<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงแตกตื่นปะการังฟอกขาว หวั่นทะเลอ่าวบ้านพลาเป็นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - น.ส.ประไพ สาธิตวิทยา อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ประมงสามัคคีบ้านพลา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชน และชาวประมงพื้นบ้าน เกิดความตื่นตระหนกกับปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเป็นพื้นที่วงกว้าง เพราะเมื่อไม่นานนี้พบว่า มีตะกอนสีชมพูจำนวนมากติดอวนปูขึ้นมาจากใต้ทะเล ที่ยังหาข้อสรุปแท้จริงไม่ได้ ซึ่งการเกิดปะการังฟอกขาวไม่ใช่เรื่องดีกับทะเลแต่อย่างใด จะต้องเกิดผลกระทบห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเลอย่างแน่นอน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ประไพ กล่าวอีกว่า การเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในทะเลที่เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน รู้สึกไม่ค่อยดีอาจส่งผลกระทบกับห่วงโซ่อาหารของสัตว์&amp;nbsp;แต่ปัญหานี้ยากต่อการแก้ไข&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันปรับเปลี่ยนวิถีใหม่ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการชักชวนนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพปะการังสีขาว เพื่อให้การค้า หรือการท่องเที่ยว กลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ช่วงเดือน มิ.ย.63 ได้เกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเดียวกัน จะพบเห็นก็ต่อเมื่อน้ำทะเลลดต่ำสุด ที่ระดับน้ำลึกเพียง 10-30 เซนติเมตร&amp;nbsp;ส่วนปะการังฟอกขาวที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด ปะการังช่องเหลี่ยม ปะการังผึ้ง และปะการังวงแหวน มักเกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย.- มิ.ย. ในช่วงน้ำลงเต็มที่ของทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งการเกิดปะการังฟอกขาวนั้น เป็นภาวการณ์สูญเสียสาหร่ายขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อมของทะเล&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น และความเค็มของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง หรือมลพิษต่าง ๆ ส่งผลให้ปะการังตายเหลือเพียงโครงสร้างหินปูน จึงเป็นปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ที่พบในทะเลทั่วโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104509</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, ปะการังฟอกขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0d27eb0d45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธรณ์&#039; ชี้ปะการังฟอกขาวปีนี้มาเร็ว เหตุน้ำทะเลร้อนถึง 31 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงสถานการณ์อุณหภูมิน้ำในทะเลสูงขึ้นส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการังว่า น้ำร้อนแล้วครับ เริ่มมีรายงานปะการังฟอกขาวเข้ามาบ้างแล้ว อุทยานฯสิรินาถ ภูเก็ต ตอนนี้มีรายงานว่าในพื้นที่มีปะการังฟอกขาวแบบเห็นชัดแล้ว 50% อุณหภูมิน้ำ 31 องศา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ปะการังฟอกขาวเกิดจากภาวะผิดปกติ เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นมาก ปกติน้ำทะเล 27-29 องศา แต่เมื่อน้ำร้อนถึง 31 องศาขึ้นไป เริ่มเข้าสู่ช่วงเสี่ยงตอนนี้น้ำทะเล 31-32 องศาในบางพื้นที่ ถือว่าเข้าภาวะเสี่ยงแล้ว ปะการังจะปล่อยสาหร่ายเซลล์เดียวที่อยู่ในเนื้อเยื่อออกไป ทำให้สีของปะการังซีดลง หากเป็นมากอาจกลายเป็นสีขาวคือ สีของหินปูนที่เป็นโครงสร้างปะการัง ปะการังฟอกขาวจะขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ คือ อุณหภูมิน้ำสูงแค่ไหน ? ร้อนนานแค่ไหน ? และมีแสงแดดมากหรือแรงแค่ไหน ? หากรุนแรงหรือยาวนาน 3-5 สัปดาห์ปะการังอาจตาย และกลายเป็นเศษหักพังก่อนย่อยสลายไป นอกจากนี้ยังขึ้นกับสายพันธุ์ของปะการัง บางสายพันธุ์อาจทนได้ดี หรือมีการฟื้นตัวที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น ทำให้ปะการังฟอกขาวเริ่มเกิดถี่ขึ้น นักวิทยาศาสตร์หลายชาติทำนายว่า จะเกิดถี่ในระดับ 6 ปีครั้ง อย่างไรก็ตามอาจเกิดเร็วกว่านั้น เช่น ออสเตรเลียโดนถึง 2 ครั้งติดกัน เมื่อปะการังตายจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ แน่นอนว่าจะส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ เช่น การท่องเที่ยว การประมง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการทางทะเล กล่าวอีกว่า ในปี 2558 เกิดปะการังฟอกขาวรุนแรงในบางพื้นที่ของไทย เคราะห์ดีที่มีฝนตกติดต่อกันในช่วงปลาย ทำให้อุณหภูมิน้ำลดลง และทำให้แสงแดดมีน้อยลงมาก ปะการังในหลายพื้นที่ยังมีการฟื้นตัวที่ดีมาก เช่น หมู่เกาะพีพี ทำให้ปะการังตายมีจำนวนน้อยมาก ในหลายพื้นที่ เช่น ออสเตรเลีย มัลดีฟส์ ปะการังไม่ได้มีการฟื้นตัวเหมือนไทย ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง ข้อมูลล่าสุดพบว่า ปะการังฟอกขาวในปี 58 ทำให้ปะการังในเกรทแบริเออร์รีฟตายถึง 30% โดยเฉพาะในตอนบน (ตั้งแต่ port douglas ขึ้นไป มีไซต์งานในอดีตที่ผมทำเคยทำ 3 แห่ง) หลังจากนั้น ยังมีการฟอกขาวซ้ำในปีถัดมา ทำให้เกิดปะการังตายในอีกบางพื้นที่ แม้ในปัจจุบัน หลายแห่งก็ยังไม่ฟื้นตัว หรือฟื้นตัวน้อย พื้นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด น่าจะคล้ายคลึงกับพื้นที่เคยเกิด เช่น รอบเกาะภูเก็ต พีพี ตรัง หมู่เกาะสุรินทร์ (ในอดีตเคยเกิดครั้งใหญ่จนปะการังตายจำนวนมาก เพิ่งจะเริ่มฟื้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามอ่าวต่างๆ ที่น้ำตื้น น้ำไหลเวียนไม่ค่อยดี เช่น อ่าวมาหยา ในช่วงเวลาน้ำตาย (พระจันทร์ครึ่งดวง) อาจทำให้น้ำร้อนแช่นาน ต้องติดตามปะการังที่ไปฟื้นฟูกันไว้ข้อมูลกระแสน้ำที่ม.เกษตรศาสตร์ทำไว้ในอ่าวมาหยา ชี้ให้เห็นว่า น้ำในช่วงนั้นจะแช่นานหน่อยครับ โดยสรุปแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือปีนี้เกิดเร็วหน่อย แค่เข้าต้นเดือนพฤษภาคมก็เริ่มฟอกบางจุดแล้ว ปีที่ผ่านมา ปะการังเริ่มฟอกขาวปลายเดือนพฤษภาคม เรามีฝนเข้ามาช่วย ทำให้แดดน้อยลง คลื่นพัดไปมา ช่วยให้น้ำไหลเวียนดี ฝนยังช่วยทำให้อุณหภูมิน้ำต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่ปีนี้มาเร็ว แม้ฝนอาจเริ่มเข้าภาคใต้บ้าง แต่อาจไม่ต่อเนื่อง ต้องคอยช่วยกันลุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, นักวิชาการทางทะเล, น้ำทะเลร้อน, ปะการัง, ปะการังฟอกขาว, ภาวะโลกร้อน, สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca533117348.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
