<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธีระวัฒน์&quot; เผยแพร่วิธีการทดสอบ &quot;ผู้ป่วยโควิด ปอดอักเสบหรือยัง&quot; โดยการลุกนั่ง ของ นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล  จากศิริราช </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23เม.ย.64-ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟชบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ สำหรับข้อปฏิบัติ&amp;nbsp;
การทดสอบภาวะออกซิเจนต่ำในเลือดขณะออกกำลังด้วยการลุกนั่งในผู้ป่วยโควิด-19
(sit-to-stand tests for exercise-induced desaturation in COVID-19 patients)
นิธิพัฒน์ เจียรกุล &amp;nbsp;สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ศิริราช
22 เมษายน 2564
ผู้ป่วยโดวิด-19 อาจเกิดปอดอักเสบ (COVID pneumonia) ได้ตลอดการดำเนินโรคช่วง 2 สัปดาห์
แรก จึงมีความจะเป็นที่จะต้องตรวจจับให้ได้เร็วสำหรับการวินิจฉัยปอดอักเสบ หรือตรวจจับปอดอักเสบที่
ต้องให้การรักษารด้วยยาสเดียรอยด์ร่วมกับยาต้านไวรัส เพื่อลตการลุกลามของโรดไม่ให้เกิดความรุนแรงจน
เกิดภาวะวิกฤต การทดสอบภาวะออกชิเจนต่ำในเลือดขณะออกกำลัง (exercise-induced desaturation,
EID) ด้วยการลุกนั่ง (si-to-stand test, STST) ได้มีการทดสอบแล้วว่ามีความสัมพันธ์ดีกับ six-minute walk
test ในผู้ป่วย COPD จึงได้นำมาประยุกต์ใช้
ข้อบ่งชี้
1. ดัดกรองผู้ป่วยปอดอักเสบโดวิดในโรงพยาบาลหลัก ที่ยังไม่มี resting hypoxemia (SpO2 &amp;lt; 96%)
เพื่อให้การรักษาด้วยยาสเตียรอยด์
2. ดัดกรองผู้ป่วยในโรงพยาบาลเฉพาะกิจ (hospitel) หรือโรงพยาบาลสนาม ที่ไม่พบปอดอักเสบโควิด
ในตอนแรก แต่อาจเกิดขึ้นใหม่ในระหว่างการติดตามการดำเนินโรคจนดรบ 14 วัน เพื่อทำการ
ประเมินใหม่โดยแพทย์พร้อมการเอกซเรย์ปอด
ข้อห้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สัญญาณชีพไม่คงที่ (BT &amp;gt; 38.5, RR &amp;gt; 22, SBP &amp;gt; 160 or &amp;lt; 100, HR &amp;gt; 120 or &amp;lt; 50)
2. ทรงตัวได้ไม่ดีขณะลุกนั่ง
1. เท้าอี้ที่แข็งแรงชนิดมีพนักพิงหลัง แต่ไม่มีที่เท้าแขน ความสูงจากที่นั่งถึงพื้น 40-50 ชม.
2. เตรื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (pulse oximeter) ดวรมีจอแสตงผลให้เห็นค่าSpO2 และ HR ได้
ชัดเจนโดยบุคลากรที่อยู่ต้านนอกโซนผู้ป่วย ทั้งการดูโดยตรงหรือผ่านกล้องถ่ายทอด
วิธีการ&amp;nbsp;
1. ให้ผู้ป่วยถอดหน้ากากอนามัยออก ยืนเท้าเอวและวางมือสองข้างไว้ที่สะโพก โดยสวมเครื่องวัด
ออกซิเจนปลายนิ้วตลอดการทตสอบ
2. เมื่อผู้ทดสอบพูดว่า &amp;quot;เริ่ม&amp;quot; ให้ผู้ป่วยนั่งเต็มกันลงบนเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืนตรงทันทีโดยไมใช้มือดัน
เท้าอี้ และกลับไปนั่งเต็มกันอีกครั้ง ทำซ้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่ได้ใน 1 นาที (ตวรได้ 20-30 ครั้งใน 1
นาที) โดยผู้ป่วยกำหนดความเร็วที่ปลอดภัยและไม่หักโหมด้วยตนเอง ผู้ทตสอบตรวจสอบให้ผู้ป่วย
นั่งให้เต็มกันโดยข้อเข่าทำมุม 90 องศาและลุกขึ้นยืนตรงจนสุดตลอดการทดสอบ
3. ให้สิ้นสุดการทดสอบก่อนตรบ 1 นาที ถ้าผู้ป่วยเหนื่อย หรือ HR &amp;gt; 120 หรือ SPO2 ลดลงจากเดิม
3% ขึ้นไป (desaturation) โดยที่ค่นั้นต่ำจริงเมื่อเครื่องวัดและแสดงผลติดกัน 2-3 ครั้ง (เครื่องจะ
วัดและแสดงผลราวทุก 3 วินาที)
4. เมื่อสิ้นสุดการทตสอบหลังครบ 1 นาที ให้วัต SPO2 &amp;nbsp;ต่อไปอีก 1 นาที ถ้ยังไม่พบ desaturation ไห้
ถือว่าการทดสอบเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: ขณะปฏินติจริงให้ผู้ปวยห้นหน้าเข้าต้้านที่เจ้าหน้าอยู่เพื่อสังเกตอาการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100431</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล, ปอดอักเสบ, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_608269348b223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริราช&#039; เผยอาการผู้ว่าฯสมุทรสาคร ปอดอักเสบรุนแรงหลังติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63 - ภายหลังนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและควบสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร อย่างใกล้ชิด กระทั่งวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ก็ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด ก่อนถูกส่งตัวเข้ารักษาอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด คณบดีศิริราชเผยอาการ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯสมุทรสาครหลังติดโควิด-19 รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ล่าสุดมีอาการปอดอักเสบรุนแรง ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เข้ารักษาตัวจากการป่วยโรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลศิริราช ว่า ขณะนี้ได้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดพบว่าผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงขึ้น จำเป็นต้องดูแลและควบคุมการทำงานของระบบทางเดินหายใจให้เป็นปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอดอักเสบ, วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed294eed838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอดมิดอีกราย &#039;ธัญญ่า อาร์สยาม&#039;ปอดอักเสบติดเชื้อ-กล่องเสียงอักเสบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพิ่งลงรูปเที่ยวทะเล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง แต่ล่าสุดวันนี้สาวธัญญ่า อาร์สยาม กลับต้องนอนแอดมิดโรงพยาบาลด้วยอาการปอดอักเสบ ติดเชื้อ และกล่องเสียงอักเสบ แต่เจ้าตัวก็ได้ฝากขอโทษแฟนเพลงที่มารอเจอหน้าเวทีคอนเสิร์ตใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ธัญญ่า ให้สัมภาษณ์ทางสายโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า &amp;ldquo;จริงๆหนูมีอาการไอมา 2 อาทิตย์แล้วค่ะ แต่พอมีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเล เจอน้ำใสๆ โรงแรมสวยๆ ก็อดไม่ได้ที่จะใส่ชุดว่ายน้ำถ่ายรูป ลงเล่นน้ำสนุกกันจนลืมไปว่าแช่อยู่ในสระมา 2 ชั่วโมงแล้ว พอกลับมากรุงเทพก็ไปงานโรดโชว์ และคอนเสิร์ตต่างจังหวัดต่ออีก เจอทั้งฝุ่น ควัน เลยทำให้อาการยิ่งแย่ลง แค่เดินธรรมดายังรู้สึกเหนื่อยเลยค่ะ เหมือนหายใจไม่ถึงปอด ตอนนอนหายใจก็ได้ยินเสียงปอดดังน่ากลัวมาก แต่ใจก็ห่วงแฟนเพลงนะคะ กลัวไม่ได้เจอกัน แต่พอไอมากๆ เสียงก็หาย หายแบบจนขนาดเมื่อวานไปถึงเคาน์เตอร์พยาบาลแล้ว หนูยังไม่มีเสียงจะพูดบอกประวัติกับพี่ๆเขาเลยค่ะ คุณหมอก็เลยให้เอกซเรย์ ก็พบว่าปอดอักเสบติดเชื้อ กล่องเสียงอักเสบ ต้องนอนพ่นยา และแอดมิดอีกหลายวัน จบเลยค่ะ เคยร่างกายแข็งแรงแต่ต้องมานอนป่วยแบบนี้ ยังไงก็ต้องขอโทษพี่น้องแฟนเพลงที่รออยู่หน้าเวทีที่ อ.ศรีราชา ด้วยนะคะ ที่ไม่ได้ไปร้องเพลงให้ฟัง ขอรักษากล่องเสียงให้หายก่อนนะคะค่อยเจอกันใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญญ่า อาร์สยาม, นักร้องลูกทุ่ง, ปอดติดเชื้อ, ปอดอักเสบ, แอดมิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd728516ddf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 22:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาซัคสถานโต้สถานทูตจีน ยันไร้โรคปอดอักเสบรุนแรงกว่าโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขคาซัคสถานแถลงปฏิเสธรายงานของจีนว่ามีการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบในคาซัคสถาน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 กล่าวว่า เว็บไซต์สถานทูตจีนประจำกรุงนูร์สุลตานโพสต์เตือนพลเมืองจีนในคาซัคสถานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีการระบาดของโรคปอดอักเสบในคาซัคสถานที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าโรคโควิด-19 โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 1,772 ราย เฉพาะเดือนมิถุนายน มีผู้เสียชีวิตถึง 628 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ฉบับเริ่มแรกของสถานทูตจีนเรียกโรคนี้ &amp;quot;โรคปอดอักเสบคาซัคสถาน&amp;quot; แต่ภายหลังได้เปลี่ยนคำเรียกเป็น &amp;quot;โรคปอดอักเสบที่ไม่ใช่โควิด&amp;quot; โดยพบโรคนี้ระบาดในจังหวัดอาตีเรา, อักโตเบ และไชมเคนต์ และมีพลเมืองจีนหลายคนป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขคาซัคสถานแถลงตอบโต้เมื่อวันศุกร์ว่า รายงานของสื่อจีนในเรื่องนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ไม่ได้กล่าวถึงแถลงการณ์ของสถานทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกำลังศึกษาโรคนี้และกำลังเปรียบเทียบกับโรคโควิด-19 โดยยอมรับว่ากระทรวงจัดกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการของโรคโควิด-19 แต่ผลตรวจเชื้อเป็นลบ ว่าเป็นผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71089</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาซัคสถาน, ปอดอักเสบ, สถานทูตจีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส &#039;โควิด-19&#039; เสียชีวิตรายแรกในประเทศไทย เผยปอดเสียหายรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าผู้ป่วยชายไทยอายุ 35 ปีทำงานขายสินค้าและติดไวรัส covid-19 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.25 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยไม่มีโรคประจำตัวใดๆทั้งสิ้น และได้รับการรักษาตามมาตรฐานที่โรงพยาบาลบำราศนราดูลโดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิกฤติหลายท่าน และได้รับ เครื่องช่วยให้ออกซิเจนในเลือด ECMO แต่เนื่องจากประเทศไทยได้รับยา favipiravir ในระยะหลังโดยผู้ป่วยมีอาการรุนแรงใส่เครื่องช่วยหายใจและถึงแม้ว่าจะทำให้เชื้อไวรัสหายไปหมดก็ตามแต่มีเนื้อปอดเสียหายมากและในที่สุดผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นตัวอย่างที่สำคัญว่าโรคนี้สามารถแพร่ได้ในคนที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยเท่านั้นและแม้แต่ไม่มีโรคประจำตัวก็มีอาการวิกฤตได้ นอกจากนั้นการวินิจฉัยข้างต้นผลจากห้องปฏิบัติการออกมาเป็นไข้เลือดออก ทำให้พยาบาลที่เข้าไปดูแลในวันแรกติดเชื่อไวรัสนี้ไปด้วยและมีปอดบวมรุนแรงทั้งสองข้างแต่ได้รับยาทัน และกลับบ้านไปแล้วแต่อย่างไรก็ตามมีเนื้อปอดที่เสียหายอยู่ระดับหนึ่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58544</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอดอักเสบ, ผู้เสียชีวิตรายแรก, พนักงานขายสินค้าเสียชีวิต, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอหนูแจงตัวเลขป่วยอู่ฮั่นสะสมยัง25ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สะสม 25 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 1 รายเป็นคนขับแท็กซี่ที่ติดเชื้อภายในประเทศรายแรก ที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีน สรุปตอนนี้เราให้การรักษาผู้ป่วยหายแล้ว 9 ราย เหลือรักษาตัวใน รพ. 16 ราย ทุกรายอาการดีขึ้น ตามลำดับ มีแนวโน้มหายในเวลาไม่นาน รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เป็นลบจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนส่วนรายที่อาการวิกฤตนั้นอาการยังทรงตัวทีมแพทย์ให้การดูแลใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. - 4 ก.พ.สะสม 549 ราย กลับบ้านได้แล้ว 124 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาใน รพ. 425 ราย โดยเฉพาะวันที่ 4 ก.พ.มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 57 ราย ทั้งนี้ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนเยอะ ทั้งนี้ได้รับการแจ้งจากองค์การเภสัชกรรมและคณะกรรมการอาหารและยาว่าขณะนี้หน้ากากอยามัยมีเพียงพอแค่อย่ากักตุนไว้เพื่อมีหน้ากากอนามัยใช้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอดอักเสบ, รองนายกรัฐมนตรี, สาธารณสุข, สายพันธุ์ใหม่ 2019, อนุทิน ชาญวีรกูล, เชื้อไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7b0d5ada5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพบผู้ติดเชื้อไวรัสคล้ายซาร์สเพิ่มอีก 17 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาคล้ายซาร์สรายใหม่อีก 17 ราย ในจำนวนนี้ 3 รายอาการหนัก เพิ่มความวิตกต่ออัตราการแพร่ระบาดหลังผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษเชื่อมีคนติดเชื้อเกิน 1,700 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่เข้าโรงพยาบาลจิ้นหยินทัน เมืองอู่ฮั่น เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มีออกมาก่อนหน้าที่จีนจะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนในสัปดาห์นี้ ที่ประชาชนหลายร้อยล้านคนออกเดินทางทั้งภายในและต่างประเทศ คำแถลงของคณะกรรมการสาธารณสุขเทศบาลนครอู่ฮั่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม ที่ว่าพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 17 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคปอดอักเสบลึกลับในเมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์แห่งนี้ เพิ่มเป็น 62 รายแล้ว โดยมีผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า ผู้ป่วยรายใหม่กลุ่มนี้ มี 3 รายป่วยหนัก โดย 2 รายอาการอยู่ในขั้นวิกฤติจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หากนับรวมทั้งหมดจากผู้ติดเชื้อ 17 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 8 ราย แต่ 19 รายรักษาหายและออกจากโรงพยาบาลแล้ว ที่เหลือแยกรักษาแบบกักกันโรค ผู้ติดเชื้อทั้งหมดมีอายุระหว่าง 30-79 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ในวงศ์เดียวกับไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกเกือบ 800 รายระหว่างปี 2545-2546 และมีจุดกำเนิดมาจากจีนเช่นกัน แม้ผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า ไวรัสพันธุ์ใหม่นี้ไม่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตเท่ากับโรคซาร์ส แต่นักวิทยาศาสตร์มีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับต้นกำเนิดและอัตราการแพร่เชื้อของมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยและญี่ปุ่นยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อ 2 ราย และ 1 ราย ตามลำดับ ทุกคนเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้องค์การอนามัยโลกยังไม่แนะนำให้ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางจากเมืองอู่ฮั่น แต่หน่วยงานกำกับดูแลสนามบินของสหรัฐและประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และมาเลเซีย ได้ใช้มาตรการคัดกรองนักเดินทางจากเมืองในภาคกลางของจีนแห่งนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเผยตั้งแต่วันศุกร์ว่าได้เริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่นมาลงที่สนามบินซานฟรานซิสโก, นิวยอร์ก และลอสแองเจลีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น ศูนย์วิเคราะห์โรคติดต่อระหว่างประเทศเอ็มอาร์ซีเอ็มอาร์ซีแห่งอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน เผยแพร่รายงานเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดใหม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ จากจำนวนที่ทางการอู่ฮั่นประกาศไว้ โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อ 1,723 รายนับถึงวันที่ 12 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มแสดงอาการเช่นมีไข้หรือไอ ก่อนวันที่ 13 มกราคม บางรายไม่เคยมีประวัติไปที่ตลาดขายอาหารทะเลที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของการแพร่เชื้อ และแม้ถึงขณะนี้จะไม่มีคำยืนยันว่าไวรัสนี้แพร่ระหว่างคนได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54964</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปอดอักเสบ, พบผู้ติดเชื้อ, อู่ฮั่น, ไวรัสคล้ายซาร์ส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e24369d46a18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
