<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ไม่ออกไม่กลับ คณะราษฎรดี๊ด๊ายึดทำเนียบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบคณะราษฎร 2563 เลื่อนเวลาชุมนุมตั้งแต่ 8 โมงเช้าที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ใส่เสื้อดำปะทะกลุ่มเสื้อเหลืองเป็นนำจิ้ม ก่อนเคลื่อนไปปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาล ตะโกนลั่น &amp;quot;ประยุทธ์ออกไปๆ&amp;quot; &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ประกาศอยู่กันยาวๆ มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ไม่สิ้นสุด&amp;nbsp; &amp;quot;พระราชินี-เจ้าฟ้าทีปังกรฯ&amp;quot; เสด็จฯ ผ่านทำเนียบฯ มวลชนเสื้อดำชู 3 นิ้วตะโกน &amp;quot;ชาติ ศาสนา ประชาชน&amp;quot; ขณะที่กลุ่มเสื้อเหลืองเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; ด้าน &amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot; อ่วม! โดนแจ้ง 12 ข้อหาพร้อมพวกอีก 19 คน ส.ส.ก้าวไกลใช้ตำแหน่งประกันตัว แต่ศาลยกคำร้องส่งนอนเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม การนัดหมายชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ได้ประกาศเลื่อนการชุมนุมเร็วขึ้นเป็นเวลา 08.00 น. จากกำหนดเดิม 14.00 น. เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เข้ายึดพื้นที่ไม่ให้เข้า และได้เกิดการปะทะกับกลุ่มเสื้อเหลืองเล็กน้อย ก่อนเคลื่อนไปปักหลักที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อยของกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดย พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ช่วงเย็นวันที่ 13 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมจำนวน 21 ราย เนื่องจากมีการจัดการชุมนุม ตั้งเต็นท์ชุมนุมในที่สาธารณะ จอดรถบริเวณที่เกิดเหตุ มีการปิดเส้นทางจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญเจ้าหน้าที่มีการแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นผิวจราจรเพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมาตามปกติ แต่ผู้ถูกจับกุมขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ อีกทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มีการมั่วสุม ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งใช้สีน้ำสาดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้พื้นถนนเละเทอะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้พื้นที่สาธารณะ ละเมิดสิทธิประชาชนในภาพรวม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งเตือน แต่ไม่เป็นผล เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นความผิดซึ่งหน้า เป็นความจำเป็นในบริบทพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายและรุนแรงจึงต้องเข้าควบคุมตัว โดยส่งให้พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ดำเนินคดี โดยแจ้งข้อหา 10 ข้อหา ส่วนกรณีที่แกนนำจัดชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ใครทำผิดข้อหาใดบ้าง เจ้าหน้าที่มีการบันทึกรายละเอียดไว้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 เวลา 12.00 น.รถควบคุมผู้ต้องหาของ บก.น.6 จำนวน 1 คัน ได้เดินทางเข้าไปด้านใน โดยที่ป้อมรักษาการณ์ 1 ได้มีการเพิ่มกำลังในการตรวจบุคคลเข้า-ออกด้านใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.17 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย เดินทางมาเพื่อจะขอเข้าเยี่ยมกลุ่มผู้ถูกคุมตัวที่ด้านใน จากนั้นเวลา 12.45 น. คณะทั้งหมดได้เดินทางออกมา โดยนายประเสริฐเปิดเผยว่า จากที่เข้าไปพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวมา มีน้องๆ ที่ได้รับอาการบาดเจ็บ จากการเข้าคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทุกคนมีขวัญและกำลังใจดี มีทางสภาทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เข้ามาอยู่ด้วย และช่วยในเรื่องของกฎหมาย ส่วนในเรื่องการประกันตัวนั้น ทาง ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้เตรียมตำแหน่งไว้คอยช่วยในการประกันตัวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้จะมาร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมใหญ่ เพราะจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่มีการสลายการชุมนุม ก็มีคำถามมากมาย ทั้งประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมและสิทธิของประชาชน อีกทั้งวานนี้ในฐานะผู้แทนประชาชนก็ได้ร่วมกับ ส.ส.พรรคก้าวไกลอีก 2 คน คือ น.ส.เบญจาและนายธัญญ์วาริน ไปร่วมกันประกันตัว 21 แกนนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.09 น. รถควบคุมผู้ต้องหาได้ขับเคลื่อนออกมาจาก บก.ตชด.ภ.1 โดยได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 19 คนไปส่งยังศาลแขวงดุสิต โดยภายในรถมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไป เวลา 13.24 น. ได้มีรถควบคุมผู้ต้องขังของ สน.สำราญราษฎร์ขับออกมา โดยที่ด้านหลังมีไผ่ ดาวดิน เมื่อเจ้าหน้าที่ขับรถผ่านประตูออกมา ไผ่ ดาวดิน ได้ตะโกน &amp;quot;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;quot; ตลอดทาง
&amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot; นอนเรือนจำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.40 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้คุมตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ &amp;ldquo;ไผ่ ดาวดิน&amp;rdquo; เเกนนำกลุ่มคณะราษฎร มายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งเเต่วันที่ 14-25 ต.ค. โดยผู้ต้องหามีสีหน้ายิ้มเเย้ม ชู 3 นิ้วระหว่างถูกควบคุมตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อกล่าวหาที่แจ้งแก่นายจตุภัทร์ มีทั้งหมด 12 ข้อหา สำหรับผู้ต้องหารายอื่นอีก 19 คน ได้ถูกแยกไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลแขวงดุสิต ใน 10 ข้อหา เนื่องจากแต่ละข้อหามีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 รายที่เป็นเยาวชนยังไม่ถูกแจ้งข้อหาเนื่องจากต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.เยาวชนฯ ก่อนจะมีการเเจ้งข้อหาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศาลไต่สวนคำร้องและคำคัดค้านฝากขังของผู้ต้องหาศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ส่วนที่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องของปล่อยชั่วคราว โดยมี ส.ส.พรรคก้าวไกลคนหนึ่งเป็นนายประกันนั้น ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น. ศาลอาญาได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวก็อาจจะไปมีพฤติการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกันอีก ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวด้วย ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอปล่อยชั่วคราวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไผ่ ดาวดิน แล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขังยังเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับบรรยากาศบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าร้านแมคโดนัลด์ เวลาประมาณ 08.00 น. กลุ่มมวลชนคณะราษฎร 2563 ประมาณ 200 คน เริ่มเข้าจับจองพื้นที่บนทางเท้า ขณะที่กองงานมวลชนอาสา หรือ e-volunteer ทั้งชายและหญิงสวมปลอกแขนสีเขียวสะท้อนแสง ลงพื้นที่กระจายตัวในจุดต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมในเวลาเดียวกันชาวบ้านตั้งเต็นท์ขนาดเล็กเพื่อกันแดดฝน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 09.00 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำ มาถึงเวทีชั่วคราวหน้าร้านแมคโดนัลด์ ก่อนขึ้นเวทีพูดบนเวทีย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง พร้อมระบุ &amp;quot;คนที่สลายชุมนุมมีคนเดียว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ห้ามปะทะ อ้างมีกลุ่มคนจัดตั้งมวลชนมาปะทะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนย้ายเต็นท์ลงมาบนพื้นผิวถนน บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขยายพื้นที่การชุมนุม ก่อนประกาศขยับเวทีชั่วคราวลงพื้นที่ถนนทีละหนึ่งเลนถนน โดยดูในช่วงการจราจรเบาบางเพื่อเข้าถึงพื้นที่ใจกลางอนุสาวรีย์ฯ เพื่อไปถ่ายรูปกับดอกไม้ ต้นไม้ และนำกระถางคืน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งย้ำเป้าหมายหลักสิ่งที่ต้องทำ คือการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพวกพ้องให้กลับไป เลี้ยงหลานที่บ้าน เพราะตั้งแต่ยึดอำนาจมา ทำให้บ้านเมืองสงบยันเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เราจะต้องช่วยเพื่อนทั้ง 21 คนที่ถูกจับกุมออกมา โดยจะมีการเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้รู้ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์หมดความสามารถ
&amp;quot;เพนกวิน&amp;quot;ปราศรัยห้าว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 10.50 น. รถเครื่องเสียงตำรวจเข้ามาเพื่อจะประกาศเรื่องการชุมนุมผิดกฎหมาย ถูกผู้ชุมนุมเข้าล้อมไล่ออกจากพื้นที่ชุมนุมไป ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เดินทางเข้าสังเกตการณ์เหตุการณ์ พร้อมขอพูดคุยกับแกนนำบนรถปราศรัย ก่อนถูกมวลชนโห่ไล่ ซึ่งระหว่าง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กำลังเดินทางออกนอกพื้นที่ ถูกมวลชนไม่ทราบตัวตนฉีดสีสเปรย์และขว้างแก้วน้ำแข็งใส่จนเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเที่ยง เจ้าหน้าที่ได้นำแบริเออร์ แผงกั้นเหล็ก และรถบัสประจำทาง 15 คัน มาจอดกั้นเส้นทาง ปิดถนนราชดำเนินบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าฯ มุ่งหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ปราศรัยว่า เป็นเวลา 6 ปีที่เราต้องอาศัยเงามืดของระบอบเผด็จการ แต่วันนี้ความจริงประจักษ์ชัดต่อหน้าตนและประชาชน เราเคยคิดว่าเราออกมาต่อสู้กับเผด็จการทหาร แต่เมื่อถึงเวลาความจริงประจักษ์ชัดว่าเผด็จการนี้ไม่ใช่เผด็จการทหาร แต่เป็นเผด็จการเยอรมนี เป็นระบอบศักดินาที่ครอบงำเราอยู่ หลักฐานที่แสดงความอ่อนแอของศักดินาในวันนี้ คือการขนคนใส่เสื้อสีเหลืองนั่งรถขยะมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายพริษฐ์ปราศรัยช่วงนี้ ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนจะลุกเพื่อเคลื่อนขบวน หลังจากเริ่มมีเหตุการณ์ยั่วยุระหว่างผู้ชุมนุมและกลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองที่ชุมนุมหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง โดยมีการขว้างปาสิ่งของ ตะโกนด่าทอ แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งยืนเป็นแนวกั้นขวางเอาไว้ จึงยังไม่มีเหตุรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แกนนำทั้งนายพริษฐ์และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล&amp;nbsp; หรือรุ้ง แกนนำพูดผ่านเครื่องขยายเสียงสั่งให้ผู้ชุมนุมกลับมาอยู่ในที่ตั้ง ขอให้เชื่อใจ เชื่อมั่นในพวกเรา อย่าไปไหน จะยังไม่มีการเคลื่อนขบวนใดๆ ทั้งสิ้น หากผู้ชุมนุมไม่เดินกลับมา เจ้าหน้าที่อาจจะเข้ามาสลายการชุมนุมหน้าเวทีได้ ทำให้ผู้ชุมนุมทยอยเดินกลับเข้าที่ตั้ง ทั้งนี้ ระหว่างเหตุชุลมุนมีผู้ชุมนุมบางส่วนเป็นลม จึงมีการเรียกรถพยาบาลมาเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.30 น. ภายหลังแกนนำบนเวทีปราศรัยให้แนวร่วมคณะราษฎรที่ปักหลักชุมนุมบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยาเข้าไปยังพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีแนวร่วมบางส่วนฝ่าแนวกระถางต้นไม้เข้าไปยังอนุสาวรีย์ฯ โดยรื้อต้นไม้รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อขยายพื้นที่ชุมนุม และพ่นสเปรย์ข้อความต่างๆ เกลื่อนถนน อาทิ เรียกร้องแก้ รธน. ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ปักหลักอีกฝั่งของถนนราชดำเนินชุมนุมหน้าร้านเมธาวลัยศรแดงจำนวนหนึ่งวิ่งกรูข้ามถนนไปด้วยความไม่พอใจ เป็นเหตุให้นายตำรวจที่อยู่บริเวณดังกล่าวต้องวิ่งวุ่นเข้าไปห้ามปราม พร้อมประกาศผ่านรถขยายเสียงร้องขอให้กลับไปที่ตั้ง แต่ก็ยังมีแนวร่วมคณะราษฎรบางคนอารมณ์ค้างตะโกนด่าทอ บางคนได้ปาขวดน้ำเข้าไปด้วย แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์บานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศทำเนียบรัฐบาล ข้าราชการทำเนียบฯ ยังคงเดินทางมาทำงานตามเวลาปกติ แต่ดูจำนวนบางตาลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 3 ได้นำแบริเออร์และลวดหนามสูง 3 ชั้นวางบริเวณถนนลูกหลวง เชิงสะพานเทวกรรมรังรักษ์ ซึ่งเป็นทางเข้าทำเนียบฯ ฝั่งประตูอรทัย พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ 1 กองร้อยดูแลความเรียบร้อย ส่วนแยกที่ผ่านไปนางเลิ้งใช้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 1 กองร้อย นอกจากนี้ยังให้ ตชด.สแตนด์บายที่บริเวณสำนักงาน ก.พ.ร. ฝั่งตรงข้ามทำเนียบฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทำเนียบฯ ยังได้ตั้งวอร์รูมมอนิเตอร์สถานการณ์การชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีนายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธาน ในช่วงบ่ายบรรดาข้าราชการได้เริ่มทยอยเดินทางกลับ โดยเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานในทำเนียบฯ ได้ขนเอกสารสำคัญกลับไปด้วย
ม็อบปักหลักทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิไตยมายังทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลได้แจ้งให้สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องออกจากทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด จากนั้น?ได้มีการประตูเข้า-ออกทำเนียบฯ ทั้งหมด? ทำให้ไม่มีใครอยู่ปฏิบัติภารกิจในทำเนียบฯ แล้ว? มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? หลัง พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์โอชา? นายกรัฐมนตรี?และ รมว.กลาโหม? และคณะรัฐมนตรี ที่เดินทางไปทำกิจกรรมจิตอาสาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์? ในพระ บรมราชูปถัมภ์? จ.ปทุมธานี เสร็จสิ้น?ในช่วงเที่ยง? ไม่ได้เดินทางกลับเข้ามายังทำเนียบฯ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้ พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) เพื่อติดตามสถานการณ์ประจำวัน พร้อมทั้งแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เฉพาะกิจ ติดตามการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร รวมถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภาพรวมให้กับประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในช่วงเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลา 14.30 น. ตามที่คณะราษฎรนัดเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ฯ มีนายตำรวจพูดผ่านเครื่องขยายเสียงขอความร่วมมือคนเสื้อเหลืองไม่ทำการยั่วยุหรือเข้าไปยังบริเวณกลุ่มผู้ชุมนุม จากนั้นมีรถหลายคันของกลุ่มคณะราษฎรเดินทางมาสมทบ พร้อมกับบีบแตรเสียงดังชู 3 นิ้ว ทำให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองไม่พอใจต่างตะโกนด่าทอและชูสัญลักษณ์นิ้วเดียวกลับไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคณะราษฎรเริ่มเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาลพร้อมเปิดเพลง &amp;quot;สู้ไม่ถอย&amp;quot; ขณะที่ตำรวจจับมือกันเป็นแนวไม่ให้คนเสื้อเหลืองข้ามไปอีกฝั่งถนน เวลา 14.35 น. ผู้ชุมนุมประจันหน้ากับตำรวจบริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ผลการเจรจาตำรวจยอมเปิดทาง กลุ่มมวลชนมุ่งหน้าสู่ถนนนครสวรรค์ เลี้ยวซ้ายถนนกรุงเกษม โดยแต่ละแยกมีเจ้าหน้าที่ตั้งแถวไม่ให้มวลชนเลี้ยวเข้าสู่ถนนราชดำเนิน แกนนำได้ขอให้มวลชนเดินไปที่เป้าหมายโดยสงบ หลีกเลี่ยงการปะทะ ใช้ความรุนแรง พร้อมตะโกนไล่ &amp;ldquo;ประยุทธ์ออกไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.10 น. ขบวนของผู้ชุมนุมเดินถึงแยกนางเลิ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลตั้งแถวที่บนสะพานเทวกรรมฯ บริเวณแยกนางเลิ้ง สกัดกั้นผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.30 น. มวลชนนำหน้าขบวนรถหยุดที่บริเวณหน้า รวจ ธ.ก.ส. นั่งลงบนพื้นถนน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและรถบัสของตำรวจที่จอดขวางทางถอยออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.10 น. เกิดเหตุผู้ชุมนุมประท้วงบริเวณอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ถ.พระรามที่ 5 ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตั้งแบริเออร์คอนกรีต โดยผู้ชุมนุมชู 3 นิ้วและตะโกนว่าตำรวจต้องรับใช้ประชาชน นอกจากนี้ยังได้ตะโกนอีกว่า ออกไปๆ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ถอนการติดตั้ง แกนนำประกาศผลการเจรจา ตำรวจยอมถอยให้ จากนั้นรถบรรทุกขนแบริเออร์บริเวณทางเข้า-ออกทำเนียบฯ ฝั่งอนุเสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ถ.พระรามที่ 5 ยอมถอย แต่ตำรวจยังคงตั้งแนวสกัดอยู่ น.ส.ปนัสยาขอให้ผู้ชุมนุมหญิงไปรวมตัวกันข้างหน้า
ชูสามนิ้วใส่ขบวนเสด็จฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่แยกถนนพิษณุโลก มีมวลชนเสื้อเหลืองตะโกนด่ามวลชนคณะราษฎรที่สวมเสื้อดำประมาณ 50 คน ที่มารอขบวนใหญ่ที่ยังข้ามแผงเจ้าหน้าที่หน้า ธ.ก.ส. นางเลิ้ง มาไม่ได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ตั้งแถวกั้นเพื่อไม่ให้ปะทะกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเสริมที่แนวแผงเหล็ก ก่อนถึงสามแยกที่จะเลี้ยวเข้าถนนพิษณุโลก โดยแนวรับสุดท้ายก่อนเข้าถนนพิษณุโลกเป็นแนวเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงสวมเสื้อเหลือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.20 น. ขบวนเสด็จฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ได้เคลื่อนผ่านถนนพิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มุ่งหน้าผ่านแยกสนามม้านางเลิ้ง เพื่อขึ้นทางด่วนยมราช โดยระหว่างที่ขบวนรถกำลังเสด็จฯ ผ่านสะพานชมัยมรุเชฐ ที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหลายร้อยนายยืนคล้องแขนตั้งเป็นแนวกั้นกลุ่มผู้ชุมนุม รถพระที่นั่งต้องหยุดนิ่งชั่วครู่ เพราะมีมวลชนกลุ่มคณะราษฎรบางส่วนที่หลุดเข้ามาอยู่ฝั่งถนนหน้าสำนักงาน ก.พ. ตรงข้ามทำเนียบฯ ก่อนที่ผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่มาถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ขบวนรถพระที่นั่งเคลื่อนผ่านได้อย่างช้าๆ โดยมีพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เดินกึ่งวิ่งอารักขาอยู่ด้านข้างรถพระที่นั่ง ได้มีมวลชนลุกฮือพร้อมชูสามนิ้วและตะโกน &amp;quot;ชาติ ศาสนา ประชาชน&amp;quot;, &amp;quot;เงินภาษีประชาชน...ออกไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ขบวนเสด็จฯ ผ่านแยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลก ได้มีมวลชนของกลุ่มเสื้อเหลืองและขบวนจักรยานยนต์ตะโกน &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; ตลอดขบวนผ่าน โดยสมเด็จพระราชินีทรงแย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ให้ประชาชน ซึ่งขบวนรถพระที่นั่งได้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ขณะที่กลุ่มสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร สวมเสื้อดำได้ตะโกนด่าว่า &amp;quot;ไอ้ขี้ข้า&amp;quot; ทำให้มวลชนเสื้อเหลืองไม่พอใจ เกิดการโต้เถียงและผลักดันกัน รวมถึงใช้ขวดน้ำขว้างปา แต่มวลชนของคณะราษฎรมีจำนวนมากกว่า จึงได้ลุกฮือขับไล่จนกลุ่มเสื้อเหลืองล่าถอยไปถึงหน้าสนามม้านางเลิ้งเก่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้กลุ่มของคณะราษฎรบางส่วนติดตามไป เพราะเกรงจะเกิดการปะทะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.48 น. กลุ่มคณะราษฎรได้ฝ่าแนวกั้นของตำรวจได้สำเร็จและทยอยเดินเข้าถนนพิษณุโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการอยู่ในทำเนียบฯ ได้นำลวดสลิงมามัดขึงกับประตูด้านในทำเนียบฯ พร้อมทั้งวางลวดหนามที่กำแพงรั้วด้านในทำเนียบฯ อีกชั้น และนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถปั่นไฟมาจอดสแตนด์บายเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน โดยมีเจ้าหน้าที่ตั้งแถวประจำการอยู่ด้านในหลายนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.05 น. รถเครื่องขยายเสียงของแกนนำพร้อมมวลชนประชิดรั้วทำเนียบรัฐบาล ต่อมาเวลา 18.15 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำเนียบรัฐบาล หน้าบริเวณถนนพิษณุโลก เพื่อปักหลักสู่แยกแยกสวนมิสกวัน ประกาศว่า ยึดทำเนียบฯ เป็นที่เรียบร้อย พร้อมประกาศว่า มวลชนมาไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน แต่จากการประเมินแล้วมวลชนที่ปักหลักช่วงค่ำประมาณ 2-3 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายอานนท์ นำภา กล่าวว่า &amp;quot;จับจองพื้นที่แล้วนั่งลง วันนี้อยู่กันยาวๆ มีบิ๊กเซอร์ไพรส์อีก เซอร์ไพรส์แบบไม่สิ้นไม่สุดคืนนี้ คุณประยุทธ์โอกาสที่จะออกแบบไม่เสียแรง คุณต้องลาออกทันที ไม่ออกไม่กลับ ประยุทธ์ได้ยินไหม ไม่ออกไม่กลับ พาประเทศมาถึงจุดตกต่ำสุดขีดแล้วประยุทธ์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ทางทำเนียบรัฐบาลได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ในวันที่ 15 ต.ค. ทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนให้งดเข้าปฏิบัติงานในทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? ตามกำหนดการเดิม? ในวันที่? 15? ต.ค.? เวลา 11.15 น. นายหวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi) มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน? จะเข้าเยี่ยมคารวะ ?พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์โอชา? นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม? ในโอกาสการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล? ทั้งนี้มีรายงาน?ว่าการพบกันจะยังมีอยู่? แต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 19.00 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร 2563 พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะห้ามไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุมใกล้เคียงบริเวณทำเนียบรัฐบาล แต่ที่ผ่านมาตำรวจประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบแล้วว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังพยายามฝ่าฝืน ซึ่งตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานไว้ดำเนินคดี ซึ่งกรณีนี้มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนตัวเลขผู้ชุมนุมนั้น ตำรวจอ้างอิงตามสูตรคิดคำนวณทางวิทยาศาสตร์ พบว่าถนนพิษณุโลกกว้าง 6,000 ตารางเมตร โดยหากใช้สูตรการคำนวณ? พบว่าในเวลาล่าสุดประมาณ 19.00 น. มีผู้ชุมนุมประมาณ 8,000 คน กระจายตัวไม่เต็มพื้นที่&amp;nbsp; หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการชุมนุมยืดเยื้อ ตำรวจจะมีการปรับแผน โดยมีอำนาจตามกฎหมายรองรับ เช่น กฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ หรือกฎหมายอาญาอื่นๆ ทั้งนี้ จะพยายามให้กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักอยู่เพียงแค่แยกมิสกวัน โดยจะมีการประสานเพื่อขอให้อยู่เพียงแค่พื้นที่นี้เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80542</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร 2563, คณะราษฎร 63, ปักหลักข้างทำเนียบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f8713b2b4bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
