นย้ำให้ขนส่งจังหวัดเข้มงวดการเตรียมความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยเฉพาะการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดและการใช้สารเสพติดทุกครั้งก่อนขับรถ และให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด อีกทั้งจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารตกค้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; โดยพิจารณายึดรถและใบอนุญาตขับรถ พร้อมควบคุมตัวเพื่ออบรมความประพฤติ ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์สิทธิ์การรักษาพยาบาลและความคุ้มครองด้านการประกันภัย เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนได้รับข้อมูลการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุอย่างรอบด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดจัดประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เพื่อสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ที่จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและกลยุทธ์ในการสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ในพื้นที่ครอบคลุมทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาลสำคัญ
เมาขับเจ้าเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 รวม 6 วัน (27 ธ.ค.61-1 ม.ค.62) พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดจากการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว รวมถึงทัศนวิสัยไม่ดี จึงขอฝากเตือนประชาชนให้เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มไม่ขับ เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และมีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศปถ.จะเร่งผลักดันการขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบูรณาการฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นระบบ ทั้งการจัดเก็บ ติดตาม และประเมินผลที่ครบวงจร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด และสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า ภาพรวมยอดความสูญเสียของอุบัติเหตุที่มาจากการใช้รถใช้ถนนอาจจะไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา แม้สถิติเมาแล้วขับลดลง แต่อุบัติเหตุยังเป็นเรื่องเดิม คือการขับรถเร็วและดื่มสุรา เป็นสถิติที่จับกุมได้มากที่สุด และหากไม่จับก็จะสูญเสียมากกว่านี้ ส่วนจะเป็นถนนสายหลักหรือสายรอง จะต้องมีการวิเคราะห์พื้นที่และช่วงเวลา เพราะการเดินทางไปและกลับ ใช้ถนนสายหลัก แต่ช่วงระหว่างที่กลับบ้านไปแล้ว จะใช้ถนนสายรอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถจักรยานยนต์ที่ดื่มแล้วขับในหมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.หมาดไทยกล่าวว่า จากนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประเมินว่า มาตรการที่ใช้อยู่ทั้งหมดจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้สถิติลดลง เช่น มาตรการที่จะทำให้คนมีวินัยในการใช้รถ ควรจะต้องสั่งสอนหรือใช้มาตรการในเรื่องการได้มาซึ่งใบขับขี่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายว่าโทษเป็นอย่างไร เพื่อให้คนมีจิตสำนึกใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัย เราจะต้องดูทีละมาตรการ โดยตนจะเร่งทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เตรียมรับมือ เพราะตามปกติเรายังมีการสูญเสียสูงอยู่ แม้ไม่นับรวมช่วงเทศกาล&amp;nbsp;
&amp;quot;ศรี&amp;quot;ปลื้มไม่เปลืองน้ำมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ในครั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ยอดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มาก การเดินทางใช้เวลาน้อยลง การจราจรสะดวกขึ้น ภาพรวมในมุมมองของตนถือว่าดีขึ้น ประชาชนสะดวกขึ้น ประหยัดน้ำมันขึ้น ส่วนผลการจับกุมผู้กระทำความผิดวินัยจราจร มีการจับกุมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง. รองโฆษกคสช. แถลงว่า มาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุในวันที่ 1 มกราคม 2562 มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 27,947 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 805 คน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถจักรยานยนต์ไว้ 661 คัน และส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 23,352 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 29,455 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 605 คน เก็บรักษารถยนต์ 200 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 21,022 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 6 วัน ที่ผ่านมา ( 27 ธ.ค.61-1 ม.ค.62 ) เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว จำนวน 4,545 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,338 คัน และรถยนต์ 1,207 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 121,031 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 88,323 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และทางรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน หวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ สำหรับรถที่เก็บรักษาไว้ในช่วงเทศกาล หากไม่มีเหตุด้านคดีความ ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ตามเวลาที่กำหนด.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.ท.สมศักดิ์ สมรักษ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2cce08a0333.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1ยันย้ายผู้ว่าฯเชียงใหม่ไม่เกี่ยวปมบ้านพักตุลาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61- &amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบโยกย้ายนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยขึ้นเป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่ว่า หากพูดในภาพรวมทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าควรปรับให้ลงฝา ลงตัว และการโยกย้ายนายปวิณ ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถในการทำงานเพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ได้มีประเด็นอื่นในข้อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯในครั้งนี้ บางจังหวัดมีสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า เราได้รับข้อมูลมาในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้สอบถามการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ทุกคนก็พยายามที่จะลดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็รับฟังข้อมูลมาว่าจังหวัดใดมีมากหรือมีข้อคิดเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่เรื่องนี้ ตนก็รับฟังมา. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7752</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านพักตุลาการ, ปวิณ ชำนิประศาสน์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มท.1, ย้ายผู้ว่าเชียงใหม่, รมว.มหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adee9d39e3e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
