<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกสมาคมผู้ส่งออกทุเรียนฯ ชี้ไวรัสไม่ทำราคาตก เหตุมีตลาดใหญ่กวางโจวรับซื้อปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนมังคุดแห่งประเทศไทย เผยหลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่หวั่นทำราคาหล่นเพราะยังมีตลาดกวางโจวรองรับผลผลิต ยังคงค้าขายได้ตามปกติ แต่หวั่นชาวสวนรีบตัดทุเรียนอ่อนออกมาขาย ทำให้ทุเรียนด้อยคุณภาพ ส่งผลเสียระยะยาวต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;มี.ค.63 - จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายด้าน โดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนและมังคุดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกทุเรียนในปัจจุบันไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากตลาดกวางโจว เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และสามารถค้าขายได้ตามปกติแล้ว ขณะนี้ผลผลิตยังออกสู่ตลาดน้อย ทำให้ทุเรียนไทยไม่พอจำหน่ายในต่างประเทศ โดยทุเรียนพันธุ์กระดุมที่รับซื้อจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 130 บาท พันธุ์หมอนทองกิโลกรัมละ 150-160 บาท ถือว่าราคานี้แพงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อน เพราะจะทำให้เกิดผลเสียระยะยาว ซึ่งจากปีที่ผ่านมา จะมีพ่อค้าคนกลางหรือเกษตรกรรีบตัดทุเรียนก่อนครบกำหนด เนื่องจากหวั่นว่าราคาจะถูกลง ส่งผลให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดและเสียชื่อจังหวัดจันทบุรี อย่างไรก็ตามตนขอฝากถึงเกษตรกรและพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐขอความร่วมมือให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในเรื่องนี้ด้วย เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งวงการทุเรียนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้จาก จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการเพาะปลูกผลไม้มากสุดในไทย กว่า 70 เปอร์เซ็นต์มีการส่งออกไปยังจีนหรือต้องพึ่งตลาดจีนเป็นหลัก ในระยะแรกที่ไวรัสแพร่ระบาด ทำให้ล้ง จ.จันทบุรี ต่างหยุดการรับซื้อผลไม้ทันที เกิดความเดือดร้อนไปยังระบบตั้งแต่ชาวสวน ล้ง จนถึงตลาดภายในประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ล้งเพิ่งจะเปิดซื้อผลไม้แต่ราคาไม่ได้สูง ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ ทุเรียนกำลังจะออกสู่ตลาดในอีก 2 เดือนข้างหน้า หากจีนยังไม่สามารถคลี่คลายการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อผลไม้ไทยทันที อาจจะสูญรายได้ถึงกว่า 50,000 ล้านบาทเลยทีเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐวิทย์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเริ่มส่งผลไม้ไปยังจีนได้บ้างแล้ว แต่ราคาไม่ได้สูงเท่าที่ควร สาเหตุมาจากการซื้อขายผลไม้ในจีนไม่ดีเหมือนทุกๆปี จากเดิมล้งสามารถขายผลไม้ในจีนได้วันละหลายตู้คอนเทนเนอร์ แต่ปัจจุบันขายได้เพียงล้งละ 1 ตู่ต่อ 1-2 วัน ทำให้ผลไม้ไทยเน่าเสียจำนวนไม่น้อย เพราะคนจีนยังไม่ออกจากบ้านมาซื้อสินค้าหรือผลไม้ไทย หรือออกเพียงจำนวนไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐวิทย์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้อีก 1 เดือน ถ้าจีนสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ วัคซีนที่จีนค้นพบและระบุว่าสามารถรักษาได้ การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนจะดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าอีก 1 เดือนหลังจากนี้ไป จีนยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้จะส่งกระทบอย่างมากต่อผลไม้ไทย ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหารัฐบาลควรสร้างห้องเย็นใน จ.จันทบุรี นอกเหนือจากที่ไปสร้างในจังหวัดอื่น เพราะแต่ละวันในช่วงฤดูผลไม้ จ.จันทบุรี มีผลไม้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58861</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, ตลาดจีน, ปัญหาทุเรียนอ่อน, ส่งออกทุเรียน, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f658d642aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทุเรียนตราด&#039; ออกผลเร็ว-เริ่มตัดขายแล้ว เจ้าของสวนชี้ปัจจัยภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.62 - ที่สวนทุเรียนของนายวราพงค์ ปรุงผล บ้านแหลมโป๊ะ หมู่ 4 ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดตราด เจ้าของสวนทุเรียน นำพ่อค้าคนกลางตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทองและชะนีรุ่นแรกของปี 2562 เตรียมส่งขายตลาดภายในประเทศ หลังครบกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นที่แรกของจังหวัดตราด โดยราคาทุเรียนชะนีเริ่มต้นจากสวนที่ 110 บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราพงค์ เปิดเผยว่า ในปีนี้ทุเรียนในพื้นที่ตำบลอ่าวใหญ่ ให้ผลผลิตเร็วกว่าทุกครั้ง ซึ่งปกติแล้วทุเรียนที่นี่จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนมีนาคม แต่ในปีนี้สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้จากเดิมทุเรียนในตำบลอ่าวใหญ่จะออกเร็วกว่าที่อื่นอยู่แล้ว ก็กลับเร็วมากขึ้นในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราพงค์ กล่าวอีกว่า วันนี้พ่อค้ามารับเหมาตัดที่สวน ให้ราคาทุเรียนพันธุ์ชะนีกิโลกรัมละ 110 บาท ทุเรียนพันธุ์หมอนทองกิโลกรัมละ 120 บาท ส่วนตัวถือว่าพอใจกับราคานี้ ส่วนการตัดทุเรียนนั้น ตนเองจะพาพ่อค้าไล่ตัดทุเรียนเป็นลูกๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อค้าตัดทุเรียนอ่อนไปขาย และยังเป็นการป้องกันปัญหาราคาตกจากการตัดทุเรียนอ่อนออกไปขายในตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29559</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ตำบลอ่าวใหญ่, ทุเรียนจังหวัดตราด, ปัญหาทุเรียนอ่อน, ฤดูทุเรียน, เก็บผลผลิตทุเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d17a1e41e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
