<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ เสนอตั้ง &#039;แซนด์บ็อกซ์ ปศุสัตว์&#039; หวังเพิ่มช่องทางรายได้เสริมให้เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติและคณะเข้าพบ เพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนสภาเกษตรกรแห่งชาติ &amp;nbsp;ปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565 &amp;nbsp;โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;นายดิสทัต โหตระกิตย์&amp;nbsp;เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดให้ตั้ง Sandbox ปศุสัตว์ หวังเพิ่มช่องทางรายได้สร้างความยั่งยืนให้อาชีพเกษตกร ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าวันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้ง &amp;nbsp;76 จังหวัด โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย โดยมีการกำหนดเป้าหมาย คือ การเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลยังมีแนวคิดส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เช่น &amp;nbsp;โค-กระบือ สุกร เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ควบคู่กับการทำการเกษตร &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำ &amp;ldquo;Sandbox ปศุสัตว์&amp;rdquo; พิจารณากำหนดพื้นที่/กลุ่มเป้าหมาย มีการควบคุมโรคสัตว์ ให้เป็นโครงการนำร่อง ขณะเดียวกัน ก็ให้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาช่องทางส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านและตลาดต่างประเทศได้ที่ต้องการนำเข้าโคอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังย้ำว่าวันนี้ต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเกษตรกรและฝ่ายบริหาร คือรัฐบาล มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมหารือด้วย เพื่อช่วยกันหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสาน รวมทั้งต้องให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้ริเริ่มไว้ คือ การปลูกไม้มีค่า 58 ชนิด ที่สร้างมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ใช้ประกันเงินกู้และเป็นมรดกลูกหลานได้ รวมทั้ง ในโครงการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า&amp;rdquo; &amp;nbsp;แนวพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานไว้ ทั้งยังช่วยสร้างธนาคารอาหาร &amp;ldquo;Food Bank&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้กับชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนและรับฟังข้อเสนอจากสภาเกษตรกรแห่งชาติมาตลอด สภาเกษตกรพร้อมทำงานสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและจะช่วยเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ส่งเสริม พัฒนา แก้ปัญหา ให้แก่เกษตรกรและภาคเกษตรกรรม &amp;nbsp;วันนี้ยังเห็นชอบกับแนวคิดของรัฐบาลในการส่งเสริมการเลี้ยงโค ซึ่งหลายพื้นที่ของไทย มีลักษณะกายภาพที่เหมาะสม ทั้งยังสามารถส่งเสริมให้เป็นสินค้า สร้างรายได้ ซึ่งในอนาคตสามารถทดแทนการทำการเกษตรได้อีกด้วย หลังจากนี้ สภาเกษตรกรจะได้ประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อผลักดันโครงการนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปศุสัตว์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปศุสัตว์บุรีรัมย์ เสนอประกาศ เขตประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเป็นเขตประสบพิบัติภัยโรคระบาดสัตว์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน หลังพบโคป่วยและตายจำนวนมาก ย้ำเนื้อโคที่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ปลอดภัย บริโภคได้ และโรคนี้ไม่ติดสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ พร้อมร่วมกันหารือระเบียบ เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ และวางแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดใน 23 อำเภอของจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2564 มีสัตว์ป่วยสะสม 3,742 ตัว รักษาหายป่วยแล้ว 183 ตัว สัตว์ตาย 148 ตัว สัตว์ป่วยคงเหลือ 3,559 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,067 ราย ในพื้นที่ 23 อำเภอ 188 ตำบล และขณะนี้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจและรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนมาตรการต่างๆ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อป้องกัน ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การอบรมให้ความรู้เกษตรกร การจัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; ในโค-กระบือ การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและการฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะ การสนับสนุนเวชภัณฑ์ สารกำจัดแมลงและอื่นๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในทุกท้องที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ ลดการแพร่เชื้อโรค การปิดตลาดนัดโค-กระบือ ซึ่งการประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยาเพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรยื่นคำขอหลังจากการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานและอัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสด ผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค-กระบือตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุน้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าสัตว์ที่เป็นโรคนี้ แม้ดูจากภายนอกแล้วจะน่ากลัว เพราะเป็นตุ่ม เป็นแผล ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดคน เป็นเฉพาะในโค-กระบือเท่านั้น และที่สำคัญเนื้อโคทุกตัวที่จะเข้าโรงฆ่าสัตว์นั้นจะต้องได้รับการตรวจโรคและสุขภาพ เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเนื้อปลอดภัยบริโภคได้ และอยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกร หากพบว่าโค-กระบือของตัวเองเริ่มป่วย โดยมีอาการซึม ไม่ค่อยกินหญ้า ควรรีบแยกตัวออกจากฝูง หากเป็นไปได้ให้กางมุ้ง เพื่อที่จะไม่เป็นพาหะไปยังตัวอื่น และใช้ยาทาป้องกันทุกตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศเขตประสบภัย, ปศุสัตว์, ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์, ลัมปี สกิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be25166977a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินระบาดโคกระบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคลัมปี สกิน ระบาดหนักในโค-กระบือที่นครพนม ปศุสัตว์นครพนมควงสัตวแพทย์พ่นยาฆ่าเชื้อคอกวัว ป้องกัน แนะหมั่นสังเกตอาการหากสงสัย ประสานอาสาในพื้นที่เร่งรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์โรคระบาดในโค-กระบือจากการติดเชื้อไวรัสลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่ยังวิกฤติหนักในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง โดยทางจังหวัดนครพนมได้มีคำสั่งประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคลัมปี สกิน ระบาด ได้แก่ ท้องที่หมู่&amp;nbsp; 2 ต.มหาชัย อ.ปลาปาก, หมู่ 11 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก, หมู่ 9 ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง นครพนม และหมู่ที่ 2 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบโคเนื้อป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; จำนวนหลายสิบตัว ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังท้องที่อำเภอและจังหวัดอื่นๆ ได้ จึงห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโคและกระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า-ออก ผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาโค-กระบือติดเชื้อไวรัสลัมปี สกิน ถึงเวลานี้ยังไม่มียารักษา จึงต้องใช้วิธีการรักษาแบบภูมิปัญญาชาชาวบ้าน เช่น ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ยังคงมีการระบาดต่อเนื่อง ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลมีโค-กระบือชาวบ้าน ป่วยติดเชื้อแล้วเกือบ 500 ตัว ตายไปแล้วกว่า 6 ตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.พิมาน อ.นาแก พบโค-กระบือชาวบ้านป่วยติดเชื้อมากกว่า 200 ตัว ซึ่งชาวบ้านยังไม่มีวิธีการดูแลรักษาป้องกัน ต้องปล่อยตามสภาพตามมีตามเกิด ทำให้โค-กระบือที่ป่วยทยอยล้มตายลงแบบรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิงฐิติมา ศรีคำ สารวัตรกรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์นครพนม นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 17 หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อพ่นยาป้องกันกำจัดแมลง เนื่องจากได้รับแจ้งจากอาสาปศุสัตว์ประจำตำบลว่าพบโคจำนวน 3 ตัว แสดงอาการสงสัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในโค-กระบืออยู่ขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าโรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ แต่ไม่ใช่โรคที่ติดสู่คนได้ เกิดจากเชื้อไวรัส ????? ???? ??????? ????? ในสกุล ????????????? สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต และมีตุ่มขนาดใหญ่ ประมาณ 2-5 เซนติเมตร ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะและหว่างขา ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก ตกสะเก็ดและเกิดเป็นเนื้อตาย หรือมีหนอนแมลงมาไชได้ อาจพบตุ่มน้ำใสขึ้นที่เยื่อเมือก ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการน้ำลายไหล ตาอักเสบ มีตุ่มขึ้นที่เยื่อเมือกตา น้ำตาไหลและมีขี้ตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร อาจมีภาวะเป็นหมันชั่วคราวหรือถาวร แท้งลูกและมีปริมาณน้ำนมลดลง อัตราการป่วยอยู่ที่ 5&amp;ndash;45% อัตราการตายน้อยกว่า 10% แต่อาจมีอัตราการตายสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผลผลิตที่ลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปศุสัตว์, ระบาดหนักในโค, ระบาดหนักในโค-กระบือ, สัตวแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abb46fe31ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตรผวาพิษหมาบ้าระบาด ท้องถิ่นถอยซื้อวัคซีนแพงหวั่นโดนสอบโกง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตหมาบ้าพ่วงโกงระบาด ชาวบ้านพิจิตรผวาหนัก ท้องถิ่นไม่กล้าซื้อวัคซีนแพงหวั่นโดนสอบโกงเหตุราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.61- นายวีระศักดิ์ &amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร &amp;nbsp;กล่าวว่าได้สั่งการให้ทุกท้องถิ่นและ รพ.สต. ต่างๆ ประสานกับ สนง.ปศุสัตว์และส่วนที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานรณรงค์ให้ความรู้และป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างจริงจังเพื่อขีดวงจำกัดไม่ให้เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแพร่กระจาย จากสัตว์ไปสู่สัตว์หรือ จากสัตว์ไปสู่คน โดยยอมรับว่าขณะนี้พบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายมนตรี คลังสิน สาธารณสุขอำเภอสามง่าม กล่าวว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้เจอหมาจรจัดที่บริเวณหมู่ 3 บ้านเจ็ดหาบ ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร หมาจรจัดตัวดังกล่าวมีอาหารหลังแข็งหางตกน้ำลายฟูมปากและเที่ยวไล่กัดหมาตัวอื่นๆ ชาวบ้านจึงกำจัดหมาตัวดังกล่าว จากนั้นตัดหัวสุนัขส่งให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตรนำไปตรวจก็พบว่า หมาตัวดังกล่าวเป็นโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทีมสอบสวนโรค สนง.สสจ.พิจิตร และ สนง.ปศุสัตว์ พิจิตร ได้ดำเนินการระดมขอวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จากพื้นที่ข้างเคียงทำการฉีดวัคซีนในลักษณะปูพรมจากรัศมีที่พบสุนัขบ้า 5 กิโลเมตร ซึ่งได้ฉีดวัคซีนให้กับหมา-แมว ไปแล้วมากกว่า 200 ตัว โดยมั่นใจว่าจะขีดวงและควบคุมสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ว่า &amp;nbsp;ประชาชนที่เลี้ยงหมาแมว ต่างตื่นตัวพากันนำสัตว์เลี้ยงดังกล่าวมาลงทะเบียนตาม รพ.สต. และ ในจุดที่ให้บริการกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ว่า ขณะนี้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในเขตจังหวัดพิจิตร เกิดภาวะวิกฤต ขาดแคลนรวมถึงมีการขึ้นราคาจากที่เคยจัดซื้อในราคาหลอดละ 28 บาท ก็ขึ้นราคาเป็นหลอดละ 40 บาท ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆที่มีหน้าที่และงบประมาณในการจัดซื้อไม่กล้าที่จะซื้อในราคาหลอดละ 40 บาท เนื่องจากเกรงว่าจะถูก สตง. หรือ ป.ป.ช. เพ่งเล็งว่าเป็นการทุจริต เพราะวัคซีนที่แพงขึ้นไปเกือบ 1 เท่าตัว จึงทำให้ส่งผลวิกฤตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้าน, ปศุสัตว์, ผวา, พิจิตร, พิษหมาบ้า, วัคซีนพิษสุนัขบ้า, โกงวัคซีน, โรคพิษสุนัขบ้าระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac1cb325c246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบอีกเชื้อพิษสุนัขบ้าในหมา-แมว  บุรีรัมย์ประกาศ7อำเภอพื้นที่สีแดง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยังไม่คลี่คลาย &amp;nbsp; ล่าสุดพบตัวอย่างเชื้อพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมวต้องสงสัยที่ส่งตรวจพิสูจน์ &amp;nbsp;พบผลเป็นบวกเพิ่มอีก 2 ตัวอย่าง จากเดิมพบ 6 ตัวอย่าง รวมเป็น 8 ตัวอย่าง ในพื้นที่ 7 อำเภอ คือ อ.เมือง , สตึก , นาโพธิ์ , พลับพลาชัย , ปะคำ , นาโพธิ์ และ อ.โนนดินแดง ทำให้ขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง หรือเขตควบคุมโรคระบาดสัตว์ &amp;nbsp;ที่จะต้องมีการควบคุมป้องกันอย่างเข้มข้น ซึ่งทางปศุสัตว์จังหวัดก็ได้ร่วมกันปศุสัตว์อำเภอออกฉีดวัคซีนให้กับสุนัข-แมว ในรัศมี 1 ถึง 5 กิโลเมตรในพื้นที่ที่ตรวจพบเชื้อครอบคลุมแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากข้อมูลการสำรวจพบว่าทั้งจังหวัดมีสุนัข-แมวทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของมากถึง 216,109 ตัว &amp;nbsp;ขณะนี้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 189,360 ตัว หรือเฉลี่ย 63.94 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือยังรอวัคซีนที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำเรื่องจัดซื้อ เนื่องจากขณะนี้วัคซีนขาดตลาดไม่เพียงพอกับสุนัข-แมว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับปีนี้ประชากรสุนัข-แมวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมากกว่า 30,000 ตัว &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะประชาชนนำสุนัข-แมวมาทำหมันค่อนข้างน้อย &amp;nbsp;แต่หลังจากมีการระบาดของโรคพิษสุนัขและมีผู้เสียชีวิตในหลายพื้นที่จังหวัด &amp;nbsp;จึงมีประชาชนตื่นตัวนำสุนัข-แมวมารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;จนทำให้วัคซีนที่มีอยู่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหมูป่าที่ขย้ำทำร้ายยายวัย 79 ที่ อ.ประโคนชัย จากการตัดหัวหมูป่าตัวดังกล่าวส่งตรวจ &amp;nbsp;ไม่พบเชื้อพิษสุนัขบ้าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพจน์ภิรัชต์ เนียมจุ้ย &amp;nbsp; ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp; ระบุว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมาทางปศุสัตว์ได้ออกให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;แต่ปีนี้ประชากรสุนัข-แมวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30,000 ตัว &amp;nbsp;และประชาชนตื่นตัวนำสุนัข-แมวมารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ทำให้วัคซีนที่ทางกรมฯ จัดส่งมาให้ไม่เพียงพอกับประชากรสุนัข-แมว &amp;nbsp; ส่วนวัคซีนที่เหลืออยู่กว่า 2,000 โด้ช &amp;nbsp;ต้องกันไว้ในกรณีฉุกเฉินหากมีพื้นที่ไหนพบเชื้อพิษสุนัขบ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับวัคซีนที่ทำเรื่องจัดซื้อไปแล้ว &amp;nbsp; จัดส่งมาให้ทางปศุสัตว์ก็จะสามารถดำเนินการฉีดให้กับสุนัข-แมวให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในเดือน พ.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5796</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ปศุสัตว์, พิษสุนัขบ้า, พื้นที่สีแดง, สุนัข แมว, โรคพิษสุนัขบ้าระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab887019d6b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมาหมู่รุมกัดลูกวัวดับอนาถ! ปศุสัตว์ผวาพิษสุนัขบ้า กำชับชาวบ้านห้ามนำไปกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21 มี.ค.61- &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า &amp;nbsp;เกิดมีเหตุสุนัข 2 ตัว ไม่รู้ว่ามีเจ้าของหรือไม่ ได้รุมกัดลูกวัว เพศผู้ อายุประมาณ 3 เดือน ที่เจ้าของปล่อยเลี้ยงไว้บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน หนองขอน ม.8 ต.โคกขมิ้น &amp;nbsp;อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ มีบาดแผลจากการถูกสุนัขกัดบริเวณหลังคอเหวอะหวะ &amp;nbsp;ทั้งพบว่ามีก้อนเนื้อบริเวณหลังคอหายไปด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นชาวบ้านที่ไปพบเห็นวัวถูกกัดบาดเจ็บ &amp;nbsp;จึงได้แจ้งให้กู้ชีพ อบต.โคกขมิ้น ไปรับตัวมาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้านของ ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 &amp;nbsp;ก่อนที่ลูกวัวตัวดังกล่าวจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เพราะเสียเลือดมาก &amp;nbsp;และได้ตายลงในเวลาต่อมา เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายหลายแห่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทาง อบต.ก็ได้แจ้งทางปศุสัตว์รับทราบพร้อมให้มาทำการตรวจสอบว่าวัวที่ถูกสุนัขกัดตายติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้านหรือไม่ &amp;nbsp;โดยเบื้องต้นได้สั่งห้ามชาวบ้านนำซากลูกวัวที่ถูกสุนัขกัดตายไปชำแหละบริโภคเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร้อยตรี วินัย เกียรติกำจร ปลัด อบต.โคกขมิ้น &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีสุนัขกัดลูกวัวตาย &amp;nbsp;ก็รีบแจ้งปศุสัตว์ทันที พร้อมกำชับห้ามนำเนื้อไปบริโภคเด็ดขาด &amp;nbsp;ขณะนี้ให้เก็บซากไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสร็จแล้วก็จะทำการฝังทำลายซากทันที &amp;nbsp;ส่วนสุนัขที่กัดลูกวัวจากการสอบถามชาวบ้านแจ้งว่าไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใคร หรือเป็นสุนัขจรจัดหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะหลังจากเห็นรุมกัดลูกวัวก็ไล่วิ่งหนีไปแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5520</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ปศุสัตว์, พลับพลาชัย, พิษสุนัขบ้า, รุมกัดวัว, หมาหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab2302b7e08f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาพิษสุนัขบ้า!ปศุสัตว์ต้อนควายระดมฉีดวัคซีนสกัดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 61 - นายอัมพล &amp;nbsp;พัวพัฒนกุล &amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอนางรอง &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า &amp;nbsp;ไปฉีดให้กับควายจำนวน 11 ตัว &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในคอกเดียวกันกับควายเพศเมียอายุกว่า 10 ปี ของชาวบ้านบ้านโคกหลุมเงิน ม.7 ต.สะเดา อ.นางรอง &amp;nbsp; ที่ถูกสุนัขกัดเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แล้วเกิดอาการคุ้มคลั่งหงุดหงิดก่อนจะล้มตายลงเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค &amp;nbsp;ถึงแม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าควายที่ตายติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบว่าควายทั้ง 11 ตัวมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด แต่ก็กำชับให้เจ้าของแยกเลี้ยงต่างหาก &amp;nbsp;ห้ามนำไปเลี้ยงปะปนกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น &amp;nbsp;จนกว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบ 4 เข็มหรือพ้นระยะการเฝ้าระวัง &amp;nbsp;ส่วนสุนัขและแมวในพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตร &amp;nbsp;ก็ได้แจกจ่ายวัคซีนให้กับอาสาสมัครปศุสัตว์ในพื้นที่ไปฉีดให้กับสุนัขและแมวที่ยังตกหล่นให้ครบทุกตัว &amp;nbsp; เพื่อป้องกันการระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายสมบัติ &amp;nbsp;ประสิทธิกุล &amp;nbsp;เจ้าของควาย &amp;nbsp;และพ่อตา &amp;nbsp; ซึ่งสัมผัสกับควายที่ถูกสุนัขกัดตายอย่างใกล้ชิด วันนี้หมอโรงพยาบาลนางรองได้นัดไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นเข็มที่ 2 และจะต้องฉีดให้ครบ 4 เข็ม &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็กังวลหลังมีข่าวว่า ด.ญ.14 ปี เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพล &amp;nbsp;พัวพัฒนกุล &amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอนางรอง &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ถึงแม้จะยืนยันไม่ได้ว่าควายที่ถูกสุนัขกัดตายติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ &amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถผ่าซากตรวจพิสูจน์ได้ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็จะต้องทำการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนับข้าและกักควายทั้ง 11 ตัว ที่เลี้ยงในคอกเดียวกันกับควายที่ถูกสุนัขกัดตาย &amp;nbsp; เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่พบควายที่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด &amp;nbsp;จึงไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตระหนกเพียงเฝ้าระวังป้องกันไว้เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควาย, ฉีควัคซีน, นางรอง, บุรีรัมย์, ปศุสัตว์, พิษสุนัขบ้า, อัมพล  พัวพัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab09c22b0b4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
