<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันปิโตรเลียมฯผนึกเอกชนลุยใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมปลดระวางสร้างปะการังเทียม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย. 2563 สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โดยคณะทำงาน &amp;nbsp;Rig to Reef (ภายใต้ E&amp;amp;P STC) ได้นำคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจาก นักวิชาการ ผู้ประกอบการผลิตปิโตรเลียมในทะเล สถาบันปิโตรเลียมฯ และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มาสังเกตการณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม จำนวน 7 ขาแท่น &amp;nbsp;ไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&amp;rdquo; ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (เชฟรอนฯ) และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนย้ายขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Jacket) ขาแท่นที่ 7 จากแหล่งปลาทอง บริเวณกลางอ่าวไทย &amp;nbsp;มาวางในพื้นที่ที่ ทช.กำหนดเพื่อการอนุรักษ์ อยู่ห่างจากเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ~15 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการนี้ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการนำขาแท่นผลิตหลุมปิโตรเลียม มาวางเป็นปะการังเทียม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งหลบภัยและอนุบาลสัตว์น้ำ ช่วยให้ปะการังธรรมชาติกลับมาเติบโต พัฒนาเป็นแหล่งดำน้ำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ในอ่าวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ขาแท่นทั้ง 7 ขาแท่นนี้ เป็นขาแท่นผลิตที่ปลดระวางแล้ว ซึ่ง ทช. ได้รับมอบจากบริษัท เชฟรอนฯ โดยได้รับความเห็นชอบในการเคลื่อนย้ายและนำมาจัดวางเป็นปะการังเทียมจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และกรมประมง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดกับระบบนิเวศทางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของอุปกรณ์ที่เป็นส่วนบนของแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (wellhead topsides) ได้ตัดแยกจากขาแท่น และนำขึ้นฝั่งไปจัดการรื้อถอนบนบกอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาแท่นผลิต, ขาแท่นผลิตหลุมปิโตรเลียม, ปะการังเทียมกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6deac53024c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯพังงานำทีมนักดำน้ำ นำรถชอปเปอร์วางเป็นปะการังเทียมใต้ทะเลเขาหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก นายชูชาติ อ่อนเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.จังหวัดพังงา นายบุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงจังหวัดพังงา และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันทำพิธีวางรถชอปเปอร์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ลงไปในทะเลเพื่อจัดทำเป็นปะการังเทียมในอุทยานเรียนรู้ใต้ทะเลเขาหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ว่าฯพังงาได้ลงดำน้ำลึกนำรถไปจัดวางตามจุดพร้อมกับขี่โชว์ใต้น้ำ ซึ่งจะกลายเป็นปะการังเทียม ให้สัตว์ทะเลชนิดต่างๆใช้เป็นที่อยู่อาศัยและยังเป็นจุดดำน้ำลึกที่นักดำน้ำ สามารถมาดำน้ำชมความงามของท้องทะเลเขาหลัก ซึ่งมีสวยงามไม่แพ้ทื่อื่น จะทำให้นักดำน้ำไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงเกาะสุรินทร์ หรือเกาะสิมิลัน เป็นการกระจายนักท่องเที่ยวออกจากจุดดำน้ำสำคัญเพื่อไม่ให้รบกวนทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเลมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ใต้ทะเลแห่งแรกของทวีปเอเชีย โดยมีระยะห่างจากชายหาดเขาหลักประมาณ 6 &amp;nbsp;กิโลเมตรเท่านั้น ระดับน้ำลึกที่ 15 เมตร ในเนื้อที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร และก่อนหน้านี้ได้มีการนำยุทโธปกรณ์ที่ปลดระวางแล้วประกอบด้วย รถถังปลดประจำการจำนวน 10 คันเรือ ต.13 ประติมากรรมเต่าตนุ เต่ามะเฟืองและเต่าในจินตนาการวางในทะเล เพื่อป้องกันระบบนิเวศทางทะเลจากการทำประมง และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลให้มีความสมบูรณ์มีการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพัฒ กล่าวว่า โครงการนี้จังหวัดพังงา มูลนิธิรักษ์เขาหลัก กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ทัพเรือภาคที่ 3 ภาคเอกชนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มีความเห็นร่วมกันจะวางแผนทำโครงการเพิ่มศักยภาพอุทยานใต้ทะเลเขาหลักให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำให้เสร็จสมบูรณ์ และมีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง นอกจากหมู่เกาะสิมิลัน รูปแบบจะเป็นแหล่งดำน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น จัดวางสิ่งประดิษฐ์ยุทโธปกรณ์หรือประติมากรรมจำลองเล่าเรื่องราว รวมทั้งประติมากรรมเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบอุทยานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หรือพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวเหมือนกับต่างประเทศที่มีการสร้างเมืองจำลองใต้ทะเล เช่น สหรัฐ &amp;nbsp;เม็กซิโก โดยต้นปี 2561 มูลนิธิรักษ์เขาหลัก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาหลักมีแนวคิดทำประติมากรรมเพิ่มเพื่อความหลากหลาย ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจึงประสานกับบริษัทพาวเวอร์สเตชั่นมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ฮาลีย์-เดวิดสัน เพื่อขอบริจาครถสำหรับนำมาจัดวางเป็นประติมากรรมใต้ท้องทะเล โดยมีมูลนิธิรักษ์เขาหลักเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34456</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, จุดดำน้ำทะเลพังงา, ปะการังเทียมกลาง, มูลนิธิรักษ์เขาหลัก, รถชอปเปอร์, อุทยานเรียนรู้ใต้ทะเลเขาหลัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1758b96d56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือสุดยอด!กู้ชีวิต 12 นักตกปลากลางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 61 -&amp;nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่2สงขลา ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากเรือประมงชื่อพงษ์ศิริ ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวตกปลา ว่าเรือเพลาหลุดจากสภาพคลื่นลมแรงทำให้ไม่สามารถเข้าฝั่งได้ &amp;nbsp;โดยมีผู้ที่ติดอยู่ในเรือจำนวน 12 คน และต้องลอยลำอยู่บริเวณปะการังเทียมกลางทะเลห่างจากฝั่งปากบางนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ราว 5 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงได้ส่งเรือคีรีรัฐ เข้าไปให้การช่วยเหลือ และต้องใช้วิธีนำเรือยางออกไปรับผู้ที่ติดอยู่ในเรือพงษ์ศิริ กลับมาขึ้นเรือคีรีรัฐได้อย่างปลอดภัย และพาเดินทางกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา จำนวน10 คน ส่วนอีก 2 คน ซึ่งเป็นคนขับพร้อมลูกเรือ ยังคงอยู่เฝ้าเรือเพื่อรอซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือลำนำนี้ได้นำนักท่องเที่ยวพร้อมลูกเรือรวม 12 คนออกไปตกปลาตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ แต่ปรากฏว่าช่วงเกิดเหตุเพลาเกิดหลุดไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือมายังศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่2สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาพคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยในระยะ1-2วันนี้เริ่มกลับมาแปรปรวนอีกครั้ง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้แจ้งเตือนให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, กู้ชีวิต, นักตกปลา, ปะการังเทียมกลาง, พล.ร.ท.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa3e942c93d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
