<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039;ออกโรงเตือนกกต.ชุดที่5ปัญหาภายในเยอะกว่าที่เห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ธ.ค.2561 - &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เริ่มเป็นห่วง กกต.ชุดที่ 5 (ตอนที่ 2)&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ไส้ในที่ถูกทะลุทะลวง ระบบการทำงานภายใน กกต. โดยเฉพาะประเด็นการสืบสวนสอบสวน และการไต่สวนข้อเท็จจริงเป็นหัวใจสำคัญต้องปิดลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแจกคดีให้กรรมการชุดไหนต้องไม่แพร่งพราย ชื่อกรรมการต้องไม่เปิดเผย วันเวลาที่ประชุมต้องรู้ในแวดวงจำกัด ขณะนี้ ทุกอย่างที่เป็นไส้ในถูกทะลุทะลวงสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงชุดหนึ่งที่เกี่ยวกับ 90 สนช. คนนอกที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา ล่วงรู้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น วาระการประชุม วันเวลาที่จะประชุม รายชื่ออนุกรรมการ แนวทางการลงมติของอนุกรรมการ รู้แม้กระทั่งหมายเลขโทรศัพท์ของอนุกรรมการ และมีการโทรเข้าไปขอความช่วยเหลือจากอนุกรรมการบางท่าน (มีหลักฐานการโทรเข้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นเช่นนี้ จบกันครับ ที่หวังว่า การทำงานของ กกต.จะเป็นไปอย่างอิสระ และเป็นกลาง กกต.ชุดใหม่ อย่าสบายใจว่า ระบบภายในของท่านดีและเข้มแข็ง มันมีปัญหามากกว่าที่ท่านคิดเยอะ กำกับแก้ไข ณ วันนี้ ก่อนที่จะเป็นภัยต่อท่านครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรรมการการเลือกตั้ง, ปชป., ปัญหา, พรรคประชาธิปัตย์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb8795bed30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพล เผย &#039;ค่าครองชีพ-ปัญหาการเมือง&#039; ถูกคนไทยบ่นถึงมากที่สุด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจ 5 ปัญหา ที่คนไทยบ่นมากที่สุด &amp;nbsp;เรื่อง เศรษฐกิจค่าครองชีพ นำโด่ง 63% ตามด้วย การเมือง 40% &amp;nbsp;ปัญหาสังคมอันดับ 3 &amp;nbsp;32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.61 - ประเทศไทย ณ วันนี้ ยังต้องเผชิญอยู่กับปัญหาทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่สร้างความวิตกกังวลและความหนักใจให้กับรัฐบาลและประชาชนอย่างมาก ขณะเดียวกันประชาชนเองก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการดำรงชีวิต การเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่ต่อไปได้ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ &amp;ldquo;เสียงบ่น&amp;rdquo; ของคนไทย ณ วันนี้ จำนวนทั้งสิ้น 1,334 คน ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; เรื่องที่ประชาชนบ่น ณ วันนี้ พร้อมบอกสาเหตุ และแนวทางแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 เศรษฐกิจแย่ ค่าครองชีพสูง เงินไม่พอใช้ 63.46% สาเหตุที่บ่น เพราะเศรษฐกิจซบเซา ภาระเยอะ ค่าใช้จ่ายสูง ข้าวของมีราคาแพง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ต้องกู้ยืม ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระตุ้นการค้าการลงทุน ควบคุมราคาสินค้า ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2 การเมืองไทยวันนี้ยังวุ่นวายไม่หยุด 40.59% สาเหตุที่บ่น เพราะ กระทบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ เบื่อ มัวแต่ทะเลาะกัน ยังไม่มีเลือกตั้ง ไม่เป็นประชาธิปไตย ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ รับฟังความคิดเห็น ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เห็นแก่บ้านเมือง มีการเลือกตั้ง ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3 ปัญหาสังคม และอาชญากรรมยังน่ากลัว 32.39% สาเหตุที่บ่น เพราะ เป็นภัยใกล้ตัว เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มีหลายรูปแบบ รุนแรงมากขึ้น สังคมย่ำแย่ ยาเสพติดแพร่ระบาด ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขัน กฎหมายเด็ดขาด เพิ่มสายตรวจทุกจุด ปลูกฝังจิตสำนึก ช่วยกันดูแล ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4 การทุจริตคอรัปชั่นงบประมาณภาครัฐ ท้องถิ่นยังมีอยู่มาก 31.75% สาเหตุที่บ่น เพราะ มีข่าวให้เห็นบ่อยครั้ง เป็นการเอาเปรียบประชาชน ไม่เป็นธรรม แก้ไม่หมด ประเทศไม่พัฒนา ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ ตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง ไล่ออก ยึดทรัพย์ จำคุกตลอดชีวิต ไม่ช่วยเหลือปกป้องพวกพ้อง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5 พฤติกรรมของคนในสังคม แล้งน้ำใจ 23.44% สาเหตุที่บ่น เพราะ คนเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ ใช้อารมณ์ ขาดสติ ใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด เป็นห่วงลูกหลาน ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ รณรงค์ กระตุ้นให้ทุกคนมีวินัย เคารพซึ่งกันและกัน พัฒนาการศึกษา มีคุณธรรม พ่อแม่มีเวลาให้ ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนคิดว่ารัฐบาลน่าจะแก้ไขได้สำเร็จหรือไม่?
***ประชาชนส่วนใหญ่คาดว่ารัฐบาลไม่น่าจะแก้ไขเสียงบ่นได้สำเร็จ***
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสียงบ่นที่ประชาชนคาดว่าจะแก้ไขไม่สำเร็จ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่สำเร็จ &amp;nbsp; สำเร็จ &amp;nbsp; ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การทุจริตคอรัปชั่นงบประมาณภาครัฐ ท้องถิ่นยังมีอยู่มาก&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 48.82% &amp;nbsp;19.87% &amp;nbsp; 31.31%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเมืองไทยวันนี้ยังวุ่นวายไม่หยุด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 45.14% &amp;nbsp;20.73% &amp;nbsp; 34.13%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เศรษฐกิจแย่ ค่าครองชีพสูง เงินไม่พอใช้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 41.68% &amp;nbsp;24.41% &amp;nbsp; 33.91%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาสังคม และอาชญากรรมยังน่ากลัว&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;39.74% &amp;nbsp;27.15% &amp;nbsp; 33.11%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พฤติกรรมของคนในสังคม แล้งน้ำใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 36.36% &amp;nbsp;30.91% &amp;nbsp; 32.73%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10563</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คนไทย, ค่าครองชีพ, ปัญหา, ปัญหาสังคม, ผลสำรวจความคิดเห็น, สวนดุสิตโพล, เศรษฐกิจแย่, เสียงบ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b135402b6cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.อ.ปยุตฺโต:เรื่องประเภทนี้เคยเกิดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 มิ.ย.2561 - เฟซบุ๊กปฏิบัติธรรมวัดชลฯ บวชเนกขัมมะบารมี ได้เผยแพร่บางส่วนจากวิสาขเทศนาของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ณ อุโบสถ วัดญาณเวศกวันถึงปัญหาวงการสงฆ์ในปัจจุบันว่า เวลานี้ก็มีเหตุการณ์ที่เป็นข่าวคราวในวงการพระสงฆ์ ซึ่งอาจจะทำให้ญาติโยมไม่สบายใจ แล้วก็ข้องจิตขัดใจอยู่ ทำให้ขัดขวาง แม้แต่การฟังธรรม (การภาวนา) ด้วย ฉะนั้น ก็มาทำให้สว่างโล่งกันเสียก่อน คือเรื่องเหตุการณ์ความไม่ดีไม่งามอะไรก็ตาม ที่เกิดขึ้นในวงการพระสงฆ์นี้ ก็เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนจะต้องรู้ เข้าใจ แล้วปฏิบัติกับมันให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่จริงแล้วก็ถือว่ามันเป็นปัญหา ปัญหานั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องฝึกใจ แล้วเป็นเรื่องลับปัญญา ฉะนั้น เราใช้ให้เป็น เราก็พลิก แทนที่จะให้มันทำร้ายเรา เราก็กลับมาใช้ประโยชน์ ปัญหานี้เป็นสิ่งสำคัญมนุษย์เกิดมาต้องเจอปัญหา ปัญหาชีวิตส่วนตัวบ้าง ปัญหาส่วนรวมบ้าง บางทีถ้าเราปฏิบัติกับมันไม่ถูก มันก็เสีย เสียให้กับจิตใจของเรา แล้วส่วนรวมก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ กลับไปซ้ำเติมปัญหาก็มี เพราะฉะนั้นจะต้องเริ่มวางตัววางใจต่อปัญหา เรื่องเลวร้าย เหตุการณ์ไม่ดีนี้ให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กล่าวว่า ปัญหานั้นเป็นเรื่องฝึกใจและเป็นเรื่องลับปัญญา เริ่มต้นก็คือว่า เรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างนี้ ใจเราต้องตั้งรับให้ถูก คือไม่ให้ใจนี้ถูกกระทบกระแทก บีบคั้น ขุ่นมัว เศร้าหมอง หรือว่าเหี่ยวแห้งหดหู่ หรือฟุ้งซ่านวุ่นวายอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ เรียกว่า รักษาใจเราไว้ ให้สงบ หนักแน่น มั่นคง นี้ก็อันที่หนึ่งนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่ชีวิตของเรา ที่ท่านเรียกว่า ถูกโลกธรรมกระทบกระทั่งแล้ว ลาภ - เสื่อมลาภ ยศ &amp;ndash; เสื่อมยศ นินทา - สรรเสริญ สุข &amp;ndash; ทุกข์ นี้ มันเกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา ท่านก็ให้ใช้เป็นเครื่องฝึก ฝึกเรา จนกระทั่งเรามีความสามารถ ที่จะตั้งรับต่อโลกธรรมเหล่านั้นได้ถูกต้อง แม้แต่ใช้มันให้เป็นประโยชน์ พอใช้ให้เป็นประโยชน์ เราก็ได้ฝึกตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเรื่องของปัญหาในวงการพระสงฆ์ เริ่มต้น ก็รักษาใจของเราไว้ก่อน การรักษาใจของเราสำคัญก็คือ ให้สงบ หนักแน่น มั่นคง ไม่ถูกกระทบกระแทก แล้วยกเรื่องให้ปัญญาจัดการ ปัญหานั้นเป็นเรื่องของปัญญา ไม่ใช่เรื่องของจิตใจ ไม่ใช่เอาใจเข้าไปยุ่งกับปัญหา กับความทุกข์ ซึ่งจะทำให้ใจนี้วุ่นวาย ใจนี้ก็พลอยทุกข์เดือดร้อนไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเป็นเรื่องของปัญญา ปัญหานั้นต้องจัดการด้วยปัญญา ใจก็ต้องรักษาให้เป็นปกติให้ดี ใจมีสภาพที่ดี ก็จะได้ใช้ใจนั้นทำงานของปัญญา ใจต้องอยู่ในสภาพที่ดี ใจนั้นเป็นที่ทำงานของปัญญา ตัวปัญญาเป็นตัวที่จะจัดการปัญหา แล้วถ้าที่ทำงานของปัญญาคือจิตใจไม่ดี ปัญญาก็เสียโอกาสในการทำงาน เพราะฉะนั้น จึงเป็นข้อจำเป็น เป็นหลักการสำคัญที่ว่า เมื่อเกิดปัญหา เกิดเรื่องราวร้าย ต้องรักษาใจให้ได้ ใจอยู่ในสภาพที่มั่นคง หนักแน่น สงบ เป็นอย่างดีเลย แล้วปัญหามาก็ยกให้ปัญญา ปัญญาจัดการกับปัญหา คราวนี้เราก็ได้เรื่องแล้ว ก็จะแก้ไขปัญหาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเรื่องในวงการพระสงฆ์ในเวลานี้ ถ้าเรามองด้วยปัญญาในแง่หนึ่ง อาตมาเคยเขียนหนังสือมาหลายเรื่อง หลายครั้งแล้ว เรื่องประเภทนี้ เคยเกิดขึ้นมา ไม่ใช่ครั้งเดียวนะ หลายท่านที่อายุมากๆ ก็เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายตรงนี้มา แง่หนึ่งที่จะมอง ก็จะบอกว่าพระสงฆ์นี้ถือว่า ใช้ภาษาฝรั่งเรียกว่า เป็น clean ของสังคมในแง่ของคุณธรรม จริยธรรม แล้วสังคมของไทยเรานี้ แม้แต่ส่วนที่ถือว่าเป็น clean สุดยอดดีนี้ ยังแย่ขนาดนี้ แล้วสังคมไทยส่วนใหญ่จะไปทางไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้กลายเป็นเครื่องเตือนเรานะ ว่าอย่าได้ประมาท ให้มาตรวจสอบตัวเองดู ว่าตื่นขึ้นมาเสียเถิด เราอาจจะตกอยู่ในความประมาทมานานแล้ว สังคมไทยนี้อาจจะฟอนเฟะ หรืออะไรไปอย่างรุนแรงแล้ว มาจนถึงขนาดนี้ มาจนถึงส่วนที่เป็น clean นี้ แย่ไปด้วย มันฟ้องแล้ว ฉะนั้น อย่าได้นอนใจ อย่ามัวถกเถียงกันว่าอย่างนั้นอย่างนี้ โทษคนนั้นคนนี้ มาดูใจ สังคมของตัวเอง แล้วรีบตื่นขึ้นมา ลุกขึ้นมา รีบหาทางแก้ไขกัน นี่แหละ เป็นเรื่องที่หนึ่งที่ว่า จะให้เราตื่นตัว ไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วก็มองว่าคนไทยทุกคน พุทธศาสนิกชน พุทธบริษัททั้งหมดนี้ เป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา เป็นเจ้าของวัดวาอาราม พุทธศาสนา วัดวาอาราม ไม่ใช่เป็นของพระองค์ไหน แน่นอน เป็นของชาติ ของแผ่นดินทั้งหมด เพราะฉะนั้น เรามีส่วนร่วมรับผิดชอบทุกคน ที่ต้องแก้ไข แล้วทำไมเราปล่อยอย่างนี้ ที่มีเหตุร้ายอย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าชาวพุทธคนไทยนี้ ปล่อยปละละเลยหรือเปล่า ตกอยู่ในความประมาทสำรวจตัวเองให้ดี ก็จะเห็นว่า สาเหตุมันเป็นอย่างนั้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาอยากจะเท้าความ แม้ตั้งแต่เสียกรุง หมายถึงกรุงศรีอยุธยาที่ถูกเผานี้ แล้วเรากู้ชาติกู้แผ่นดินจนมากระทั่งบัดนี้ เรายังไม่ได้ฟื้นตัวเท่าที่ควรเลยนะ ยังไม่ไปถึงไหน เพราะฉะนั้น ตื่นขึ้นมา แล้วก็รีบสำรวจตัวเอง รุกขึ้นมาก้าวหน้าเดินต่อไป ตั้งตัว ตั้งหลักให้ดี มันจึงจะไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่จะดูแล แก้ปัญหาด้วยปัญญานั้น ก็คือว่า 1.ดูสภาพตัวเองอย่างที่ว่านี้ &amp;nbsp;2. สืบสาวเหตุปัจจัย การแก้ไขด้วยปัญญา แม้แต่ดูปัญหามันเกิดมายังไง ก็เกิดจากเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา แล้วจะแก้ไขยังไง ก็ต้องไปแก้ไขที่เหตุปัจจัยนั้นแหละ แล้วตอนนี้เหตุปัจจัยยังไง ทางฝ่ายพระ ทางฝ่ายบ้านเมือง ทางฝ่ายประชาชนนี้มันมีเหตุกันทั้งนั้น คือฝ่ายทำเหตุ เพราะฉะนั้น ไปวิเคราะห์แยกแยะกันให้ดี เราก็จะเห็น ถ้าเห็นเหตุปัจจัย เราก็เห็นทางแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ฝากไว้ว่า อย่ามัวไปโศกเศร้าเสียใจ ทำใจไม่สบาย ว้าวุ่น ขุ่นหมองใจ จะไปทางเหี่ยวแห้งหดหู่ หรือจะไปทางฟุ้งซ่าน ไม่พอใจ วุ่นวายใจ อะไรก็ตาม ไม่เอาทั้งนั้น เอาอยู่ในความสงบ หนักแน่น แล้วก็ให้ใจเป็นที่ทำงานใหญ่ เป็นที่ทำงานที่มีคุณภาพ สำหรับให้ปัญญามาทำงานอย่างได้ผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นต้องแยกอันนี้ให้ถูก ใจเป็นที่ทำงานของปัญญา เรื่องอย่างนี้มา ใจไม่ต้องยุ่ง ยกให้ปัญญา ปัญญาจัดการ แล้วใจเราก็คอยตามดูด้วยความสบายใจว่า มันก้าวหน้าไป รู้ปัญหา รู้ปัจจัย เราก็สบายใจขึ้นเรื่อยๆ ใจมีแต่เรื่องที่จะต้องรับมันให้ดี เพราะฉะนั้น ใจขุ่นมัวเศร้าหมอง ปัญญาก็พลอยทำงานไม่ได้ผลไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาล่ะ อันนี้ฝากไว้ ก็ขอให้โยมทุกท่าน ใจโล่งโปร่งสบายซะ ไม่ต้องไปขุ่นมัวเศร้าหมองกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.อ.ปยุตฺโต, ปฏิบัติธรรมวัดชลฯ บวชเนกขัมมะบารมี, ปัญหา, วงการสงฆ์, วัดญาณเวศก, วิสาขเทศนา, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, อุโบสถ, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b1112721ef64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
