<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ‘ทอน’เถื่อน! ชุมนุมด้วยระเบิดปิงปองพัง‘พระบรมฉายาลักษณ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; โผล่ปั่นม็อบด้วยตัวเอง เชิญชวน &amp;ldquo;ราษเก็ต&amp;rdquo; ทั่วทุกหมู่เหล่ามารวมตัวกันที่สนามราษฎร์ ได้ผลม็อบถ่อยดึงตู้คอนเทนเนอร์ ปะทะตำรวจเดือด ปาระเบิดปิงปองว่อนตามเคย ส่วน &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ยังสบายดี แต่โดนหมิ่นศาลอีกกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร จำเลยคดี ป.อาญา ม.112 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัว ลุกขึ้นอ่านแถลงการณ์ประท้วงอดอาหารในห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2564 นั้น ล่าสุดศาลจะมีการนัดไต่สวนข้อหาละเมิดอำนาจศาลต่อนายพริษฐ์ กรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยในห้องพิจารณาคดี ในวันที่ 22 มี.ค.2564 เวลา 13.30 น. จะมีการเบิกตัวจำเลยมาเพื่อไต่สวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการประมวลข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ที่ประชาชนสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ทางกรมราชทัณฑ์จะแถลงข่าวทุกวันในเวลา 10.00 น. ในประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของประชาชนหรือคนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าว โดยนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะเป็นผู้แถลง ทั้งนี้ยืนยันว่าวันนี้ทุกคนปลอดภัย ไม่มีอะไรเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย เรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นเกิดจากผู้ถูกคุมขังอยากอยู่ร่วมในที่เดียวกันห้องเดียวกัน ซึ่งเราอนุญาต แต่หากปัญหามากขึ้น ทางราชทัณฑ์จะพิจารณาใหม่ เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายพริษฐ์ที่อดอาหารมา 3 วันแล้ว สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง นายธวัชชัยตอบว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีการตรวจสุขภาพของนายพริษฐ์ ซึ่งผลออกมาว่าสุขภาพโดยทั่วไปยังดี ความดัน การเต้นของหัวใจ และระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถือว่าสุขภาพยังปกติดีอยู่ ซึ่งทางเรือนจำมีการติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่องตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม wevo อาจโดนทำร้ายและถูกสั่งฆ่าในคุก นายธวัชชัยกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง ทางกรมราชทัณฑ์กำลังรวบรวมเอกสารดำเนินคดีกับผู้โพสต์และเผยแพร่ข่าวนี้อยู่ ตนขอยืนยันข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะในเรือนจำมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดตามมาตรการ ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการชุมนุมของกลุ่ม &amp;ldquo;รีเดม&amp;rdquo; ที่นัดชุมนุมใหญ่เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่มีแกนนำในช่วงเวลา 18.00-21.00 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันเสาร์ ฝ่ายความมั่นคงได้พิจารณาใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 22 กองร้อย หรือประมาณ 3,300 นาย มี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตํารวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยขณะนี้ยังคงมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 รวมถึงที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้พื้นที่สนามหลวงเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากใกล้กับเขตพระบรมมหาราชวัง หรือเขตพระราชฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของทหารได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบจากกองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ประมาณ 50 นาย เตรียมพร้อมดูแล ณ พื้นที่ตั้ง เนื่องจากเป็นหน่วยที่อยู่ใกล้กับเขตพระบรมมหาราชวังมากที่สุด เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่ แต่ไม่ได้ออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามหลวงว่า มีการนำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามหีบเพลงมาวางปิดกั้นพื้นที่บริเวณประตูทางเข้าฝั่งถนนมหาธาตุ ตรงข้ามกับ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นแนวยาวผ่านกลางสนามหลวงไปจนถึงหน้าศาลฎีกา เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมฝ่าไปบริเวณพระบรมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พบว่าก่อนการชุมนุมมีการเรียกระดมพลโดยทวิตเตอร์ @Thanathorn_FWP ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ภาพเจ้าตัวในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงลายสก็อต ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าขาสั้นหรือขายาว พร้อมทั้งสเกตบอร์ดที่สกรีนคำว่า #SAVETHAIDEMOCRACY เผด็จการต้องจบที่รุ่นเรา ตัวการ์ตูนชู 3 นิ้ว โลโก้คณะก้าวหน้า ระบุว่า &amp;quot;ขอเชิญชวน &amp;ldquo; ราษเก็ต&amp;rdquo; ทั่วทุกหมู่เหล่า มารวมตัวกันเย็นนี้ที่สนามราษฎร์ หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม ใช้เสรีภาพและศิลปะของเราวาดลวดลายแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ ส่งสารของพวกเราดังๆ ว่า &amp;ldquo;ปล่อยเพื่อนเรา&amp;rdquo; #คณะราษเก็ต #ม็อบ20มีนา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีรายงานว่าในการชุมนุมจะมีการแจกหนังสือคำปราศรัยของนายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำราษฎร ที่ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ซึ่งต่อมาทวิตเตอร์ &amp;quot;TLHR/ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;quot; ได้ทวีตข้อความว่า ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าค้นออฟฟิศของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เพื่อยึดหนังสือสถาบันกับสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.40 น. ที่ ถ.ราชดำเนินใน ริมสนามหลวง มวลชน REDEM ทยอยเดินทางมาชุมนุม โดยกิจกรรมมีการนัดพับจดหมายเป็นเครื่องบินส่งข้ามรั้ววัง ส่วนเพจศิลปะปลดแอกได้นัดเต้นแอโรบิก เล่นสเกตบอร์ด และเล่นว่าว ขณะที่กลุ่มเพื่อนอานนท์ นัดอ่านหนังสือ &amp;quot;สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย&amp;quot; ที่มีเนื้อหาถอดเทปปราศรัยของนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อตำรวจได้ทำความเข้าใจเรื่องการชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลับถูกผู้ชุมนุมโห่ไล่กดดันจนต้องล่าถอยไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.45 น. หลังผู้ชุมนุมยืนออกันหน้าตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมาก ได้ทำการผูกแล้วลากจนสามารถนำตู้คอนเทนเนอร์ออกได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศสั่งให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมทันที พร้อมเตือนว่ารถฉีดน้ำแรงดันสูงมีความพร้อมแล้ว หากฝ่าฝืนหรือกระทำการใดที่ทำลายทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย แต่กลับถูกผู้ชุมนุมปาระเบิดปิงปองใส่หลายลูกจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ควันท่วมไปทั้งบริเวณ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฉีดน้ำใส่ทันที แต่เป็นการฉีดขึ้นฟ้า ทำเอาผู้ชุมนุมเปียกปอนไปตามๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ ผู้ชุมนุมพยายามจะดึงตู้คอนเทนเนอร์ออกอีก กระทั่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์กรูออกมาและปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม จากนั้นสถานการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้ชุมนุมบางส่วนถอยร่น บางส่วนขว้างปาเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.24 น. นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ แกนนำกลุ่มราษฎรนนทบุรี ประกาศบนรถขยายเสียงของกลุ่มคนเสื้อแดง ให้ผู้ชุมนุมถอนตัวเข้าสนามหลวง อย่าปะทะ แต่ไม่เป็นผล ผู้ชุมนุมบางส่วนยังขว้างระเบิดปิงปองใส่ตำรวจ ขณะที่ตำรวจเริ่้มใช้กระสุนยาง ทำให้นายชินวัตรและผู้ชุมนุมต่างประกาศให้ผู้ชุมนุมพากันสลายตัวกลับทางสะพานพระปิ่นเกล้า โดยมีผู้ชุมนุมหลายคนถูกจับกุม ขณะที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เพจ REDEM ได้โพสต์ข้อความว่า ด่วนตำรวจประกาศจับกุมผู้ชุมนุมทั้งหมด และมีการใช้กระสุนยาง! หากใครต้องการกลับ ขอให้ออกจากพื้นที่ทันที! ขณะนี้ทางสะพานพระปิ่นเกล้ายังสามารถออกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังกลุ่มผู้ชุมนุมถอยไปทางสะพานพระปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังบริเวณเชิงสะพานผ่านพิภพลีลา ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ติดค้างอยู่บางส่วนซึ่งไม่มีส่วนร่วมในการก่อความรุนแรง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดทางให้ออกจากพื้นที่ในช่วงเวลา 20.45 น.&amp;nbsp; โดยมีการร้องขอให้สื่อมวลชนเดินนำหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการแฉภาพผ่านโซเชียลฯ ให้เห็นว่าผู้ชุมนุมบางรายพกปืนมาชุมนุม บางส่วนยิงหนังสติ๊กด้วยลูกแก้วใส่ตำรวจ และบางคนทำลายพระบรมฉายาลักษณ์บริเวณหน้าศาลฎีกาด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96724</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตู้คอนเทนเนอร์, ปะทะตำรวจ, ระเบิดปิงปอง, ราษเก็ต, สนามราษฎร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมิ่นศาล, แถลงการณ์ประท้วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210320/image_big_6055f0dd7bd24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ชุมนุมต้านเหยียดผิวปะทะตำรวจซีแอตเทิล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจในเมืองซีแอตเทิลฉีดสเปรย์พริกไทยและขว้างระเบิดแสงสลายการชุมนุมต่อต้านการเหยียดผิว ซึ่งไม่พอใจแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะนำเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐบาลกลางเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมต่อต้านการเหยียดผิวและความทารุณโหดร้ายของตำรวจที่จุดประกายจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ยังดำเนินต่อไปเมื่อวันเสาร์ และการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะนำเจ้าหน้าที่ความมั่นคงรัฐบาลเข้าควบคุมความสงบในอีกหลายเมือง ยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม โดยมีการชุมนุมในเมืองออสติน, ลุยเซียนา, นิวยอร์ก, โอมาฮา, ลอสแองเจลิส และริชมอนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ชุมนุมในเมืองซีแอตเทิลจุดไฟเผาตู้คอนเทนเนอร์ของไซต์ก่อสร้างอาคารศูนย์กักกันเยาวชนที่กระทำความผิด ตำรวจปราบจลาจลพยายามสลายการชุมนุมโดยใช้ระเบิดแสงและฉีดสเปรย์พริกไทยเข้าใส่ผู้ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมบางคนใช้ร่มป้องกัน
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเมืองซีแอตเทิลโพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อค่ำวันเสาร์ว่า จับกุมกลุ่มผู้ประท้วงไป 45 คน และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 21 นาย คาร์เมน เบสต์ ผู้บังคับการตำรวจเมืองซีแอตเทิลขอร้องให้ประชาชนในเมืองอยู่ในความสงบและประณามการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมืองพอร์ตแลนด์ที่ทรัมป์ส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจากรัฐบาลกลางเข้าเมืองไปแล้ว ยังคงมีการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ โดยการชุมนุมในช่วงแรกเป็นไปอย่างสงบ ผู้ชุมนุมเล่นดนตรี, เต้นรำ, เป่าฟองสบู่และนำกุหลาบแดงมาติดที่เครื่องกีดขวาง แต่เมื่อผู้ชุมนุมนำเชือกมาผูกที่เครื่องกีดขวางที่ตั้งอยู่รอบศาลของเมืองและพยายามดึงลงมา ทำให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม ตำรวจประกาศว่าพื้นที่นี้เป็นเขตจลาจล ตำรวจพอร์ตแลนด์และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงรัฐบาลกลางเข้าเคลียร์พื้นที่ โดยผู้ชุมนุมอย่างน้อย 2 คนโดนจับไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีแอตเทิล, ปะทะตำรวจ, ผู้ชุมนุมต้านเหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d9d9e1fabd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะฮ่องกงลาม ตำรวจชี้ใกล้ไร้ขื่อแป สหรัฐประณามความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังรุนแรงต่อเนื่อง ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกงปะทะตำรวจปราบจลาจลในย่านธุรกิจและภายในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งเมื่อวันอังคาร ตำรวจเตือนหลักนิติธรรมฮ่องกงใกล้ถึงจุดล่มสลาย สหรัฐประณามการใช้ความรุนแรงและเรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางระหว่างปะทะกับตำรวจภายในมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเผชิญหน้าระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจฮ่องกงเมื่อวันอังคารเกิดขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์รุนแรงเมื่อวันจันทร์ ที่ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงผู้ประท้วงคลุมหน้ารายหนึ่งบาดเจ็บสาหัส และผู้ประท้วงฝ่ายประชาธิปไตยราดน้ำมันจุดไฟเผาฝ่ายหนุนจีนภายหลังการทุ่มเถียงกัน เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทั้งคู่ยังมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้ประท้วงหลายพันคนที่เป็นพนักงานออฟฟิศออกมาชุมนุมในเขตเซ็นทรัลที่เป็นย่านธุรกิจที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติและร้านหรูหรา ผู้ประท้วงยึดถนนนานหลายชั่วโมง และร้องตะโกน &amp;quot;สู้เพื่อเสรีภาพ ยืนหยัดข้างฮ่องกง&amp;quot; ต่อมาผู้ประท้วงหัวแข็งกร้าวนับพันที่สวมชุดดำคลุมหน้า ใช้รถโดยสารคันหนึ่งปิดกั้นถนนสายหลักในย่านนั้น พวกเขาขว้างปาก้อนอิฐและสิ่งของ ก่อนจะล่าถอยเมื่อตำรวจยิงแก๊สน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการปะทะในย่านเซ็นทรัล การปะทะได้ลามเข้ารั้วมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ เป็นครั้งแรก ที่มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางขับไล่ผู้ประท้วงนับพันคนที่สร้างแนวกีดขวางรวมถึงใช้รถยนต์ปิดถนน ที่มหาวิทยาลัยซิตีผู้ประท้วงใช้สลิงช็อตยิงก้อนอิฐลงจากสะพานลอย นักเคลื่อนไหวคลุมหน้าสร้างแนวกีดขวางและปิดถนนที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง ส่วนที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค เกิดการปะทะเมื่อตำรวจพยายามจับกุมนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างชั่วโมงเร่งด่วนเช้าวันอังคาร ผู้ประท้วงปิดถนนหลายสาย โยนวัตถุสิ่งของกีดขวางรางรถไฟ ขัดขวางการเดินรถไฟใต้ดิน ทำให้การเดินทางเกิดความโกลาหลไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย โฆษกสำนักงานตำรวจฮ่องกงแถลงข่าวประณามผู้ประท้วงที่ก่อเหตุรุนแรง และว่าตำรวจมีหลักฐานนับไม่ถ้วนที่ชี้ว่าผู้ก่อจลาจลใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจอย่างไม่เลือกหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักนิติธรรมของฮ่องกงถูกผลักเข้าสู่ปากเหวของความล่มสลาย ผู้ก่อจลาจลคลุมหน้าใช้ความรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่ยั้งคิดด้วยความหวังว่าจะรอดตัว&amp;quot; กง วิงชุง โฆษกตำรวจฮ่องกงกล่าว และบอกด้วยว่า การทำร้ายผู้สนับสนุนจีนเมื่อวันจันทร์จะถูกสอบสวนเป็นคดีพยายามฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจอีกนายกล่าวปกป้องตำรวจใช้ปืนยิงผู้ประท้วงวันเดียวกันนั้นว่า ตำรวจนายนี้เผชิญภัยคุกคามไม่ใช่จากบุคคลเดียว แต่เป็นกลุ่มจัดตั้งที่พยายามแย่งปืนตำรวจ ปฏิกิริยาของเขาเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ เพื่อปกป้องตนเองและประชาชนในบริเวณนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ทำให้สหรัฐและอังกฤษเรียกร้องให้ผู้นำจีนและแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารฮ่องกง หาหนทางประนีประนอม มอร์แกน ออร์ตากุล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงด้วยว่า สหรัฐประณามการใช้ความรุนแรงของทุกฝ่าย และแสดงความเห็นใจเหยื่อความรุนแรงไม่ว่าจะมีความโน้มเอียงทางการเมืองอย่างไร และเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งตำรวจและผู้ประท้วง ใช้ความอดกลั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วง, ปะทะตำรวจ, สหรัฐประณาม, ฮ่องกง, เขตเซ็นทรัล, เหตุรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcab2d4080cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบฮ่องกงบู๊ตำรวจ หลังชุมนุมจี้อังกฤษป้องเสรีภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงชุมนุมอย่างสงบด้านนอกสถานกงสุลของอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องให้อังกฤษปกป้องเสรีภาพตามข้อตกลงที่เคยลงนามไว้กับจีนเมื่อ 30 ปีก่อน ก่อนที่ม็อบดีเดือดจะปะทะกับตำรวจด้านนอกสถานที่ราชการ ขว้างปาระเบิดขวดและก้อนอิฐ โดนตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและน้ำผสมสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยโดนตำรวจฉีดน้ำขับไล่ที่ด้านนอกศูนย์ราชการเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 / Nicolas ASFOURI / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฮ่องกงนับแสนคนฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของตำรวจออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสงบผ่านถนนสายต่างๆ ในฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 ขณะที่ผู้ประท้วงอีกนับพันคนไปชุมนุมด้านนอกสถานกงสุลอังกฤษ แต่การชุมนุมได้บานปลายเป็นความรุนแรงอีกครั้ง เมื่อนักเคลื่อนไหวที่พวกเขาเรียกกันเองว่า &amp;quot;ผู้กล้า&amp;quot; พยายามโจมตีอาคารที่ทำการของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้ประท้วงบางส่วนได้ขว้างปาระเบิดเพลิงใกล้อาคารสภานิติบัญญัติ และภายในสำนักงานของรัฐบาลกลาง บางคนขว้างปาก้อนอิฐใส่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ด้านนอกฐานทัพของกองทัพจีนในเขตแอดมิรัลตี และยังดึงป้ายสีแดงจัดเตรียมไว้สำหรับฉลองวันครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 1 ตุลาคม ลงมาจุดไฟเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปาระเบิดขวดตอบโต้ตำรวจด้านนอกศูนย์ราชการเมื่อวันอาทิตย์ / Isaac LAWRENCE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา และฉีดน้ำย้อมสีฟ้าขับไล่ผู้ประท้วงที่ปาระเบิดเพลิงตอบโต้ ทำให้ไฟลุกรถฉีดน้ำแรงดันสูงคันหนึ่ง ตำรวจออกแถลงการณ์แจ้งสถานการณ์ว่า ผู้ประท้วงหัวรุนแรงกำลังยึดถนนฮาร์คอร์ทในเขตแอดมิรัลตี ทำลายสำนักงานรัฐบาลกลาง และปาระเบิดเพลิงภายในอาคารหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงในฮ่องกงที่ผ่านพ้นมา 99 วัน มีชนวนเหตุจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน แต่ต่อมาได้พัฒนาเป็นการเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยและปกป้องเสรีภาพภายใต้หลักประกัน &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; ตามปฏิญญาร่วมปี 2527 ที่จีนและอังกฤษได้ลงนามกันไว้ก่อนที่อังกฤษจะส่งคืนฮ่องกงให้จีนเมื่อปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงเดินขบวนในเขตคอสเวย์เมื่อวันอาทิตย์ / Philip FONG / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงนับพันคนมาชุมนุมด้านนอกสถานกงสุลอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ตามที่ได้ประกาศนัดหมายกันไว้ พวกเขาพากันชูธงชาติเจ้าอาณานิคมเก่า ร้องเพลงชาติอังกฤษ และพากันร้องตะโกนเป็นภาษาอังกฤษว่า &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ ตายไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปฏิญญาร่วมจีน-อังกฤษเป็นโมฆะ&amp;quot; ข้อความในป้ายประท้วงด้านนอกสถานกงสุลอังกฤษ กล่าวถึงปฏิญญาร่วมจีน-อังกฤษ ที่กำหนดอนาคตของฮ่องกงภายหลังกลับคืนสู่อ้อมอกจีนและรับประกันเสรีภาพในเขตกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้ที่ไม่มีในจีนแผ่นดินใหญ่ และอังกฤษเคยประกาศไว้ว่า เป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายของอังกฤษที่ต้องทำให้มั่นใจว่าจีนปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ชุมนุมด้านนอกสถานกงสุลใหญ่อังกฤษ ชูพาสปอร์ตและป้ายข้อความเรียกร้องให้อังกฤษปกป้องประชาชนของตน / Nicolas ASFOURI / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงบางคนเรียกร้องให้อังกฤษหรือประเทศในเครือจักรภพมอบสัญชาติแก่ชาวฮ่องกงที่ต้องการออกจากเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วง, ปะทะตำรวจ, ม็อบฮ่องกง, สถานกงสุลอังกฤษ, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7e4057b36ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
