<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปอร์เช่ 911 ยนตรกรรมสปอร์ต ผู้จารึกสถิติบนสนาม Nürburgring-Nordschleife</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส&amp;nbsp; สุดยอดยนตรกรรมผู้กำหนดบรรทัดฐานให้รถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติ ในการวิ่งทดสอบบนสนามระดับตำนาน N&amp;uuml;rburgring-Nordschleife ประเทศเยอรมนี ภายใต้การบังคับควบคุมพวงมาลัย ของ K&amp;eacute;vin Estre นักแข่งสังกัดทีมโรงงานปอร์เช่ สามารถพิชิต 1 รอบสนามได้ภายในระยะเวลาเพียง 6:56.4 นาที ด้วยพละกำลังกว่า 520 แรงม้าของจีที 3 อาร์เอส&amp;nbsp; นักขับสายเลือดฝรั่งเศสผู้นี้ ทำเวลาได้รวดเร็วกว่าสถิติที่ดีที่สุด ที่เคยทำได้จากจีที 3 อาร์เอส รุ่นก่อนหน้าถึง 24 วินาที จากผลงานการขับขี่ร่วมกันของ 2 นักแข่งมือฉมัง ประกอบด้วยนักขับทดสอบของโรงงานปอร์เช่ Lars Kern และ Estre ทำให้ จีที3 อาร์เอส รุ่นล่าสุด ทำสถิติเวลาต่อรอบได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง นับเป็นรถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติลำดับที่ 3 ต่อจากปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ และ ปอร์เช่ 911 จีที2 อาร์เอส&amp;nbsp; ที่สามารถทำเวลา ต่อรอบได้ต่ำกว่า 7 นาที บนสนามแข่งระดับตำนานอันเป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าบรรดาสาวกผู้บูชาความแรง รู้จักกันดีในเส้นทางสุดหฤโหดนามว่า &amp;lsquo;Green Hell&amp;rsquo; ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลักสำหรับการขับขี่เพื่อทำสถิติโดยมีระยะ ทางต่อรอบที่ 20.6 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Frank Steffen Walliser รองประธานกรรมการ ผู้ดูแลรับผิดชอบส่วนงาน Motorsport และ GT Cars ของปอร์เช่ เปิดเผยว่า ไม่มีปอร์เช่รุ่นไหนที่จะมีความใกล้เคียงกับรถแข่งสายพันธุ์แท้ได้เท่ากับจีที3 อาร์เอส ใหม่&amp;nbsp; (The new GT3 RS) นวัตกรรมการสร้างสรรค์ที่กำเนิดขึ้นจากวงการกีฬาความเร็วระดับโลกได้รับการถ่ายทอดมายังรถสปอร์ต ทุกคัน ของเราอย่างเต็มเปี่ยม; ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์ (Porsche 911 GT3 R) ซึ่งถูกสร้างขึ้น ด้วยหลักปรัชญาในการพัฒนายนตรกรรมสายพันธุ์จีที (GT) นั่นคือ: ความล้ำเลิศแห่งเทคโนโลยียานยนต์ที่เปี่ยมล้นไป ด้วยมนต์เสน่ห์และสนองตอบต่อการใช้งานได้อย่างแท้จริง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น Nordschleife คือ สถานที่ที่ เหมาะสมที่สุดสำหรับการทดสอบแนวความคิดดังกล่าวของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Andreas Preuninger ผู้อำนวยการส่วนงาน GT Model Line เปิดเผยว่า การวิ่งรอบสนามทั้ง 4 รอบของนักขับทั้งคู่นั้น ล้วนแล้วแต่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 7 นาที และแตกต่างกันไม่เกิน 10 วินาที นี่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าปอร์เช่ จีที3 อาร์เอส ไม่ได้มีเพียงความโดดเด่นจากพละกำลังมหาศาล แต่ยังเต็มไปด้วยศักยภาพในการขับขี่ที่สามารถ ใช้สมรรถนะของตัวรถจนถึงขีดสุดได้อย่างไร้ข้อจำกัด ส่วนประกอบทุกชิ้นทำงานร่วมกับขุมพลังเครื่องยนต์ได้อย่าง สมบูรณ์แบบส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถ ในส่วนของนักแข่งนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าพวกเขาทั้งคู่สามารถ เข้าถึงชิ้นส่วนนับพันของตัวรถและรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดให้ออกมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งหมดนี้คือ ความแข็งแกร่งที่ไร้คู่ต่อกรของ จีที3 อาร์เอส และสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง คือการได้เห็นว่า Lars และ K&amp;eacute;vin สนุกสนานเพียงใดเมื่อได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยของรถคันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Estre นักแข่งมากฝีมือวัย 29 ปี ลงทำการขับขี่ในรอบแรกเมื่อเวลา 11:40 น. ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม &amp;nbsp; ที่อุณหภูมิอากาศ 14 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิพื้นผิวสนาม 18 องศาเซลเซียส &amp;ldquo;การขับในรอบนี้คือประสบการณ์ที่ดี สำหรับผม&amp;rdquo; เขากล่าวหลังจากการขับ &amp;ldquo;ทุกทางโค้งที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเบรกที่อยู่ภายใต้การควบคุม ไม่น่าเชื่อว่า จีที3 อาร์เอส (GT3 RS) นั้น ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับรถแข่ง จีที3 อาร์ (GT3 R) เอามากๆ ต้องยกประโยชน์ส่วนหนึ่ง ให้กับยางรุ่นใหม่ที่ช่วยให้รถคันนี้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ผมชื่นชอบเครื่องยนต์ของ จีที3 อาร์เอส (GT3 RS) ในขณะที่ รอบเครื่องพุ่งขึ้นไปเกินกว่า 9,000 รอบต่อนาที ขุมพลัง 6 สูบลูกนี้ให้ความรู้สึกที่มหัศจรรย์จริงๆ สุ้มเสียงของมันสะกด ให้ผมตกอยู่ในความฝัน ทั้งหมดนั้นมาพร้อมกับแรงบิดระดับมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิ่งในสนาม N&amp;uuml;rburgring ครั้งนี้ ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส&amp;nbsp; ได้รับการติดตั้งยางรถยนต์ Michelin Pilot Sport รุ่นล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งในสนามและบนถนนสาธารณะ ทั้งนี้ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R ได้รับการอนุญาตให้วางจำหน่ายเฉพาะ ในภูมิภาคยุโรปผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือศูนย์บริการยางรถยนต์ ที่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น รวมทั้งเป็นยางรถยนต์ที่แนะนำให้ใช้งานกับปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส และ ปอร์เช่ 911 จีที2 อาร์เอส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส ถือกำเนิดขึ้นด้วยพื้นฐานของโครงสร้างตัวถังที่ใช้ในรถแข่งความเร็วสูง ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 520 แรงม้า (383 กิโลวัตต์) เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ Geneva Motor Show เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รถสปอร์ตสมรรถนะสูงคันนี้มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง 3.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุดกว่า 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8259</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, จีที3, จีที3 อาร์เอส, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ปอร์เช่ 911, ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส, ปอร์เช่ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่, ยานยนต์, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae82d064d79a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปอร์เช่ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอร์เช่พร้อมเผยโฉมครั้งแรกของ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ Geneva Motor Show ด้วยแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ Cross-Utility Vehicle (CUV) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ เปี่ยมไปด้วยความอเนกประสงค์ สนองตอบรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มบุคคลที่แสวงหาความสนุกสนานเร้าใจจากกิจกรรมผจญภัยและการเล่นกีฬากลางแจ้งพร้อมกับการท่องเที่ยวเดินทางอย่างมีสุนทรียภาพด้วยประสิทธิภาพเหนือ ระดับของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยอดเยี่ยมของรถสปอร์ต 4 ประตู 4 ที่นั่ง คันนี้ หมายรวมถึงงานออกแบบที่สะท้อนภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งสไตล์ off-road หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบใหม่ ระบบควบคุมฟังก์ชันการทำงานล้ำสมัย ด้วยหน้าจอสัมผัสและระบบตรวจจับทิศทางการมอง eye tracking รถยนต์ต้นแบบที่มีความยาว 4.95 เมตร ได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของระบบเครือข่ายชาร์จพลังงาน 800 โวลต์ fast-charge network รองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย charging dock หรือระบบ Porsche home energy management system มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ สืบทอดความล้ำเลิศมากมายนานับประการ จากปอร์เช่ Mission E ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ International Motor Show (IAA) เมื่อปี 2015 รูปร่างโดยรวมของตัวรถถูกกำกับโดยแนวหลังคาสไตล์สปอร์ตโค้งมน ลาดเอียงเป็นทรงลิ่มจากหัวจรดท้ายซึ่งเป็นการออกแบบ ที่ได้รับคำนิยามจากดีไซน์เนอร์ของปอร์เช่ว่า &amp;ldquo;flyline&amp;rdquo; สะท้อนให้เห็นถึงตัวถังด้านท้ายรถที่ใกล้เคียงกับ พานาเมร่า สปอร์ต ทัวริสโม่&amp;nbsp; แนวกระจกประตูทั้ง 4 ที่ยังคงความคลาสสิกของปอร์เช่เอาไว้อย่างเหนียวแน่น โป่งล้อขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องมายังซุ้มล้อคู่หน้า ขนาบด้วยช่องระบายอากาศให้มุมมองแบบ 3 มิติและแสดงออก ถึงบุคลิกของยนตรกรรมต้นแบบพันธ์แกร่งซึ่งมาพร้อมมิติความกว้างตัวถังถึง 1.99 เมตร สเกิร์ตข้างตัวถังสไตล์ off-road พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว ล้อมรอบด้วยยางสมรรถนะสูงขนาด 275/40 R 20 รองรับทุกเส้นทางที่ต้องเผชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในห้องโดยสารผสานด้วยความทันสมัยจากการยกระดับเข้าสู่โลกแห่งดิจิทัล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือชุดแผงหน้าปัทม์: อุปกรณ์ข้างต้นได้รับการติดตั้งวางตัว ตามแนวขวางตลอดความกว้างของตัวรถ ประกอบด้วยกรอบหน้าปัทม์ทรงปีกแยกตำแหน่งด้านบนและด้านล่างคอนโซลหน้า จัดวาง ในแนวตั้งด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่พิเศษสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า แผงควบคุมทรงโค้งโอบล้อมที่นั่งผู้ ขับขี่เพื่อความสะดวกในการใช้งาน แผงหน้าปัทม์แบบวงกลม 3 วงภายในบรรจุหน้าจอแสดงผล TFT คอนโซลกลางระหว่าง เบาะนั่งคู่หน้าวางตัวต่อเนื่องในระดับความสูงเท่ากับคอนโซลหน้า เสริมสร้างบรรยากาศอบอุ่นระหว่างการเดินทางด้วยระบบไฟ ภายในห้องโดยสาร ambient lighting และ indirect lighting ยิ่งไปกว่านั้นงานออกแบบและวัสดุภายในห้องโดยสาร ยังแสดงให้เห็นถึงมุมมองและสัมผัสได้ถึงโครงสร้างน้ำหนักเบาของตัวรถ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง 2 ชุด ให้กำลังสูงสุดมากกว่า 600 แรงม้า (440 กิโลวัตต์) ส่งผลถึงอัตราเร่ง จากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ ใช้ระยะเวลาน้อยกว่า 3.5 วินาที และพุ่งทะยานแตะความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาต่ำกว่า 12 วินาที สมรรถนะอันเหนือ ความคาดหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพการถ่ายทอดพละกำลังที่ต่อเนื่องซึ่งเป็น คุณสมบัติเฉพาะตัว ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า: จังหวะเร่งออกตัวที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยปราศจากการสูญ เสียกำลังในระบบขับเคลื่อนแม้แต่ น้อยแรงบิดที่ได้รับการ ควบคุมอย่างเหมาะสมจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมระบบ Porsche Torque Vectoring รับหน้าที่กระจาย กำลังขับไปยังล้อทั้ง 4 และส่งต่อไปยังพื้นถนนอย่างอิสระ ระบบเลี้ยว 4 ล้อ all-wheel steering ให้ความแม่นยำเที่ยงตรง เพิ่มเสถียรภาพในการบังคับควบคุมให้แก่ตัวรถ ในขณะที่ ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension รับหน้าที่ในการปรับตั้งความสูงของใต้ท้องรถให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 50 มิลลิเมตร ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญซึ่งมีบทบาทหลักในการเสริมสร้าง ความมั่นคงจากเสถียรภาพในการเคลื่อนที่ทั้งในแนวระดับและการโคลงตัวเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ ยังช่วยในการลด การโยนตัวขึ้นลงเมื่อขับขี่บนเส้นทางขรุขระเป็นหลุมบ่ออีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โครงสร้างระบบไฟฟ้าแรงเคลื่อน 800 โวลต์ คือเครื่องรับประกันถึงความมั่นใจว่า แบตเตอรี่ lithium-ion จะได้รับการชาร์จ พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเดินทางด้วยระยะทางสูงสุดประมาณ 400 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC) ภายในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น รถยนต์ต้นแบบคันนี้ สามารถรองรับระบบชาร์จพลังงานที่หลากหลายไม่ว่าจะในระหว่าง การเดินทางหรือการชาร์จภายในที่พักอาศัย รวมทั้งได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่าย fast-charging network ซึ่งกำลังจะเปิดใช้งานทั่วทุกเส้นทางสัญจรในทวีปยุโรปผ่านสัญญาความร่วมมือพัฒนาของบริษัท IONITY เมื่อเข้ารับ บริการในสถานีชาร์จพลังงานที่อยู่ในโครงการ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ สามารถทำการชาร์จผ่าน เทคโนโลยีเหนี่ยวนำไร้สาย เช่นเดียวกับการชาร์จด้วย charging dock หรือระบบ Porsche home energy management system และเลือกติดตั้งระบบ photovoltaic system สำหรับการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7331</URL_LINK>
                <HASHTAG>porsche, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ปอร์เช่ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่, ปอร์เช่., ยานยนต์, รถใหม่, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6c17145032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปอร์เช่ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปอร์เช่พร้อมเผยโฉมครั้งแรกของ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ Geneva Motor Show ด้วยแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ Cross-Utility Vehicle (CUV) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ เปี่ยมไปด้วยความอเนกประสงค์ สนองตอบรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มบุคคลที่แสวงหาความสนุกสนานเร้าใจจากกิจกรรมผจญ ภัยและการเล่นกีฬากลางแจ้งพร้อมกับการท่องเที่ยวเดินทางอย่างมีสุนทรียภาพด้วยประสิทธิภาพเหนือ ระดับของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive สามารถนำพาผู้โดยสารไปยังยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะได้อย่างง่ายดาย ศักยภาพในการปรับเปลี่ยน รูปแบบการใช้ประโยชน์ภายในห้องโดยสารอย่างไร้ขีดจำกัด จัดสรรพื้นที่กว้างขวางพร้อมติดตั้งจุดยึดรุ่นล่าสุดสำหรับบรรทุกและ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์กีฬาหลากหลายชนิดได้อย่างสะดวกปลอดภัย อาทิ กระดานโต้คลื่นหรือจักรยานปอร์เช่ e-bike&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยอดเยี่ยมของรถสปอร์ต 4 ประตู 4 ที่นั่ง คันนี้ หมายรวมถึงงานออกแบบที่สะท้อนภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งสไตล์ off-road เฉกเช่นเดียวกับอุปกรณ์ภายในที่ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบใหม่ ระบบควบคุมฟังก์ชันการทำงานล้ำสมัย ด้วยหน้าจอสัมผัสและระบบตรวจจับทิศทางการมอง eye tracking รถยนต์ต้นแบบที่มีความยาว 4.95 เมตร ได้รับ การพัฒนา ขึ้นบนพื้นฐานของระบบเครือข่ายชาร์จพลังงาน 800 โวลต์ fast-charge network รองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย charging dock หรือระบบ Porsche home energy management system มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ (Mission&amp;nbsp;E Cross Turismo) สืบทอดความล้ำเลิศมากมายนานับประการ จากปอร์เช่ Mission&amp;nbsp;E ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ International Motor Show (IAA) เมื่อปี 2015&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากระโปรงหน้าที่เทลาด โอบล้อมด้วยโป่งซุ้มล้ออันแสดงถึงความทรงพลังทั้ง 2 ฝั่ง: แม้เพียงแรกสายตาสัมผัสรูปโฉมด้านหน้าของ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ สามารถรู้สึกถึงความเด่น ชัดในอัตลักษณ์ความเป็นที่สุดของยนตรกรรม สปอร์ตระดับตำนานจากปอร์เช่ 911 (Porsche ที่ตราตรึงอยู่ในทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นช่องรับอากาศตรงกัน ชนหน้าที่วางตัว ในแนวนอนหรือรู้จักกันดีในชื่อว่า &amp;ldquo;air curtains&amp;rdquo; หนึ่งในงานออกแบบที่โดดเด่น เฉพาะตัวพร้อมอรรถประโยชน์อันเปี่ยมล้น ไฟหน้า Matrix LED นับเป็นอีกจุดหนึ่งที่สง่างามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดุดันด้วยระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ 4 ลำแสงหรือ Porsche four-point daytime running lights ซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เฉียบคมยิ่งขึ้น กระจกโคมไฟแบบ three-dimensional glass กระจายลำแสงทั้ง 4 ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด พร้อมไฟเลี้ยว four-point indicator แบบใหม่ล่าสุด มั่นใจได้ในทุกเส้นทางด้วยความกระจ่างชัดเจนจากไฟหน้าประสิทธิภาพสูง Porsche X-Sight high-performance high beam เสริมภาพลักษณ์สมบุกสมบันและพร้อมบุกตะลุยสไตล์ Off-road จากชิ้นส่วนตัวถังที่ออกแบบโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นปิดซุ้ม ล้อและธรณีประตูทั้ง 4 ปราดเปรียวดุดันด้วยชุดสปอยเลอร์หน้าและชายกันชนหลัง สอดรับกับระดับความสูงใต้ท้องรถที่ได้รับการ ปรับให้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปร่างโดยรวมของตัวรถถูกกำกับโดยแนวหลังคาสไตล์สปอร์ตโค้งมน ลาดเอียงเป็นทรงลิ่มจากหัวจรดท้ายซึ่งเป็นการออกแบบ ที่ได้รับคำนิยามจากดีไซน์เนอร์ของปอร์เช่ว่า &amp;ldquo;flyline&amp;rdquo; สะท้อนให้เห็นถึงตัวถังด้านท้ายรถที่ใกล้เคียงกับ พานาเมร่า สปอร์ต ทัวริสโม่&amp;nbsp; แนวกระจกประตูทั้ง 4 ที่ยังคงความคลาสสิกของปอร์เช่เอาไว้อย่างเหนียวแน่น โป่งล้อขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องมายังซุ้มล้อคู่หน้า ขนาบด้วยช่องระบายอากาศให้มุมมองแบบ 3 มิติและแสดงออก ถึงบุคลิกของยนตรกรรมต้นแบบพันธ์แกร่งซึ่งมาพร้อมมิติความกว้างตัวถังถึง 1.99 เมตร สเกิร์ตข้างตัวถังสไตล์ off-road พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว ล้อมรอบด้วยยางสมรรถนะสูงขนาด 275/40&amp;nbsp;R&amp;nbsp;20 รองรับทุกเส้นทางที่ต้องเผชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ คือรถยนต์ที่ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ ตัวแทนของยนตกรรมสปอร์ตสไตล์ทัวริ่งทั้งหมดของสายการผลิตจากปอร์เช่ เติมเต็มอรรถประโยชน์ด้วยการพัฒนาขีดความ สามารถ ด้าน cross-utility ให้มีความอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น: ผลลัพธ์ที่ได้คือที่สุดแห่งยานยนต์ที่เหมาะสม กับทุกการเดินทาง ตอบรับทั้งภารกิจประจำวันและการใช้ชีวิตแนวโลดโผนผจญภัย คล่องแคล่วปราดเปรียวในทุกเส้นทางทั้งการจราจรในเมืองใหญ่ หรือหนทางทุรกันดาร มิชชั่น อี (Mission E) เวอร์ชั่น crossover เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่นิยมชมชอบความตื่นเต้น เร้าใจจากกิจกรรมและกีฬากลางแจ้ง ด้วยความสูงใต้ท้องรถถึง 1.42 เมตร ของรถสปอร์ต 4 ที่นั่งดังกล่าว: จุดยึดที่ติดตั้งบริเวณพนักพิงของเบาะนั่งคู่หลังแบบแยกอิสระทั้งสองจุด เหมาะสำหรับการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดยาวกว่าปกติ เช่น อุปกรณ์สกี นอกจากนี้ พนักพิงหลังยังสามารถปรับพับในแนวราบเสมอกับพื้นห้องเก็บสัมภาระซึ่งได้รับการติดตั้งระบบ รางยึดสัมภาระพร้อมเข็มขัดรัดแบบปรับระดับและตำแหน่งได้ สามารถเก็บรักษาอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยจากการกระทบกระแทก&amp;nbsp; นอกจากความอเนกประสงค์ของตัวรถ ผู้โดยสารของ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ (Mission&amp;nbsp;E Cross Turismo) ยังได้รับประโยชน์สูงสุดในกรณีที่ใช้งานร่วมกับรถจักรยานปอร์เช่ e-bike จากแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า ประสิทธิภาพสูงของตัวรถที่รองรับสิงห์นักปั่นได้อย่างเต็มที่ แนวทางการพัฒนายุคใหม่มุ่งเน้นให้ลูกค้าของปอร์เช่ทุกท่าน ได้รับความสะดวกสบายและรื่นรมย์ด้วยงานออกแบบชั้นเลิศ นวัตกรรมเทคโนโลยีและสมรรถนะเหนือระดับตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในห้องโดยสารนำเสนอบรรยากาศสุดคลาสสิกด้วยวัสดุคุณภาพสูง ตามธรรมเนียมปฏิบัติอันยาวนานของปอร์เช่ผสานด้วย ความทันสมัยจากการยกระดับเข้าสู่โลกแห่งดิจิทัล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือชุดแผงหน้าปัทม์: อุปกรณ์ข้างต้นได้รับการติดตั้งวางตัว ตามแนวขวางตลอดความกว้างของตัวรถ ประกอบด้วยกรอบหน้าปัทม์ทรงปีกแยกตำแหน่งด้านบนและด้านล่างคอนโซลหน้า จัดวาง ในแนวตั้งด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่พิเศษสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า แผงควบคุมทรงโค้งโอบล้อมที่นั่งผู้ ขับขี่เพื่อความสะดวกในการใช้งาน แผงหน้าปัทม์แบบวงกลม 3 วงภายในบรรจุหน้าจอแสดงผล TFT คอนโซลกลางระหว่าง เบาะนั่งคู่หน้าวางตัวต่อเนื่องในระดับความสูงเท่ากับคอนโซลหน้า เสริมสร้างบรรยากาศอบอุ่นระหว่างการเดินทางด้วยระบบไฟ ภายในห้องโดยสาร ambient lighting และ indirect lighting ยิ่งไปกว่านั้นงานออกแบบและวัสดุภายในห้องโดยสาร ยังแสดงให้เห็นถึงมุมมองและสัมผัสได้ถึงโครงสร้างน้ำหนักเบาของตัวรถ อาทิ แผงคอนโซลหน้าและเบาะนั่งสไตล์สปอร์ต รูปทรงเดียวกับเบาะนั่ง bucket-type ในรถแข่ง พร้อมสัญลักษณ์ตัวอักษร ปอร์เช่เรืองแสง แผงประตูผลิตด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ให้พื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติ ชิ้นงานตกแต่งรายรอบห้องโดยสารพ่นสี Anodised มันวาว กรอบช่องลมระบบปรับอากาศหรือชุดสวิทช์ควบคุมกระจกไฟฟ้าที่สวยหรูจากสีน้ำเงิน Nordic Blue สร้างความแตกต่าง อย่างมีชั้นเชิงสไตล์ two-tone ตัดกันอย่างลงตัวกับหนังแท้ Aniline สีดำและสีเทาอ่อนในหลายๆ จุดของห้องโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง 2 ชุด ให้กำลังสูงสุดมากกว่า 600&amp;nbsp;แรงม้า (440&amp;nbsp;กิโลวัตต์) ส่งผลถึงอัตราเร่ง จากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ (Mission&amp;nbsp;E Cross Turismo) ใช้ระยะเวลาน้อยกว่า 3.5&amp;nbsp;วินาที และพุ่งทะยานแตะความเร็ว 200&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาต่ำกว่า 12 วินาที สมรรถนะอันเหนือ ความคาดหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพการถ่ายทอดพละกำลังที่ต่อเนื่องซึ่งเป็น คุณสมบัติเฉพาะตัว ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า: จังหวะเร่งออกตัวที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยปราศจากการสูญ เสียกำลังในระบบขับเคลื่อนแม้แต่ น้อยแรงบิดที่ได้รับการ ควบคุมอย่างเหมาะสมจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมระบบ Porsche Torque Vectoring รับหน้าที่กระจาย กำลังขับไปยังล้อทั้ง 4 และส่งต่อไปยังพื้นถนนอย่างอิสระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบเลี้ยว 4 ล้อ all-wheel steering ให้ความแม่นยำเที่ยงตรง เพิ่มเสถียรภาพในการบังคับควบคุมให้แก่ตัวรถ ในขณะที่ ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension รับหน้าที่ในการปรับตั้งความสูงของใต้ท้องรถให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 50&amp;nbsp;มิลลิเมตร ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญซึ่งมีบทบาทหลักในการเสริมสร้าง ความมั่นคงจากเสถียรภาพในการเคลื่อนที่ทั้งในแนวระดับและการโคลงตัวเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ ยังช่วยในการลด การโยนตัวขึ้นลงเมื่อขับขี่บนเส้นทางขรุขระเป็นหลุมบ่ออีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องโดยสารอัจฉริยะหรือ &amp;ldquo;smart cabin&amp;rdquo; เต็มเปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบายและง่ายดายในการควบคุมฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การปรับตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ ระบบปรับอากาศและไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารทั้งนี้สามารถเลือกใช้งาน ได้ตามความต้องการทั้งในรูปแบบเฉพาะตัวของผู้ขับขี่หรือตั้งค่าการทำงานแบบอัตโนมัติตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ผู้ขับขี่ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายรวมทั้งปรับแต่งค่าการทำงานต่างๆ แม้ไม่ได้อยู่ภายในตัวรถ:เติมเต็ม ศักยภาพ สูงสุดด้วยการกำหนดฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดของระบบปรับอากาศ รวมทั้งระบบนำทางผ่านดาวเทียมล่วงหน้าผ่านอุปกรณ์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ หรือนาฬิกา smartwatch&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ Porsche Connect พร้อมรองรับบริการด้านเครือข่ายดิจิทัลและแอฟพลิเคชันมากกว่า 20 รายการ สำหรับ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ (Mission&amp;nbsp;E Cross Turismo) ได้รับการติดตั้ง &amp;ldquo;DestinationsApp&amp;rdquo; เพื่อเป็นชุดสาธิตในการแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ จากการใช้งานรถยนต์ร่วมกับฐานข้อมูลดิจิทัล ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้: แอปพลิเคชันดังกล่าวช่วยให้การวางแผนการ เดินทางตลอดระยะเวลาสุดสัปดาห์ของคุณเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายเพียงไม่กี่ขั้นตอนด้วยโทรศัพท์มือถือแอปพลิเคชัน จะช่วยแนะนำสถานที่หรือจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในระหว่างการเดินทาง จัดการจองที่พักได้อย่างรวดเร็วโดยไร้ข้อจำกัด รวมไปถึงจัดตารางการเดินทางตลอดทริปอย่างละเอียด ทั้งจุดแวะพัก ร้านอาหาร และสถานที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการหรือ สนามกีฬา ยิ่งไปกว่านั้นผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งการทำงานของระบบช่วงล่าง มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ (Mission&amp;nbsp;E Cross Turismo) ให้สอดคล้องกับเส้นทางที่วางแผนใช้ผ่าน &amp;ldquo;DestinationsApp&amp;rdquo; เช่นเดียวกับการเลือกสรรเสียงเพลง ระบบปรับอากาศ และระบบไฟแสงสว่างภายในห้องโดยสารที่เหมาะสมที่สุดกับบรรยากาศในระหว่างการท่องเที่ยวเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงสร้างระบบไฟฟ้าแรงเคลื่อน 800 โวลต์ คือเครื่องรับประกันถึงความมั่นใจว่า แบตเตอรี่ lithium-ion จะได้รับการชาร์จ พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเดินทางด้วยระยะทางสูงสุดประมาณ 400&amp;nbsp;กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC) ภายในเวลาเพียง 15&amp;nbsp;นาทีเท่านั้น รถยนต์ต้นแบบคันนี้ สามารถรองรับระบบชาร์จพลังงานที่หลากหลายไม่ว่าจะในระหว่าง การเดินทางหรือการชาร์จภายในที่พักอาศัย รวมทั้งได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่าย fast-charging network ซึ่งกำลังจะเปิดใช้งานทั่วทุกเส้นทางสัญจรในทวีปยุโรปผ่านสัญญาความร่วมมือพัฒนาของบริษัท IONITY&amp;nbsp;เมื่อเข้ารับ บริการในสถานีชาร์จพลังงานที่อยู่ในโครงการ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่ (Mission&amp;nbsp;E Cross Turismo) สามารถทำการชาร์จผ่าน เทคโนโลยีเหนี่ยวนำไร้สาย เช่นเดียวกับการชาร์จด้วย charging dock หรือระบบ Porsche home energy management system และเลือกติดตั้งระบบ photovoltaic system สำหรับการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอร์เช่ มิชชั่น อี ครอส ทัวริสโม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae2354245b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
