<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกใช้มารยาทไทย สร้างวินัยจราจรเป็นวาระแห่งชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 มิ.ย. - นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาจราจร เกิดจากหลายปัจจัยทั้งจากความเร่งรีบต่างๆ ทำให้คนทะเลาะเบาะแว้งกัน การขาดน้ำใจไมตรีบนท้องถนน บางส่วนไม่เคารพกฎจราจร โดยเฉพาะการใช้สื่อโซเซียลเผยแพร่ความไม่เหมาะสมต่าง ๆ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พยายามบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สร้างความร่วมมือปลุกจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนน นำความเป็นไทย สร้างวินัยจราจรให้สังคมเร่งจัดทำแนวทางกิจกรรมการรณรงค์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจรในระดับชาติ ประชาสัมพันธ์สร้าง ความรู้ความเข้าใจ ให้ประชาชนตระหนักและเห็นคุณค่าในการใช้รถใช้ถนนด้วยความปลอดภัย มีจิตสำนึก รับผิดชอบ มีน้ำใจ และเอื้ออาทรให้แก่กันบนท้องถนน มีมารยาทที่ดีในการขับขี่ยานพาหนะ กระตุ้นจิตสำนึก โดยใช้มารยาทไทยควบคู่กับวินัยจราจร มีน้ำใจไมตรี และการไหว้ขอบคุณและขอโทษ สวธ.ได้จัดการประกวดทำคลิปเผยแพร่ &amp;ldquo;มารยาทไทย แก้ไขปัญหาจราจร&amp;rdquo; ในหัวข้อ &amp;ldquo;สัญจรดี วิถีไทย&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วน เพื่อที่จะให้การสร้างวินัยการจราจรเป็นวาระแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดี สวธ. กล่าวว่า สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็น 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา (ม.1-ม.6 ) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า ระดับอุดมศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)&amp;nbsp;สามารถสมัครเป็นรายบุคคลหรือทีม โดยสมาชิกในทีมไม่เกิน 3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ผู้ส่งผลงานจะส่งได้เพียง 1&amp;nbsp;ผลงานต่อบุคคลหรือทีมเท่านั้น ความยาวคลิป 2-3 นาทีและไม่เคยได้รับรางวัลที่ใดมาก่อน ​การประกวดครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2&amp;nbsp;รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือก&amp;nbsp;จำนวน 16&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีมหรือคน และรอบชิงชนะเลิศ จำนวน 16 ทีมหรือคน โดยแบ่งเป็นระดับละ 8&amp;nbsp;ทีมหรือคน และทีมหรือคนที่ผ่านรอบคัดเลือกจะได้รับเงินรางวัล 10,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท สนใจเข้าร่วมประกวดทำคลิปเผยแพร่ &amp;ldquo;มารยาทไทย แก้ไขปัญหาจราจร&amp;rdquo; ในหัวข้อ &amp;ldquo;สัญจรดี วิถีไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า ุ600,000 บาท&amp;nbsp;พร้อมถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร&amp;nbsp;สมัครได้ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;ถึง 25&amp;nbsp;ก.ค.2563 สามารถเข้าดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;www.twtvdo.com&amp;nbsp;และติดตามข่าวสารได้ที่&amp;nbsp;www.facebook.com/DCP.culture/&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;www.facebook.com/twtvdo/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในงานแถลงข่าวโครงการได้จัดเสวนาถึงเทคนิคการทำคลิปวิดีโอให้น่าสนใจ โดยผู้เชี่ยวชาญการทำคลิปในโลกโซเชียล ศิวกร จารุพงศา ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยและสิรภพ ระยามาศ หรือชงนม&amp;nbsp;Youtuber&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียงและผู้ติดตามเพจกว่าล้านคน แนะนำให้ตีโจทย์&amp;nbsp;&amp;ldquo;สัญจรดี วิถีไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้ชัดเจน ตรงประเด็น และใส่ความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจลงไปในคลิปวิดีโอ หรือนำเรื่องใกล้ตัวมาทำให้เป็นเรื่องสนุก ตลก ล้อเลียน รวมถึงให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการถ่ายทำคลิปวิดีโอด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาจราจร, วินัยจราจร, สวธ., สัญจรดี วิถีไทย, อัจฉราพร พงษ์ฉวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1c665b7513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนใช้รถเตรียมพร้อม17ธ.ค.&#039;ตร.&#039;ปรับแก้จราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวชั่วโมงเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 แจ้งว่า วันพรุ่งนี้(17 ธ.ค.)แล้วเตรียมตัวให้พร้อม บชน.และบก.จร.แจ้งประชาสัมพันธ์ ทดลองแก้ไขปัญหาจราจร บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ชั่วโมงเร่งด่วนเช้า เริ่มวันที่ 17 ธ.ค.62 -16 ม.ค.63 เวลา 06.00 - 09.00น. รวม 30วัน ปิดเบี่ยงเข้าช่องทางคู่ขนาน ผู้ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีขาเข้าช่องทางด่วน จะไม่สามารถใช้สะพาน ข้ามห้าแยกลาดพร้าวไป ไปถ.พหลโยธินขาเข้า (ดินแดง-สะพานควาย) ในชม.เร่งด่วนเช้า 06.00น.-09.00น. ยกเว้นวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่านที่ต้องการไปถนนลาดพร้าวขาออก และถนน วิภาวดีขาออก สามารถเบี่ยงเข้าช่องทางคู่ขนาน ได้ที่ทางออกก่อนถึงโตชิบา สำหรับท่านที่ต้องการไปถนนวิภาวดีรังสิตขาออก หรือไปกระทรวงพลังงาน ให้ใช้ช่องทางกลับใต้สะพานข้ามแยกลาดพร้าว หรือขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าว (ตัวใหม่) ให้ใช้ทางออกก่อนถึงโตชิบา
สำหรับท่านที่ต้องการไปถนนพหลโยธินขาเข้า ให้วิ่งตรงในช่องทางด่วนแล้วกลับรถที่แยกสุทธิสาร โดยใช้ช่องทางด่วนข้ามแยกไปยังแยกสุทธิสารและเลือกใช้เส้นทางดังนี้เลี้ยวขวาที่แยกสุทธิสารขาเข้ามุ่งหน้าถนนสุทธิสารวินิจฉัยไปยังแยกสะพานควายสามารถเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพหลโยธินขาเข้า ไปกลับรถที่แยกสุทธิสารใช้ถนนวิภาวดีขาออกเพื่อกลับมาที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อกลับรถมาแล้วยังสามารถใช้วิภาวดีซอย 3 และวิภาวดีซอย 5 เพื่อลัดไปถนนพหลโยธินขาเข้าได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52562</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, ตำรวจ, ปัญหาจราจร, แยกลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df6ed2e60039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ต้องห่วง!&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นทำหน้าที่อย่างเต็มที่เป็นนายกฯอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ส.ค.62-เมื่อเวลา 10.45 น. บริเวณชานชาลารถไฟฟ้า ชั้น 3 สถานีห้าแยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตจำนวน 1 สถานี จากสถานีหมอชิต (N8) ไบยังสถานีห้าแยกลาดพร้าว( N9) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนหลโยธิน และถนนวิภาวรังสิต ซึ่งจะเปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฒนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงทพมหานคร นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารร่วมในพิธีเปิด และเป็นที่น่าสังเกตว่านายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มาต้อนรับด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รอกันมานานแล้วนะ หลายคนคงอยากขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนตน วันนี้เป็นการเปิดทดลองเดินรถ 1 สถานี รัฐบาลเน้นการบรรเทาปัญหาจราจร และต้องการลดภาระต่างๆของประชาชน ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงานให้เกิดขึ้น ยืนยันรัฐบาลปฏิรูปทุกอย่าง สิ่งสำคัญคือการไว้เนื้อเชื่อใจกัน นอกจากนี้รัฐบาลยังเร่งรัดอีกหลายสายให้เกิดการเชื่อมโยงเชื่อมต่อ สะดวกรวดเร็วและประหยัด ขออย่างเดียว ขอฟรีไปถึง 5 ธ.ค. ได้หรือไม่ ต้องเดินด้วยกันแบบนี้ อะไรช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกัน ช่วยกันเพื่ออนาคตประเทศไทย ในวันข้างหน้า และขอให้เข้าใจว่ากำลังแก้ไขปัญหา หลายอย่างต้องปฏิรูป หลายอย่างต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญวันนี้อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจระดับล่าง และระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยืนยันวันนี้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงนี้ ผมไม่ไปไหน ไม่ต้องเป็นห่วง พอแล้วเดี๋ยวนอกเรื่องอีก&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯได้โดยสารรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าวไปยังสถานีหมอชิต ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่นายกฯระบุว่าจะอยู่ทำงานต่อหมายความว่าอย่างไร นายกฯตอบว่า &amp;quot;ก็เป็นนายกฯ ไงเล่า&amp;quot; ต่อจากนั้นนายกฯได้ทักทายประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟฟ้า และก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถกลับได้มีประชาชนกลุ่มหนึ่งยืนตะโกนให้กำลังใจ พร้อมเรียก&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; โดยนายกฯได้หันไปโบกมือพร้อมทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43074</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์ปฏิญาณ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปัญหาจราจร, รถไฟฟ้าสายสีเขียว, เป็นนายกต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4cfbfd80184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.คลอด4มาตรการแก้รถติดกรุงช่วงเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;(ศปก.ตร.) &amp;nbsp;ชั้น 20 &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรช่วงเปิดภาคเรียนสถานศึกษา &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (ผบช.สยศ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับผู้การบังคับการ จนถึงรองผู้บังคับการของ บก.จร. และ บก.น.1-9 รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการจราจรถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยในปัญหาการจราจรติดขัดช่วงเปิดภาคเรียน การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบ ทั้งทางกายภาพและทางเทคโนโลยีในเรื่องของการกดสัญญาณไฟ โดยได้แบ่งเป็น 4 หัวข้อสั่งการ &amp;nbsp; 1.การแก้ไขปัญหาการเปิดสัญญาณ &amp;nbsp;2.การแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเปิดภาคเรียน 3.การคืนพื้นผิวการจราจรตามแนวรถไฟฟ้า และ4.การใช้พื้นที่จอดรถไม่ให้กระทบการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีโรงเรียนที่จะเปิดภาคเรียนดังนี้ 1.โรงเรียนอาชีวะเอกชน จะเปิดวันที่ 13 พ.ค. 2.โรงเรียนอาชีวะของรัฐเปิดวันที่ 13-16 พ.ค. แล้วแต่ทางโรงเรียนจะกำหนด &amp;nbsp;3.โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) เปิดวันที่ 13-16 พ.ค. 4.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดวันที่ 15 พ.ค. &amp;nbsp;5.โรงเรียนในระดับอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยจะเปิดในช่วงเดือนสิงหาคม &amp;nbsp;และ6.มหาวิทยาลัยราชภัฏจะเปิดช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งได้มีการประสานไปยังสถานศึกษาต่างๆ ในดูแลเรื่องความสะดวกหน้าจุดจอดสถานศึกษานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมอีกว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่จะเริ่มทยอยเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาแล้วบางส่วน และจะมีการเปิดภาคเรียนมากที่สุด ในช่วงวันที่ 13-16 พ.ค. พร้อมเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบในช่วงเปิดเทอม โดยเบื้องต้นจะเร่งรัดคืนพื้นผิวการจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าให้มากที่สุด รวมทั้งให้ประสานผู้ประกอบการบริษัทขนส่งมาทำความเข้าใจ กำชับไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรในเวลาห้ามอย่างเด็ดขาด ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ สร้างผลกระทบการจราจรในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมให้ตำรวจแต่ละพื้นที่เข้าไปปฐมนิเทศผู้ปกครองถึงเส้นทางและจุดรับ-ส่ง ลดปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงประสานสถานศึกษา จัดโครงการในลักษณะพี่รับน้อง หรือผู้ปกครองอาสา รวมถึงจิตอาสาจราจร ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับเด็กเล็กลงจากรถโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะ 3 กลุ่มเส้นทางที่มักมีปัญหาจราจรหน้าสถานศึกษา ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สามเสน ราชวิถี นครราชสีมา กลุ่มที่ 2 ถนนอโศก เพลินจิต สุขุมวิท และกลุ่มที่ 3 สีลม สาทร เจริญกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า สถานศึกษาที่อยู่ในซอยแคบ มักมีปัญหาจราจรมาก ซึ่งได้เน้นย้ำการระบายรถไม่ให้กระทบถนนสายหลัก โดยให้แต่ละพื้นที่แก้ปัญหาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมสั่งระดมกำลังตำรวจจราจรเต็มที่ช่วงเดือนแรกของการเปิดภาคเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองคุ้นเคยกับระบบบริหารจัดการจราจร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปิดเทอม, ตร., ปัญหาจราจร, ผช.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์, รถติด, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd27234e8a6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
