<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กลุ่มทะลุแก๊ส’ เปิดศึกรายวันปะทะ คฝ.แยกดินแดง อีกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64 ที่สามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นสมรภูมิของกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงและกลุ่มอาชีวะสายฮาร์ดคอร์ที่ออกมาปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณสามแยกดินแดง ถนนวิภาวดี และชาวบ้านที่พักอาศัยที่แฟลตดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา กระสุนยาง มลภวะทางเสียง ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งวานนี้ (21 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจปรับกลยุทธ์นำตู้คอเทนเนอร์ที่วางกั้นก่อนถึงหน้า รพ.ทหารผ่านศึกษา ออกเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนและลดการปะทะของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ยังไม่เป็นผลเมื่อกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงยังคงเดินหน้าก่อความวุ่นวายโดยนำอาวุธประกอบด้วย ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ ระเบิดไปบอม ระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่เหมือนเช่นเคยทุกวัน เผาทำลายทรัพย์สินของราชการและเอกชนได้รับความเสียหาย ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะปรับกลยุทธ์ในการสกัดกั้นป้องกันรักษาพื้นที่ รวมทั้งสืบสวนสอบสวนหาแหล่งจำหน่วยวัตถุคล้ายระเบิด ระเบิดปิงปอง พลุไฟ ที่นำมาใช้ในการก่อเหตุและจับกุมยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก แต่พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ปรับกลยุทธ์โดยนำระเบิดขึ้นเองและมีอานุภาพที่รุนแรงเข้ามาใช้ก่อเหตุเพิ่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น. ตามที่ &amp;ldquo;กลุ่มทะลุแก๊ส&amp;rdquo; ได้นัดหมาย ได้เริ่มมารวมตัวกันที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยใช้รถ จยย.เป็นยานพาหนะขับวนไปมาพร้อมบีบแตรส่งเสียงดัง ขณะที่การรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งแนวตู้คอนเทเนอร์ปิดถนนวิภาวดีแต่อย่างไร โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้และรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่จอดพักคอยภายในกรมดุริยางทหารบก การจราจรยังสามารถเปิดใช้ได้ตามปกติ เวลา 17.05 น.ประทัดนัดแรกดังขึ้นจากเด็กอายุประมาณ 7-8 ขวบ ที่มากับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เวลาผ่านไปเพียง 10 นาที กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถูกนำออกมาปฐมพยาบาลได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้ามีบาดแผลที่ระหว่างคิ้วเลือดอาบ โดยอ้างว่าถูกยิงด้วยกระสุนยาง&amp;nbsp;จากนั้นก็มีเสียงระเบิดปิงปองดังขึ้นเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 17.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าประชิดกับกำลังควบคุมฝูงชนที่พักคอยอยู่ในกรมดุริยางทหารบก ได้พยายามปาประทัดใส่เจ้าหน้าที่เพื่อยั่วยุ ซึ่งขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ประกาศขอให้ยุติติการกระทำเพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศว่า &amp;ldquo;นี้เป็นเสียงประกาศจากพี่ตำรวจขออ้อนวอนให้น้องๆแยกย้ายกลับบ้าน มีวิธีการต่อสู่ที่ถูกต้อง การกระทำกำลังทำผิดกฎหมายจะกระทบต่ออนาคตได้ขอให้หยุดการกระทำ&amp;rdquo; แต่ปรากฏว่ายังมีการปาระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ใส่เจ้าหน้าที่อยู่ตลอด เจ้าหน้าที่ยังไม่ใช้กำลังเข้าสลายพยายามประกาศเตือนก่อนตามยุทธวิธี ใช้ความอดทนอดกลั้น แต่สถานการณ์เริ่มบานปลายเจ้าหน้าที่ได้นำรถฉีดน้ำเข้าสลายการชุมนุมทันที กลุ่มผู้ชุมนุมต่างแตกฮือหลบหนีกระเจิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุแก๊ส, คฝ., ปะทะ, ม็อบ, สามเหลี่ยมดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61222ba4a0b50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพศาล ชี้พื้นที่ดินแดงกลายเป็น&#039;สนามฝึกสงครามจรยุทธ์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;nbsp;สนามฝึกสงครามจรยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ม็อบขับไล่นายกฯ ได้ขยายตัวทั้งใน กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด โดยลักษณะการจัดม็อบเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง คือประกอบด้วย 3 แนว ได้แก่ ม็อบมวลชน ม็อบมอเตอร์ไชค์ &amp;nbsp;และม็อบขบวนรถยนต์ ถ้าสักวันหนึ่งทุกสายหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ ปิดล้อมเป้าหมายสำคัญ แล้วจะว่าอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 การชุมนุมในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นรายวัน ในลักษณะต่างคนต่างมา กำลังกลายเป็นสนามฝึกซ้อมปฏิบัติการจรยุทธ์ในเมือง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในแถบนั้น ผลักดันให้ประชาชนย่านนั้นเข้าร่วมกับม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทุกวันมีเสียงระเบิดจากประทัดยักษ์ การยิงแกสน้ำตานาทีละหลายครั้ง คละคลุ้งด้วยควันจากแก๊สน้ำตา จนชาวแฟลทต้องอพยพด้วยความคับแค้นและเกลียดชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ม็อบรายวันพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง กำลังเรียนรู้เรื่อง &amp;quot;เอ็งมาข้ามุด เองหยุดข้าแหย่&amp;quot; ทำให้เจ้าหน้าที่อ่อนล้าลงทุกวัน ในขณะที่เบี้ยเลี้ยงก็ไม่ได้รับถึง 8 เดือนแล้ว
เหล่านี้คือลักษณะปราชัยในงานมวลชน ซึ่งอาจแปรเปลี่ยนทำให้เจ้าหน้าที่แปรพักตร์ แบบอัฟกานิสถานได้
และถึงวันนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ที่สำคัญคือ ดูเหมือนว่าไม่มีแนวความคิดใดๆในการแก้ปัญหานี้
ลองฟังเสียงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตามโซเซียลต่าง ๆ ดูบ้างก็อาจจะได้ยินเสียงแปร่งขึ้นทุกวัน
จะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้หรือ?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114099</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ปะทะ, ม็อบ, สามเหลี่ยมดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a66e21cb43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังไม่งัดกฎหมายพิเศษหลังเหตุม็อบชนม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์และการปะทะกัน 2 กลุ่มผู้ชุมนุมว่าได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมจากสื่อต่างๆ และการรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ได้พบปะหารือกันเพื่อหาแนวทางที่ปลอดภัยให้กับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย และให้ความเป็นธรรมในเรื่องของสิทธิการชุมนุม ก็ขอให้ทำถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งเรื่องการขออนุญาต การอนุมัติ และต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ท่านก็เห็นแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด ทั้งนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะพิจารณาเองในการดำเนินการ ส่วนเรื่องในสภาก็เป็นเรื่องของสภา ผมเป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งรัฐบาลนี้มีหน้าที่ในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะแก้อย่างไรให้ว่ากันมา ไม่ใช่ว่านายกฯจะไปสั่งใครได้ทั้งหมด เป็นเรื่องกลไกของรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;rdquo;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เท่าที่ดูสถานการณ์น่าจะทวีความรุนแรงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า ก็นั่นน่ะสิ ทุกคนก็เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นความเข้มข้นและเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องมีมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก อีกทั้งได้เคยประกาศไปแล้วว่าต้องไม่มีการใช้ความรุนแรงใส่กัน แต่วันนี้มีประจักษ์พยานชัดเจนมีรูปถ่ายทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ วันนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเขาพยายามที่จะทำด้วยความนุ่มนวลละมุนละม่อม แต่ก็มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บหลายนาย ก็ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจจะทำไม่ได้ในระหว่างที่มีการชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก แต่กฎหมายสามารถตามได้ทุกคนที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวตอบทันทีว่า ไม่มีไม่จำเป็น เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรดีขณะนี้ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ นายกฯ กล่าวว่า ก็ไปถามเขาสิ ถ้าอ้างสิทธิ์ในการชุมนุมที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายมันคืออะไร จะไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่นหรือไม่ ต้องไปดูกฎหมายลูกด้วยมีการเขียนไว้ 2-3 วรรค ในมาตราที่อ้างกันไว้ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่น ต่อไปใครจะไปจะมา หรือใครจะกล้าเข้ามาลงทุน ถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงเป็นอยู่แบบนี้ ความเชื่อมั่นของเราในสายตาต่างประเทศก็ลดลง และทำให้การค้าระหว่างประเทศต่อไปจะทำกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราจะต้องเร่งเสริม ในเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่า เราต้องคำนึงถึงคนทั้งประเทศด้วยเขาเดือดร้อนมากในเรื่องของความเป็นอยู่ อาชีพรายได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังหามาตรการดูแลอยู่ ขณะเดียวกันเราต้องพึ่งพาอาศัยการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศเขาต้องดูความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในทรัพย์สินของเขาที่จะมาลงทุนในประเทศไทย และสถานการณ์วันนี้มันยังไม่ใช่เวลา แต่ก็ไม่ขัดข้องถ้าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เป็นเรื่องของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายกฯถึงกับร้องอ้าว พร้อมกล่าวว่าก็นี่ไงทำงานมาให้ถึงวันนี้ การที่จะบริหารราชการแผ่นดินมันต้องใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้ มันไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า อาจมีการยกระดับการชุมนุมเพื่อเพิ่มแรงกดดันไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ให้ลาออกจากตำแหน่ง ตามข้อเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องกี่ข้อก็ต้องไปดู สื่อต้องหารายละเอียดบ้างว่า แต่ละข้อเรียกร้องทำได้หรือไม่ได้ หรือทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะว่าอย่างไร ถ้าสื่อไม่ศึกษาตรงนี้แล้วมาถามตนอย่างเดียว บางครั้งก็ตอบไม่ถูกเพราะตนก็ต้องพิจารณาจากหลายมิติ และหลายประเด็น ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ว่าจะอย่างไรคนส่วนใหญ่ในสังคมจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเฉพาะข้อที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็เป็นเรื่องของสังคม จะมาถามอะไรผม ไม่ว่าผมจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจ อยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าในฐานะนายกฯข้อเรียกร้องข้อที่ 3 คนไทยทั้งประเทศไม่น่าจะเห็นด้วยใช่หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวตนก็มีอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถไปตอบแทนคนไทยทั้งประเทศได้ เป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมด เพราะเราเป็นประเทศประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตามต้องอยู่ภายในกรอบและกลไก และกระบวนการที่ถูกต้อง จะทำอะไรก็ตามมันต้องมีกระบวนการ มีกลไก และกฎหมายทุกตัว ถ้าไม่นำมาพิจารณาเลยก็จะไปซ้ายทีขวาที ซึ่งไม่ได้ ตนยืนยันในหลักการของตัวเอง เมื่อถามว่านายกฯมีแนวทางเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบอย่างไร นายกฯกล่าวว่า เขาก็ป้องกันอยู่แล้ว ในภาพก็เห็นกันอยู่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84244</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปะทะ, ผู้ชุมนุม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4c2bbe3ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เสียใจเหตุปะทะหน้ารัฐสภาหวังลดอารมณ์ชุมนุมสันติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงเหตุปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายบริเวณรัฐสภาว่า เราไม่อยากให้เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเสียใจกับผู้บาดเจ็บทุกคน และอยากให้ชุมนุมโดยสันติ ลดอารมณ์ลงมา ส่วนความคิดต่างเกิดขึ้นได้ แต่อย่าใช้อารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความเป็นห่วงที่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;rdquo;ผมก็เป็นห่วงและฝากเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด และไม่อยากให้มีการใช้อาวุธอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมอีกครั้งที่แยกราชประสงค์ ในวันนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า ก็อยากให้ชุมนุมโดยสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีที่มีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้ผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายออกมาปะทะกันเอง รองนายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ก็ดูแล แต่ผู้ชุมนุมมีหลายฝ่าย หลายข้าง หลายด้าน และไม่รู้จะเกิดขึ้นตรงไหน ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปะทะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb49a2c9c43c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แกนนำศ.ป.ป.ส.&#039;ยันไม่มีปะทะพร้อมสลายตัว5โมงเย็น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.63-นายจักรพงษ์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน(ศ.ป.ปส.) กล่าวว่า วันนี้มาสังเกตการณ์การณ์ การจาบจ้วง ดูหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งจากการสังเกตมีการแต่งตัวล้อเลียน และใช้คำพูดเสียดสีเหมือนเดิม และมีการใช้วาจาเพิ่มระดับขึ้นไปอีก ซึ่งการชุมนุมของเราจะเป็นการปักหลักเพื่อสังเกตการณ์เท่านั้น เพื่อนำเสนอข้อมูลให้พี่น้องชาวไทยได้รับทราบว่าการกระทำของบุคคลพวกนี้ เหมาะสมแล้วหรือไม่และในเวลา 15.00 น.ตนจะปราศรัยอีกครั้ง &amp;nbsp;เพื่อแถลงจุดยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอความร่วมมือกลุ่มศ.ป.ป.ส. อยู่ประจำบริเวณนี้ห้ามลงถนน เหมือนช่วงบ่ายที่ผ่านมา การจัดกิจกรรมในวันนี้ เราจะรวมตัวกันถึง 17.00 น. ก็จะแยกย้าย แต่ถ้ามีเหตุการณ์ล่อแหลมเราก็จะขยับเวลาแยกย้ายให้เร็วขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกัน ยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ม็อบชนม็อบแน่นอน ล่าสุดผมได้รับรายงานว่าจะมีคนใส่เสื้อเหลือง แฝงตัวเข้ามาป่วนเพื่อทำให้กลุ่มคนรักสถาบันดูไม่ดี ยืนยันว่าทางกลุ่มจะดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83174</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, ปะทะ, ศ.ป.ป.ส., อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa7a3d766730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุรอบใหม่ ฮ่องกงปลุกทั่วโลกชุมนุมต้านจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงนับหมื่นคนท้าทายกระสุนแก๊สน้ำตาของตำรวจ ออกมาเดินขบวนประท้วงอีกเมื่อวันอาทิตย์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเดินขบวนประท้วงในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อต่อต้านรัฐบาลจีนก่อนหน้าวันเฉลิมฉลองครบ 70 ปีการก่อตั้งจีนคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางบนถนนระหว่างปะทะกับตำรวจ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันครบรอบการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน อังคารที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลปักกิ่งเตรียมจัดการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งรวมถึงพิธีสวนสนามกลางกรุงปักกิ่งที่จะยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งในประวัติศาสตร์ แต่สถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมานาน 4 เดือน จากความโกรธแค้นที่เขตกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้กำลังถูกลิดรอนเสรีภาพมากขึ้น อาจทำลายบรรยากาศของการเฉลิมฉลองของจีนในวันชาติจีน ที่ผู้ประท้วงฮ่องกงเรียกว่า &amp;quot;วันแห่งความโศกเศร้า&amp;quot; นี้ โดยนักเคลื่อนไหวประกาศกันแล้วว่า พวกเขาจะจัดการประท้วงอย่างต่อเนื่องจนถึงวันชาติจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน ว่านักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียและห้องสนทนาออนไลน์ ให้ผู้สนับสนุนทั่วโลกออกมาชุมนุมประท้วง &amp;quot;ต่อต้านเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ&amp;quot; ในวันอาทิตย์ โดยมีรายงานว่าผู้สนับสนุนฮ่องกงออกมาเดินขบวนที่ออสเตรเลียและไต้หวัน และคาดว่าจะมีการเดินขบวนในยุโรปและอเมริการาว 40 ประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไต้หวัน ผู้ประท้วงประมาณ 1,000 คนออกมาชุมนุมกันท่ามกลางสายฝน หลายคนแต่งชุดดำเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ประท้วงในฮ่องกง ส่วนที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย มีผู้ประท้วงนับพันคนออกมาเดินขบวน บิลลี แลม ชาวฮ่องกงวัย 25 ปีที่ศึกษาอยู่ในออสเตรเลีย กล่าวว่า เขาเศร้าทุกคืนเมื่อได้ดูวิดีโอถ่ายทอดสดเหตุการณ์ในฮ่องกงผ่านทางเฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดียอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงในฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์เกิดการปะทะรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสัปดาห์ ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา, กระสุนยาง และฉีดน้ำแรงดันสูง ขับไล่ผู้ประท้วงหัวแข็งกร้าวที่ขว้างปาก้อนอิฐและระเบิดขวดตอบโต้ตำรวจในหลายสถานที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะทะเกิดขึ้นก่อนหน้าการเดินขบวนประท้วงที่ท้าทายคำสั่งห้ามของตำรวจ เมื่อฝูงชนที่อารมณ์โกรธแค้นชุมนุมกันภายในเขตคอสเวย์เบย์ที่เป็นแหล่งชอปปิง พากันรุมล้อมและโห่ใส่ตำรวจที่เรียกตรวจต้นประชาชน ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ แต่กลับทำให้ผู้ประท้วงรวมตัวกันมากขึ้นเป็นหลักหมื่นคนและเริ่มเดินขบวนไปตามท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงหัวแข็งบางรายทำลายข้าวของที่สถานีรถไฟใต้ดิน ฉีกทำลายป้ายข้อความเกี่ยวกับการฉลองครบรอบ 70 ปี และจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางที่สร้างขึ้นแบบชั่วคราว ผู้ประท้วงหลายคนเดินขบวนโดยถือ &amp;quot;ธงไชนาซี&amp;quot; ที่ใช้ธงชาติจีนมาดัดแปลงแก้ดาวสีเหลืองบนพื้นสีแดงให้เป็นเครื่องหมายสวัสติกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายชั่วโมงในหลายสถานที่ทั่วใจกลางฮ่องกง ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง มีผู้ประท้วงถูกจับกุมหลายราย ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เห็นกลุ่มชายคลุมหน้าใช้ไม้โบยตีผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเขตหว่านไจ๋ ยังไม่ชัดเจนว่าชายเหล่านี้เป็นตำรวจที่แต่งตัวเป็นผู้ประท้วงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฮ่องกงหลายแสนคนออกมาชุมนุมกันอย่างสันติเมื่อคืนวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำขับไล่ผู้ประท้วงกลุ่มเล็กๆ ที่ปาก้อนอิฐและระเบิดเพลิงใส่อาคารของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์นี้นักศึกษาวางแผนจะนัดหยุดเรียนประท้วง 1 วัน ส่วนในวันอังคาร นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาชนแต่งชุดดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานของแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า แลมจะเดินทางไปกรุงปักกิ่งเพื่อร่วมพิธีฉลองวันชาติในวันอังคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง 70 ปี, ประท้วง, ปะทะ, ฮ่องกง, เดินขบวนต้านจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90b0a709da3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
