<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ส.จ.ขำช่วยเหลือชาวปะเหลียนจนตัวเองติดโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 &amp;nbsp;- สืบเนื่องช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แพร่กระจายลุกลามอย่างกว้างขวางในพื้นที่ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 65 ราย ในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน นายเสรี พิชัยรัตน์ อดีตรองนายก อบจ.ตรัง เผยว่า นายสมบัติ หรือ ส.จ.ขำ พิชัยรัตน์ ส.อบจ.ตรัง เขต 1 อ.ปะเหลียน ลูกชายติดเชื้อไวรัสโควิด19 เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากผลการตรวจสวอปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ผลจากการปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวปะเหลียน จนตัวเองต้องติดเชื้อโควิดไปด้วย แม้จะป้องกันตัวเองแล้วก็ตาม ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทีอาร์พีเอช (ตรังรวมแพทย์) ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ โชคดีที่ผลตรวจเชื้อไม่ลงปอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวอีกว่า วันนี้แม้ลูกชายติดเชื้อไวรัสโควิด แต่ยังเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ต้องกักตัวในพื้นที่ ต.ปะเหลียน อีกหลายรายจำเป็นแต่ได้ประสานทีมงานเพื่อให้การช่วยเหลือ ในส่วนของโรงครัวได้เปิดทำอาหารได้วันเดียวจำเป็นต้องปิดไป และต้องฝากขอบคุณกัลยาณมิตรมิตรทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุนนายกฯบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ อบจ.ตัง ส.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ กลุ่มรักการปั่น กลุ่มบ้านในนา กลุ่มรักษ์เมืองเหลียน โกหมี ปั๊มคาลเท็กซ์ โกบูรณ์การยาง อาจารย์อรุณ ทุ่ยอ้น อัยการนิพนธ์ อัยการสัมพันธ์ และอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายสมบัติ หรือ ส.จ.ขำได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องชาปะเหลียน ให้เข้มงวดในการดูแลตัวเองการ์ดอย่าง สวมหน้ากาอนามัย ล้างมือบ่อย และหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม เพราะว่าแม้ตนเองจะป้องกันอย่างรัดกุมแล้วก็ตามยังติดเชื้อ และฝากขอบคุณทุกคนทุกที่ห่วงใยโพสต์แห่ให้กำลังใจ สอบถามอาการมาล่าสุดดีขึ้นตามลำดับปลอดภัยแล้วเชื้อไม่ลงปอด ข่าวคืบหน้าจะรายงานต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112936</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, นายสมบัติ พิชัยรัตน์, ปะเหลียน, ส.จ.ขำ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611361b3c815c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> น้ำป่าถล่ม- ถนนขาด ชาวบ้านปะเหลียนร้องรัฐซ่อมถนนไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านใน ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ช่วยกันซ่อมถนนในหมู่บ้านให้ใช้ได้ชั่วคราว หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัดกัดเซาะจนขาด และไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชาวบ้านช่วยกันซ่อมแซมถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 14 บ้านสันติราษฎร์ ระหว่างซอยบ้านนายเลื่อน กับบ้านนายสร้อย &amp;nbsp;หลังจากที่ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัด เพราะมีฝนตกหนักหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้นจนส่งผลให้ถนนสายนี้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด และรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ &amp;nbsp;เนื่องจากเดิมทีได้มีการวางท่อระบายน้ำแค่เพียงแถวเดียว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และมีปริมาณมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประมาณ 40 ครัวเรือน ต้องช่วยกันซ่อมแซมถนนสายนี้ให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เพื่อใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร หรือสัญจรไปมา &amp;nbsp;โดยระดมเครื่องไม้เครื่องมือ รวมทั้งวัสดุต่างๆ ที่พอหาได้มาเร่งดำเนินการ เนื่องจากมีการแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ &amp;nbsp;อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วก็เคยมีเจ้าหน้าที่มาซ่อมแซมถนนตรงจุดนี้แล้วครั้งหนึ่ง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก &amp;nbsp;แต่ก็ไม่แข็งแรงมากพอที่จะรองรับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และมีปริมาณมากได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19946</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองขยะริมถนน, จังหวัดตรัง, น้ำป่า, ปะเหลียน, เทือกเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc433bb39773.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุดพบซากเรือโบราณ ปืนใหญ่ อายุกว่า200ปีที่ตรังคาดช่วงกบฏไทรบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคล่อง หูเขียว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ได้รับแจ้งจาก นายอัฐพงษ์ เจริญฤทธิ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ 4 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ว่าได้ขุดพบปืนใหญ่และข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณรวมทั้งโครงสร้างเรือ บริเวณภายในลำคลองสายเก่า ขนาดความกว้าง 5 เมตร ลึก 10 เมตร ที่ไหลผ่านสวนของ พลตรีสมใจ ชัยศิริอายุ 80 ปี อดีตทหารประจำการ ที่มีการปรับปรุงพื้นที่เพื่อทำการปลูกมะพร้าวจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายสมพรอ่อนชาติ ปลัดอำเภอ นายเสรี พันธุศักดิ์ วัฒนธรรมอำเภอ และ ด.ต.วัศพล เกลี้ยงจุ้ย ชปข.กอ.รมน.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงสถานที่พบชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน กำลังตกตะลึงและมุงดูปืนใหญ่ ขนาดความยาว 1.45 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 80ซม. ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม้กงเรือ 2 กง เสากระโดงเรือ 3 เสา ความยาว 10เมตร ไม้หัวเรือ 1 อัน และเศษกระเบื้อง เศษจาน เศษหม้อดินและเศษเครื่องสังคโลกจำนวนมาก ที่นำขึ้นมาจากลำคลองดังกล่าวมาตั้งไว้ด้านบน หลังจากช่วงเย็นของวานนี้ที่ผ่านมา(23 เม.ย.61) นายอัฐพงษ์ เจริญฤทธิ์ อายุ 30 ปีได้รับจ้างจากเจ้าของสวนดังกล่าวเพื่อขุดลอกคลองและปรับปรุงพื้นที่สวนระหว่างนั้นได้ขุดพบปืนใหญ่และเศษซากเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งโครงสร้างเรือ ก่อนแจ้งไปยังผู้นำท้องถิ่นให้เข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีสมใจ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในอดีตเมื่อ 40ปี ที่แล้วเคยมีชาวบ้านในพื้นที่พบปืนใหญ่จำนวน 2กระบอกในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วและได้ส่งมอบให้ทางสำนักศิลปากรเป็นผู้ดูแล โดยส่วนตัวตนเองคิดว่าสิ่งของต่างอาจจะอยู่ในช่วงสมัยกบฏไทรบุรีในปีพ.ศ.2380 หรือในช่วงเดียวกันอาจจะมาการเข้ามาจอดเรือเพื่อหลบพายุแล้วเกิดเรืออับปางแต่เชื่อแน่ว่าจะต้องมีสิ่งของอยู่ภายในลำคลองแห่งนี้อีกมากและพร้อมจะให้ความสะดวกกับเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเสรี พันธุศักดิ์ วัฒนธรรมอำเภอ กล่าวว่าขณะนี้ได้สั่งการให้หยุดทำการขุดในลำคลองดังกล่าวและสั่งห้ามให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่พร้อมประสานฝ่ายปกครองให้จัดชุดเวรยามเฝ้าดูแลตลอด 24ชม.พร้อมได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต เข้ามาตรวจสอบเพื่อเก็บรายละเอียดหาความเป็นมาอย่างแน่ชัดในเร็วๆนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า สิ่งของเหล่านี้น่าจะอยู่ในสมัยของรัชกาลที่5 ถึง รัชกาลที่ 6 สมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออาจจะเก่ากว่านั้นในสมัยช่วง กบฏไทรบุรี พ.ศ.2380 ช่วงรัชกาลที่ 3 ที่มีอายุกว่า 200 &amp;nbsp;กว่าปีมาแล้ว ซึงในพื้นทีอำเภอปะเหลียนเคยมีประวัติศาสตร์การเชื่อมโยงประวัติความเป็นมาและเคยพบวัตถุโบราณมาแล้วแต่อย่างไรต้องรอตรวจสอบให้แน่ชัดอีกต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7782</URL_LINK>
                <HASHTAG>200 ปี, ขุดพบปืนใหญ่โบราณ, ซากเรือ, ตรัง, ปะเหลียน, รัชกาลที่5-6, สมัยกบฏไทรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf2a5c210a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มใหญ่เผาป่าตกใจไฟลามสวนปาล์มวิ่งหนีความผิดตกบ่อน้ำดับอนาถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- &amp;nbsp;พ.ต.ท.ชุมพลด้วงคง สารวัตรเวร สภ.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุพบศพคนจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำบาดาล ภายในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 1 ต.สุโส๊ะ อ.ปะเหลียน จึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ปะเหลียน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังเขตอำเภอปะเหลียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงที่เกิดเหตุ ภายสวนปาล์มน้ำมันของนายชัยยุทธ จิตรเที่ยง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 7 ต.สุโส๊ะ ซึ่งเป็นคนที่พบศพคนแรก ภายในบ่อน้ำริมสวน กว้าง 1.5 เมตร ลึก 3 เมตร พบศพนายพัฒพงษ์ ใจสมุทร อายุ 41 ปีอยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 7 ต.สุโส๊ะ สวมเสื้อคอโปโลสีฟ้า กางเกงขาสั้น สีน้ำตาล เสียชีวิตในสภาพตัวแข็งลอยอืด จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างไดคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายประทีป ใจสมุทร &amp;nbsp;อายุ 38 ปี น้องชายผู้ตาย เล่าว่า ช่วงเที่ยงวันเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา (26มี.ค.) ผู้ตายได้บอกตนเองว่าจะไปเผาป่าเคลียร์ที่ดินภายในสวนผู้ตายเพื่อจะทำการไถ และปลูกปาล์มน้ำมัน จนกระทั้งถึงช่วงบ่ายมีเพื่อนบ้านมาบอกว่าไฟได้ไหม้สวนของพี่ชายและลุกลามไปยังสวนข้างเคียงกว่า 3 สวน ชาวบ้านจึงช่วยกันดับไฟจนดับสนิท ส่วนผู้ตายได้หายตัวไปหลังจากเกิดเหตุซึ่งตนเองคิดว่าคงหนีไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพราะกลัวความผิดในสิ่งที่ได้ก่อขึ้นจนกระทั้งนายชัยยุทธ จิตรเที่ยง เจ้าของสวนปาล์มที่พบศพผู้ตายได้เข้ามาพบศพผู้ตายโผล่ลอยเสียชีวิตอยู่ในบ่อซึ่งห่างจากสวนของผู้ตายเพียงแค่ 4 เมตร จึงมาให้แจ้งให้ญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สวนยางพาราข้างเคียงที่ได้ถูกไฟไหม้เจ้าของสวนได้เรียกร้องให้ นางหยอ ใจสมุทร อายุ 62 ปี แม่ของผู้ตายชดเชยค่าเสียหายในสิ่งที่เกิดขึ้น นายประสิทธิ์ โส๊ะหาม ผญบ.หมู่ที่ 1จึงเดินทางไปไกล่เกลี่ย พร้อมให้แม่ของผู้ตาย ชดชยค่าเสียหาย เป็นปุ๋ย สวนละ 10กระสอบ เรื่องจึงได้ยุติลงโดยดี อย่างไรก็ตามทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตายจึงนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไปส่วนสาเหตุการตายคาดว่าหลังเกิดเหตุผู้ตายคงตกใจจึงรีบวิ่งหนีความผิดทำให้ตกบ่อน้ำดังกล่าวที่มีความลึกจึงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองทำให้จมน้ำเสียชีวิตในที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5925</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำเสียชีวิต, ตรัง, ปะเหลียน, สวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba32b00f088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
