<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดเวที“หน้าใหม่-ไร้บ้าน ชีวิตกับนโยบาย” ดึงข้อมูลงานวิจัยแก้ปัญหาแบบยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มุมมองที่คนทั่วไปมีต่อคนไร้บ้านที่พบเจอ อาจมองว่าคนเหล่านี้ไร้คุณค่า น่ารังเกียจ ไม่อยากเข้าใกล้ จัดให้พวกเขาอยู่ในสภาพเดียวกับคนขอทาน ทั้งที่ความจริงแล้วคนไร้บ้านส่วนใหญ่นั้นมีศักยภาพกว่านั้น เพราะเคยมีอาชีพ แต่ขอเพียงโอกาสเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่างๆ อย่างเท่าเทียมเช่นประชาชนทั่วไป ก็เชื่อว่าจะดึงพวกเขากลับสู่สังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีคุณภาพ และยังลดภาระพึ่งพิงภาครัฐได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีภาครัฐและภาคประชาสังคม จัดเวทีเสวนาวิชาการสาธารณะ &amp;quot;หน้าใหม่ - ไร้บ้าน: ชีวิตกับนโยบาย&amp;quot; เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับต้นทุนการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน และการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงนโยบายสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับคนไร้บ้าน/คนไร้ที่พึ่ง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยรวมของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า ในประเทศไทยมีการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านด้วยวิธีวิทยา ใน 3 เมืองใหญ่ของประเทศ พบจำนวนคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ 1,307 คน เทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 136 คน และเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 75 คน โดยสัดส่วนเพศชายอยู่ที่ประมาณร้อยละ 85 และเพศหญิงประมาณร้อยละ 15 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับเหตุปัจจัยที่ทำให้กลายมาเป็นคนไร้บ้านก็แตกต่างกันไป ทั้งจากแรงผลักดันส่วนบุคคล เช่น พฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิต การติดสุรา ความเปราะบางของสถาบันครอบครัว ความผิดหวังจากการทำงาน ภาวะตกงานเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม การศึกษาในหลายประเทศได้ชี้ให้เห็นว่า &amp;lsquo;คนไร้บ้าน&amp;rsquo; มีสาเหตุความเป็นมาจาก &amp;ldquo;ความเหลื่อมล้ำ&amp;rdquo; ทางเศรษฐกิจและสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวต่อว่า ความเหลื่อมล้ำทางเชิงโครงสร้างและนโยบาย ทำให้คนไร้บ้านกว่าร้อยละ 55 เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ ร้อยละ 51 มีปัญหาสุขภาพจิต และสุขภาพช่องปากเท่ากัน ร้อยละ 70 ทั้งนี้ พบว่าร้อยละ 35 ของคนไร้บ้าน หรือ 450 คน เป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ทางออกหรือการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสุขภาพของคนไร้บ้านจำเป็นต้องสร้างกลไกเฉพาะสำหรับกลุ่มคนไร้บ้าน รวมทั้งคนอื่นๆ ในผืนแผ่นดินไทยที่เข้าไม่ถึงสิทธิต่างๆ ด้วยปัญหาทางสถานะบุคคลหรือการมีบัตรประจำตัวประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดย สสส.จะร่วมกับภาคีทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน และเสริมพลังเครือข่าย ขับเคลื่อนให้เกิดกองทุนรักษาพยาบาลสำหรับคนไทยไร้สิทธิ และการเข้าถึงที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคม (social safety net) ในการป้องกันการเกิดคนไร้บ้านรายใหม่ และช่วยเหลือฟื้นฟูให้คนไร้บ้านสามารถช่วยเหลือตนเองและกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการศึกษาแนวทางวิเคราะห์ต้นทุนการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านและติดตามการเปลี่ยนแปลงทางชีวิตของคนไร้บ้านในช่วงเริ่มต้น กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิต ความต้องการ และแนวทางแก้ปัญหาสำหรับคนไร้บ้านหน้าใหม่ที่เพิ่งไร้บ้านมาไม่เกิน 5 ปี เนื่องจากคนไร้บ้านหน้าใหม่มีโอกาสได้รับการเพิ่มศักยภาพเพื่อคืนกลับสู่สังคมได้ง่ายกว่าคนไร้บ้านที่อยู่มานาน และหากดำเนินการได้รวดเร็ว ก็จะสามารถช่วยให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการดูแลคนเหล่านี้ในระยะยาวได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.ธานีกล่าวต่อว่า จากการศึกษาพบว่าคนไร้บ้านหน้าใหม่ มีความต้องการการมีงานทำเป็นสำคัญ และพวกเขาต้องการที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐหรือคนอื่น เพราะคนกลุ่มนี้ยังมีความตั้งใจที่จะกลับไปใช้ชีวิตดังเช่นคนปกติทั่วไป ซึ่งแตกต่างจากคนไร้บ้านที่อยู่มานานแล้ว เนื่องจากเกิดการปรับตัวให้อยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบ้านและไม่จำเป็นต้องมีงาน แต่พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพิงภาครัฐมากขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้น แนวนโยบายสำหรับคนไร้บ้านหน้าใหม่ก็คือ การพัฒนาศักยภาพและการหางานทำให้กับคนกลุ่มนี้อย่างมั่นคง และภายใน 1 ปีมีความสำคัญมาก ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและผลิตภาพอย่างน้อย 116 ล้านบาทต่อปี (คิดบนฐานคนไร้บ้านในเขต กรุงเทพ) หากไม่ดูแลและฟื้นฟูคนไร้บ้านอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างระบบการป้องกันภาวะความเสี่ยงจากการไร้บ้านและการดูแลคนไร้บ้านหน้าใหม่ ซึ่งการสูญเสียโอกาสดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน จำนวนประชากรคนไร้บ้านที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หากเป็นคนไร้บ้านกลุ่มที่มีศักยภาพไม่มาก อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรังทั้งทางกายและทางจิตจนไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ นโยบายการดูแลจากภาครัฐก็ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ผู้จัดการแผนงานสนับสนุนองค์ความรู้ สสส. กล่าวว่า การจัดเวทีเสวนาวิชาการในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาจากโครงการศึกษาแนวทางวิเคราะห์ต้นทุนการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านและติดตามการเปลี่ยนแปลงทางชีวิตของคนไร้บ้านในช่วงเริ่มต้น อันเป็นโครงการย่อยของแผนงาน ที่มีการวางเป้าหมายในการเริ่มโครงการที่จะมุ่งเน้นการหาคานงัดของนโยบายและรูปแบบทางนโยบายที่เหมาะสมกับคนไร้บ้านแต่ละกลุ่มเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และยังมุ่งหวังให้เห็นถึงต้นทุนของสังคมและภาครัฐที่ต้องสูญเสียไปหากไม่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน/คนไร้ที่พึ่งอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ความร่วมมือจากคนในสังคมถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง หากให้โอกาสอย่างเท่าเทียม สร้างโอกาสทำงาน รวมถึงเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและสุขภาพอย่างครอบคลุม จะทำให้คนไร้บ้านกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพได้อีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ลำพูนเชิดชูเกียรติคนเลิกเหล้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่ห้องประชุมจามเทวี ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลำพูน นายอำเภอ ประจำเดือนมีนาคม 2561 ก่อนเข้าวาระการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้เป็นประธานมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่บุคคลตัวอย่างที่สามารถปฏิบัติตนให้สามารถเลิกดื่มสุราโดยเด็ดขาด ตามโครงการคนหัวใจหิน สู่คนหัวใจเพชรจิตอาสาทำดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้มอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่เครือข่ายประชาชนงดเหล้าที่สามารถเลิกดื่มสุรา และให้คำแนะนำบุคคลที่ดื่มสุรา และเชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ลด ละ เลิก ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยผู้ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ ได้แก่ นายประเสริฐ มูลงาม เครือข่ายประชาคมงดเหล้า อ.บ้านธิ, นายสถิตย์ ดัสดี เครือข่ายประชาคมงดเหล้า อ.ป่าซาง, นายปิ่นคำ ปุ๊คแค เครือข่ายประชาคมงดเหล้า อ.ทุ่งหัวช้าง, นางแสงจันทร์ มโนสร้อย เครือข่ายประชาคมงดเหล้า อ.เวียงหนองล่อง และ น.ส.อาภาภร&amp;nbsp; ปัญโญ เครือข่ายประชาคมงดเหล้า อ.ลี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการคนหัวใจหิน สู่คนหัวใจเพชร เป็นโครงการที่สำนักงานกองทุนสนุบสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดกิจกรรมรณรงค์ให้เครือข่ายทุกอำเภอ ลดปริมาณนักดื่มหน้าใหม่ เน้น กิจกรรม ชวน ช่วย ชม และเชียร์ ให้มีการ ลด ละ เลิกการดื่มสุรา โดยเริ่มจากช่วงก่อนเข้าพรรษา สำหรับจังหวัดลำพูน ได้จัดกิจกรรมเชิดชูคนบวชใจ ปฏิญาณตนงดเหล้า เข้าพรรษา ครบ 3 เดือน มีผู้เข้าร่วมจำนวน 646 คน และมีผู้ปฏิญาณตนบวชใจงดเหล้าตลอดชีวิต ครบ 3 ปีขึ้นไป (คนหัวใจเพชร) จำนวน 63 คน ซึ่งจะมีการขยายผลและสร้างเครือข่ายขยายไปทุก หมู่บ้านและทุกอำเภอในจังหวัดลำพูนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาคนไร้บ้าน, สสส, อนรรฆ พิทักษ์ธานินฃ, อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62bf40bdea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
