<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับมือปืนยิงเทคโน รับเปิดศึกสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจบางนาจับกุมนักเรียนช่างมือปืนยิงน้องมอสเสียชีวิต หลังหนีไปกบดานที่บางบ่อ เจอ 4 ข้อหาหนัก ให้การรับสารภาพ อ้างคนตายยั่วยุ ขณะนี้รวบตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 16 คน จากทั้งหมด 22 คน ผบก.น.5 เผยกำลังดูข้อกฎหมายเอาผิดผู้ปกครองได้หรือไม้ ที่ปล่อยปละให้ลูกหลานออกมาก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางนา วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.มงคล? วรุณโณ? ผบก.น.5 ร่วมกับ พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา แถลงความคืบหน้าคดีกลุ่มนักเรียนอาชีวะไล่ทำร้ายนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน? กก.สส.บก.น.5&amp;nbsp;และฝ่ายสืบสวน? สน.บางนา ?ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด? และทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพระโขนงอนุมัติหมายจับไปแล้ว?ทั้งสิ้น? 8?คน? จับกุมตัวได้แล้ว? 7?คน? หลบหนีการจับกุม? 1 คน? และจากการจับกุมครั้งนี้? ตำรวจสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์? จำนวน? 8? คัน? พร้อมเสื้อผ้า? หมวกกันน็อกที่ใส่ในวันก่อเหตุ? 17?ใบ? มีด? 2 เล่ม?? พร้อมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด? ซึ่งทุกคนให้การเป็นประโยชน์? และรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวจริง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคลกล่าวว่า คดีนี้มีกลุ่มผู้ต้องหารวม? 22?คน? เป็นผู้ใหญ่? 9?คน? และเยาวชน? 13?คน? จับกุมได้แล้ว? 7?คน? หลบหนีการจับกุม 1 คน? คือนาย?พีรวิชญ์? (สงวนนามสกุล) อายุ? 18?ปี? นักเรียนชั้นปีที่ 3 โรงเรียนเทคโนโลยี?ฯ และเตรียม?ขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก? 1 คน? คือนายภราดร? อยู่รักษ์? อายุ? 19?ปี? นักเรียนชั้นปีที่? 2 โรงเรียนเทคโนโลยี?ชื่อดัง โดยขณะนี้?จับกุมทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนในคดีนี้ได้แล้ว? 15?คน? และคาดว่าที่เหลือจะสามารถจับกุมได้เร็วๆ นี้จนครบทุกคน อีกทั้งจะดูข้อกฎหมายเพิ่มเติมว่าผู้ปกครองจะมีความผิดด้วยหรือไม่ ฐานปล่อยปละละเลยบุตรหลานให้ก่อเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.5 กล่าวว่า จากการสอบสวนกลุ่มผู้ก่อเหตุรับว่า? สาเหตุทั้งหมดเกิดจากเรื่องของสถาบัน? ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าจะเป็นเรื่องทำร้ายผิดตัวหรือไม่ อย่างไร ต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสามารถทราบข้อเท็จจริงในส่วนนี้? ทั้งนี้ จากการสอบสวนมีผู้ต้องหาบางรายให้การรับว่าทำระเบิดปิงปองขึ้นมาเอง? และใช้ก่อเหตุจริงในวันดังกล่าวด้วย?&amp;nbsp;ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนนั้น? ขณะนี้ยังหลบหนีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ? ซึ่งก็อยากให้ญาติพาเข้ามอบตัวโดยเร็ว?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้แนะนำสถาบันการศึกษาให้มีการอบรมให้ความรู้ในเรื่องของกฎหมาย? โทษของการกระทำผิด? พกพาอาวุธ? ทำร้ายร่างกายมีโทษอย่างไร? หรือกลุ่มเสี่ยงจะต้องมีการคัดแยกออกมาทำประวัติ ให้ตระหนักถึงโทษที่จะต้องได้รับและอาจเสียอนาคตได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ตำรวจ สน.บางนาได้ติดตามจับกุมตัวนายพีรวิชญ์ หรือก้อง นักเรียนอาชีวะ คนลั่นไกยิงนายชนาธิป หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ เสียชีวิต หลังยกพวกไล่ทำร้ายกันบนถนนศรีนครินทร์ ย่านบางนา ก่อนหลบหนีไปกบดานในบ้านพักย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ อีกทั้งการสอบสวนผู้ต้องหารายอื่นให้การซัดทอด จนศาลจังหวัดพระโขนงอนุมัติหมายจับใน 4 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บางนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้สอบปากคำนายพีรวิชญ์ ก่อนคุมตัวไปหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและนำไปซ่อนในที่ทิ้งขยะพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบว่าใส่ปืนไว้ในถุงพลาสติกฝังดินอยู่ใต้ต้นไม้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคลเปิดเผยว่า พีรวิชญ์ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ยิงนายชนาธิปจริง โดยอ้างว่าถูกอีกฝ่ายยั่วยุ และเขม่นกันเรื่องสถาบันอยู่แล้ว จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามพร้อมเพื่อน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีเพื่อนในกลุ่มขี่รถตามกันมาปาระเบิดปิงปองก่อน 1 ลูก จากนั้นนายพีรวิชญ์ได้ใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของผู้ตาย 1 นัด จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน โดยนายชนาธิปถูกกระสุนที่หลังเสียชีวิต สำหรับอาวุธปืนที่ตำรวจพบ เป็นปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 มม. นายพีรวิชญ์ให้การว่าซื้อมาในราคากระบอกละ 2 พันบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41956</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนอาชีวะ, ปัญหานักเรียนอาชีวะตีกัน, มือปืนยิงเทคโน, ศึกสถาบัน, สน.บางนา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39b0eb91f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองเลขาฯสอศ.ขู่สถาบันอาชีวะ เลิกช่วยเหลือเด็กก่อเหตุทะเลาะวิวาท ชี้มาตรการดี แต่ปฎิบัติไม่เข้มแข็งพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.ค.62-นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) กล่าวภายหลังประชุมหารือกับผู้บริหารสถานศึกษาที่นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อทบทวนมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะของนักเรียน นักศึกษา ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเหตุการณ์ที่หนึ่งเกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ทั้ง 2 สถาบันไปรวบรวมรายชื่อผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งหมด แล้วให้วิทยาลัยตั้งข้อกล่าวหาเด็กเหล่านี้ว่า มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พร้อมกับเรียกตัวผู้ปกครองมารับทราบ ว่า จะต้องให้เด็กหยุดพฤติกรรมดังกล่าวในทันที หากยังก่อเหตุขึ้นอีกจะต้องถูกดำเนินการในขั้นพักการเรียน หรือหากยังมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นอีกจะใช้มาตรการการแยกตัวเด็กออกไปเรียนที่อื่น ทั้ง นี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การแยกเด็กออกไปนี้ไม่ใช่การไล่เด็กออกแต่เป็นการหาที่เรียนแห่งใหม่ที่เหมาะสมให้ในต่างจังหวัด เช่น เพชรบุรี หรือประจวบคีรีขันธุ์ เป็นต้น หากเด็กคู่กรณีไม่เจอกันแล้วเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทก็จะไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเด็กวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ที่ก่อเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลพบว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งนักเรียนทั้งสองสถาบันขับรถจักรยานยนต์สวนทางกัน แล้วท้าทายกันทั้งที่ไม่รู้จักกันและไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันไหนเพราะไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา แถมยังสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ซึ่งในกรณีนี้ก็ต้องให้เด็กกลุ่มที่ถูกกระทำหยุดเรียนไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย ส่วนกลุ่มก่อเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยห้ามไม่ให้ทางวิทยาลัยเข้าไปให้การรับรองหรือช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างกับผู้ที่ก่อเหตุ เพื่อที่เราจะได้หยุดวงจรแย่ๆนี้ให้ได้
นอกจากนี้ตนยังขอให้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ ซึ่งเป็นฝ่ายก่อเหตุคุมเด็กให้ดี ต้องรู้ว่าใครเป็นหัวโจก ต้องแยกเด็กออกจากกลุ่ม และให้ทำกิจกรรม กลับบ้านช้ากว่าคนอื่น สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรีนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการรับน้องตามที่เป็นข่าว และตนก็ได้ยืนยันในที่ประชุมว่า สอศ.ยังเน้นย้ำห้ามจัดกิจกรรมรับน้องเด็ดขาด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้รับรายงานว่า รุ่นพี่ได้พารุ่นน้องไปกินข้าวกันที่บ้าน แล้วเข้าใจว่ารุ่นพี่อาจจะอยากโชว์ให้รุ่นน้องเห็นถึงความเป็นรุ่นพี่จึงสั่งให้ทำอะไรที่เกินเลย ขณะที่รุ่นน้องไม่สบายมาก่อนจึงได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ประชุมได้พูดคุยถึงมาตรการและแนวทางต่างๆ ในการการป้องกันปัญหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่ามาตรการต่างๆ ที่ สอศ.กำหนดออกมานั้น ยังดีและยังเข้มแข็งอยู่ แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะปฏิบัติไม่เข้มแข็งพอ ประกอบกับพฤติกรรมในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเด็กได้เปลี่ยนไป โดยอาจารย์จากวิทยาลัยบางแห่งได้เล่าให้ที่ประชุมฟัง ว่า เด็กเปลี่ยนจากตีกันตามป้ายรถเมล์แล้ว เพราะทุกวันนี้เด็กไม่ขึ้นรถเมล์มาเรียน แต่ขับขี่จักรยานยนต์มาเรียนแทน ส่งผลให้ค่อนข้างป้องกันปัญหาได้ยาก แม้เราจะมีมาตรการไม่ให้เด็กแต่งชุดนักศึกษา อีกทั้งสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่สุดท้ายก็ยังก่อเหตุกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยลดปัญหาแย่ๆ เหล่านี้ได้ก็คือ เมื่อเด็กคนไหนก่อเหตุแล้วต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ วิทยาลัยจะต้องไม่เข้าไปช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะยิ่งได้ใจ&amp;quot;รองเลขาฯ กอศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหานักเรียนอาชีวะตีกัน, พีระพล พูลทวี, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38121b10251.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
