<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;คุยสมาพันธ์SMEหาแนวทางกระตุ้นศก.ฐานรากแก้ความยากจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพระหว่างหารือกับสมาพันธ์ SME รวมพลังคนตัวเล็ก จากผู้ประกอบการหลากหลาย เสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และหนุนธุรกิจเกื้อกูลกันและกัน โดยระบุว่า วันนี้มีโอกาส มาร่วมพูดคุยแชร์วิสัยทัศน์ กับพี่ๆ น้องๆ สมาพันธ์ SMEs ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานสมาพันธ์ฯ คนแรก ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม คณะกรรมการสมาพันธ์ และสมาชิกฯ ที่ร่วมกันผลักดันสร้างเครือข่าย จากรุ่นสู่รุ่น และประสบความสำเร็จมากครับ เพราะสามารถเชื่อมโยงกับทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จนเกิดเป็นพลังทางสังคมอีกภาคส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นที่ทราบกันดีนะครับ ว่า MSME (ตามนิยามใหม่ ของ สสว.) ถือเป็นกลุ่มที่สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศที่สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP MSME) ทั้งในเชิงโครงสร้างและในเชิงปริมาณ จากรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 63 ได้แสดงไว้ว่าในปี 62 มีมูลค่า 5.96 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ต่อ GDP รวม ร้อยละ 35.3 โตเฉลี่ยร้อยละ 0.7 ตั้งแต่ปี 2554เป็นต้นมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อน เศรษฐกิจของ MSME ที่ยังคงมีบทบาทต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ ระบุว่า เมื่อครั้งที่ผมอยู่ ในตำแหน่ง ที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้นโยบายการผลักดันภาคการค้าและบริการ ซึ่งมองจากปัจจัยการสนับสนุนเมื่อครานั้น ยังมีไม่มากพอ จึงให้กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศและกรมพัฒนาธุรกิจ ได้ริเริ่ม ในการผลักดัน e-commerce มาสนับสนุนการค้า ไว้มีโอกาสจะแชร์ ข้อมูลแนวคิดนั้นให้ฟังครับ มาจนปัจจุบันการเติบโตของภาคการค้า และบริการใน ช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจน คือ การเติบโตของ e-commerce โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่ทั่วโลก การค้าใช้ระบบช่องทางการค้าทางออนไลน์ มากที่สุด และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเชื่อมโยง การบริโภคครัวเรือนและการขยายตัวของภาคเอกชน อีกทั้งมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ เหล่านี้ มีผลต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจมากครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรมว.พลังงาน ระบุว่า ฟันเฟืองที่สำคัญของสมาพันธ์ฯ ที่รวมตัวกันที่ผ่านมาถือได้ว่า เป็นหน่วยสานพลังการเชื่อมโยง MSME และSME กับหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อนปัญหา ร่วมเป็นกรรมการในคณะต่างๆของรัฐ การร่วมพัฒนาสมาชิก จากที่ได้นั่งรับฟังข้อมูลที่หลากหลาย ยังมีเรื่องที่ต้องช่วยกันผลักดันอีกมากพอสมควรตัวอย่างเช่นมีกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องระหว่างมาตรการของรัฐต่อผู้ประกอบการฯลฯ ผมมีแนวคิดฝากยังพี่ๆน้องๆ ถึงการรวมตัวกันอย่างมีพลัง ทั้งนี้ระบบฐานข้อมูลสมาชิก ต้องชัดเจนสามารถสังเคราะห์และสามารถจำแนกตามขนาดธุรกิจ เพื่อให้ถอดมาตรการของรัฐ มาขับเคลื่อนกับสมาพันธ์ฯ ตอบโจทย์สมาชิกที่หลากหลายให้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งภาคการผลิต ภาคเกษตร ภาคการค้าและบริการ โดยเลือกทำ ใน Sector ที่สำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือจะทำอย่างไร หลังสถานการณ์โควิด-19 ควรเตรียมความพร้อมการปรับตัว ตามพฤติกรรมการค้าในประเทศและของโลก จุดแข็งตรงนี้ ถ้าเราผลักดันสู่ช่องทางที่เหมาะสมก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมใช้เวลาช่วงนี้เชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนข้อมูล คิด ค้น ตกผลึก หาแนวทางแก้ปัญหาความยากจน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ในกรณีที่สมาพันธ์ SMEs ทำอยู่เป็นโมเดลหนึ่งที่ดี และอีกหลายๆ โมเดล ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ ต้องขอบคุณน้องๆ ในสมาพันธ์ฯทุกท่านที่ แชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ร่วมกัน และเราจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ต่อไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาความยากจน, สนธิรัตน์   สนธิจิรวงศ์, สมาพันธ์ SME, เศรษฐกิจฐานราก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82c38ed5d00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการชี้ตลกร้าย!ประเทศมั่งคั่ง แต่ประชาชนยากจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.61 - นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า&amp;quot;ในปัจจุบันดูเหมือนเศรษฐกิจประเทศเราเติบโตมากขึ้น รัฐบาลดูภาคภูมิใจกับตัวเลข GDP ที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ชาวบ้านกลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจของตนเองฝืดเคือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินในกระเป๋าลดลง ใช้จ่ายไม่ค่อยพอในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนี้สินก็ทวีเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวะแบบนี้ เราเรียกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ประเทศมั่งคั่ง แต่ประชาชนยากจน&amp;quot; ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นตลกร้ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า), ช่องว่างคนจนคนรวย, ตลกร้ายประเทศไทย, ประธานครป., ปัญหาความยากจน, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
