<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบไอ้หื่นส่งตร. กลับปล่อยต่อหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวสรรพากรถูกไอ้โรคจิตทำอนาจารบนรถตู้โดยสาร แข็งใจตะโกนขอความช่วยเหลือ เพื่อนผู้โดยสารช่วยกันจับส่งตำรวจ สภ.จุฬาลงกรณ์ คุณพี่ตำรวจแสนดีอ้างไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ปล่อยตัวคนร้ายทันที ทั้งที่ตรวจสอบแล้วพบมีคดีติดตัวถึง 7 คดี เจ้าทุกข์จำใจบ่ายหน้าไปแจ้งท้องที่เกิดเหตุ ก่อนเข้าร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มีนาคมนี้ น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อาชีพเจ้าพนักงานปฏิบัติงาน สรรพากร เดินทางเข้าร้องทุกข์นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ว่า เมื่อวันพุธที่ 6 มี.ค.ศกนี้ ขณะที่ตนเดินทางจากบ้านพักใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อจะเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ โดยนั่งรถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-ลพบุรี (ปลายทางที่ฟิวเจอร์ รังสิต) ที่เบาะริมหน้าต่าง ระหว่างทางตนก็หลับเพื่อพักสายตาโดยวางกระเป๋าถือไว้บนตัก นั่งรถมาได้สักพักก็ต้องตกใจสะดุ้งลืมตาขึ้นมา พบว่ามีชายคนหนึ่งมานั่งเบียดอยู่ข้างตน แล้วใช้มือล้วงเข้าไปใต้กระเป๋าจับที่หว่างขาของตน ตนจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนในรถ ขณะเดียวกันก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหน้า ลุกขึ้นมาบอกว่าถูกกระทำเช่นเดียวกัน แต่ได้ปัดป้องจนชายดังกล่าวลุกขึ้นมานั่งกับตน ซึ่งขณะนั้นตนจำได้ว่ารถตู้วิ่งมาถึงย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นกกล่าวว่า คนขับรถตู้เมื่อทราบเรื่อง ก็ได้บอกให้ใจเย็นๆ เพราะจะถึงฟิวเจอร์แล้ว ตรงนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความช่วยเหลือ ซึ่งคนร้ายพยายามที่จะเดินไปเปิดประตูรถเพื่อหลบหนี แต่ผู้โดยสารหลายคนช่วยกั้นไว้ไม่ให้ออกจากรถ ระหว่างนั้นตนก็โทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วย เมื่อถึงท่ารถบริเวณเมเจอร์รังสิต ตนกับคนร้ายก็พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และพากันเดินทางไปที่โรงพัก ตนได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ตำรวจฟัง โดยหวังว่าคนร้ายจะถูกดำเนินคดี เพราะคนร้ายเองก็ให้การรับสารภาพ แต่ปรากฏได้คำตอบว่าให้ไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง เพราะเป็นพื้นที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติคนร้าย พบว่าชื่อนายสุรเดช แดงน้อย อายุ 44 ปี เป็นชาว จ.ยโสธร มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ กระทำอนาจาร และล่วงละเมิดทางเพศบนรถโดยสารรวม 7 คดี แต่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์อ้างว่าครั้งนี้ไม่ใช่เหตุซึ่งหน้า จึงต้องปล่อยตัวไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันรู้สึกคับแค้นใจอย่างบอกไม่ถูก ทำใจไม่ได้ทั้งที่คนร้ายอยู่ตรงหน้ากลับไม่ถูกดำเนินคดี&amp;quot; น.ส.นกกล่าว และว่า หลังจากนั้นตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง หลังผ่านไป 2 วัน เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้าจึงตัดสินใจร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.สุพิตร โคนพันธ์ ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.คลองหลวง เพื่อขอให้เร่งสอบปากคำ น.ส.นก และรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะถือเป็นภัยสำหรับผู้หญิงอย่างยิ่ง ล่าสุดตำรวจ สภ.คลองหลวงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 131/2562 ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ลงวันที่ 14 มี.ค.62.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา หงสกุล, พ.ต.อ.สุพิตร โคนพันธ์, สุรเดช แดงน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8fa3f5e8154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยชายป่วยติดเตียงถูกแม่ขังนานนับสิบปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปวีณานำตำรวจเข้าตรวจค้นตึกแถวหลังได้รับแจ้งมีคนถูกกักขัง พบชายวัย 40 ปีแขนขาลีบ พูดจาไม่รู้เรื่อง กินนอนอยู่กับพื้น แม่บอกเคยประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้พาไปโรงพยาบาล ดูแลมาตั้งแต่เล็ก เพราะอยู่กันเพียง 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 15/37 ปากซอยโชคชัย 4 ซอย 14 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าอาจจะมีคนถูกกักขังอยู่ภายในอาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางปวีณาระบุว่า พลเมืองดีเห็นแขนของผู้ชายยื่นออกมาจากช่องประตูเหล็กที่ถูกใส่กุญแจอยู่ด้านนอก บางคนก็จะเห็นหญิงสูงวัยคาดว่าเป็นแม่หรือญาติ นำอาหารมาให้ผ่านทางประตู เกรงว่าอาจจะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี อีกทั้งยังน่าจะเป็นผู้ป่วย หากปล่อยไว้เกรงว่าจะเกิดอันตราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบชายอายุประมาณ 30-40 ปี นอนอยู่กับพื้น พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายกับคนเป็นใบ้ มีลักษณะแขนขาลีบเล็กอ่อนแรง สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผู้ป่วยออทิสติก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลยันฮีเพื่อตรวจร่างกายและเข้ารับการรักษาตามกระบวนการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย กล่าวว่า นอกจากผู้ป่วยแล้ว ยังพบหญิงสูงอายุอีกคนอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นอ้างว่าเป็นแม่ของชายคนดังกล่าว พร้อมบอกว่าลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุ ทำให้มีอาการป่วย และไม่ได้นำไปรักษาที่โรงพยาบาล ให้อยู่แต่ภายในบ้าน อย่างไรก็ตามตำรวจต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่ และจะเข้าข่ายการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ แต่ภายในบ้านก็ไม่ได้มีลักษณะของการถูกพันธนาการ ทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านและคนที่อยู่ในละแวก ระบุว่า เห็นชายคนดังกล่าวมีลักษณะพัฒนาการทางสมองช้าตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับแม่สองคน และเคยออกมานอกบ้านจนเกือบถูกรถชน ทำให้ผู้ปกครองต้องดูแลให้อยู่แต่ภายในบ้านมานานหลายสิบปีจนกระทั่งโต แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินเสียงร้องในลักษณะขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด ทั้งแม่และลูกก็อยู่กันตามปกติ ไม่เคยเห็นแม่ของชายคนดังกล่าวทำร้ายลูกชายเลย ซึ่งกิจวัตรประจำวันของผู้เป็นแม่คือ จะออกไปให้อาหารสัตว์ตามซอยต่างๆ ก่อนกลับมาดูแลลูกชาย ป้อนข้าวป้อนน้ำ ตัดผม อาบน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าภายในบ้านมีขยะจำนวนมาก ถือว่าไม่ถูกสุขลักษณะและไม่เหมาะเป็นที่พักอาศัยของผู้ป่วย จึงจะมีการประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดพร้าวเข้ามาดูแลต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา หงสกุล, พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56f56730ffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึ่ง&#039;ปวีณา&#039;ลูกสาวนศ.ปี4เสียชีวิตมีเงื่อนงำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อแม่เข้าร้องปวีณา ลูกสาว นศ.มหาวิทยาลัยชั้นปี 4 ออกไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อน ขากลับเพื่อนชายที่เพิ่งรู้จักกันวันแรกอาสาขับรถไปส่งก่อนมีผู้ส่งข่าวลูกตายเพราะรถชนต้นไม้ ตรวจสอบพบพิรุธหลายประการ ตั้งแต่ลูกนุ่งกางเกงกลับด้าน กางเกงในหายไป แถมคนขับหาย เตรียมเข้าพบ ผบก.หนองบัวลำภู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมนี้ นายไพโรจน์ สำราญ อายุ 43 ปี พร้อมด้วยนางสาวหนูกรรณ์ บุญน้อม อายุ 48 ปี บิดามารดาของนางสาววรรณวิสา สำราญ หรือน้องน้ำหวาน ชาว จ.หนองบัวลำภู ได้เดินทางเข้าร้องเรียนนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังจากน้องน้ำหวาน ลูกสาววัย 21 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชั้นปีที่ 4 เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ โดยชายหนุ่มที่เพื่อนทอมเพิ่งพามารู้จักกันในสถานบันเทิงเมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้อาสาขับรถไปส่งบ้าน หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ญาติผู้เสียชีวิตได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุน้องน้ำหวานเสียชีวิต เนื่องจากรถเก๋งที่นั่งมาเกิดเสียหลักชนต้นไม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อและแม่ของน้องน้ำหวานเล่าว่า ในคืนวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา น้องน้ำหวานได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่เป็นทอม และผู้ชายที่คาดว่ารู้จักกันวันแรก โดยนั่งรถไปด้วยกัน 3 คน แต่ขากลับออกจากสถานบันเทิง ลูกสาวนั่งรถไปกับเพื่อนชายที่เพิ่งรู้จักโดยอาสาไปส่งตามลำพัง หลังเกิดเหตุญาติได้เดินทางไปรับศพน้องน้ำหวาน และนำศพกลับบ้านเพื่ออาบน้ำศพตามประเพณีของคนอีสาน แต่น้าของน้ำหวานสังเกตเห็นผู้ตายนุ่งกางเกงกลับด้าน และซิปไม่ได้รูด จึงสงสัย และพอถอดกางเกงออกมาก็ไม่พบกางเกงใน วันรุ่งขึ้นครอบครัวจึงไปสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกที่ได้โทรศัพท์ไปแจ้งหน่วยกู้ภัย เขาบอกว่า เห็นรถชนต้นไม้เหมือนเพิ่งจะชนใหม่ๆ เพราะไฟหน้ารถยังติดอยู่ เลยตัดสินใจเดินเข้าไปดู พบศพน้ำหวาน แต่ไม่เห็นคนขับอยู่ในรถ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครอบครัวยังได้พบกับเพื่อนหญิงน้ำหวานที่นัดเจอกันในร้าน บอกว่าได้เดินออกมาส่งน้ำหวานขึ้นรถที่เบาะหลัง จึงทำให้ทางครอบครัวเกิดความสงสัยคือ 1.ทำไมกางเกงของน้ำหวานจึงนุ่งกลับด้าน 2.กางเกงในหายไปไหน 3.ทำไมเพื่อนบอกว่ามาส่งเบาะหลัง แต่ไปเสียชีวิตที่เบาะหน้าข้างคนขับ 4.คนขับหายไปไหน ทำไมไม่อยู่ในรถ 5.ทำไมสภาพการตายดูไม่เหมือนเกิดจากอุบัติเหตุ ในเมื่อรถชนขนาดนี้ และน้ำหวานก็ไม่ได้ขาดเข็มขัดนิรภัย แต่ทำไมใบหน้ากลับไม่มีรอยแผลหรือรอยช้ำเลย แต่คอหัก 6.ถ้ารถชนขนาดนี้ ทำไมศพไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำไมนอนเอียงอยู่ในสภาพเหมือนหลับธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังรับเรื่อง นางปวีณาได้โทรศัพท์ประสานไปยัง พล.ต.ต.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผบก.ภ.จ.หนองบัวลำภู และ พ.ต.อ.ธนัช วิเสฏโฐ ผกก.สภ.เมืองหนองบัวลำภู ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ญาติตั้งข้อสงสัย และในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2561 เวลา 13.45 น. นางปวีณากับพ่อแม่น้องน้ำหวานจะเดินทางไปพบนายตำรวจทั้งสองคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา หงสกุล, วรรณวิสา สำราญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนูกรรณ์ บุญน้อม, ไพโรจน์ สำราญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b670a026981e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับทอมโหดอ้างเมา ทำแผน-รอฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมตัวสาวทอมทำแผนทำร้ายแฟนสาวเจ็บหนัก อ้างเมา หลังก่อคดีหนีไปกบดานที่บ้านเกิดสุโขทัย แต่ไม่รอด ชาวบ้านฮือตะโกนด่าทอ ตำรวจเตรียมส่งฝากขังต่อศาล 25 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน ได้นำตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ สาวทอม ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพิไล ปักษี แฟนสาวจนได้รับาดเจ็บสาหัส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เอพีเพลส ซอยรัชดา 36 แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. หลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ติดตามจับกุมได้ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเกิด อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ได้มีประชาชนจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าสาวทอม พร้อมตะโกนด่าทอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังประมาณ 20 นาย กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งใช้เชือกกั้นที่หน้าอพาร์ตเมนต์ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ตัวอาคาร เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จุดแรกในการทำแผนขณะที่ น.ส.กาญจนา และ น.ส.พิมพิไล ทะเลาะกันที่ลานจอดรถใต้อาคาร ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ใบหน้าและเตะซ้ำหลายครั้ง ส่วนจุดที่ 2 บริเวณหน้าประตูทางเข้าตัวอาคาร ที่ผู้ต้องหาลงจากรถจักรยานยนต์มาตบซ้ำก่อนจะขี่รถหลบหนีไป การทำแผนครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างเกิดจากความมึนเมาสุรา หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะว่ามีสารเสพติดหรือไม่ และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันที่ &amp;nbsp;25 ก.ค. ช่วงเช้า พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุที่ต้องคัดค้านเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะดูจากคลิปแล้วมีการข่มขู่ผู้เสียหาย และเกรงว่าจะหลบหนี เพราะพฤติกรรมหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปต่างจังหวัด เข้าข้อกฎหมายในการคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องออกหมายจับ ไม่ออกหมายเรียก เพราะหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้รับแจ้งได้มาตรวจที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้ต้องหา พบเพียงผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงให้หน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เนื่องจาก น.ส.พิมพิไลได้รับบาดเจ็บมาก หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มาที่ สน. แต่ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและยังไม่มีหมายจับ แต่หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความ ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอใบรับรองแพทย์ ขอออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับจึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานพื้นที่เข้าทำการจับกุม ส่วนที่ต้องตรวจสอบสารเสพติดเนื่องจากเขาอ้างเมา แต่จะเมาอะไรไม่ทราบ จึงต้องตรวจ ถ้าพบสารเสพติดต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ล่าสุดแจ้งเพียงข้อหาเดียวคือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โทษจำคุก 6-10 ปี เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอารมณ์ ถ้าใช้สติใจเย็นหน่อยคงไม่เกิดขึ้น จึงฝากไปยังประชาชนขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ในส่วนพยานแวดล้อมที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ เท่าที่มีการพูดคุย จากการซักถามเบื้องต้น พยานก็พยายามทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี รปภ.ก็ได้มาห้าม และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนหญิงสาวชุดดำในคลิปให้แฟนถ่ายคลิป แล้วมาช่วยพูดทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนคนที่อยู่ข้างในอาคารไม่มีคีย์การ์ดออกมา พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 374
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.พิมพิไล หรือน้องฟาง ผู้เสียหายถูกแฟนสาวทอมทำร้ายร่างกาย มารับเงินเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม โดยมีนายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนายวรวุฒิ อรุณศิริวัฒนา หัวหน้าประชาสัมพันธ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มารับเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนน้องฟาง แพทย์ตรวจพบมีอาการใบหน้าซีกขวาชา และกระดูกเบ้าตาแตก อยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยมีนัดผ่าตัดเส้นประสาทตาในวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งจะต้องรอผลการผ่าตัดและอาการข้างเคียงอื่นๆ ว่าจะต้องพักรักษาตัวกี่วัน จะต้องรอใบรับรองแพทย์ออกมาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจ่ายเงินเยียวยาจะให้เงินเยียวยาตามสภาพของผู้เสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พิมพิไล ปักษี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b5731efd01bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับทอมสุดโหด กันน็อกฟาดแฟนยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 01.00 น.เศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 2.5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าว
อีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 ก.ค.นี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Thikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า &amp;quot;ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแม่ของ น.ส.พิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ น.ส.พิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. นางปวีณาได้นำตัว น.ส.พิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.46 น.ของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.พิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทร.มาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13886</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thikampron Kaain, กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พิมพ์พิไล ปักษี, รพ.มงกุฎวัฒนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองโซอู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b548acfcf377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
