<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุทรายรุนแรงสุดรอบ10ปีพัดถล่มกรุงปักกิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาพอากาศในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันจันทร์ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากการเผชิญกับพายุทรายครั้งรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ เที่ยวบินยกเลิกมากกว่า 350 เที่ยว เผยมองโกเลียสังเวยพายุทรายลูกนี้ 6 ศพ สูญหายอีก 81 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มีนาคมว่า ฝุ่นสีเหลืองบดบังทัศนียภาพของกรุงปักกิ่งทำให้ทัศนวิสัยเหลือไม่ถึง 500 เมตร ชาวเมืองพากันสวมแว่นกันลม, หน้ากาก และตาข่ายคลุมผมเพื่อปกป้องจากมลภาวะฝุ่นและทราย ที่เกิดจากลมหอบพายุทรายจากมองโกเลียในทิศเหนือลงสู่ภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปักกิ่งออกคำสั่งให้โรงเรียนทุกแห่งยกเลิกการเล่นกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง และแนะนำผู้ที่มีโรคด้านระบบทางเดินหายใจให้อยู่ภายในอาคาร ทางหลวงบางเส้นทางถูกปิดชั่วคราวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนกล่าวถึงพายุทรายครั้งนี้ว่าเป็นพายุทะเลทรายครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปีที่พัดถล่มเมืองหลวงของจีน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมปัญหามลภาวะฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 ที่ปกคลุมปักกิ่งมานานหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากแวรีไฟลต์ ที่ติดตามการจราจรทางอากาศ กล่าวว่า มีเที่ยวบินยกเลิกที่สนามบิน 2 แห่งของปักกิ่งรวมมากกว่า 350 เที่ยวบินเมื่อวันจันทร์ และมีเที่ยวบินดีเลย์อีกหลายสิบเที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาน เซี่ยวชวน ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พายุทรายลูกนี้รุนแรงมาก ตนจำได้ว่าพายุทรายเมื่อ 10 ปีที่แล้วจางลงภายในไม่ถึงชั่วโมง แต่กลัวว่าพายุลูกนี้อาจคงอยู่ตลอดทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินของมองโกเลีย เพื่อนบ้านทางเหนือของจีน กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีคนเสียชีวิตเพราะพายุทรายลูกนี้ 6 คน รวมถึงเด็กชายวัย 5 ปีจากครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยังมีคนสูญหายอีก 81 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปักกิ่ง, พายุทราย, มลภาวะฝุ่นละออง, มองโกเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f1562af07c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ยกเคสจีนระบาดซ้ำเตือนคนไทย ห่วงระลอก2คุมยากกว่ารอบแรก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 -&amp;nbsp; ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;โควิด-19 เป็นได้ทั้งไม่มีอาการ มีอาการน้อย จนถึงอาการมากปอดบวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาที่ผ่านมาผู้ป่วยติดเชื้อแบบไม่มีอาการ พบได้ตั้งแต่ 5 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าในผู้ที่ไม่มีอาการ โอกาสจะแพร่เชื้อได้น้อยกว่าผู้ที่มีอาการ หรืออาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ไม่มีอาการน่าจะมีไวรัส ในบริเวณลำคอ น้อยกว่าผู้ที่มีอาการ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้ ผู้ที่ไม่มีอาการจะพบว่ามีอายุน้อยกว่าผู้ที่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการควบคุมการระบาดของโรค เราให้ความสำคัญกับผู้ที่ไม่มีอาการด้วย จึงมีการตรวจเชิงรุก สุ่มในประชากรที่เป็นกลุ่มก้อน หรือในแหล่งระบาดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศจีนที่กรุงปักกิ่ง ถึงแม้จะไม่พบโรคมาแล้วถึง 50 วัน มีผู้ป่วยเกิดขึ้น และมีอาการ และแพร่กระจายออกไป เมื่อมีการตรวจเชิงรุก ในผู้สัมผัส กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อมากกว่า 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการติดเชื้อจำนวนมากนี้ ทำให้ต้องวางมาตรการเข้มข้นขึ้น และส่วนเชิงลึกในประชากรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อควบคุมโรคให้ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะแพร่กระจายไปกว้างขวางกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย มีแรงงานต่างด้าวที่อยู่เป็นกลุ่มก้อน และยังมีแรงงานที่รอกลับสู่ประเทศไทย รวมทั้งชาวประมง ที่ไปหาปลาไกลถึงอินเดียและอินโดนีเซีย มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีพรมแดนธรรมชาติอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทางบกและทางทะเล เราสามารถควบคุมทางอากาศได้ดี ทุกคนในประเทศ จะต้องช่วยกัน ปกป้องตัวเองและปกป้องบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฤดูฝน ความชื้น และอุณหภูมิที่ลดลง จะทำให้เชื้อ โควิด-19 อยู่ได้นานขึ้น การแพร่กระจายก็จะได้ง่ายขึ้นกว่าฤดูร้อนเดือนเมษายนและพฤษภาคมแน่นอน ถ้าระบาดในรอบ 2 เราจะควบคุมยากกว่ารอบแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสที่จะไปใช้มาตรการแบบครั้งแรก จะยากขึ้น เพราะทุกคนเดือดร้อน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68723</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปักกิ่ง, ระบาดรอบ2, ฤดูฝน, หมอยง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebce17283a37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อไวรัสอู่ฮั่นแซงซาร์ส อัดสหรัฐไม่ช่วยยังทำป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดป่วยตาย-ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด เหยื่อไวรัสอู่ฮั่นในจีนดับมากสุดวันเดียว 57 ศพ รวมเป็น 361 &amp;nbsp;ศพ แซงหน้าเหยื่อซาร์สในจีนแล้ว ติดเชื้อเกิน 17,000 ราย เปิดตลาดหุ้นดิ่งเหว แดนมังกรขาดแคลนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์การแพทย์ โฆษกจีนจวกสหรัฐฯ ไม่ช่วยแล้วยังสร้างความแตกตื่นสั่งจำกัดการเดินทางเป็นประเทศแรก รัสเซียขู่เนรเทศต่างชาติที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงข้อมูลอย่างเป็นทางการ ถึงจำนวนผู้เสียชีวิตและติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ภายในจีน รวบรวมข้อมูลถึงวันอาทิตย์ &amp;nbsp;โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มอีก 57 รายจากวันก่อนหน้านั้น เป็นการเพิ่มจำนวนมากที่สุดในวันเดียวนับแต่ตรวจพบไวรัสชนิดนี้ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ปลายปีที่แล้ว โดยเชื่อว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ข้ามจากสัตว์ป่าที่ลักลอบขายในตลาดสดอู่ฮั่นมาติดมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์เกือบทุกรายยกเว้น 1 รายอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นและพื้นที่อื่นๆ ของมณฑลหูเป่ย์ &amp;nbsp;ซึ่งถูกปิดตายเกือบทั้งมณฑลมานานร่วม 2 สัปดาห์แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตในจีนซึ่งรวมทั้งหมดเพิ่มเป็น &amp;nbsp;361 คน ยังมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่ระบาดระหว่างปี 2545-2546 คร่าชีวิตชาวจีน 349 คน ส่วนผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นถึง 2,829 ราย รวม 17,205 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ประเทศและดินแดนภายนอกจีนมากกว่า 24 แห่ง ยังมีผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 171 ราย มีนักท่องเที่ยวชาวจีนในฟิลิปปินส์เสียชีวิตนอกประเทศจีนเป็นรายแรกเมื่อวันอาทิตย์ และมีรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกที่สหรัฐฯ, เวียดนาม และเยอรมนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สิ่งที่จีนต้องการอย่างเร่งด่วน ณ ขณะนี้คือหน้ากากกันเชื้อโรค และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ชุดป้องกันเชื้อโรคและแว่นตานิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลหลายมณฑลของจีนที่มีประชากรมากกว่า 300 ล้านคน รวมถึงมณฑลกวางตุ้งที่มีประชากรมากที่สุดในจีน มีกฎบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แต่จีนกำลังประสบปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เทียน อู่หลง โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โรงงานผลิตหน้ากากได้ราววันละ 20 ล้านชิ้นและผลิตได้เพียง 60-70% ของกำลังการผลิต รัฐบาลจีนกำลังนำเข้าหน้ากากจากยุโรป, ญี่ปุ่น และสหรัฐ ฯ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเผยด้วยว่าหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, คาซัคสถาน และฮังการีได้บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์มาให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อของทางการจีนรายงานว่า โรงพยาบาลพิเศษหัวเซินซาน ขนาด 1,000 เตียง ที่เร่งก่อสร้างเพื่อรองรับผู้ป่วยไวรัสปอดอักเสบอู่ฮั่นมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม โดยใช้คนงานมากกว่า 7,500 คน สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันอาทิตย์และพร้อมรับคนไข้ในวันจันทร์ แพทย์ทหารราว 1,400 คนจะทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ส่วนโรงพยาบาลพิเศษแห่งที่ 2 มีขนาด 1,600 เตียง มีกำหนดพร้อมใช้งานวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ข่าวซินหัวกล่าวด้วยว่าทีมแพทย์ 68 ทีมประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ 8,300 &amp;nbsp;คนถูกส่งมาสมทบที่หูเป่ย์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันจันทร์ยังเป็นวันเปิดตลาดหุ้นวันแรกของจีน หลังหยุดช่วงตรุษจีนมาตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม &amp;nbsp;ซึ่งตอนนั้นไวรัสโคโรนาเพิ่งคร่าชีวิตชาวอู่ฮั่นเพียง 17 ราย ความวิตกต่อผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดส่งให้ตลาดหุ้นดิ่งลงทันที ดัชนีของเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตดิ่งลงถึง 8% ต่ำสุดในรอบ 1 ปี คิดเป็นมูลค่าเกือบ 400,000 ล้านดอลลาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้ว องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เพิ่งประกาศให้สถานการณ์ไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ไม่แนะนำให้ใช้มาตรการจำกัดการค้าและการเดินทางระหว่างประเทศ และเมื่อวันจันทร์ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า องค์การกำลังทำงานแข่งกับเวลาร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียรายใหญ่ เช่นกูเกิล เพื่อต่อสู้กับการเผยแพร่ข่าวลือและข้อมูลผิดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนตำหนิรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นการเฉพาะด้วย โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่เริ่มอพยพนักการทูตของตนออกจากอู่ฮั่น และเป็นประเทศแรกที่ออกคำสั่งห้ามนักเดินทางชาวจีนเข้าประเทศ การกระทำเช่นนี้สร้างความแตกตื่นไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่สหรัฐฯ ทำไปนั้นรังแต่สร้างและแพร่กระจายความกลัว ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี&amp;quot; หัว ชุนอิง กล่าว โดยเขาตัดพ้อด้วยว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือที่สลักสำคัญใดๆ เลย จีนหวังว่าประเทศอื่นจะใช้ดุลยพินิจและตอบสนองสถานการณ์อย่างมีเหตุผล สงบ และอิงจากหลักการทางวิทยาศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เพิ่งยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 11 รายแล้ว &amp;nbsp;โดยพบที่ซานตาคลาราเคาน์ตี 1 ราย และที่ซานเบนิโตเคาน์ตีอีก 2 ราย ขณะเดียวกัน ไมค์ ปอมเปโอ &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลมีแผนจะส่งเที่ยวบินไปอพยพพลเมืองออกจากจีนเพิ่มอีก &amp;nbsp;หลังจากนำกลับมาแล้วหลายร้อยคนในสัปดาห์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร ทั้งออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอิสราเอลสั่งห้ามชาวต่างชาติที่เคยเดินทางเยือนจีนช่วงไม่นานที่ผ่านมาเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน และยังเตือนพลเมืองของตนไม่ให้เดินทางไปจีน ส่วนประเทศที่มีพรมแดนติดกับจีน ทั้งมองโกเลีย, รัสเซีย และเนปาลก็สั่งปิดพรมแดนทางบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และในวันจันทร์ ฮ่องกงที่เป็นเขตปกครองพิเศษของจีนได้สั่งปิดจุดผ่านแดนทั้งหมด ยกเว้นเพียง &amp;nbsp;2 จุดคือสะพานเชื่อมเซินเจิ้น และสะพานเชื่อมจูไห่และมาเก๊า แต่รัฐบาลของแคร์รี แลม กำลังโดนบุคลากรทางการแพทย์สไตรก์เพื่อกดดันให้ปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดไม่ให้ชาวจีนเข้าฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ มิคาอิล มิชุสติน ของรัสเซีย ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า รัสเซียมีแผนจะเนรเทศชาวต่างชาติที่ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากรัฐบาลจัดให้โรคนี้เป็นโรคอันตรายพิเศษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนหน้ากากอนามัย, ตลาดหุ้นดิ่งเหว, ปักกิ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e382c985dcfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘โคโรนาพันธุ์ใหม่’เขย่าโลก WHOประกาศภาวะฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนยืนยันไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่จากคนสู่คนได้ ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 คน ยอดติดเชื้อในจีนพุ่งเป็นเกือบ 300 ราย ออสเตรเลียและฟิลิปปินส์รอผลตรวจผู้ต้องสงสัยติดเชื้อในประเทศ องค์การอนามัยโลกประชุมวันพุธหารือประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยระบาดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 800 ราย ระหว่างปี 2545-2546 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและฮ่องกง โดยสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 อ้างคำกล่าวของ จง หนานซาน หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งจีน ยืนยันว่าไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยพบผู้ป่วยหลายรายติดเชื้อแม้ว่าจะไม่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น แต่เขายังเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดแบบเดียวกับซาร์สหากมีมาตรการป้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ชี้ว่าแหล่งปฐมภูมิของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่ามาจากสัตว์ แต่ก็เตือนว่าอาจมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้แบบจำกัด ดับเบิลยูเอชโอเรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันพุธนี้ เพื่อลงความเห็นว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ ที่ผ่านมาดับเบิลยูเอชโอประกาศภาวะฉุกเฉินแบบนี้เพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งรวมถึงระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และการแพร่ระบาดของอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่น ซึ่งเคยระบุว่าต้นตอของไวรัสน่าจะมาจากตลาดส่งขายอาหารทะเลในเมืองนี้ ยืนยันว่ามีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นคนที่ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 89 ปี และมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ เขาเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 13 มกราคม แต่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 วันหลังจากนั้น คำแถลงยังเปิดเผยด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่แพทย์ติดเชื้อด้วยแล้ว 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่น กล่าวกับซีซีทีวีในวันอังคารว่า มีผู้ป่วยที่อู่ฮั่นเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 รายแล้ว และผู้ติดเชื้อในเมืองนี้ 258 ราย ยังรับการรักษา 227 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังพบผู้ติดเชื้อในหลายเมืองนอกเหนือจากอู่ฮั่น โดยเมื่อวันอังคาร นครเซี่ยงไฮ้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นชายวัย 35 ปีที่เดินทางไปอู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ และกำลังเฝ้าสังเกตอาการ 4 ราย วันก่อนหน้านี้กรุงปักกิ่งยืนยันมีผู้ติดเชื้อ 5 ราย ที่มณฑลกวางตุ้งมีผู้ติดเชื้อ 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนแถลงล่าสุดเมื่อวันอังคารว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสคล้ายซาร์สในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 291 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ผ่านการตรวจยืนยันอีกเกือบ 80 ราย และมีผู้ที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการอีกมากกว่า 900 ราย ในจำนวนกลุ่มที่ต้องสงสัยนี้มีกว่า 50 รายที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการใน 14 มณฑลและเขตทั่วจีน รวมถึงมณฑลจี๋หลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เจ้อเจียงในภาคตะวันออก และไห่หนานในภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีน ไทยเป็นประเทศแรกที่พบนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อ 2 ราย ตามด้วยญี่ปุ่น 1 รายไม่ระบุสัญชาติ และเกาหลีใต้มีหญิงชาวจีนติดเชื้อ 1 ราย ทั้งหมดมีประวัติมาจากอู่ฮั่นหรือเคยเดินทางไปอู่ฮั่น ข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของออสเตรเลียกำลังรอผลการตรวจชายคนหนึ่งที่แสดงอาการของโรคนี้ เขาเคยเดินทางไปอู่ฮั่นและกำลังถูกแยกกักกันโรค วันเดียวกันฟิลิปปินส์ก็รายงานว่าอาจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ เป็นเด็กอายุ 5 ขวบเดินทางจากอู่ฮั่นมาถึงฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 12 มกราคม และเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ไต้หวันยืนยันว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้รายแรก เป็นหญิงชาวไต้หวันอายุราว 50 ปีเศษ อาศัยอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น เพิ่งเดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อวันจันทร์พร้อมกับอาการไข้ ไอและเจ็บคอ เธอยืนยันว่าไม่เคยไปตลาดสดหรือสัมผัสสัตว์ปีกหรือสัตว์ในธรรมชาติขณะอยู่ที่อู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสชนิดนี้ก่ออาการคล้ายกับโรคซาร์สและโรคหวัดจากไวรัสในวงศ์เดียวกัน โดยผู้ป่วยอาจมีอาการปอดอักเสบ มีไข้ และหายใจลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยืนยันว่าไวรัสนี้แพร่จากคนสู่คนได้ เพิ่มความวิตกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะออกเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งด้วยเครื่องบิน, รถไฟและรถโดยสาร หรือเดินทางออกต่างประเทศ สนามบินของฮ่องกงและไต้หวันที่คาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก และสนามบินของหลายประเทศ ได้วางมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร โดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น เช่น ออสเตรเลีย, บังกลาเทศ, เนปาล, สิงคโปร์, สหรัฐ และไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลจีนประกาศด้วยว่าได้จัดให้การแพร่ระบาดครั้งนี้อยู่ในหมวดเดียวกับโรคซาร์ส ซึ่งจะบังคับการแยกผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ และอาจรวมถึงการใช้มาตรการกักกันโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงการระบาดเป็นครั้งแรก ย้ำว่าจะต้องควบคุมการแพร่ของไวรัสนี้ให้ได้อย่างเด็ดขาด และต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนเคยถูกตำหนิที่ปกปิดการแพร่ระบาดของโรคซาร์สเมื่อปี 2546 แต่ครั้งนี้จีนได้รับคำชมเชยจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เปิดเผยข้อมูลได้เร็ว ภายหลังพบผู้ป่วยปอดอักเสบลึกลับครั้งแรกเมื่อปลายปี กระทั่งระบุได้เมื่อต้นเดือนนี้ว่าเกิดจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ของไวรัสชนิดนี้เพิ่มความกังวลว่าสถานการณ์จะเป็นเหมือนโรคซาร์ส โดยเฉพาะเกิดการแพร่ระบาดใกล้เทศกาลตรุษจีน และส่งผลให้ราคาหุ้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสายการบินของตลาดหุ้นทั่วเอเชียดิ่งลง ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลหยวนอ่อนค่าลงเกือบ 0.5% เป็นสถิติแย่สุดในรอบ 1 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปักกิ่ง, ฟิลิปปินส์, ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออสเตรเลีย, โคโรนา, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2700caade05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เปิดสนามบินแห่งใหม่ของกรุงปักกิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำพิธีเปิดสนามบินแห่งใหม่ของกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ&amp;nbsp; ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสารปีละ 100 ล้านคนเมื่อเปิดใช้งานเต็มความจุในปี 2583 แต่เที่ยวบินปฐมฤกษ์มีเหตุขัดข้องเล็กน้อยทำให้ต้องล่าช้าครึ่งชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนถ่ายภาพภายในสนามบินนานาชาติปักกิ่งต้าซิงก่อนพิธีเปิดเมื่อวันพุธ / AFP / STR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำพิธีเปิดท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งต้าซิงอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 25 กันยายน 2562 โดยสีกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ สนามบินแห่งนี้ซึ่งจะใช้ชื่อรหัสว่า พีเคเอ็กซ์ ถูกมองว่าเป็นการแปร &amp;quot;ความฝันของจีน&amp;quot; ที่สีนำเสนอต่อพลเมืองของจีนให้เห็นเป็นรูปธรรม ก่อนหน้าที่จีนจะฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามบินปักกิ่งต้าซิงอยู่ห่างจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน 46 กิโลเมตร สร้างบนพื้นที่ 700,000 ตารางกิโลเมตรหรือขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 100 สนาม แต่มีอาคารผู้โดยสารหลังเดียวที่สร้างเป็นรูปปลาดาว ออกแบบโดยซาฮา ฮาดิ สถาปนิกชาวอิรัก-อังกฤษซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในอาคารโดดเด่นด้วยการออกแบบให้มีความโค้งมนลื่นไหล หลังคาออกแบบให้รับแสงจากธรรมชาติลงมาถึงชั้นล่างสุด ส่วนใต้อาคารนั้นมีสถานีรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินเชื่อมระหว่างสนามบินกับกลางกรุงปักกิ่งในเวลาเดินทาง 20 นาที โครงการนี้ใช้งบก่อสร้าง 120,000 ล้านหยวน (514,718 ล้านบาท) หรือหากรวมการสร้างระบบเชื่อมทางรถยนต์และรถไฟด้วยก็จะมีมูลค่ารวม 400,000 ล้านหยวน&amp;nbsp; (1,715,727 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนตั้งเป้าว่าสนามบินล้ำสมัยแห่งนี้จะดำเนินงานอย่างเต็มศักยภาพในปี 2583 ด้วยรันเวย์ 8 รันเวย์ ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 100 ล้านคน ถึงเวลานั้นต้าซิงจะเป็นสนามบินที่มีเทอร์มินัลเดียวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสนามบินแอตแลนตาของสหรัฐเป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารมากที่สุดในโลก ปีละมากกว่า 100 ล้านคน แต่ที่นั่นมีอาคารผู้โดยสาร 2 หลัง ส่วนสนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่งซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกนั้น ก็รองรับผู้โดยสารปีละมากกว่า 100 ล้านคนแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี วันเปิดใช้งานวันแรกกลับเกิดอุปสรรคขัดข้องเล็กน้อย เมื่อเที่ยวบินปฐมฤกษ์ซูเปอร์จัมโบ เอ380 ที่จะไปยังเมืองกวางโจว ออกบินล่าช้าเกือบ 30 นาที รายงานของสถานีซีซีทีวีซึ่งถ่ายทอดสดเที่ยวบินประเดิมไม่ได้เปิดเผยถึงสาเหตุของความล่าช้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46636</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งต้าซิง, ปักกิ่ง, สนามบินต้าซิง, เปิดสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b6f88e67cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพบอหิวาต์สุกรระบาดครั้งแรกในกรุงปักกิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรจีนยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่า พบหมูในฟาร์มกรุงปักกิ่งติดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงเกษตรจีนแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน ว่าพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดในฟาร์ม 2 แห่ง ในเขตฟางชานทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง ทำให้หมูในฟาร์ม 2 แห่งนี้ที่มีมากกว่า 1,700 ตัว ตายไปแล้ว 86 ตัว กระทรวงได้ส่งเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจปิดฟาร์มทั้ง 2 แห่ง เพื่อฆ่าหมูที่ติดเชื้อและทำการฆ่าเชื้อ และมีคำสั่งห้ามขายหมูและผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูของพื้นที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้หนึ่งของกระทรวงเกษตรจีนเผยว่า ตั้งแต่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่จีนเมื่อเดือนสิงหาคม มีหมูโดนฆ่าแล้วราว 600,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นประเทศที่มีฟาร์มหมูและบริโภคหมูมากที่สุดในโลก พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรครั้งแรกที่มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ปัจจุบันโรคนี้ระบาดไปแล้ว 20 มณฑล มีรายงานการระบาด 73 กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟง จงอู๋ รองผู้อำนวยการสำนักเพาะปลูกและสัตวแพทย์ระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรรุนแรงมาก เนื่องจากจีนติดต่อค้าขายกับประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้อยู่บ่อยครั้ง และมีการแลกเปลี่ยนสินค้าจำนวนมาก โรคนี้มีระยะฟักตัวที่ยาวนาน ทำให้ยากต่อการป้องกัน และมีความเสี่ยงสูงที่โรคนี้จะกลับมาระบาดใหม่
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ทำให้หมูตายจากการเป็นไข้เลือดออก เป็นโรคที่ไม่มียาแก้พิษหรือวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22604</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปักกิ่ง, หมู, โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7f8fede718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ : ผมกับคิมตกหลุมรักกันแล้ว แต่จีนพยายามแทรกแซงเลือกตั้งมะกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ดีๆ โดนัลด์ ทรัมป์ก็โยนข้อหาหนักหน่วงใส่จีนว่าปักกิ่งกำลังพยายามจะ แทรกแซง การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วก็คือ อีกประโยคหนึ่งจากทรัมป์ที่บอกว่า &amp;quot;ผมกับคิม จองอึน&amp;nbsp; (แห่งเกาหลีเหนือ) ตกหลุมรักซึ่งกันและกันแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ไม่ได้บอกว่ามีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์อะไรว่าจีนกำลังจะใช้วิธีการลับๆ ล่อๆ เพื่อจะให้พรรครีพับลิกันแพ้เลือกตั้งผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่จะมีขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กาลเทศะของทรัมป์ในการกล่าวหาจีนเรื่องนี้ก็มีความประหลาดไม่น้อย เพราะเป็นการพูดในจังหวะที่มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเห็นนายหวางอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับทรัมป์ทำสีหน้ายุ่งยากไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่รอช้า หวางอี้แถลงตอบโต้โดยพลัน ยืนยันว่าจีนยึดถือนโยบายการไม่ก้าวก่าย ไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นอย่างมั่นคงมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัดภาพสลับมาที่ผู้นำเกาหลีเหนือกับทรัมป์ ก็จะเห็นอีกด้านหนึ่งของสภาพจิตของทรัมป์&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ต้องการจะแสดงให้คนอเมริกันและชาวโลกได้เห็นว่าเขาสามารถจะชนะใจของคิม จองอึนได้&amp;nbsp; ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีมะกันคนก่อนๆ ทำไม่ได้เหมือนเขา&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อเขาใช้คำว่า fall in love กับคิม มันเป็นการเลือกใช้วลีที่ไม่เพียงแต่แปลกเท่านั้น แต่หลายคนมองว่าทรัมป์เพี้ยนเอามากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้เอง ทรัมป์ยังด่าทอคิมอย่างสาดเสียเทเสีย เรียกผู้นำที่เปียงยางว่าเป็น&amp;nbsp; Rocket Man บ้าง ตะโกนบอกว่าคิมเป็น เผด็จการที่ทำลายชีวิตของคนเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง&amp;nbsp; ต่างๆ นานา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปได้อย่างไรที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคิมจะกระโดดจากนรกขึ้นสวรรค์ได้อย่างรวดเร็วปานนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ทรัมป์ปะฉะดะกับจีน แต่หันมาจูบปากกับเกาหลีเหนือนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยากไม่น้อย&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะทรัมป์ต้องรู้ว่าคิม จองอึนได้พยายามฟื้นคืนความสัมพันธ์กับสีจิ้นผิงอย่างเห็นได้ชัด สังเกตได้จากที่คิมบินไปหาสีจิ้นผิงทั้งก่อนและหลังพบกับทรัมป์ที่สิงคโปร์ เหมือนจะไปรายงานตัวและขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรกับทรัมป์&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิมได้แสดงให้ผู้นำจีนเห็นว่า เขายังให้ความสำคัญกับการรักษาความสนิทสนมระหว่างสองประเทศเหมือนที่คุณปู่และคุณพ่อได้ทำมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากทรัมป์หวังว่าเขาจะสามารถแยกเกาหลีเหนือออกจากจีนได้ด้วยการด่าฝ่ายหนึ่งและชมอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ต้องถือว่าเป็นวิเทโศบายที่ไร้เดียงสาเอามากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่สงสัยว่าที่ทรัมป์ชี้นิ้วกล่าวหาว่าจีนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกานั้น&amp;nbsp; มาจากการที่จีนตอบโต้ทรัมป์เรื่องการขึ้นภาษีสินค้าอเมริกันเข้าจีน เป็นการยันกลับมาตรการของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนมุ่งเพิ่มอัตราภาษีของสินค้าการเกษตรและอื่นๆ ที่ผลิตจากหลายรัฐอันเป็นฐานเสียงของทรัมป์&amp;nbsp; เพื่อเป็นการกดดันทรัมป์ให้เห็นว่าจีนจะไม่ยอมถอยง่ายๆ และจะเจาะไปที่จุดอ่อนทางการเมืองของทรัมป์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์รู้ดีว่าลีลามวยของจีนไม่ธรรมดา เพราะเมื่อกลายเป็นเรื่องของตาต่อตาฟันต่อฟันแล้ว จีนก็เลือกที่จะอัดกลับด้วยหมัดที่พุ่งตรงไปที่จุดอ่อนทางการเมืองที่สุดของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการ แทรกแซงกิจการภายใน ของสหรัฐฯ ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนถือว่าทรัมป์เป็นคนปล่อยหมัดเรื่องขึ้นภาษีมาก่อน จีนก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะสวนกลับไป อย่างนี้ปักกิ่งไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงหรือก้าวก่ายกิจการภายในของสหรัฐฯ แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์อ้างอีกว่าจีนให้หนังสือพิมพ์ China Daily ได้ซื้อเนื้อที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ Des Moines&amp;nbsp; Register และอื่นๆ ในบางรัฐที่เป็นฐานเสียงของทรัมป์ โดยเอาโฆษณาชวนเชื่ออำพรางเป็นเนื้อหาข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นนี้ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะการซื้อเนื้อที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์อเมริกันนั้น มีการระบุว่าเป็นเนื้อที่โฆษณาซึ่งไม่ใช่ข่าวอย่างชัดเจนอยู่แล้ว และธุรกิจของอเมริกันเองก็ใช้วิธีการเช่นนี้ในสื่อหลักของสหรัฐฯ เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่รู้กันว่าหนังสือพิมพ์จีนฉบับนี้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลจีน และใช้งบประมาณซื้อเนื้อที่โฆษณาและตีพิมพ์บทความที่สนับสนุนจีนอย่างเปิดเผย คนอ่านรู้ว่าข้อความเหล่านั้นมาจากรัฐบาลจีน&amp;nbsp; ต้องใช้วิจารณญาณว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อมากน้อยเพียงใดอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัทที่รับจ้างจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือพิมพ์ China Daily ในอเมริกาจดทะเบียนเป็น foreign&amp;nbsp; agent หรือ ตัวแทนต่างชาติ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนบริษัทอเมริกันอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าแปลกไม่น้อยอีกประเด็นหนึ่งคือ ทรัมป์ไม่เคยประกาศว่ารัสเซียเข้ามาแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เลย ทั้งๆ ที่หน่วยข่าวกรองทั้งหลายของอเมริกายืนยันตรงกันว่า มีหลักฐานชัดแจ้งว่ารัสเซียกระทำการที่เชื่อได้ว่าเป็นความพยายามที่จะก้าวก่ายเพื่อให้ทรัมป์ชนะฮิลลารี คลินตันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะทรัมป์บอกว่าเขากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเป็น เพื่อนรัก กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวันนี้ทรัมป์ประกาศว่าเขากับคิม จองอึน ตกหลุมรัก กันแล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมต้องกลับไปดูหนังเรื่อง บ้าก็บ้าวะ อีกรอบแล้วกระมัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, คิม จองอึน, ปักกิ่ง, เกาหลีเหนือ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
