<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนข.คิกออฟแผนโลจิสติกส์ เชื่อมอีอีซีสู่ประตูการค้าภาคใต้ปั้นTODชลบุรีเมืองต้นแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพตอบสนองต่อการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงฐานการผลิตในพื้นที่อีอีซี กับประตูการค้าในพื้นที่ภาคใต้ ที่สามารถตอบสนองการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าเพื่อส่งต่อสินค้าไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC หรือตะวันออกกลาง ยุโรป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการศึกษาการจัดทำแผนโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงฐานการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สนข.คิกออฟแผนโลจิสติกส์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เชื่อมอีอีซีสู่ประตูการค้าภาคใต้ปั้นTODชลบุรีเมืองต้นแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เป็นแผนยุทธศาสตร์ ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 มีเป้าหมายหลักในการเติมเต็มภาพรวมในการส่งเสริมการลงทุน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และทําให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว จากผลการพัฒนาดังกล่าว ก่อให้เกิดปริมาณการขนส่งสินค้านําเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งจะเป็นการขนส่งสินค้านําเข้าและส่งออกจากพื้นที่อีอีซีไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ รวมทั้งระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และประเทศที่อยู่ทางด้านมหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ ประเทศในกลุ่ม BIMSTEC กลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยประเทศไทยตั้งอยู่บนศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน มีชายฝั่งทะเลติดกับมหาสมุทร 2 ด้าน ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความได้เปรียบทางที่ตั้งและภูมิศาสตร์ที่มีลักษณะทางกายภาพ สามารถเปิดสู่ทะเลทั้งสองด้าน จึงเป็นโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากทําเลที่ตั้งดังกล่าวเพื่อนํามาพัฒนาเป็นเส้นทางทางเลือกในการขนส่งสินค้าทางทะเล เพื่อเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน นอกเหนือจากการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ได้เห็นชอบกรอบแนวคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยให้เร่งผลักดันแผนงานเบื้องต้น ประกอบด้วย โครงการพัฒนาท่าเรือระนอง โครงการระบบรถไฟทางคู่ และโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อพลิกโฉมการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงยังได้รับทราบผลการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้แทนเกษตรกร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ที่ให้เร่งรัดดําเนินการออกแบบและก่อสร้างระบบโลจิสติกส์จากสถานีรถไฟจังหวัดชุมพร เพื่อเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกจังหวัดระนอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โลจิสติกส์ประตูการค้าจากอีอีซีสู่ภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ได้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนและประสิทธิภาพของ การลงทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงฐานการผลิตในพื้นที่อีอีซี กับประตูการค้าในพื้นที่ภาคใต้ ที่สามารถตอบสนองการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าเพื่อส่งต่อสินค้าไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC หรือตะวันออกกลาง ยุโรป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการศึกษาการจัดทำแผนโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงฐานการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นอกจากแผนการพัฒนาโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมต่อการค้าระหว่างอีอีซีและภาคใต้แล้ว สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการนั้นคือ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะทางด้านระบบราง ที่จะมีทั้งการพัฒนารถไฟฟ้าในเขตเมืองใหญ่ การพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง และเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองที่จะเกิดขึ้นโดยรวมสถานีรถไฟต่างๆ นั้นทำให้ สนข.ต้องจัดทำแผนแม่บทโครงการพัฒนาเมือง กับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งรอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development หรือ TOD)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;177สถานีพร้อมพัฒนาTOD&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ปัญญา ชูพานิช)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปัญญา ชูพานิช รองผู้อำนวย สนข. เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมารัฐบาลได้เดินหน้าลงทุนพัฒนาระบบรางให้เป็นระบบหลักด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมทั้งลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ โดยมีแผนการใช้งบประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท ในระยะ 20 ปี เน้นให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มศักยภาพและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด กระทรวงคมนาคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง สนข.ได้นำแนวคิดการพัฒนา TOD มาดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาระบบราง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า จากการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบรางมากยิ่งขึ้น โดยดำเนินการจัดทำ &amp;ldquo;แผนแม่บทการพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง TOD&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อให้เกิดการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ผลจากการสำรวจและศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถนำมาพัฒนาเป็น TOD ได้จำนวน 177 สถานีในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถแบ่งประเภทและขนาด TOD เป็น 5 ประเภท ได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ศูนย์ภูมิภาค เป็นสถานีที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางเมืองหลักของแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายคมนาคมขนส่งผู้โดยสารขนาดใหญ่ที่สุด จำนวน 6 แห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ศูนย์กลางเมือง เป็นสถานีที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางระดับจังหวัด ขนาดพื้นที่ของการพัฒนาขึ้นอยู่กับขนาดของเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ จำนวน 49 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ศูนย์เมืองใหม่ เป็นการพัฒนา TOD บริเวณโดยรอบสถานีที่เกิดขึ้นใหม่ตามสายทางรถไฟที่มีการก่อสร้างเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนาเป็นเมืองจำนวน 20 แห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ศูนย์ชุมชน เป็นการพัฒนา TOD บริเวณโดยรอบสถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายศูนย์กลางชุมชนระดับอำเภอเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งพื้นที่ที่มีชุมชน และพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนามากนัก มีขนาดเล็ก การพัฒนาไม่ซับซ้อน จำนวน 84 แห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ศูนย์แบบพิเศษ เป็นสถานีที่เป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางในบริเวณที่มีโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษ จำนวน 18 แห่ง แบ่งเป็น 4 ประเภทย่อย ได้แก่ เมืองชายแดน เมืองการบิน เมืองท่องเที่ยว และเมืองการศึกษา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จาก 177 สถานี ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ได้มีการคัดเลือกเมืองต้นแบบในการพัฒนา TOD 3 เมือง ได้แก่ สถานีรถไฟขอนแก่น สถานีรถไฟพัทยา และสถานีรถไฟอยุธยา โดยสถานีรถไฟขอนแก่น จัดอยู่ในประเภท TOD ศูนย์ภูมิภาค ของกลุ่มแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ สถานีรถไฟอยุธยา จัดอยู่ในประเภท TOD ศูนย์กลางเมือง จากกลุ่มแนวเส้นทางรถไฟสายเหนือ และสถานีรถไฟพัทยา จัดอยู่ในประเภท TOD ศูนย์ภูมิภาค จากกลุ่มแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(เริงศักดิ์ ทองสม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;TODชลบุรีเมืองต้นแบบรองรับอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายเริงศักดิ์ ทองสม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนา TOD โดยเฉพาะสถานีรถไฟพัทยามีความพร้อมเป็น &amp;ldquo;ประตูสู่พัทยา หนองปรือสมานฉันท์ เมืองแห่งสภาพแวดล้อมที่รื่นรมย์สำหรับทุกคน&amp;rdquo; สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการพัฒนา ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด ส่งผลให้จังหวัดชลบุรีเป็น 1 ใน 3 เมืองที่ได้รับคัดเลือกเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา TOD และสถานีรถไฟพัทยาได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน TOD ศูนย์ภูมิภาค จากกลุ่มแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออก ด้วยบทบาทความสำคัญของสถานีรถไฟความเร็วสูง สถานีกลางเมืองหลักระดับภูมิภาค และพื้นที่ในรัศมี 500 เมตรโดยรอบสถานีอยู่ในการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทส่งเสริมการพัฒนาเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากไม่มีการพัฒนา TOD จะก่อให้เกิดปัญหาการขยายตัวของเมืองอย่างกระจัดกระจาย (Urban Sprawl)&amp;nbsp; เนื่องจากขาดการวางแผนพัฒนาเมืองที่ดี การใช้ประโยชน์พื้นที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้ามีการพัฒนาพื้นที่ตามหลักการ TOD จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ มีประสิทธิภาพ และมีความหลากหลาย มีระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนเดิมและชุมชนใหม่ มีโครงข่ายพื้นที่สีเขียว และการเดินทางภายในเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่โดยรอบสถานี TOD พัทยาวิสัยทัศน์การพัฒนา TOD ชลบุรี คือ &amp;ldquo;ประตูสู่พัทยา หนองปรือสมานฉันท์ เมืองแห่งสภาพแวดล้อมที่รื่นรมย์สำหรับทุกคน&amp;rdquo; ขับเคลื่อนด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพสูง เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมขนส่งทันสมัย ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และเสริมศักยภาพด้วยโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้ในอนาคตสามารถเดินทางแบบไร้รอยต่อ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน เมืองนวัตกรรม เนื่องจากที่ตั้งของพื้นที่อีอีซี) ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุดในการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก จึงเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม MICE และเป็นเมืองที่มีสภาพแวดล้อมน่าอยู่ยั่งยืน แวดล้อมด้วยสวนสาธารณะสีเขียว และพื้นที่โล่งเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในอนาคตแผนแม่บท TOD นี้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ที่มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ ยกระดับการเดินทางและการขนส่งด้วยรูปแบบทางรางให้มีประสิทธิภาพ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รวมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญญา ชูพานิช, อีอีซี, เริงศักดิ์ ทองสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fccd6fc5c42c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญญา ชูพานิช ลงมือทำอะไรต้องดีที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอน หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประเทศไทยเราจะมีแผนพัฒนาประเทศด้านการแก้ปัญหาการจราจร และเดินหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร วันนี้ &amp;ldquo;อาทิตย์เอกเขนก&amp;rdquo; ได้มีโอกาสพูดคุยกับ &amp;ldquo;ปัญญา ชูพานิช&amp;rdquo; รองผู้อำนวยการและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) คนใหม่ป้ายแดง หรือที่พี่น้องสื่อมวลชนเรียกกันติดปากว่า &amp;ldquo;รองปู&amp;rdquo; ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รองปูเล่าว่า แต่เดิมอยู่กรมทางหลวง (ทล.) เคยผ่านงานจากกรมทางหลวงที่เป็นงานหลักด้านวิศวกรรม และหลังจากได้ย้ายมารับตำแหน่งรอง ผอ.สนข. ก็ได้รับมอบหมายให้ดูโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านวิศวกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รองปู&amp;rdquo; เล่าว่า เข้ารับตำแหน่งพร้อมปฏิบัติหน้าที่ที่ สนข. เมื่อวันที่&amp;nbsp; 24 มกราคม 2563 โดยได้รับมอบหมายจากนายชยธรรม์ พรหมศร ผอ.สนข.ให้รับผิดชอบงาน เนื่องจากมีพื้นฐานด้านวิศวกรรม จบมาทางด้านวิศวกรรมโยธา รวมถึงด้านการขนส่ง โดยรับผิดชอบโครงการเช่น การศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม หรือ TOD เป็นการพัฒนาเมืองรอบสถานีรถไฟฟ้าตามพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เช่น คนพิการ หรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะได้ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดทำช่องทางพิเศษสำหรับรถโดยสารประจำทาง (Bus Lane) อยู่บริเวณกลางถนน คาดว่าเส้นทางที่จะเริ่มดำเนินการได้คือสายพระรามสี่ จากพระโขนงไปถึงศาลาแดง ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด, โครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น เป็นอุโมงค์เชื่อมจากสาทร-บางนา, โครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับรถที่ใช้ไฟฟ้า ส่วนโครงการใหม่ที่ได้รับมอบหมายที่เป็นงบประมาณในปี 2564 มี 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาการเชื่อมต่อการขนส่งทางน้ำ 2.การเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งสองโครงการได้มีการจัดซื้อจัดจ้างแล้วเสร็จ และได้รับมอบหมายให้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รองปู&amp;rdquo; เล่าต่ออีกว่าภารกิจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจรและขนส่งนั้น หลักๆ ต้องการผลักดันให้คนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเยอะขึ้น เช่น พยายามให้คนมาใช้รถโดยสารสาธารณะ (รถเมล์) มากขึ้น จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ให้นำรถเมล์มาวิ่งที่เกาะกลางเพื่อจัดเป็นช่องทางพิเศษ ทำให้รถเมล์แล่นสะดวกขึ้น คนจะมาใช้เยอะขึ้น จุดหมายปลายทางคือให้คนขึ้นรถเมล์แล้วมาต่อรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากมีขนส่งสาธารณะที่เป็นระบบหลักแล้ว ก็ต้องมีระบบที่เสริมกับระบบหลัก ซึ่งก็คือการเชื่อมต่อ (Fedder) ที่จะให้คนเดินทางออกจากบ้านสามารถเข้าถึงตัวระบบขนส่งสาธารณะหลักได้อย่างสะดวก หรืออาจจะมีที่จอดรถให้คนสามารถขับออกจากบ้านมาจอดและขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานได้ ส่วนขากลับก็คือขึ้นรถไฟฟ้าจากที่ทำงานกลับมา เอารถที่จอดไว้ และขับรถกลับบ้าน ผมหมายถึงการพยายามที่จะทำให้คนที่เดินทางออกจากบ้านมาใช้รถระบบขนส่งสาธารณะให้ได้ แล้วระบบขนส่งสาธารณะก็ต้องเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ตรงเวลา มีความสุขสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม รองปูยังเล่าว่าการทำงานไม่มีความหนักใจ ก่อนหน้านี้เคยช่วยงานที่ สนข.มา 2 ปี ถือว่าคุ้นเคยกับงานที่นี่ ต้องยอมรับว่ามีความหลากหลายทุกมิติ ไม่ใช่แค่ถนน แต่รวมเป็นบก ราง น้ำ อากาศ มองว่าตัวเองได้มาเรียนรู้งานทุกระบบ จากนี้ไปจะได้มีพื้นฐาน มีความรู้เพื่อที่จะทำงานต่อไปได้ เมื่อเรารู้ปัญหาแล้วเราทำงานเชิงรุก โดยการเข้าไปดู ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องรถ เรือ ราง อากาศ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา แต่ในฐานะที่ สนข.รับผิดชอบดูแลเรื่องแผนเรื่องนโยบายต่างๆ เราต้องเข้าไปดูปัญหาตรงนั้นว่ามันเกิดจากอะไร แผนตรงไหนมีความผิดพลาด แล้วก็นำเสนอแผนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือนำเสนอแผนให้กับกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ยอมรับว่างานที่ สนข.เยอะมาก เมื่อเทียบกับงานที่กรมทางหลวงเป็นงานหน้าเดียว คือการก่อสร้างถนน ส่วนที่ สนข.หลายหน้า ประชุมเยอะมาก บางวันต้องนั่งกินข้าวในที่ประชุม ส่วนการทำงานก็ทำให้เสร็จจากที่ทำงานเลย เสาร์-อาทิตย์จะได้มีเวลาพักผ่อน เลือกที่จะไปต่างจังหวัดใกล้ๆ ชะอำกับเขาค้อ เพราะเป็นคนชอบธรรมชาติ คือเราอยู่กับงานแล้วทำให้คิดหลายเรื่อง พอได้อยู่กับทะเลกับภูเขาทำให้เรานิ่งขึ้น การนิ่งจะทำให้เราตั้งสติได้ใหม่เพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคติพจน์ในการทำงาน ก็ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะบอกกับตัวเองว่า เวลาทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด แต่ต้องมีสมดุล คือต้องทำให้ดีที่สุดตามศักยภาพที่เรามีอยู่ ส่วนหลักการทำงานคือเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศ เพราะบางอย่างการทำงานแน่นอนว่าต้องเจอปัญหาและอุปสรรค&amp;nbsp; เราต้องเลือกว่าไปทางซ้ายหรือขวา ต้องชั่งดู ประโยชน์ของประเทศได้อะไร เลือกสิ่งที่ดีที่สุด รองปูกล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญญา ชูพานิช, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d43a579a50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
