<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;เผยเจ็บปวดทุกครั้งเห็นปัญหาการศึกษา อย่างอาหารกลางวันเด็ก วอนผู้บริหารอย่านิ่งเฉย ควรช่วยขับเคลื่อน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่โรงแรมไดมอนพลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ (สพท.) โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า การขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปสู่อนาคตต้องมีการต่อยอดจากสิ่งที่ทุกคนได้ดำเนินการไว้อยู่แล้ว ซึ่งตนต้องการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขตร่วมมือกับตนในการต่อยอดและปรับปรุงการศึกษาไทย เพราะตนถือว่าเรื่องการศึกษาไทยจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ เพราะตนเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อเห็นปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ดังนั้นตนจึงไม่อยากให้ผู้บริหารยึดติดคิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหาร แต่ต้องไม่นิ่งเฉยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องทำงานเชิงรุกคิดวางแผนติดตามและประเมินการบริหารจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียนตัวเองด้วย แม้ปัญหาเรื่องอาหารกลางวันนักเรียนจะเกิดในจำนวนน้อยแต่ตนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารจะต้องใส่ใจปัญหาต่างๆให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนต้องการให้อยากให้ผู้บริหารทุกคนวางโครงสร้างการบริหารจัดการให้แก่คนทำงานในรุ่นต่อไปด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนการศึกษามีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโครงสร้าง ศธ.ในภูมิภาคทั้งการมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ศึกษาธิการภูมิภาค (ศธภ.) และ สพท. ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ทำงานทับซ้อนกัน เช่น ขณะนี้มีปัญหาน้ำท่วม ตนจะต้องถามข้อมูลตัวเลขโรงเรียนได้รับผลกระทบจากหน่วยงานไหนได้บ้างที่จะรู้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้ จะต้องมีการปรับแก้ไขแน่นอน เพราะการตนที่ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะประสานงานกับหน่วยงานใด เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องคิดแล้วว่ากระบวนการนั้นต้องมีการพิจารณา เพื่อทำให้กระบวนการสามารถเดินไปข้างหน้า สร้างประสิทธิภาพได้ ปัญหามันแก้ได้ และขอให้มั่นใจว่าตนจะไม่ลิดรอนสิทธิ์ของใคร จะดูแลเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์เอาไว้ แต่กระบวนการอาจจะต้องเปลี่ยนไปบ้าง ดังนั้นจึงอาจจะมีบ้างช่วงเวลาที่โครงสร้างมีความผิดแปลกไปบ้าง แต่ระยะยาวอีก 2-3 ปีข้างหน้า ระบบก็จะเข้าที่ด้วยตัวมันเอง ดังนั้นเราต้องคำนึงถึงอนาคตเป็นที่ตั้ง สำหรับเรื่องงบประมานของ ศธ.เป็นที่ทราบกันดีว่า ศธ.ได้รับงบประมาณสูงสุดกว่ากระทรวงอื่นๆ แต่ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเม็ดเงินเหล่านี้หากทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษา เพราะงบประมาณคือส่วนหนึ่งของการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูและนักเรียนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก และมีหลายคนเฝ้ามองการทำงานของเราอยู่ ขณะเดียวกันเรื่องทุจริตของ ศธ.ก็มีจำนวนมากถึง 30-40 เรื่อง ซึ่งมันสะท้อนว่า การบริหารจัดการของเรายังไม่ดีพอ และเราจะต้องร่วมปิดช่องโหว่ในจุดนี้ให้ได้ ดังนั้นผมจึงขอให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและเดินไปพร้อมกับในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู้ศตวรรษที่ 21 และใน 1-3 ปี เราจะต้องหาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนไม่อยากร่วมกันทำงานผมก็ทิ้งทุกคนแน่นอน อย่าคิดว่าผมจะมาอยู่ในตำแหน่งนี้แค่ไม่กี่เดือน แต่ผมจะอยู่ให้นานที่สุด เพราะผมผูกพันกับการศึกษาไทยและจะแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างเต็มที่&amp;quot;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44992</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การศึกษาไทย, #สพท., การขับเคลื่อนการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปัญหาการศึกษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f6bb1e8141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วอนนายกฯใช้&quot;ม.44 &quot;ทะลุทะลวงปัญหาการศึกษาชาติให้จบก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24มิ.ย.61-&amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; ห่วง การปฏิรูปการศึกษากลับสู่วังวนเดิมๆ ไม่มั่นใจ พรบ.ศึกษาชาติฉบับใหม่จะแก้ได้&amp;nbsp; ชี้ปัญหาใหญ่อยู่ที่โครงสร้างและระบบการใช้งบประมาณ&amp;nbsp; ไม่มีการรับผิดชอบถ้าเด็กไม่มีคุณภาพ&amp;nbsp; วอน นายกฯ ประยุทธ์ เข้ามาดูแล จริงจัง&amp;nbsp; และควรใช้ ม.44 แก้ปัญหาที่ควรทำ จบภายในรัฐบาลนี้ ไม่ควรรอไปถึงรัฐบาลเลือกตั้ง ชี้ตอนนี้ถึงจุดวิกฤตแล้ว&amp;nbsp; ด้านคณะกก.อิสระฯ เตรียมเสนอพรบ.การศึกษาชาติให้ ครม. ก.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการศึกษา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้จะไม่เป็นไปตามที่คนส่วนใหญ่คาดหวัง เพราะไม่ได้แก้ไขเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ของการศึกษา โดยเฉพาะปัญหาโครงสร้างและระบบ ใช้งบประมาณมาก บุคลากรได้ประโยชน์ 100 % แต่ความรับผิดชอบกับเรื่องคุณภาพเป็นศูนย์&amp;nbsp; สิ่งที่เห็นคือ ร่าง พ.ร.บ.นี้ ทำเรื่องเล็กๆ เป็นส่วนๆ&amp;nbsp; ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เช่น หลักสูตร โรงเรียน เขต แต่เรื่องเล็กๆ นี้ก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือระบบใหญ่ได้ ซึ่งตนเรียกว่า เป็นโครงสร้างและระบบที่หล่อเลี้ยงคนที่ไม่ค่อยทำงาน ทุกคนได้เงิน ได้วิทยฐานะ ได้ตำแหน่ง แต่เด็ก ป.4 ยังอ่านไม่ออก คะแนนโอเน็ตตก คะแนนพิซาตก เป็นระบบที่ทิ้งเด็กโดยไม่ต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp; ที่สำคัญไม่มีเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับความรับผิดชอบในร่าง พ.ร.บ.นี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯมีการตั้งหน่วยงานใหม่&amp;nbsp; เช่น หน่วยงานด้านหลักสูตร หน่วยงานด้านสารสนเทศ คณะกรรมการระดับประเทศที่มีนายกฯเป็นประธาน ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นจะทำให้การปฎิรูปการศึกษาดีขึ้นจริงหรือไม่ เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มหน่วยงานให้มากขึ้น ขณะที่หน่วยงานที่เป็นปัญหา สร้างภาระงานให้กับครู ก็จะยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือควรจะยุบลงบ้าง&amp;nbsp; เช่น สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) รวมทั้งต้องแก้ปัญหาครูที่ต้องยุ่งกับการทำเอกสาร และการฝึกอบรม ซึ่งเป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน รวมทั้งการให้ครูทำผลงานเพื่อให้ได้วิทยฐานะ แต่ไม่มีผลกับเรื่องคุณภาพเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง ผมอยากขอให้นายกรัฐมนตรีลงมาดูงานการศึกษาอย่างจริงจัง&amp;nbsp; และควรทำในรัฐบาลนี้ แต่ข้อเสนอของบอร์ดอิสระกลับเสนอให้เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลหน้า ซึ่งผมมั่นใจว่าจะไม่ได้รับการตอบรับ ดังนั้นนายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการอิสระฯ และสภานิติบัญญัติ ควรคุยเรื่องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง อะไรที่แก้ปัญหาได้ด้วย ม.44 ก็ควรทำ เพราะตอนนี้ปัญหาการศึกษาอยู่ในขั้นวิกฤติสุดๆแล้ว&amp;rdquo;นายสมพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีรับฟังความเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษา เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ &amp;ldquo;หมอจิรุตม์&amp;rdquo; เผย มีความเห็น หลายด้าน ทั้งเรื่องคุณภาพและการผลิตครู หลักสูตร การศึกษาทางเลือก และคณะกรรมการนโยบายฯ เร่ง หารือ บอร์ดอิสระฯ ก่อน เสนอ ครม. ก.ค.นี้ ลั่น บอร์ดอิสระฯ มีความตั้งใจที่จะทำให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นระบบการศึกษาของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ... ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะกันอย่างหลากหลาย และไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ เช่น เรื่องการผลิตและพัฒนาครูที่ผู้ร่วมเสนอความเห็นหลายคนเป็นห่วง ทั้งด้านคุณภาพและแนวทางการผลิต อีกทั้งยังมีความเป็นห่วงเรื่องหลักสูตร และยังมีข้อเสนอเรื่องคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ว่าควรจะมีสมาชิกหรือกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ เพิ่มเติม รวมถึงข้อห่วงใยด้านการศึกษาทางเลือกที่ยังไม่มีโครงสร้างเข้ามาดูแล และจะมีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนหรือไม่ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในส่วนของการเสนอความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ ขณะนี้มีเข้ามาจำนวนมากกว่า 10,000 ความคิดเห็น แต่ก็มีทั้งความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ และก็มีความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นตนคิดว่าคงต้องมีการดำเนินการจัดกลุ่มความคิดเห็นที่แสดงผ่านระบบออนไลน์ก่อน เพื่อที่จะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น โดยในส่วนของข้อเสนอแนะต่างๆ นั้นทางคณะกรรมการอิสระฯ จะนำประเด็นต่างๆ มารวมกับประเด็นที่เปิดรับความคิดเห็นทางออนไลน์ เพื่อที่นำเข้าหารือในคณะกรรมการอิสระฯ ซึ่งประเด็นไหนที่จะนำไปสู่การก้าวไปข้างหน้าของระบบการศึกษาก็อาจจะมีการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และในที่ประชุมยังได้เสนอข้อกังวลต่างๆ เช่น ข้อเป็นห่วงเรื่องการประกันคุณภาพ การรับรองคุณภาพที่ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวยังกำหนดไม่ชัดเจน เป็นต้น ซึ่งทางคณะกรรมการอิสระฯ ก็ได้ดำเนินการชี้แจงและเปิดโอกาสให้มีการเขียนข้อคิดเห็นเสนอเข้ามาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คณะกรรมการอิสระฯ มีความตั้งใจที่จะทำให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นระบบการศึกษาของประเทศ เพื่อที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับตัวให้สอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนในรายละเอียดในเรื่องต่างๆ ก็อาจจะมีการกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์หรือในกฎหมายลูกต่างๆ ได้&amp;rdquo;นพ.จิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12026</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปัญหาการศึกษาชาติ, พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่, พ.ร.บ.การศึกษาชาติเข้าครม.ก.ค.นี้, สมพงษ์ จิตระดับ, ใช้ม.44 แก้ปัญหาการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180209/image_big_5a7d89ca9f642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
