<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กอักษรฯ เรียนเก่ง AI ได้ไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อไม่นานมานี้ผมอ่านเจอข้อความในเฟซบุ๊กของ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์เกี่ยวกับคนเรียนอักษรศาสตร์กับ &amp;quot;ปัญญาประดิษฐ์&amp;quot; หรือ Artificial Intelligence and Machine Learning (AIML) ที่น่าสนใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขออนุญาตนำมาเล่าต่อให้ได้อ่านกัน เพราะเป็นหัวข้อที่ผู้คนทั้งโลกกำลังสนใจเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนาคตของไทยเราจะต้องเข้าใจการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความสันทัดจัดเจนทางด้าน AI มากขึ้นตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์อานนท์เขียนว่า &amp;quot;เช้านี้มีเด็กอักษรฯ จุฬาฯ ถามมาว่าอยากเรียน Artificial Intelligence&amp;nbsp; and Machine Learning บอกว่ามี math แค่ ม.ปลาย เขียนโค้ดไม่เป็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลยส่งเรื่องนี้ไปให้อ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปุจฉา: เรียน ม.ปลาย ศิลป์-ภาษามา และเรียนปริญญาตรีทางภาษามา จะเรียนต่อโทในคณะสถิติประยุกต์ได้หรือไม่ และจะเรียน Business Analytics and Data Science ไหวไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิสัชนา: ผมว่าคนที่เรียนสายศิลป์-ภาษา ไม่ได้โง่นะครับ หลายคนเก่งมาก และเราต้องเข้าใจว่าคนเรามีความฉลาดไม่เหมือนกัน และก็มีความชอบไม่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเรียนห้องวิทย์แต่เรียนฝรั่งเศสมาด้วย เป็นห้องวิทย์-ฝรั่งเศสที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เราเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วยสัปดาห์ละสามชั่วโมง และเรียนตารางธาตุเป็นภาษาฝรั่งเศส อาจารย์ผู้สอนจบสายศิลป์-ภาษามา ต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจตารางธาตุอย่างสุดใจขาดดิ้นเพื่อจะสอนตารางธาตุเป็นภาษาฝรั่งเศสได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผมประทับใจมากคือมีรุ่นน้องห้องนี้ วิทย์-ฝรั่งเศส แกเกิดชอบภาษาฝรั่งเศสมาก และเปลี่ยนใจจากการเรียนวิทย์-คณิต สายฝรั่งเศส มาสอบ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยสายศิลป์-ฝรั่งเศสแทน แล้วได้เข้ามาเรียนอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ด้วยการสอบเข้าด้วยวิชาภาษาฝรั่งเศสด้วย เธอเรียน คณิต ฟิสิกส์ เคมี&amp;nbsp; ชีววิทยา ได้ดีหมด แต่ชอบเรียนภาษามาก เลยเลือกมาเรียนอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แล้วเมเจอร์อังกฤษ&amp;nbsp; โทฝรั่งเศสด้วยครับ ผมประทับใจมาก ว่าเรียนสายวิทย์แล้วมาสอบแข่งกับเด็กสายศิลป์-ภาษาฝรั่งเศสอีก ผมไม่มีทางทำได้ เด็กสายศิลป์-ฝรั่งเศส ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสมัยนั้นเรียนภาษาฝรั่งเศสสัปดาห์ละ 6-7 ชั่วโมง มากกว่าเด็กสายวิทย์สองเท่าทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนเราจะเรียนอะไรก็เรียนได้ครับ ถ้าใจรักและมีความพยายาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้ฟังเรื่องที่นิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เข้ามาเรียนที่คณะสถิติประยุกต์คนหนึ่ง เธอจบเอกฝรั่งเศสมาเหมือนกันหรืออย่างไรนี่ และไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์มาเลยตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย&amp;nbsp; เพราะเรียนสายศิลป์ ส่วน ป.ตรีก็ไม่ได้เรียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เธอตัดสินใจเลือกเรียน Logistics Management ตอนแรกอดีตคณบดีไม่อยากจะเลือกเธอเข้ามาเรียน แต่เธอยืนยันว่าเธอไม่ได้โง่ เธอสามารถเรียนได้ แม้คณิตศาสตร์ยากๆ หรือ Calculus ก็สามารถเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอให้สัมภาษณ์ว่าหนูจะพิสูจน์ตัวเองให้อาจารย์ดูว่าหนูทำได้ และเรียนได้ มีเวลาประมาณสี่เดือนก่อนเริ่มเรียนจริง ถ้าอาจารย์รับหนูเข้ามาเรียน หนูจะไปเรียนคณิตศาสตร์ ม.ปลายทั้งหมด จะไปอ่านทั้งหมด แล้วจะจ้างนิสิตวิศวะมาติวให้ด้วยอย่างหนัก และหนูจะเรียนให้ถึง Calculus1 ของวิศวะจุฬาฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตคณบดีตัดสินใจรับเธอเข้ามาเรียน และผลปรากฏว่าเธอทำอย่างที่พูดได้จริงๆ และมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ในห้อง จบปริญญาโท Logistics Management จากคณะสถิติประยุกต์ของนิด้า ที่เน้น Optimization และ Operations Research ซึ่งต้องอาศัยคณิตศาสตร์มากเหลือเกิน และจบด้วยเกียรตินิยมดีมาก หรือเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของรุ่น และได้ทำงานดีมาก ใจสู้จนขณะนี้ไปเป็น Country Manager ของสักประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงเมื่อเข้ามาเรียน ด้วยพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่แตกต่างกันมาก ในคณะจะมีวิชา AS4001&amp;nbsp; หรือ BADS4001 เป็นการทบทวนคณิตศาสตร์ปริญญาตรี วิชา Calculus 1 และ Calculus 2 และ&amp;nbsp; Linear Algebra ให้ หลายคนก็ปรับตัวได้ตรงนี้ และหลายคนที่ปรับตัวไม่ได้ก็เลิกเรียนไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในคณะสถิติประยุกต์เองก็มีความหลากหลาย บางสาขาไม่ต้องใช้คณิตศาสตร์มากนักก็มี เช่น Information Technology Management ซึ่งต้องเรียน Finance และบัญชี แค่คณิตศาสตร์ ม.ต้น ม.ปลาย นิดหน่อยก็พอเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในบางสาขาเช่นสถิติ ต้องใช้คณิตศาสตร์หนักมาก เพราะเน้นการพิสูจน์ที่มาที่ไปของทฤษฎีสถิติ และวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ต้องใช้คณิตศาสตร์มากเช่นกัน BADS ไม่ได้ใช้คณิตศาสตร์เข้มข้นเท่ากับสองสาขาดังกล่าวคือ สถิติและวิทยาการประกันภัย แต่อย่างไรก็จำเป็นต้องใช้คณิตศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตอบจึงไม่ได้อยู่ที่คณะสถิติประยุกต์หรืออยู่ที่อาจารย์ผู้สอนแล้วครับ แต่อยู่ที่ตัวนักศึกษาเองครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมอ่านคำตอบของอาจารย์อานนท์แล้วก็เห็นพ้องเลยครับว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวคนเรียนเอง ไม่ได้อยู่ที่ครูผู้สอนหรือคณะใดๆ เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหากเราจะสร้างคนพันธุ์ใหม่ของไทยให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงระดับโลกได้ เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและปฏิบัติเยอะเลยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ปัญญาประดิษฐ์, สุทธิชัย หยุ่น, เด็กอักษรฯ เรียนเก่ง AI ได้ไหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.ปรับตัววางกลยุทธ์โดดเข้าสู่วงการ AI  อธิการชี้เป็นช่วงต้องฝ่าวิกฤติอุดมศึกษาเจอปัญหาเด็กลด เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5เม.ย.62-มข.ปรับตัวครั้งใหญ่ รับมือวิกฤตอุดมศึกษา จำนวนผู้เรียนลดลง ลุยเปิดหลักสูตร AI และ Blockchain อธิการชี้ จะเป็นวิชาที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต แต่ไทยยังขาดองค์ความรู้และบุคคลากรด้านนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ ชาญชัย&amp;nbsp; พานทองวิริยะกุล&amp;nbsp; อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ได้กล่าวถึงนิโยบายการบริหารและพัฒนา หลังจากรับตำแหน่งอธิการบดีคนที่&amp;nbsp; 11 ว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงต่อไปของมข. อยู่ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp; &amp;nbsp;KKU Transformation การปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัย เพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนท่ามกลางวิฤตอุดมศึกษา ซึ่งได้มีการกำหนดทิศทางในการบริหารมหาวิทยาลัยให้พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเสรีภาพทางความรู้และการเข้าถึงแหล่งความรู้รวมไปถึงการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัลสู่สังคม เนื่องจาก ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ เป็นช่วงวิกฤตอุดมศึกษาของไทย เนื่องจากจำนวนผู้เรียนลดลง และยังเป็นช่วงที่เกิดจากเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies)ซึ่งกระทบกับมหาวิทยาลัยต่าง &amp;nbsp;ๆดังเห็นได้จาก ที่นั่งในระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยหรือแอดมิชชั่นเหลือถึง 3 -4 หมืน&amp;nbsp; ทำให้มข.ต้องมีการปรับตัว&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้เรียนลดลง เนื่องจาก มข.มี3กลุ่มสาขาวิชาหลัก ได้แก่ กลุ่มสาขาแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์&amp;nbsp; และกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ซึ่งสาขาวิชากลุ่มแพทย์ ยังขาดแคลนเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้มีผู้ต้องการเรียนจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้ที่นั่งไม่เหลือ แต่ยอมรับว่า มีบางสาขาที่จำนวนผู้เรียนลดลง เช่นที่วิทยาเขตหนองคาย ซึ่งเปิดสอนสาขาประมง และเกษตร ผู้เรียนน้อยกว่าที่นั่ง&amp;nbsp; ทำให้มหาวิทยาลัยต้องมีการปรับปรุงหลักสูตร ให้ตอบสนองกับความต้องการของสังคมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิการบดีมข.กล่าวอีกว่า แผนการปรับตัวครั้งสำคัญของมข.ในอนาคตคือ การเตรียมเปิดหลักสูตร AI Programmer&amp;nbsp; และ Blockchain programmer, Data science, Machine learning, AI, Robotic engineering, Mechatronics&amp;nbsp; สำหรับ หลักสูตรAI หรือปัญญาประดิษฐ์ มองว่าจะมีบทบาทต่อสังคมในอนาคตมาก&amp;nbsp; มีการทำคาดการณ์ว่า อีก 50ปีข้างหน้า AI จะทำงานเป็นผู้ช่วยมนุษย์ แต่อีก 100ปีAI จะมาแทนมนุษย์ทั้งหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันไทยยังขาดแคลนองค์ความรู้เรื่องนี้&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเป็นผู้ผลิตโปรแกรมเอไอ&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งมข.วางแผนที่จะเปิดการเรียนการสอนวิชาปัญญาประดิษฐ์ในอีก 2ปี ข้างหน้า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างเตรียมการด้านบุคคลากร&amp;nbsp; และการมองหาความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้านการเรียนการสอนAI เราอาจจะร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ อย่างสถาบัน&amp;nbsp; MIT ของสหรัฐอเมริกาหรือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือสถาบันชั้นนำฝั่งยุโรปอื่นๆ&amp;nbsp; หรือญี่ปุ่น รวมทั้ง Blockchain ด้วยเช่นกัน ที่จะมีบทบาท สำคัญต่อไป ซึ่งเดิมจะใช้กับfin tech วงการเงิน แต่ขณะนี้ขยายวงไปด้านวงการแพทย์ โดยเฉพาะระบบเวฃระเบียนของโรงพยาบาล เอ็กซเรย์ที่ใช้ระบบดิจิตอลแทนฟิล์ม นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ใช้กันอยู่อาจจะล้าสมัยไปแล้ว ถ้าจะปรับต้องทำใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก&amp;nbsp; แต่Blockchain จะมาเป็นคำตอบเติมเต็มส่วนนี้ ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;Blockchain จึงมีความสำคัญในอนาคตมากด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มข.ได้นำAIมาช่วยเรื่องการแพทย์ โดยใช้ในส่วนของผู้ป่วยไอซียู ที่มีความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว โดยAIจะทำหน้าที่เตือนก่อนเกิดภาวะวิกฤตล่วงหน้า 15นาทีทำให้สามารถเตรียมแพทย์และพยาบาลได้ทัน และแนวคิดต่อไปคือ การคิดใช้AI มาช่วยในการตรวจวัดเบาหวาน โดยไม่ต้องเจาะเลือดแต่สามารถตรวจน้ำตาลในเลือดได้จากเหงื่อของคนไข้เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรรองรับคนสูงวัย หรือคนวัยทำงาน ที่ต้องการมาอัพเกรดความรู้ เนื่องจาก ความรู้ที่เคยเรียนเมื่อ 5-10ปีก่อน อาจจะไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงต้องมาพัฒนาความรู้ เพื่อรักษาการทำงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพไม่ล้าหลัง รวมทั้ง มหาวิทยาลัยยังมีโครงการปรับการรทำงานของบุคคลากร ที่ก็จะต้องเป็นระบบDATA Science มากชึ้น เพื่อให้สอดคล้องเข้ากับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp; .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญญาประดิษฐ์, มหาวิทยาลัยขอยแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, ิblockchain</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6a529238eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Open Data และ AI เพื่อความยุติธรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดถึงกระบวนการยุติธรรม เรามองไม่เห็นภาพของการอำนวยความสะดวกในกระบวนการยุติธรรม แต่เห็นภาพของการใช้อำนาจมาต่อสู้กัน เมื่อพูดถึงประชาธิปไตยที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม หากรัฐบาลไม่เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงแล้วจะให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างไร สถาบันยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดเวทีระดมความคิดเห็นเพื่อหากระบวนการและเครื่องมือใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา และเพิ่มพลังในการส่งเสริมความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นเครื่องมือติดตามและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแล ตรวจสอบ อันจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 2-3 ปีมานี้คำว่า &amp;lsquo;Blockchain&amp;rsquo; เป็นคำฮิตติดหู ในฐานะเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมอนาคต โดยที่ผ่านมา คนทั่วไปมักจะรู้จัก Blockchain ว่าเป็นระบบหลังบ้านที่ขับเคลื่อนสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ทว่าด้วยคุณลักษณะเด่นที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบความโปร่งใสได้ เทคโนโลยีนี้จึงเริ่มถูกนำมาใช้ประโยชน์กับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากโลกการเงินด้วย ว่ากันว่า Blockchain จะเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเขย่าโลก (disruptive technology) ที่เข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรม และการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ที่เอื้อให้เกิดกระบวนการตรวจสอบย้อนหลัง พลังสำคัญคือการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือติดตามและตรวจสอบสร้างความโปร่งใส ให้คนเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยไม่ต้องรอภาครัฐเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเผยแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล (Open Data) จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะก่อให้เกิดความโปร่งใส ผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลทั้งทางด้านนโยบายและการแก้ปัญหา ที่สำคัญคือ ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบการทำงานของบุคคล หน่วยงานสาธารณะ รวมไปถึงการบริหารงานของภาครัฐ โดยหน่วยงานภาครัฐต้องยินยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึง มีข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเผยข้อมูลว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ ในการเปิดเผยข้อมูลนั้นต้องประกอบด้วยหัวใจ 3 ประการ ได้แก่ ข้อมูลต้องเข้าถึงได้ง่าย ดาวน์โหลดได้ฟรี และอยู่ในรูปแบบที่เผยแพร่ได้ ภายใต้เงื่อนไขการอนุญาตให้นำมาเผยแพร่หรือนำไปใช้ร่วมกับข้อมูลอื่นได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาต่อยอดเพื่อประมวลความเชื่อมโยงของข้อมูลจะช่วยในการยกระดับให้ความยุติธรรมสามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และยังเป็นเครื่องมือในการประมวลผลข้อมูลเพื่อเพิ่มพลังการตรวจสอบให้อยู่ในมือของประชาชนทุกคน อันเป็นแนวคิดใหม่ที่สามารถนำไปขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(g.jittima02@gmail.com)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23288</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blockchain, จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์, ปัญญาประดิษฐ์, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหายาง &#039;ถามซีพีเขายัง?&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แจกผู้มีรายได้น้อย ๓.๘ หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจกชาวสวนยาง ๑.๘ หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือ &amp;quot;ปัญญาประดิษฐ์&amp;quot; ของรัฐบาล คสช.ใช้เลี้ยงปัญหาปากท้องคนรายได้น้อย และปัญหาราคายางตกต่ำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถาม คือ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ทำให้คนรายได้น้อยพัฒนาเป็นคนรายได้มากขึ้นมั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ตลาดยาง ราคามันสนองตอบเงินแจกก้อนนี้มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นชื่อว่า &amp;quot;แจก&amp;quot; ดีทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การแก้โจทย์ด้วยการใช้เงิน &amp;quot;เลี้ยงปัญหา&amp;quot; ซ้ำๆ ซากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลหวังได้ที่ตามมา คือ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนรายได้น้อย&amp;quot; กับ &amp;quot;เงินแจก&amp;quot; จะเพิ่มถาวรในเชิงขยายตัว &amp;quot;นิรันดร์กาล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนั่น จะเป็นปัญหาทางงบประมาณไปตลอดชาติ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีปัญหาราคายาง.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า &amp;quot;ยางพารา&amp;quot; ยังขายได้มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบ คือ ยังเป็นสินค้า &amp;quot;ขายได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วปัญหายางอยู่ตรงไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ตรง &amp;quot;คนซื้อ&amp;quot; รับซื้อในราคาต่ำมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็แสดงว่า &amp;quot;ยางพารา&amp;quot; ยังเป็นที่ต้องการของตลาดการค้าอยู่ แต่ที่ราคาต่ำมากนั่นน่ะ มาจากเหตุไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาจากอุปสงค์-อุปทาน, จากน้ำมันถูก ตลาดจึงไปใช้ยางสังเคราะห์แทน, จากปลูกกันจนล้น, จากบริหาร-จัดการไม่ซื่อ, จากใช้คนไม่ถูกกับงาน และ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่า ร้อยแปดพันเก้าสาเหตุ การจะแก้ให้ตรงปัญหาระดับรัฐ ต้อง &amp;quot;เจาะเลือด&amp;quot; ตรวจหาเชื้อ &amp;nbsp;เพื่อให้ยาตรงโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยางราคาตก ที่แน่ๆ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุไม่ได้มาจากชาวสวนยาง &amp;quot;ไม่มีเงิน&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การเอาเงิน ๑.๘ หมื่นล้านไปแจก เหมือนคันหัว แต่ไปเกาตูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกตรงๆ เสียดาย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงิน ๑.๘ หมื่นล้าน เอามากองไว้ก่อน แล้วเรียกหลายๆ ฝ่าย ทั้งฝ่ายชาวบ้าน ให้มาช่วยกันคิด แล้วเสนอซิว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับเงินก้อนนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครมีวิธีนำไปใช้แก้ปัญหาราคายางตกได้ดีกว่าวิธี &amp;quot;เอาเงินละลายน้ำแจก&amp;quot; ลองบอกซิ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าเงินร่วม ๒ หมื่นล้านนี้ จะเกิดรูปธรรมที่ยอมรับ ทั้งจะเป็นตัวผลักดันกลไกตลาดเชิงดีมานด์-ซัพพลาย &amp;quot;ขยับราคายาง&amp;quot; ให้สูงขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทั้งเงิน ๑.๘ หมื่นล้าน จะไม่เป็นเบี้ยหัวแหลก-หัวแตกเฉพาะคนสวนยาง ๑.๔ ล้านราย กินแล้วก็ถ่ายหมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่คนในอาชีพยางทั้งหมด..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงคนทั้งประเทศ จะได้อานิสงส์ในเงิน ๑.๘ หมื่นล้านถ้วนทั่ว เรียกได้ว่า &amp;quot;ฝนตกทั่วฟ้า&amp;quot; ทั้งคน-สัตว์-พืชไร่ &amp;quot;ได้หมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องคิดซับซ้อน........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนร้อยละ ๙๙.๙๙ เป็นหมอดูแม่นๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๖ โน่นแล้วล่ะว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน ๖-๑๐ ปี ข้างหน้า..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิบัติ-หายนะ ต้องเกิดกับราคายางประเทศไทยล้านเปอร์เซ็นต์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมันก็จริง จากราคาที่เคยขึ้นไปกิโลละเฉียด ๒๐๐ วันนี้ เหลือ ๓๒ บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุหลักก็คือ เมื่อปี ๒๕๔๒ ถ้าจำไม่ผิด &amp;quot;ยุครัฐบาลชวน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมติ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จำกัดการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราให้ไม่เกิน ๑๒ ล้านไร่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจะปลูกใหม่ ให้ปลูกทดแทน &amp;quot;เฉพาะพื้นที่เดิม&amp;quot; และไม่ควรปลูกใหม่ในพื้นที่ &amp;quot;ภาคเหนือ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ ควบคุมปริมาณยางให้อยู่เฉพาะภาคใต้ ซึ่งสร้างผลผลิตเป็นปริมาณที่สอดคล้องความต้องการตลาดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยุคชวน&amp;quot; ราคายางถึงขึ้นไปโลละร้อยกว่าบาท!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาปี พ.ศ.๒๕๔๖.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุครัฐบาลทักษิณ &amp;quot;เปลี่ยนมติ&amp;quot; รัฐบาลชวน จากจำกัดพื้นที่ปลูกยาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เป็น &amp;quot;สามารถขยายพื้นที่ปลูกยางพาราได้ทุกภาคของประเทศ&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วโครงการ &amp;quot;ยางพารา ๑ ล้านไร่&amp;quot; ก็เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ทักษิณ-นายกฯ, เนวิน รมช.เกษตรฯ สองแรงแข็งขันสั่งขยายพื้นที่ปลูกยางใน ๓๖ จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ใน ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ใน ๑๙ จังหวัดภาคอีสาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้งบ ๑,๔๐๐ ล้าน บอกว่า โครงการขยายพื้นที่ทั่วประเทศ ๑ ล้านไร่ ที่จากเดิมจำกัดไว้เพียง ๑๒ &amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความยากจน เพื่อให้มีผลผลิตสอดคล้องความต้องการยางของโลก ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒.๖ ต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องจำกันด้วย......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนั้น เป็นยุคเศรษฐกิจบูม ราคาน้ำมันโลกพุ่งพรวดๆ เป็นร้อยกว่าเหรียญ/บาร์เรล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ น้ำมันแพง ตลาดยางเลี่ยงจากยางสังเคราะห์ที่แพงตาม หันมาใช้ยางพาราซึ่งถูกกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บวกเศรษฐกิจโลกเป็นขาขึ้น ทักษิณจึงเห็นโอกาส &amp;quot;รวยแบ่งกัน&amp;quot; เฉพาะหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ &amp;quot;ทักษิณคิด-เนวินทำ&amp;quot; การขยายพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศล้านไร่ จึงเกิดเป็น &amp;quot;มรดกวิบัติ&amp;quot; ตกทอดถึงวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วใครล่ะ &amp;quot;รวยเฉพาะหน้า&amp;quot; กับโครงการนี้ด้วย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นี่ไง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้สัญญาเป็นผู้ &amp;quot;ผลิตต้นกล้าพันธุ์ยางพารา&amp;quot; ๙๐ ล้านต้น ให้กระทรวงเกษตรฯ วงเงิน ๑,๓๙๗ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผลิตกล้ายางของซีพี เป็นเรื่องมหากาพย์เล่ากันไม่จบ แต่ประเด็นที่ผมจะคุยไม่ได้อยู่ตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่อยู่ตรงว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ ในโครงสร้างธุรกิจ-เศรษฐกิจประเทศ แทบไม่มีตรงไหนที่ไม่มีซีพีเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาปประเทศจากปัญหายางวันนี้ ต้องยอมรับว่า นอกจาก &amp;quot;ทักษิณ-เนวิน&amp;quot; แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซีพี&amp;quot; มีส่วนร่วมใน &amp;quot;บาป&amp;quot; นั้นด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาปล้างไม่ได้ แต่ทำดีให้บาปลดความเข้มข้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงเห็นว่า...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโครงการ EEC หนึ่งแห่ง และเมืองใหม่ของเสี่ยซีพีแถวฉะเชิงเทราอีกหนึ่งแห่ง รวมถึงถ้าได้สัมปทานรถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน อีกหนึ่งแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการด้วยพื้นที่นับเป็นหมื่นๆ ไร่ รวมแล้วอาจเป็นแสนไร่ ต้องทำถนนหนทางทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาล คสช.โดย &amp;quot;กระทรวงเกษตรฯ&amp;quot; นั่นแหละ ทำเป็นไขสือ เป็น &amp;quot;กระทรวงซีพีและสหกรณ์&amp;quot; มาทุกยุคสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปบอกให้เสี่ยซีพี &amp;quot;รับซื้อยางพารา&amp;quot; นำไปใช้ทำถนน ในโครงการของเสี่ยซีพี ช่วยชาติให้ชาวบ้านสรรเสริญบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในพื้นที่ EEC รัฐบาลก็ &amp;quot;สั่งการไปเลย&amp;quot; ใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมทำถนนและในพื้นที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่นี้ ราคายางจาก ๓-๔ โลร้อย ด้วยดีมานด์-ซัพพลาย จะขึ้นไปกว่า ๖๐ บาทได้ด้วยซ้ำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เอาเงินที่ไหนมาซื้อ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เกี่ยวกับเงินเพิ่ม เพราะแต่ละโครงการ ยังไงๆ ก็ต้องลงทุนถนนหนทางอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงเปลี่ยนมุมคิด จากยางมะตอยหรือคอนกรีต มาเป็นยางพาราบ้างเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะรัฐบาล มีอยู่แล้ว ๑.๘ หมื่นล้าน แทนที่จะแจกแล้วหมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกชาวสวนยาง ๑.๔ ล้านคนนั่นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าแบ่งเลยนะ ทั้ง ๑.๔ ล้านคน ถือว่า &amp;quot;เข้าหุ้น-ร่วมทุน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเงิน ๑.๘ หมื่นล้าน ไปลงทุน &amp;quot;รับซื้อยาง&amp;quot; ตอนนี้ เก็บไว้ขายตอนราคาขึ้น ค่อยเอาส่วนกำไรมาหารแบ่งกันสนุกๆ จะเอามั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย เป็นการบริหารเงิน &amp;quot;รวยแล้วแบ่งกัน&amp;quot; ของแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่แบบ &amp;quot;โกงแบ่งกัน&amp;quot; เงินต้นก็หาย กำไรก็เขมือบ เอาทั้งขึ้น-ทั้งล่อง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนนหนทาง &amp;quot;คมนาคม-ทางหลวง&amp;quot; มันของรัฐ เงินหลวง คือเงินประชาชน เห็นพูดอยู่นั่นแหละ ให้เอายางพารามาทำถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่เห็นมีใครทำตามนายกฯ พูด-นายกฯ สั่ง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้าง &amp;quot;มันแพง&amp;quot;........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าแพงน่ะ เงินคุณมึงหรือ ก็เงินภาษีชาวบ้าน แพงไปกับซื้อผลิตผลยางของชาวบ้านมาทำถนนให้ชาวบ้าน แถมคุณภาพก็คงทนกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุ้มเกินคุ้ม อ้างว่าแพง เพราะไปผูกขาไว้กับพ่อค้ายางมะตอยและผู้รับเหมาน่ะซี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์รัฏฐาธิปัตย์ &amp;quot;ทุบโต๊ะ&amp;quot; กับหน่วยงานรัฐให้ซื้อยางมาทำถนนไม่ได้ แล้วจะไปสั่งอะไรกับใครได้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ &amp;quot;ซีพี&amp;quot; ต้องช่วยซื้อยางบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๙๐ ล้านต้น จาก ๑ ล้านไร่ เป็นผลิตผลของซีพี ถึงคราวน้ำยางกลายเป็นน้ำตาชาวสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีพีก็ควรช่วยเช็ดน้ำตา ก็แฟร์นะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ถ้าได้สัมปทานรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน เท่ากับได้พื้นที่มักกะสันและที่ศรีราชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าซีพีประกาศ ปรับนโยบาย ใช้ &amp;quot;ยางพารา&amp;quot; ในพื้นที่เป็นถนนหนทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับรอง &amp;quot;เซเว่น&amp;quot; จะขายข้าวแกง ส้มตำ สะตอ ยำปลาร้า กระทั้งว่า &amp;quot;แบงก์-เมรุ&amp;quot; เซเว่นก็มีบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไม่มีใครว่า &amp;quot;แย่งอาชีพ&amp;quot; อีกเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่จะบอกว่า อยากค้า-อยากควบ-อยากอ๊วบอะไรอีก เชิญท่านซีพีตามสบาย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยมีผลผลิตยาง ๔-๕ ล้าน/ปี มากที่สุดในโลก เหมือนข้าว ขายกันเป็นเกวียน-เป็นกิโล ด้วยผลิตผลดิบๆ อย่างนั้นมาเป็นร้อยปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วยุทธศาสตร์ ๔.๐ ในโครงการ EEC มีอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมใช้ยางเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นสินค้าแปรสภาพจากยางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอะไรบ้างล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพื้นที่ปลูกยางต้องลด โดยเฉพาะที่ใช้อิทธิพลบุกร้างถางภูเขาในเหนือ-อีสาน ต้องตัดให้เหี้ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมวิชาการเกษตร&amp;quot; ถ้าปล่อยให้เป็นตัวเขาเองทำหน้าที่ เขาจะบอกชาวบ้านได้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ไหน ควรปลูกพืชแบบไหน?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไม่เป็นแบบ &amp;quot;ทักษิณ-เนวิน&amp;quot; สั่งลุย ๑ ล้านไร่ &amp;quot;เหนือ-อีสาน&amp;quot; เอาปลูกยางให้หมด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนใต้น่ะ &amp;quot;นักเลง-พูดง่าย-ใจถึง&amp;quot; ปัญหายาง มีทั้งจริง ทั้งทำให้เหมือนจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ นัดวัน-เวลา-สถานที่ ลงไปนั่งกลางลานเปิดใจพูดจา กินข้าว-กินเหล้ากะเขา เอากันให้แจ้งซักวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใจถึง มันก็ถึงใจ ทุกอย่างจบ เพื่อพบกันด้วยใจ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระพุทธเจ้าตรัสไว้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นัตถิ ตัณหา สมานที&amp;quot; ไม่มีแม่น้ำใดๆ เสมอเท่าความต้องการมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ &amp;quot;แจก&amp;quot; เท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ (พรุ่งนี้-ลา ๕ วันนะครับ)!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, ปัญญาประดิษฐ์, ยางพารา, รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมโครซอฟท์ฟันธงปี63 ธุรกิจไทยกว่า 85%ใช้&#039;ปัญญาประดิษฐ์&#039;ทำงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์ เผยแทบทุกอุตสาหกรรมในเมืองไทย พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองผ่านการใช้งาน AI มากขึ้น ชี้เทคโนโนลีไม่ได้แทนมนุษย์ แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้คาดการณ์กันว่ามากว่า 40% ของกระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ภายในปี 2562 บทบาทของ &amp;nbsp;AI จะเข้ามาสนับสนุนด้วย โดยในปี 2563 มองว่าจะมีองค์กรถึง 85% ที่นำ AI มาประยุกต์ใช้งานอีกด้วย ในส่วนของบริษัทยังเห็นว่าแอปพลิเคชันกว่า 50% ในตลาด จะนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อใช้งานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งภายในสิ้นปี 2561 นี้ ส่วนการใช้บอทและ AI ติดต่อสื่อสารกับลูกค้านั้น มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจคิดเป็นอัตราส่วนถึง 95% ของการสนทนากับลูกค้าในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต้องการของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว ไม่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายราย เริ่มให้ความสำคัญกับ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจแล้วเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคของการเงินการธนาคาร ประกัน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และระบบขนส่ง หรือแทบจะทุกภาคอุตสาหกรรมที่ &amp;nbsp;AI เข้ามาขับเคลื่อนการทำงานขององค์กรตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่ทำให้ AI แพร่หลายมากขึ้น ประกอบด้วย 1.ทรัพยากรข้อมูล กลไก และแนวทางในการค้นหา คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมาย 2.บุคลากร ความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์หรือประยุกต์ใช้ข้อมูลในรูปแบบที่เกิดประโยชน์กับองค์กร ผู้ใช้งาน หรือสังคม และ 3. ความเข้าใจ นอกจากทักษะและความเข้าใจเชิงเทคนิคของผู้พัฒนา AI เองแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจในเทคโนโลยี AI และความมั่นใจในประสิทธิภาพหรือความแม่นยำของระบบก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการวางมาตรฐานที่ชัดเจนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใสในการทำงาน และความรับผิดชอบของผู้พัฒนา เป็นต้น โดยการพัฒนา AI จะต้องมีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมให้มนุษย์สามารถทำงานได้ดีขึ้น มากขึ้น หรือทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์แต่อย่างใด จากแนวโน้มของตลาดเมืองไทยสะท้อนให้เห็นการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทวางโพซิชั่นนิ่งไว้ด้วยกัน 3 อย่าง คือ 1. AI Platform 2. Intelligent Products และ3. AI Business Solutions โดยบริษัทมองว่าแม้ความต้องการที่อยากพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องของทักษะหรือความสามารถของคนยังเป็นความท้าทายอยู่ไม่ใช่น้อย จึงต้องมีความร่วมมือกันเพื่อส่งเสริม รองรับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10074</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์, ปัญญาประดิษฐ์, เอไอ, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0994f7c5f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอหรือจะสู้มนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงลือเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในช่วงนี้มักจะแพร่หลายจนหนาหู หลายฝ่ายเริ่มให้ความสนใจว่าปัญญาประดิษฐ์ที่จริงแล้วคืออะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง และจะพัฒนาต่อยอดในส่วนของการบริหารจัดการได้หรือไม่ โดยมีหลายบริษัทได้หยิบยกมาใช้ในกระบวนการจัดการ การผลิต หรือใส่ในผลิตภัณฑ์กันบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์ หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง โดยความสามารถส่วนใหญ่คือการสื่อสารได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยงานต่างๆ อย่างการดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ และเรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใดๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยความน่าสนใจนี้จึงทำให้เอไอเป็นที่รู้จักได้ไม่ยาก รวมทั้งยังมีผู้เล่นหลายกลุ่มเข้ามาพัฒนาจนทำให้มีศักยภาพ เทียบเท่ามนุษย์ และตั้งความหวังว่าเอไอจะเข้ามาเป็นอนาคตของแรงงานในบางกลุ่ม และทดแทนการใช้แรงงานมนุษย์ในกลุ่มงานที่เสี่ยงอันตราย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ในมิติต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด หุ่นยนต์นักบิน บาริสต้าในร้านกาแฟ และแม่ครัวทอดไข่เจียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงทำให้มีหลายคนที่กังวลว่ามนุษย์อาจต้องตกงาน เพราะเอไอเตรียมขึ้นแท่นแรงงานคุณภาพเทียบชั้น รวมถึงอาจจะเกิดปัญหาแย่งก้าวข้ามสายงานของหุ่นยนต์ในอนาคต นายธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มธ. ได้ออกมากล่าวว่าเอไอเริ่มเข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานมนุษย์ และผลผลิตจากปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถควบคุมจำนวนและคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทดแทนในส่วนงานที่ไม่ซับซ้อน และงานที่ใช้เพียงทักษะพื้นฐานเท่านั้น แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี ส่งผลในอนาคตปัญญาประดิษฐ์สามารถพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนการทำงานที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ แรงงานมนุษย์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะด้านและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้สอดคล้องไปกับความต้องการของตลอดแรงงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในอนาคตอาจจะเข้ามามีบทบาทที่ใกล้ชิดกับนักวิทยาศาสตร์ยิ่งขึ้น ในมิติของการทำงานร่วมกันแบบพาร์ตเนอร์ ที่มีส่วนช่วยให้การค้นคว้าวิจัยหรือพัฒนานวัตกรรมให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และต่อยอดไปยังงานสาขาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หุ่นยนต์ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ ที่ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ 100% โดยเฉพาะในเรื่องของจิตใจและความจริงใจ ที่เป็นหัวใจสำคัญของงานบริการ ที่ต้องใช้ความจริงใจในการสื่อสารกับผู้รับบริการ รวมถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่ต้องอาศัยทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ของมนุษย์เป็นพื้นฐาน ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม กล่าวว่า แม้ปัจจุบันโลกธุรกิจจะหันมาให้ความสำคัญของเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ในการช่วยมนุษย์ทำงานมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าก็ยังมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้านอยู่ ซึ่งโลกของการทำงานหลายอาชีพยังจำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์ในการขับเคลื่อนเป็นหลักอยู่ เพราะมนุษย์มีทักษะสำคัญที่เทคโนโลยีหรือหุ่นยนต์ยังไม่สามารถเทียบเท่าได้ ก็คือ 1.ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 2.ทักษะทางสังคม และ 3.ทักษะทางอารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้ชัดว่ามนุษย์มีทักษะที่ล้วนเกิดจากการเรียนรู้โดยธรรมชาติ ถือเป็นจุดแข็งของมนุษย์ที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถทำได้ดีในระดับเทียบเท่า แต่การพัฒนาของเทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ก็มีความก้าวหน้ามากขึ้น ดังนั้นมนุษย์มีความจำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้โลกการทำงานในอนาคตของทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์สามารถทำงานและอยู่ร่วมกันได้อย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8623</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, ปัญญาประดิษฐ์, พัฒนาต่อยอด, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, หุ่นยนต์ช่วยงานต่างๆ, เอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
