<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประหารเสี่ยอ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งประหารเสี่ยอ้วน มือปืนและคนขับรถ ฆ่าน้องสปาย น้องฟอส ที่เขาชีจรรย์ ปรานีลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนสมุนอีก 3 คนเจอคุกลดหลั่นกันไป พร้อมให้ชดใช้ครอบครัวผู้ตาย 1.4 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายนนี้ ศาลจังหวัดพัทยานัดอ่านคำพิพากษาคดีนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน พร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี ที่หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 โดยจำเลยทั้ง 6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรี และถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย ซึ่งเดินทางมารับฟังคำพิพากษา กล่าวว่า อยากให้ศาลลงโทษสูงสุดกับจำเลยทุกคน หรือประหารเสี่ยอ้วนคนบงการ แต่ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรก็เคารพในคำตัดสิน จะไม่อุทธรณ์คดี แต่หากฝั่งจำเลยอุทธรณ์ก็จะสู้ให้ถึงที่สุดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล คนขับรถฮอนด้า ซีอาร์วี พาเสี่ยอ้วนกับทีมมือปืนไปก่อเหตุ และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืนที่เสี่ยอ้วนจ้างวาน แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายสายันต์ ศรีสุข หรือยัน มือชี้เป้า สั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อบปี้ ทำหน้าที่ขับรถคุ้มกันทีมเสี่ยอ้วนและตามประกบกลุ่มผู้ตาย และนายกฤษณะ ศรีสุข หรือมด คนคุ้มกันเสี่ยอ้วน สั่งจำคุกคนละ 16 ปี พร้อมให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวนายอนันตชัย หรือฟอส จำนวน 732,000 บาท และครอบครัว น.ส.ปวีณา หรือน้องสปาย จำนวน 731,400 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ กลุ่มคนร้ายดักยิง น.ส.ปวีณา หรือสปาย และนายอนันตชัย หรือฟอส เสียชีวิต ขณะกำลังเดินขึ้นรถหลังทั้งคู่เดินทางมาท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่จังหวัดชลบุรี การสืบสวนของตำรวจพบว่าคนวางแผนก่อเหตุคือนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ก่อนวันเกิดเหตุ 2 วัน เสี่ยอ้วนเดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาลงเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภา ก่อนนัดกับลูกน้องทีมสังหารลงมือก่อเหตุ แล้วหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ทางด่านชายแดนจังหวัดสระแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี กับพวก ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 ไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน เสี่ยอ้วนยอมรับลงมือก่อเหตุเพราะแค้นใจที่ถูกสปายและฟอสหลอกลวงมาตลอด 3 ปี ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งที่ทั้งคู่คบหากันในฐานะคนรัก เมื่อรู้ความจริงจึงโกรธแค้น ต้องการล้างแค้นคนทั้งคู่ เพราะได้โอนเงินให้สปายและครอบครัวเป็นค่าเลี้ยงดูรวม 7 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา นาเมืองรักษ์, วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันตชัย จริตรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d822cd34429a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้วนรับแค้นต้องฆ่า แฉเม้มสินสอด7ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสี่ยอ้วนลั่นฆ่าน้องสปาย-ฟอส เพราะแค้นถูกหยามศักดิ์ศรี มอบเงินให้พ่อแม่สาว 7 ล้านเป็นค่าสินสอดหมั้น แต่กลับเบี้ยว เผยวางแผนจะฆ่าแม่สปายอีกคน แต่ไม่สำเร็จ ด้านแม่น้องสปายโต้ ได้รับมาแค่ล้านเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี สถานที่ควบคุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน จอมบงการฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ ว่า พนักงานสอบสวน บช.ภ.2 ได้สอบปากคำเสี่ยอ้วนในช่วงเช้า ซึ่งมีรายงานว่า เสี่ยอ้วนยืนยันได้ให้เงินแก่แม่ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าสินสอดในการหมั้นน้องสปาย รวมทั้งบ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ และค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน แต่ทางแม่น้องสปายกลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ โดยทีแรกตั้งใจจะให้ทนายความฟ้องร้อง แต่ด้วยความแค้น จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะมุ่งสังหารน้องสปายกับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส แล้ว ยังวางแผนที่จะฆ่าแม่น้องสปายด้วย แต่ไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน กับพวก ควบคุมตัวเสี่ยอ้วน ทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะจะเดินทางไปยังศาล เสี่ยอ้วนได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนมีหลักฐานเป็นสลิปในการโอนเงินกว่า 7 ล้านบาทให้พ่อแม่น้องสปาย และได้ส่งมอบสลิปดังกล่าวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แล้ว และได้มอบให้ญาติดำเนินการฟ้องร้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสี่ยอ้วนยังกล่าวด้วยว่า ตนเชื่อแล้วในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ และได้กราบขอขมาแล้ว โดยวันที่ยิงน้องสปายและนายฟอส กระสุน 3 นัดยิงไม่ออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เคยถูกหยาม ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี จึงมอบความตายให้&amp;quot; เสี่ยอ้วนกล่าวถึงสาเหตุก่อคดีสะเทือนขวัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเงิน 7 ล้านบาทที่เสี่ยอ้วนอ้างว่ามอบให้เป็นค่าสินสอดนั้น ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือเสี่ยอ้วนโอนเงินมาให้ 1 ล้านบาท และได้ถามลูกสาวแล้ว ลูกบอกว่าเสี่ยอ้วนให้โดยเสน่หา ตนจึงนำเงินไปซื้อรถ ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปทำศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมูลด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ขณะนำตัวเสี่ยอ้วนทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ปรากฏว่านายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน มีอาการเหมือนถูกผีเข้า สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้าชมการทำแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภินันท์ภูศิตเปิดเผยว่า ขณะยืนรักษาความปลอดภัยก่อนถึงเวลาทำแผนไม่ถึง 10 นาที ได้มีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติ และถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาลจึงฟื้นคืนสติ โดยผลตรวจก็ออกมาว่าร่างกายปกติ ขณะที่เพื่อนตำรวจที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ปัสสาวะรดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า &amp;quot;ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด&amp;quot; จากนั้นก็ร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน พร้อมร่ายรำด้วย ตนจึงคิดว่าอาจเป็นวิญญาณน้องฟอสมาสิงร่าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16034</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา นาเมืองรักษ์, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันตชัย จริตรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7eb3073181f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผมเลือกทางตัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; คุมเสี่ยอ้วนแถลงข่าว ปิดคดีฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์สมบูรณ์ จับผู้ร่วมก่อเหตุ 6 คน และผู้พาหนีอีก 4 ยันไม่มีเจ้าหน้าที่เอี่ยว ด้านผู้ต้องหารับผวาทางตาย เลยต้องเลือกทางตันหนีจนถึงที่สุด เผยจุดก่อเหตุไม่รู้เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ยิงปืนด้าน 2-3 นัด ตำรวจนับร้อยคุมตัวทำแผนท่ามกลางเสียงสาปแช่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 22 สิงหาคมนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภาค 2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันสอบปากคำนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้บงการวางแผนและใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส เสียชีวิตที่ลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายสายันต์ ศรีสุข หรือยัน ทำหน้าที่แฝงเป็นแฟนของเพื่อนผู้เสียชีวิต เพื่อสืบข่าวและชี้เป้าหมายตลอดเส้นทาง, นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือบอล ทำหน้าที่ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว เพื่อพานายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืน พร้อมนำพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนมาจากจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งถอดเปลี่ยนป้ายทะเบียนเพื่อตบตา และขับรถจอดปิดท้าย เพื่อให้นายปัญญาและนายรณรงค์ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต, นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อป เดินทางมาพร้อมนายปัญญา เพื่อทำหน้าที่ในการขับรถเช่ายี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว เพื่อสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายกฤษณะ สีสุข หรือมด ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายเกียรติศักดิ์ ในการสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว ทำหน้าที่มือปืนผู้ลั่นไกสังหารผู้เสียชีวิต ส่วนนายปัญญา หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาติดตามจับกุมตัวไว้ได้ที่จังหวัดปรีเวง ประเทศกัมพูชา ขณะเตรียมหลบหนีไปประเทศเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาเสี่ยอ้วน &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; จากการสืบสวนพบว่าได้มีผู้ให้การช่วยเหลือนายปัญญาพาข้ามพรมแดนหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลแขวงพัทยาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายนิเวศน์ ยิ่งดี 2.นายโกวัน ศิลปาโน 3.นายวินัย ศิลปาโน 4.นายภูธร สิงห์ดี ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; กระทั่งสามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสอบปากคำประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปัญญาให้ความร่วมมือดีและให้การรับสารภาพ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอยู่ในสำนวน สรุปได้ว่าเป็นเรื่องชู้สาว ผู้ต้องหามีอาการค่อนข้างเครียด แต่ยังไม่ได้มีการร้องขอพบแพทย์ คดีนี้สามารถจับกุมได้ครบทุกตัวละครจำนวน 10 คน คือร่วมก่อเหตุ 6 คน และพาหลบหนี 4 คน ต่อไปนี้ฝากเป็นอุทาหรณ์ด้วย ใครจะยิงใคร หรือใครที่พาหลบหนี ถูกดำเนินคดีหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประสานขอตัวจากประเทศกัมพูชาคดีนี้ยากหรือไม่ถึงมีการส่งตัวช้า พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่า ไม่ถึงกับยาก เพราะเรามีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ เราทุกประเทศอยู่แล้ว เช่นเดียวกับคดีอื่น คดีนี้ตัวละครครบหมดแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการพาหลบหนี ยืนยันว่าไม่มี ผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการถูกจับหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการสอบปากคำครั้งนี้ ผมยังได้ถามผู้ต้องหา ทำไมต้องทำที่หน้าเขาชีจรรย์ ผู้ต้องหาบอกว่าไม่รู้ นึกว่าเป็นรูปพระแกะสลักเฉยๆ เมื่อรู้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่สำคัญก็รู้สึกเสียใจ กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน เพราะขณะก่อเหตุ ยิงปืนไม่ลั่น 2-3 นัด แต่การก่อเหตุครั้งนี้จะเตรียมการมานานหรือเปล่า ขอไม่เปิดเผย อยู่ในสำนวน เอาเท่าที่พอพูดได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหายังติดตามข่าวตัวเองอยู่ตลอด เปิดกูเกิลดูจนทราบเรื่องที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ &amp;ldquo;จะเลือกทางตันหรือทางตาย&amp;rdquo; ส่วนคดีเก่าที่เสี่ยอ้วนยิงคนตายและเคยอ้างว่าจ่าย 2 ล้านบาทจบคดีไม่ต้องติดคุกนั้น ตนยังไม่เห็น เอาทีละคดีก่อน หลังจากนี้จะมอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รอง ผบ.ตร. นำตัวไปทำแผน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวเสี่ยอ้วนกลับจังหวัดชลบุรี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้สื่อข่าวได้ถามเสี่ยอ้วนว่า ที่ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ ไม่ตันก็ตาย เมื่อเห็นข่าวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายปัญญาเผยว่า &amp;quot;ผมกลัวครับ ผมเลือกทางตัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ตำรวจคุมตัวเสี่ยอ้วนไปถึง สภ.นาจอมเทียน นำตัวเข้าห้องขังเพื่อรอทำแผนประทุษกรรมประกอบคำสารภาพในช่วงเวลา 15.30 น. ขณะที่นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย ก็เดินทางไปที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อติดตามการทำแผนด้วย และบอกว่า อยากเห็นหน้าเสี่ยอ้วน และอยากถามว่าฆ่าสปายทำไม ขอขอบคุณตำรวจทุกนายที่ทำคดีได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. ตำรวจนำโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน, พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี, ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ได้คุมตัวเสี่ยอ้วนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่เขตเมืองพัทยาและสัตหีบ รวม 5 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดที่หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เสี่ยอ้วนและทีมงานลงมือสังหาร ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจอาสา และฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย คุ้มกันอย่างแน่นหนา พร้อมให้ผู้ต้องหาสวมเสื้อเกราะป้องกันไว้อีกชั้น ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากเฝ้าดูและพากันสาปแช่งในความโหดเหี้ยม โดยหลังจากทำแผนยิง 2 ศพแล้ว เสี่ยอ้วนยังได้ขออนุญาตตำรวจก้มกราบพระพุทธรูปแกะสลัก ขอขมาในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นับเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สังคมต่างให้ความสนใจและเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเป็นกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม แม้ตัวของเสี่ยอ้วนจะปฏิเสธไม่รู้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม ซึ่งตลอดระยะเวลา 24 วัน นับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง จนสามารถปิดคดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15961</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสายันต์ ศรีสุข, นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ, ปวีณา นาเมืองรักษ์, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันตชัย จริตรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d65444babd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!เขมรหิ้ว &#039;เสี่ยอ้วน&#039; ฟ้องศาล  เตรียมส่งตัวกลับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 - พ.ต.ท.เรืองเดช &amp;nbsp;ธรรมนันท์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับตัวเสี่ยอ้วน หรือนายปัญญา ยิ่งดัง ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;จากกัมพูชามาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า ผู้บังคับบัญชายังไม่ได้มีการสั่งการใดๆมา ตม.จว.สระแก้ว ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อีกทั้งยังไม่มีคำสั่งให้มีการเตรียมพร้อมรอรับการส่งตัวเสี่ยอ้วนมาทางด่านพรมแดนอรัญประเทศฯแต่อย่างใด และคาดว่าภายในวันนี้คงยังไม่มีการส่งตัวเสี่ยอ้วนจากกัมพูชามาให้ทางการไทยทางด้านพรมแดนอรัญประเทศอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จากการสอบถามชุดทีมงานติดตามรับตัวเสี่ยอ้วน ของ พล.ต.อ.สุชาติ &amp;nbsp;ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางไปประสานงานเพื่อรับตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีในประเทศไทย ที่กรุงพนมเปญ &amp;nbsp;ประเทศกัมพูชา ทราบว่าเช้าวันนี้ทางตำรวจฝ่ายความมั่นคงกัมพูชา ได้ดำเนินการทำเอกสารเพื่อส่งให้ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เซ็นอนุมัติ หลังจากตำรวจฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาได้นำตัวเสี่ยอ้วนส่งฟ้องศาลกัมพูชา คดีหลบหนีเข้าเมืองและข้อหาความมั่นคงแล้ว ซึ่งศาลกัมพูชาได้ตัดสินว่าเสี่ยอ้วนหลบหนีเข้าเมืองกัมพูชาโดยผิดกฎหมายแล้ว ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาจึงได้ทำเรื่องเสนอ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เพื่อเซ็นอนุมัติ ก่อนส่งให้ ตม.กัมพูชา ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของ ตม.กัมพูชา ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตม.กัมพูชาหยุดทำการ ดังนั้นคาดว่า ตม.กัมพูชา จะดำเนินการทำเรื่องผลักดันเสี่ยอ้วนส่งให้ฝ่ายไทย ได้อย่างเร็วประมาณเย็นวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.61 และเจ้าหน้าที่ไทยจะนำตัวเสี่ยอ้วนกลับประเทศไทยได้ประมาณเช้าวันอังคารที่ 21 ส.ค.61 แต่ต้องดูว่าภายในวันนี้ ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชา จะส่งเรื่องไปให้ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เซ็นอนุมัติทันในวันนี้หรือไม่ หากไม่ทันอาจต้องเลื่อนออกไปอีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 12.30 น.วันที่ 18 ส.ค.61 ชุดทีมงานฯของ พล.ต.อ.สุชาติ แจ้งว่า ช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยเครื่องบิน ส่วนทีมงานจะเดินทางกลับโดยรถยนต์มาทางด่านพรมแดนปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังทราบว่าทางการกัมพูชายังทำเอกสารการส่งตัวเสี่ยอ้วนให้ไทยไม่เรียบร้อย อีกทั้งยังติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าทางการกัมพูชาจะดำเนินการเรื่องเอกสารต่อในวันจันทร์ และอาจส่งตัวเสี่ยอ้วนให้ฝ่ายไทยได้ในวันอังคาร จึงต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อน โดย พล.ต.อ.สุชาติ อาจจะเดินทางไปกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อรับตัวเสี่ยอ้วนในเย็นวันจันทร์นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา นาเมืองรักษ์, ปัญญา ยิ่งดัง, พ.ต.ท.เรืองเดช  ธรรมนันท์, อนันตชัย จริตรัมย์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b77c9fae5075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
