<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองนายกฯปองพล เศร้าใจ &#039;ความน่ารักของคนไทยกำลังหายไป&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เรื่อง &amp;quot;ความน่ารักของคนไทยกำลังหายไป&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;น่ารัก&amp;rdquo; คือคำที่เรามักใช้แสดงความชื่นชมต่อผู้ที่เราได้พบเห็นและพูดคุยด้วยทุกเพศทุกวัยทั้งที่มีอายุน้อยกว่าและมากกว่าเรา เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นได้แสดงกิริยาวาจานุ่มนวล มีสัมมาคารวะ ไม่ก้าวร้าว ไม่แข็งกระด้าง ใบหน้าแจ่มใสมีรอยยิ้มแสดงความเป็นมิตร ซึ่งผมถือว่าเป็นความน่ารักและเอกลักษณ์ของคนไทยที่ผมได้สัมผัสมาตั้งแต่จำความได้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า &amp;ldquo;ความน่ารัก&amp;rdquo; คือการมีลักษณะซึ่งชวนให้รักให้เอ็นดู มีมนุษยสัมพันธ์ดี และมีไมตรีจิต บรรพบุรุษของผมได้อบรมสั่งสอนว่าบุคลิกภาพดั้งเดิมของคนไทยนั้นเป็นเด็กต้องอ่อนน้อม ผู้ใหญ่ต้องอ่อนโยน และผู้หญิงต้องอ่อนหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพูดถึงความอ่อนน้อมของเด็กก่อนคือต้องมีสัมมาคารวะและการเคารพต่อผู้ใหญ่ ใช้วาจาสุภาพตามกาลเทศะในการทักทายกราบไหว้ แม้กระทั่งการยืน เดิน นั่ง นอน และกิน เช่นไม่ชี้หรือยกมือข้ามศีรษะใคร ไม่เหยียดเท้าใส่ใคร ให้ก้มหลังเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ ตลอดจนแต่งกายสุภาพเหมาะสมกับสถานที่ เป็นต้น ซึ่งผมได้ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างและสั่งสอนลูกหลานของผมให้ปฏิบัติเช่นนั้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผมเติบโตมีวัยสูงขึ้นก็ได้รับการอบรมสั่งสอนว่าเป็นผู้ใหญ่ต้องอ่อนโยนถ่อมตน มีกิริยาวาจาที่สุภาพนุ่มนวลเป็นตัวอย่างให้กับเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ดังนี้ &amp;ldquo;ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากมีความอ่อนโยนถ่อมตนแล้ว ผู้สูงวัยต้องปฏิบัติพรหมวิหาร 4 คือการมีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ต่อเพื่อนร่วมงานและผู้อ่อนวัยกว่าก็จะได้รับการสรรเสริญว่าปฏิบัติตนเหมาะสมกับความเป็นผู้ใหญ่ที่ควรได้รับความเคารพนับถือจากบุคคลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีกิริยาวาจาที่อ่อนหวานของผู้หญิงคือความน่ารักของกุลสตรีไทยเป็นไปตามตำราโบราณของความงามของหญิงไทยซึ่งพูดถึงความงาม 5 ประการได้แก่งามรูป งามทรัพย์ งามจริต งามวาจา และงามความรู้ เป็นเด็กที่อ่อนน้อมและเป็นผู้ใหญ่ที่อ่อนโยนซึ่งได้รับการอบรมสั่งสอนจากปู่ย่าตายายบิดามารดาจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็นเสน่ห์ของหญิงไทยที่เลื่องลือไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเสียดายที่บรรยากาศของความน่ารักของคนไทยตามที่ได้พูดถึงมานั้นกำลังเริ่มหายไปกับกาลเวลาและการพัฒนาของเทคโนโลยีซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวัยห่างเหินจืดจางไป การพบปะซึ่งหน้าเพื่อพูดจาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกันอย่างสุภาพถูกแทนที่ด้วยโทรศัพท์มือถือ การส่งไลน์ การโพสต์ในเฟสบุ๊ค และการใช้โซเชียลมีเดียอื่นๆ ทำให้ความเกรงอกเกรงใจลดน้อยลงไปถูกแทนที่ด้วยความก้าวร้าว ความหยาบคาย การใส่ร้ายป้ายสี และการบิดเบือนข้อมูล มีศัพท์อื่นๆอุบัติขึ้นมาเช่น บุลลี่ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษ bully แปลว่าข่มเหงรังแกด้วยกายหรือวาจา และทัวร์ลง เป็นต้น โดยเฉพาะต่อผู้ซึ่งอยู่ในวัยที่ถูกเรียกว่าผู้ใหญ่รวมทั้งตัวผมด้วยกลายเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีในความรู้สึกของผู้อ่อนวัยกว่าซึ่งยังด้อยประสบการณ์ในการแก้ปัญหาของการดำรงชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงอย่างไรก็ตามผู้ใหญ่อย่างพวกเราก็โชคดีที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมแห่งความน่ารักของคนไทยในยุคหนึ่งซึ่งคงไม่หวนกลับมาอีกแล้ว ขอจบด้วยการฝากข้อคิดจากสุภาษิตไทยอมตะข้อหนึ่งคือ &amp;ldquo;ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79171</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คนไทย, ปองพล, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f051dd2b5e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
