<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังคนละม้วน! ลูกสาวแจงปมแบ่งมรดกไล่พ่อวัย80ออกจากบ้านไปอยู่กระต๊อบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกสาวยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งและไล่พ่อออกจากบ้านตามที่ร้องเรียน พร้อมสาบานลูกทุกคนดิ้นรนทำงานรับจ้างต่างจังหวัดส่งเงินดูแลพ่อทุกเดือน ชี้พ่อสร้างเรื่องเพราะไม่พอใจที่ลูกไม่ให้เอาเงินไปให้ผู้หญิงที่พ่อไปติดพัน วอนสังคมเห็นใจ ขณะ ผญบ.เป็นปัญหาพิพาทในครอบครัวเคยไปไกล่เกลี่ยหลายครั้ง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้บานปลาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.63 -&amp;nbsp;จากกรณีที่คุณตาเที่ยง อายุ 80 ปี ชาวตำบลสะแกซำ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้ช่วยเหลือ โดยคุณตา ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อปี 2557 หลังจากภรรยาได้เสียชีวิตลง ก็เกิดปัญหาภายในครอบครัวเรื่องที่ดินมรดกที่เป็นชื่อของภรรยา โดยอ้างว่า หลังจากแบ่งสันปันส่วนโอนให้ลูกทั้ง 6 คนแล้ว ลูกก็ไม่เหลียวแลและไล่ออกจากบ้านตัวเอง จนต้องไปปลูกกระต๊อบเล็กๆอาศัยอยู่คนเดียว กระทั่งล่าสุดตาเที่ยง ผู้เป็นพ่อ จะไปสูบน้ำออกเพื่อจับปลาในสระไปขาย แต่กลับถูกลูกต่อว่าห้ามไม่ให้สูบ โดยอ้างว่า พ่อไม่มีสิทธิเพราะสระและที่ดินดังกล่าวเป็นของลูก จนเกิดการโต้เถียงกันรุนแรง ถึงขั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ทำให้ลูกไม่พอใจจึงได้ตัดน้ำตัดไฟออกจากกระต๊อบที่พ่อปลูกอาศัยอยู่ปัจจุบันตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงไปดูพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาท พบว่า มีบ้านอยู่จำนวน 3 หลัง หลังหนึ่งเป็นของพ่อที่เคยอาศัยอยู่กับแม่และลูกสาวคนโตตอนยังมีชีวิต ส่วนอีก 2 หลัง ก็เป็นของลูก ส่วนกระต๊อบก็ปลูกอยู่ไม่ห่างจากตัวบ้าน ติดกับสระที่เกิดปัญหาพิพาท แต่ลูกๆของคุณตาไม่อยู่บ้านเพราะไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรศัพท์สอบถาม นางเอ (นามสมมุติ) ลูกสาวคนโต ซึ่งทำงานอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ก็ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นว่า ลูกๆทุกคนไม่ได้ทอดทิ้งและไม่มีใครไล่พ่อออกจากบ้านตามที่พ่อร้องเรียนกล่าวหาเลย แต่ยอมรับว่าหลังจากที่แม่เสียชีวิตเมื่อปี 2557 ก็เริ่มมีปัญหาในครอบครัวเพราะพ่อมาขอเงินจากลูกๆ จะเอาไปขอผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งพ่อไปติดพันอยู่ แต่ลูกเห็นว่าแม่พึ่งเสียไปจึงไม่เห็นด้วยที่พ่อจะเอาเงินไปให้กับผู้หญิงคนอื่น ลูกจึงไม่ได้ให้เงินพ่อไป ก็ทำให้พ่อไม่พอใจและพยายามหาเรื่องลูกๆ มาตลอด แต่ลูกก็เห็นว่าเป็นพ่อก็ไม่ได้โกรธเคือง ก็ดูแลพ่อมาตลอดตามกำลังของลูกแต่ละคนที่ทำงานรับจ้างหาเงินได้ และช่วงที่ไปทำงานต่างจังหวัด ลูกๆก็ส่งเงินมาให้พ่อใช้ทุกเดือน โดยที่ให้หลานชายคอยดูแลตาอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกสาว ยืนยันว่า ไม่มีลูกคนไหนไล่พ่อออกจากบ้านตามที่พ่อกล่าวหา ส่วนที่พ่อไปอยู่ในกระต๊อบเพราะพ่ออยากไปอยู่เอง และบ้านที่ลูกสร้างไว้ พ่อก็สามารถไปอยู่ได้ทุกหลัง ก็ไม่คิดว่าพ่อจะไปร้องเรียนกล่าวหาใส่ร้ายลูกๆ แบบนี้ ตอนนี้ลูกทุกคนเสียใจมากเพราะโดนกระแสโซเชียลต่อว่าวิจารณ์เส่ียหาย&amp;nbsp;ก็อยากจะวิงวอนขอความเห็นใจจากสังคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนาง เอ ยังท้าสาบานด้วยว่า หากลูกๆ ไม่ดูแลพ่อจริงก็ขอให้มีอันเป็นไป แต่หากลูกดูแลเลี้ยงดูพ่อเป็นอย่างดีก็ขอให้เจริญรุ่งเรือง ก็อยากจะขอร้องให้พ่อหยุดใส่ร้ายลูกเพราะไม่ได้เป็นความจริงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเฉลิม วนรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาพิพาทกันในครอบครัว และเรื่องที่ดินที่ผ่านมาทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็ไปไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่เรื่อยๆ ส่วนเรื่องที่ตาไปร้องเรียนว่า ถูกลูกไล่ออกจากบ้านนั้นก็ไม่ทราบว่า ข้อเท็จจริงเป็นยังไง เพราะถามพ่อก็พูดอย่าง ลูกก็บอกอีกอย่าง แต่ส่วนตัวในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็อยากให้ทั้งพ่อและลูกได้พูดคุยปรับความเข้าใจกัน ไม่อยากให้ทะเลาะกันเพราะยังไงก็พ่อลูกกัน หากเป็นไปได้ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพูดคุยไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่ายเพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58341</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ดราม่า, ปมแบ่งมรดก, ปัญหาครอบครัว, ร้องศูนย์ดำรงธรรม, ลูกทิ้งพ่อ, ไล่พ่อออกจากบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e579f45dc3db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 00:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปู โลกเบี้ยว’เปิดชีวิตครอบครัว เผยน้องชายเคยหลอนไล่ฟันแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หมอดู และอดีตนักแสดงสาว &amp;ldquo;ปู โลกเบี้ยว&amp;rdquo; หรือ ยุวดี เรืองฉาย เผยถึงชีวิตครอบครัวที่ตอนนี้ต้องดูแลทั้งคุณแม่และน้องชายที่ติดยาหนักจนเส้นเลือดในสมองแตก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พี่นี่ทุกข์ทรมานมาก แต่มีคนสอนพี่มาว่ามนุษย์ทุกคนมีเจ้ากรรมนายเวร อย่างพี่เรารู้สึกทุกข์กับเรื่องของน้องชายที่ติดยา แล้วตอนนี้เป็นตับแข็งเป็นสารพัดโรค เมื่อก่อนพี่เคยคิดนะว่าเมื่อไหร่มันจะตายสักที อาจารย์บอกอย่าไปคิดแบบนั้นเพราะถ้าคนนี้ไป เจ้ากรรมนายเวรใหม่เรามาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่น้องชายติดยา คือวัยรุ่นสมัยก่อนตั้งแต่บุหรี่ กัญชา ยาเสพติดสารพัด แล้วก็มีเพื่อน ซึ่งเขาบอกว่าถ้าพี่ปูพูดเรื่องเขาเมื่อไหร่ให้บอกเลยว่าอย่าไปโทษเพื่อน เพราะการที่จะติดยาหรือไม่ติดยาอยู่ที่ตัวเรา และการที่จะเลิกได้ก็อยู่ที่ตัวเราอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนที่เห็นน้องหักดิบ พี่ร้องไห้เลย โห แก้ผ้า ดิ้นๆ แบบน้ำลายฟูมปากเลย ใจอยากให้เขาไปเลย แต่ก็ไม่ได้ ต้องเอาส่งโรงพยาบาล แล้วมีอยู่ทีนึงเขาหลอน เห็นแม่เป็นหมา เอามีดไล่ฟันแม่ เขาบอกเขาเห็นผี นี่คือโทษของยาเสพติด ตอนนี้เรื่องยาเสพติดหายแล้วเพราะว่าเดี้ยงเป็นพิการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พี่เอากำลังใจมาจากไหนเหรอ พี่ทำใจได้มั้ง แม่ 85 ปีแล้ว ไม่นานก็ดูแลเขาได้ไม่นาน จงดูแลเขาให้มากที่สุด อยากกินไรกิน ไม่เคยมีใครกลับมาบอกว่าใส่บาตรแล้วอร่อย เลยทำใจได้ ส่วนน้องที่เป็นแบบนี้พี่ก็ทำใจได้อีกไม่นานมันก็ตาย มันคงไม่อายุยืนหรอก เราก็ดูแลเขาให้ถึงที่สุด เพราะไม่งั้นก็จะมีคำว่ารู้งี้ทำไมเราไม่ทำดีกับเขาให้ถึงที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดยา, ปัญหาครอบครัว, ปู โลกเบี้ยว, ยุวดี เรืองฉาย, หมอดู, อดีตนักแสดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190323/image_big_5c96578e6ee47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึงอ่านชรากถา..ให้ขึ้นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเศร้า &amp;quot;พ่อสามี&amp;quot; ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ &amp;quot;กิเลส&amp;quot; กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู &amp;nbsp; ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ...ชรากถา..ก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย &amp;quot;สี่แผ่นดิน&amp;quot; ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 ...มีดังนี้ค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 7.อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;8.ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 &amp;nbsp;อย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาครอบครัว, ป้าเอง, มองมุมสูง, สติแตก, อารมณ์ชั่ววูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 23:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนหนุ่มวัยเพียง 20 เกิดอาการเครียดตัดสินใจยิงหัวตังเองดับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;26 มี.ค. 2561-เวลา 20.45 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนยิงตัวเองภายในบ้านพักเลขที่ 84/54 ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเป็นบ้านปูน 2 ชั้น อยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี พบเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี กำลังช่วยกันปั๊มหัวใจผู้บาดเจ็บที่ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านอยู่ ตรวจสอบพบว่าผู้บาดเจ็บที่ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับขวาทะลุซ้ายอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี อย่างเร่งด่วนเนื่องจากเสียเลือดมากและหายใจรวยริน ในที่เกิดเหตุยังพบอาวุธปืนตกอยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บที่ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง คือ นายชัยวัฒน์ วัฒนพรพิพัฒน์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/54 ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และล่าสุด นายชัยวัฒน์ วัฒนพรพิพัฒน์ ได้เสียชีวิตแล้วหลังจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวในช่วงการนำตัวส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสอบถาม เด็กหญิงเอ นามสมมุติ ที่เป็นน้องสาว บอกว่าพี่ชายเป็นคนชอบเก็บตัวเงียบ และมักจะมีปัญหากับครอบครัวบ่อยครั้ง รวมทั้งพี่ชายติดยาด้วยในช่วงที่เกิดเหตุตนเองอยู่ชั้นล่างพี่ชายอยู่ที่ชั้น 2 จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงได้วิ่งไปหาแม่เพื่อวิ่งไปดูพี่ชายก็พบว่าพี่ชายได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองแล้ว ก่อนที่แม่และพ่อจะโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเกิดอาการเครียดเรื่องครอบครัวที่มักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง รวมทั้งเครียดเรื่องที่ครอบครัวไม่ให้เงินไปซื้อยาจึงได้ก่อเหตุในครั้งนี้ขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสรุปหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่งต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5860</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ชัยวัฒน์ วัฒนพรพิพัฒน์, ปัญหาครอบครัว, ยิงตัวตาย, เครียด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab91b5792b44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
