<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หอศิลป์พิมานทิพย์&#039;รวมพระอัจฉริยภาพศิลปะ&#039;ฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระปรีชาสามารถด้านศิลปกรรม และปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีผลงานด้านศิลปกรรมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกันจัดสร้าง &amp;quot;หอศิลป์พิมานทิพย์&amp;quot; เป็นอาคาร 2 ชั้น บนเนื้อที่ 3 ไร่ ณ ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา น้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อเป็นสถานที่รวบรวมผลงานศิลปกรรม จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ และงานออกแบบเครื่องประดับอัญมณีในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จำนวน 193 ชิ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปกรรม และสถานที่ส่งเสริมการอนุรักษ์และสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติแห่งใหม่ของเมืองโคราช &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์เมื่อวันก่อน ในงานเปิดนิทรรศการมีการแสดงเครื่องประดับอัญมณี &amp;quot;สยามกลิตเตอร์ส 1957&amp;quot; ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงออกแบบคอลเลคชั่นล่าสุด โดยผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์ ประกอบด้วย ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, ศ.ดร.พญ.จิรายุ เอื้อวรากุล, นางมาริษา สมบัติบูรณ์, นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย, นางสาวสุพรทิพย์ ช่วงรังษี, นางนวลพรรณ ล่ำซำ, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล, นายสุริยน ศรีอรทัยกุล, นางชนัดดา จิราธิวัฒน์, ผศ.วิรัญญา ดวงรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงงานด้านศิลปกรรมเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน และปัจจุบันทรงมีผลงานด้านศิลปกรรมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก จึงเห็นสมควรสร้าง &amp;quot;หอศิลป์พิมานทิพย์&amp;quot; ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมผลงานที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะผ่านภาพวาดฝีพระหัตถ์ ซึ่งล้วนเป็นภาพสัตว์และดอกไม้นานาพันธุ์ สื่อสารบอกเล่าเรื่องราวถึงผืนป่า สายน้ำ และสิ่งแวดล้อม นับเป็นการถ่ายทอดความรู้ แนวคิด และจินตนาการการสร้างสรรค์งานด้านศิลปะให้แก่ผู้รักงานศิลปะและเยาวชนรุ่นใหม่ ตลอดจนสนองแนวพระดำริในการทรงเป็นตัวอย่างการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ พระองค์ยังได้พระราชทานพระอนุญาตให้ใช้ภาพวาดฝีพระหัตถ์เป็นต้นแบบในการจัดทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายหารายได้สมทบทุนองค์กรการกุศลต่างๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอศิลป์พิมานทิพย์ จ.นครราชสีมา รวบรวมผลงานศิลปกรรมในฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงสืบสานและทรงดำเนินรอยตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2534 ความว่า &amp;ldquo;พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า&amp;rdquo; ดังเห็นได้จากโครงการในพระดำริต่างๆ ที่ได้พระราชทานแนวพระนโยบายในการสงวนรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสุนทรียภาพด้านงานหัตถศิลป์ที่ทรงได้รับการปลูกฝังจากพระราชบิดาและพระราชมารดาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ทรงใช้พระอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ศิลปะหลากหลายแขนงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร และความสนพระทัยในงานศิลปะที่นำไปสู่ความสุขสงบในพระทัย ผนวกกับความหลงใหลในงานศิลปะ จึงทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่ที่จะทรงศึกษาการวาดภาพอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ชุดเสือมีหลายเนื้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทรงเข้าศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะ เป็นภาพสัตว์และดอกไม้นานาชนิด สื่อสารถึงผืนป่า สายน้ำ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลงานออกแบบเครื่องประดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิมานทิพย์แกลเลอรี่เปิดให้ชมภาพวาดฝีพระหัตถ์หลากหลายเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์จัดแสดงบริเวณชั้นบนและชั้นล่างอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์ นอกจากจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ยังมีภาพพิมพ์ งานปักทอ สื่อผสม ประติมากรรม และสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบอินเตอร์มีเดียด้วย ด้วยโปรดให้นำผลงานฝีพระหัตถ์ไปสร้างสรรค์หลายเทคนิคเพื่อความแปลกใหม่ สำหรับผลงานฝีพระหัตถ์ทั้งหมดนี้เคยจัดแสดงให้ประชาชนชื่นชมในนิทรรศการศิลปกรรม &amp;quot;หลากลาย หลายชีวิต&amp;quot; Various Patterns; Diversity of Life ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี&amp;quot; ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นนิทรรศการศิลปะแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเจ้าฟ้าหญิงพระองค์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ หอศิลป์พิมานทิพย์ จ.นครราชสีมา ได้ทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาณวิทย์ กุญแจทอง, ปรีชาเถาทอง, ปัญญาวิจินธนสาร, ปากช่อง, ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, หอศิลป์พิมานทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b604e7a3d4ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Thailand Biennale Krabi 2018” 50 ศิลปินเนรมิตกระบี่เมืองศิลปะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างผลงานศิลปะที่จะจัดวางในมหกรรมศิลปะที่ จ.กระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ &amp;ldquo;เวนิส เบียนนาเล่&amp;rdquo; ของเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ถือเป็นมหกรรมศิลปะที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลกก็ว่าได้ เพราะนอกจากทั้งเมืองจะจัดแสดงงานศิลปะที่น่าทึ่งหลายชิ้นแล้ว งานนี้ยังเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าศิลปินผู้เป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะโลกด้วย ไม่แปลกที่ผู้คนจากทั่วโลกจะให้ความสนใจและต่างก็ใฝ่ฝันที่อยากจะไปร่วมงานนี้สักครั้ง และปัจจุบันเวนิส เบียนนาเล่ ก็ได้กลายเป็นต้นแบบของงานเทศกาลหรือมหกรรมศิลปะให้กับหลายๆ ประเทศ อย่างเช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฯลฯ รวมไปถึงประเทศไทยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.2561 ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ.2562 จะมีการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เบียนนาเล่ ขึ้นเป็นครั้งแรกของไทยที่ จ.กระบี่ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;Thailand Biennale Krabi 2018&amp;rdquo; โดยมีสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เป็นเจ้าภาพหลักของงาน ล่าสุดเพิ่งมีการจัดงานแถลงข่าวเผยรายชื่อศิลปินที่จะร่วมงานกว่า 50 ชีวิต อาทิ Chemi Rosaado Seijo จากปวยร์โตริโก Jiang Jihong, Yang Zhenzhong, Zheng Beili จากจีน Aki Inomata จากญี่ปุ่น Tran Luong จากเวียดนาม Fernand Gomes จากบราซิล รวมถึงศิลปินไทย อ.วิโชค มุกดามณี, อ.ปัญญา วิจินธนสาร, ศราวุธ ดวงจำปา, วิภาช ภูริชานนท์ ฯลฯ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน เนรมิตกระบี่ทั้งเมืองให้กลายเป็นเมืองศิลปะ ในแนวคิด &amp;ldquo;Adge of the Wonderland&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพศิลปินทั่วโลกจะร่วมแสดงงานไทยแลนด์ เบียนนาเล่ กระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวคิด &amp;ldquo;สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์&amp;rdquo; ในงานเบียนนาเล่ กระบี่ ครั้งนี้จะแตกต่างจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เคยจัดผ่านๆ มา เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ผลงานศิลปะจะถูกจัดวางอยู่กลางแจ้งในพื้นที่ทางธรรมชาติหลายพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ซึ่งนอกจากความสวยงามของทะเลที่มีชื่อเสียงแล้ว จังหวัดกระบี่ยังมีสถานที่ทางธรรมชาติอีกมากมายที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกหรือถ้ำหินงอกหินย้อยต่างๆ ต้นไม้ สถานที่แลนด์มาร์คกระบี่ รวมไปถึงประเพณี วัฒนธรรมของผู้คนในชุมชน โดยช่วงนี้ศิลปินบางส่วนจะเริ่มทยอยลงสำรวจพื้นที่กระบี่ เพื่อคิดไอเดียสร้างผลงานให้สมกับดินแดนมหัศจรรย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Chemi Rosaado Seijo ศิลปินปวยร์โตริโก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จางจีฮง (Jiang Jihong) หรือโจชัว (Joshua) ศิลปินจากประเทศจีน ผู้ที่จะรับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์หลักของงานนี้ เผยถึงงานที่จะเกิดขึ้นว่า ความน่าสนใจของงานอยู่ตรงที่ศิลปินจะสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของผลงานศิลปะเฉพาะพื้นที่ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นบนตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง โดยศิลปินจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่สร้างงานศิลปะเป็นสำคัญ ประกอบกับการออกแบบและการสร้างตัวงานศิลปะด้วยตนเอง ทั้งยังถือเป็นการเปิดประสบการณ์การชมศิลปะในรูปแบบใหม่ซึ่งค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราต้องจัดงานแบบนอกสถานที่ที่ไม่มีหลังคา ไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดเลยนอกจากชิ้นงานของศิลปิน และสร้างให้ผสมผสานกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยเป้าหมายของทุกท่านในครั้งนี้ก็คือความมหัศจรรย์ของพื้นที่ เราต้องการดึงความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความน่าสนใจของจังหวัดกระบี่ออกมาให้ผู้คนทั่วโลกได้ประจักษ์ผ่านชิ้นงานศิลปะ และที่สำคัญงานศิลปะหลายชิ้น ผู้ชมก็จะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่ใช่แค่เพียงชมตัวชิ้นงาน แต่บางชิ้นงาน ผู้ชมจะได้เป็นส่วนร่วมในชิ้นงานนั้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิลปะการแสดงพื้นเมืองจังหวัดกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝั่งศิลปินอาวุโสจากไทยอย่าง อ.วิโชค มุกดามณี กล่าวว่า คนทำงานศิลปะได้ออกไปทำงานนอกสถานที่ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการโยงงานศิลปะให้เข้าไปอยู่กับพื้นที่สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ เชื่อว่าเป็นความท้าทายของศิลปินหลายๆ ท่านที่ต้องคิดสร้างผลงานออกมาแลกเปลี่ยนกับศิลปินนานาประเทศ งานนี้อาจเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในวงการศิลปะของเรา ในอีก 2 ปีข้างหน้าอาจจะมีการจัดในสถานที่อื่นๆ ทำให้งานศิลปะเคลื่อนไหวไปได้ทั่วประเทศ เพราะว่าวงการศิลปะในเมืองไทยมีคนสนใจอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่จะชินกับการชมตามแกลลอรีต่างๆ แต่การสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้กับวงการ จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ว่าศิลปะไม่ได้อยู่เฉพาะในแกลลอรีอีกต่อไป แต่ศิลปะจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับชีวิต สังคม ผู้คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิลปินไทยนำโดย อ.ปัญญา วิจินธนสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นในเมืองไทยเช่นกัน งานเบียนนาเล่ถือเป็นความฝันของศิลปินหลายๆ คน เพราะการที่ศิลปินจะทำงานประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเองแล้ว ผลงานต้องเป็นที่ยอมรับในสาธารณะด้วย และงานครั้งนี้อาจจะเป็นการสร้างความภูมิใจครั้งใหม่ให้กับศิลปินหลายท่าน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์และวัดทักษะความสามารถของศิลปินด้วยว่าอยู่ในจุดไหน เพราะว่าในงานแต่ละวันจะมีหัวข้อ มีประเด็นที่น่าสนใจต่างกัน และความน่าสนใจของงานคือ ศิลปินไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศ ต่างก็ต้องเข้าไปศึกษาในพื้นที่ วิถีชีวิต บริบท ประวัติศาสตร์ แม้กระทั่งสังคมที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ว่างานของตนเองจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร แล้วจะทำอย่างไรให้คนเข้ามาสนใจพื้นที่นี้ ศิลปะจะเป็นสื่อตัวนำทางความคิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อากิ อิโนมาตะ ศิลปินแดนอาทิตย์อุทัยร่วมมหกรรมศิลปะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน อากิ อิโนมาตะ ศิลปินชาวญี่ปุ่น เผยว่า ที่ญี่ปุ่นก็มีการจัดแสดงงานศิลปะที่น่าสนใจหลายงาน ไม่ค่อยมีงานที่จัดนอกสถานที่ งานที่กระบี่จะมีการผสมผสานความเป็นธรรมชาติลงไปในศิลปะเข้ากับแนวคิดดินแดนมหัศจรรย์ ก็คิดว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับตน เพราะว่ามันคือสิ่งที่พิเศษ เมื่อถึงช่วงจัดงานก็อยากให้คนญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทย เพราะส่วนมากคนญี่ปุ่นจะรู้จักแต่ กทม. จะยังไม่ค่อยรู้จักพื้นที่อื่นๆ เท่าไหร่ การที่มีงานเบียนนาเล่ครั้งนี้ก็เหมือนกับว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนที่อยากมาเที่ยวเมืองไทยด้วย อีกไม่กี่วันตนก็จะลงพื้นที่สำรวจกระบี่สำหรับเตรียมไอเดียที่จะสร้างผลงานให้เข้ากับสถานที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13140</URL_LINK>
                <HASHTAG>Jiang Jihong, กระทรวงวัฒนธรรม, ปัญญาวิจินธนสาร, สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, เวนิส เบียนนาเล่, “Adge of the Wonderland” หรือ “สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์, “Thailand Biennale Krabi 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b44883f8a11d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 ปี หอศิลปกรุงเทพฯ สู้ต่อ! เป็นพื้นที่เรียนรู้ของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ พร้อมผู้บริหารหอศิลปกรุงเทพฯ แถลงผลงานเด่นในรอบ 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี พ.ศ. 2561 นี้ เป็นปีที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ที่เปิดบริการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสร้างแรงบันดาลใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวบนพื้นที่ใจกลางเมืองย่านสยามและสี่แยกปทุมวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการกว่า 10 ล้านคน และปี 2560 ทำสถิติคนเข้าหอศิลปกรุงเทพฯ จำนวนสูงสุด 1.7 ล้านคน ผลงานโดดเด่นเป็นนิทรรศการ&amp;#39;พระราชาในดวงใจ&amp;#39; ยอดคนเข้าชมมากถึง 1,400 คนต่อวัน &amp;nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการน้อมรำลึกการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;และยังมีนิทรรศการ เทศกาลศิลปะโดยศิลปินไทยและต่างชาติหลากหลายรูปแบบมาใช้พื้นที่หอศิลป์แห่งนี้สร้างการแลกเปลี่ยนกับผู้ชมงานในไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวาระครบ 10 ปี มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจัดงานแถลงข่าวผลการทํางานร่วมกันระหว่างมูลนิธิหอศิลปฯ และกรุงเทพมหานคร และบทบาทของหอศิลปกรุงเทพฯ ที่มีต่อสังคม รวมถึงโครงการพิเศษในวาระ 10 ปี ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 หอศิลปกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญญา วิจินธนสาร รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ กล่าวว่า หอศิลปกรุงเทพฯ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของเครือข่าย ศิลปินและคนรักศิลปะตั้งแต่ปี 2540 จนเปิดบริการเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2551 และมีพีธิเปิดอย่างเป็นทางการ วันที่ 19 ส.ค.2552 อาคารสวยงามบนพื้นที่ใจกลางเมืองท้าทายเยาวชนเข้ามาเรียนรู้ &amp;nbsp;ระหว่างห้างสรรพสินค้ากับหอศิลป์ เด็กสนใจสิ่งใดมากกว่ากัน ซึ่งผลชัดเจนว่าการเสียสละพื้นที่ไม่ได้เสียผลประโยชน์ทางธุรกิจ กลับช่วยส่งเสริมพื้นที่ธุรกิจให้มีคุณค่า ส่งเสริมคนเข้ามาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ตลอด 10 ปี หอศิลปกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับประชาชนเรื่องความคิดและการทำงานสู่เป้าหมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำศิลปะนามธรรมให้เป็นรูปธรรม ศิลปะในปัจจุบันไม่ใช่เพื่อความบันเทิง แต่เป็นสาระความรู้ อีกทั้งเชื่อว่างานศิลปะสร้างระเบียบวินัย อีกเป้าหมายเราทำงานด้านสันติภาพเสมอภาค ซึ่งงานศิลปะพูดถึงเสมอทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ สำหรับหอศิลปกรุงเทพฯ กำหนดฐานะเป็นหอศิลป์ประจำเมืองหลวงและเป็นโครงการนำร่องให้จังหวัดอื่นๆ &amp;nbsp;หอศิลป์เราไม่เหมือนใคร เป็นอาร์ทเซ็นเตอร์มากกว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย &amp;nbsp;&amp;quot; ปัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูตร ประธานกรรมการบริหารหอศิลปกรุงเทพฯ กล่าวว่า จากการสร้างกิจกรรมที่น่าสนใจให้เกิดทั้งคุณภาพและปริมาณ เพราะสถานที่ตั้งอยู่ในทำเลทองแวดล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า &amp;nbsp;ต้องทำทุกตารางนิ้วให้มีคุณค่า &amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น จากปีแรก 3 แสนคน 3 ปีหลังตัวเลขแตะล้านคนและแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เราได้คิดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้บริการ 1 คน ในการจัดนิทรรศการและกิจกรรมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 23 บาท เทียบกับบางประเทศต้นทุนมากกว่าเราครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; หอศิลปกรุงเทพฯ ไม่ใช่พื้นที่โชว์งานศิลปะล้ำค่า แต่จะเป็นสะพานนำเนื้อหาและความรู้ต่างๆ ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะ มีหลายนิทรรศการได้เรียนรู้ปัญหาในสังคมไทย เห็นมุมมองของกลุ่มคนที่ไม่เคยสัมผัส &amp;nbsp; อย่างนิทรรศการแสดงผลงานของคาราวัจโจ จิตรกรอิตาลี มีคนเข้าชมถึง 4.9 หมื่นคน เรามีทีมนิทรรศการสกัดประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ ก่อนคัดเลือกศิลปินและรูปแบบส่งเสริมการเรียนรู้ให้ประชาชน &amp;quot; ผศ.สรรเสริญ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใครมาใช้บริการหอศิลปกรุงเทพฯ จะรู้ว่ามีกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งปี ผศ.สรรเสริญให้ข้อมูลแบ่งเป็นนิทรรศการ 63% การศึกษา 15% กิจกรรมเครือข่าย 12% ดนตรี หนัง วรรณกรรม 7% ที่เหลือ 3% &amp;nbsp;เป็นห้องสมุดศิลปะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หอศิลป์ในสายตาคนกรุงเทพฯ ชัดเจน สะท้อนผ่านกรุงเทพโพลล์ ผศ.สรรเสริญ เผยว่า 86% เห็นว่าหอศิลปกรุงเทพฯ มีส่วนสำคัญด้านการศึกษาศิลปะ ในฐานะพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์เยาวชน &amp;nbsp;87% เห็นว่าหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นความภาคภูมิใจของเมืองเมื่อเทียบกับหอศิลป์เมืองหลวงชั้นนำอื่นๆ ซึ่งผลสำรวจจะนำมาปรับวิสัยทัศน์บริหารองค์กรให้เป็นหอศิลปวัฒนธรรมของประชาชนสามารถส่งเสริมความหลากหลายทาง ศิลปวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการบริหารฯ บอกว่า หอศิลป์กรุงเทพฯ อยู่ในความดูแลของมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ด้วยการจัดตั้งและสนับสนุนหลักจากกรุงเทพมหานคร 53% ของรายรับสนับสนับสนุนโดยกทม. ในส่วนที่ยังไม่เพียงพอจัดหาโดยมูลนิธิ ซึ่งได้จากการบริหารพื้นที่ ผู้สนับสนุน เงินบริจาค มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนการสนับสนุนและเงินบริจาคมากขึ้น สร้างการเป็นเจ้าของร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมพิเศษในวาระ 10 ปี ผศ.ปวิตร มหาสารินันท์ ผู้อำนวยการหอศิลปกรุงเทพฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.61 - 19 ส.ค.62 &amp;nbsp;นำเสนอผ่านธีม&amp;#39;10 ปีพื้นที่แห่งการเรียนรู้&amp;#39; ไม่ใช่ที่ชุมนุมศิลปินหรือพื้นที่เรียกร้องทางการเมือง แต่เป็นการเรียนสิ่งที่อยากเรียน รู้ในสิ่งที่อยากรู้ ไม่ใช่งานศิลปะอย่างเดียว รวมถึงมีแฮชแทค#yourbacc พร้อมคำขวัญร่วมมือ แบ่งปัน ยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เรามีกิจกรรมใหม่ Bacc Art of Nature Workshop ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหิดล เปิดพื้นที่เรียนรู้วิทยาศาสตร์และฝึกทักษะศิลปะ &amp;nbsp;เชื่อมโยงสองศาสตร์ไว้ด้วยกัน มีโครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ไปพำนักต่างประเทศ วันที่ 20 ก.ย. - 25 พ.ย. บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เราเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักแสดงงาน วันที่ 19 ต.ค. 61- 3 ก.พ.62 กลางปีหน้าจะมี Art Brut : The Great Ordinary เป็นศิลปะจากผู้พิการ ระหว่างวันที่ 18 ก.ค.-3 พ.ย. &amp;nbsp;ตั้งเป้าทำนิทรรศการให้ผู้พิการเข้าชมได้ ก่อนงานแสดงจะจัดเวิร์คช็อปให้ผู้พิการด้วย ส่วนเทศกาลศิลปะการแสดงปี 62 กำหนดโจทย์ศิลปะบำบัด มีไม่บ่อยนักในบ้านเรา &amp;quot; ผอ.หอศิลปกรุงเทพฯ ย้ำกิจกรรมในหอศิลป์มีตลอดทั้งปี ชวนคนทุกเพศทุกวัยมาปักหมุดติดแฮชแทคกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13039</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ปีพื้นที่การเรียนรู้ผ่านศิลปะ, บางกอกอาร์ตเบียนนาเล่2018, ปัญญาวิจินธนสาร, ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูตร ประธานกรรมการบริหารหอศิลปกรุงเทพฯ, พระราชาในดวงใจ, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b42ecc1976fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
