<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพลเปิด 5 อันดับที่คนไทยวิตกกังวลมากที่สุด ปากท้อง-โควิด-19 นำโด่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 มี.ค. 2563 บ้านเมืองทุกวันนี้ประสบกับปัญหาต่าง ๆ มากมายทั้งความวุ่นวายทางการเมือง การทะเลาะเบาะแว้ง ของรัฐบาลและฝ่ายค้าน สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ตลอดจนภัยสังคมที่มีอยู่รอบตัว ซึ่งเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมานาน และทุกฝ่ายพยายามหาแนวทางแก้ไข เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี &amp;ldquo;ความวิตกกังวล&amp;rdquo; ของประชาชน ณ วันนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,162 คน ระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 7 มีนาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;5 อันดับ ความวิตกกังวล&amp;rdquo; ของประชาชน ณ วันนี้ คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากท้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;78.45%
สาเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ไม่พอจ่าย สินค้าขายเกินราคา ทำมาหากินยากขึ้น มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ&amp;nbsp;
วิธีป้องกัน/แก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องดูแลตัวเอง ประหยัด อดทน ทำงานให้มากขึ้น หารายได้เสริม รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิด 19&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;71.47%
สาเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบาดทั่วโลก มีผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงเข้ามาในไทยต่อเนื่อง มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ยังไม่มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ขาดตลาด ฯลฯ
วิธีป้องกัน/แก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลมีพื้นที่กักตัวผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เร่งแก้ปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัย ดูแลช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ประสบปัญหา รายงานข้อมูลที่เป็นจริงให้ประชาชนได้รับรู้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจร ผู้ร้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;64.51%
สาเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวให้เห็นทุกวัน พฤติกรรม รูปแบบการก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น &amp;nbsp;กลัวว่าจะเกิดกับตัวเองหรือกับคนในครอบครัว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาพเศรษฐกิจและสังคมเสื่อมโทรม ฯลฯ
วิธีป้องกัน/แก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ สายตรวจในทุกพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;58.93%
สาเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลแก้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ตรงจุด มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีการชุมนุมเคลื่อนไหว บ้านเมืองวุ่นวาย ฯลฯ
วิธีป้องกัน/แก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ รัฐบาลควรเร่งสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;57.60%
สาเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 &amp;nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ผู้ประกอบการขาดทุน ปิดกิจการ คนตกงาน ฯลฯ
วิธีป้องกัน/แก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลและภาคเอกชนต้องหารือร่วมกัน รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ธุรกิจท่องเที่ยวต้องปรับตัว กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ฯลฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59131</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, 5 อันดับวิตกกังวล, คนไทย, ปัญหาปากท้อง, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64585895479.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ชี้ปัญหาศก.ทำทุกข์ แต่อยากเคาต์ดาวน์‘ลุงตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ซูเปอร์โพลเผยสุขสุดปี 62 ประชาชนได้เลือกตั้ง ทุกข์สุดปัญหาปากท้อง เบื่อสุดแย่งชิงอำนาจ กังวลสุดบ้านเมืองวุ่นวาย &amp;quot;สนธิรัตน์-อุตตม&amp;quot; เบียดคว้าขวัญใจรากหญ้า คนกรุงอยากเคาต์ดาวน์ปีใหม่กับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รองลงมา &amp;quot;ธนาธร-ทักษิณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ที่สุดของการเมืองปีที่ผ่านมา&amp;rdquo; กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ สำรวจทั้งในโลกโซเชียล และเสียงประชาชนในโลกดั้งเดิม จำนวนทั้งสิ้น 1,220 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 ธ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสุขที่สุดของการเมือง พบว่า ได้เลือกตั้งร้อยละ 40.9 รองลงไปคือมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 32.5 และอื่นๆ เช่น พรรคที่ชอบ ส.ส.ที่ชอบชนะ ร้อยละ 26.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงนโยบายรัฐบาลที่โดนใจ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.8 ระบุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รองลงมาคือร้อยละ 53.4 ระบุชิมช้อปใช้, ร้อยละ 49.3 ระบุโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเกษตรกร น้ำมัน B10 และลดราคาก๊าซหุงต้ม, ร้อยละ 32.4 ระบุรับยา ร้านยาใกล้บ้าน, ร้อยละ 30.3 ระบุ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย, ร้อยละ 20.2 ระบุกัญชาเพื่อการแพทย์ และแก้ปัญหาสัตว์ป่า สัตว์ทะเล, ร้อยละ 18.4 ระบุแบนสารพิษ และร้อยละ 25.6 อื่นๆ เช่น ขยายสนามบิน และเปิดเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มเติม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 5 อันดับแรก สุดยอดรัฐมนตรีแก้ปัญหารากหญ้า พบว่า สูสีกันระหว่าง อันดับ 1 และ 2 คือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ร้อยละ 21.8 และนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ร้อยละ 21.2, อันดับ 3 ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 20.1, อันดับ 4 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ร้อยละ 18.4, อันดับ 5 ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ร้อยละ 14.4
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นทุกข์ที่สุดของการเมือง พบว่า อันดับแรก ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง ราคาอาหาร สินค้าแพง การเงินขัดสน ร้อยละ 46.7, อันดับที่สอง ได้แก่ นักการเมืองไม่ดี ทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง ร้อยละ 28.9, อันดับที่สาม ได้แก่ พรรคที่ชอบแพ้เลือกตั้ง ร้อยละ 23.2 และอื่นๆ เช่น ชุมนุม รถติด นักการเมืองเอาแต่ทะเลาะกัน ไม่สนใจแก้ปัญหาเดือดร้อน มุ่งแต่ปัญหาของตัวเอง ของพรรค เป็นต้น ร้อยละ 1.2 ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่เซ็งที่สุด เบื่อที่สุดของการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.3 ระบุแย่งชิงอำนาจ มุ่งทำลายกัน แย่งตำแหน่งการเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 35.3 ระบุ แย่งชามข้าว แย่งกล้วย แย่งผลประโยชน์ และร้อยละ 1.4 ระบุก่อความวุ่นวาย ปลุกระดมปั่นป่วน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชาชนกังวลที่สุดของการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.8 ระบุบ้านเมืองวุ่นวาย ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย แตกแยกในหมู่ประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 17.4 ระบุผลกระทบของวิ่งไล่ลุง ฝ่ายหนุน ฝ่ายต้าน และร้อยละ 2.8 ระบุอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจถดถอย แย่ลงไปอีก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า จากการสำรวจที่สุดของการเมืองปีที่ผ่านมา พบการเลือกตั้งและรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำประชาชนสุขสุด แต่ปัญหาปากท้องค่าครองชีพสูง การเงินขัดสนทำประชาชนทุกข์สุด อย่างไรก็ตาม นโยบายรัฐบาลหลายตัวที่โดนใจประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชิมช้อปใช้ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจรากหญ้าและน้ำมันดีเซล B10 ทำราคาปาล์มสูงขึ้น เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นด้วยว่าข้อมูลสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุดไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากนโยบายหลายนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นประเทศและประชาชนน่าจะเดินหน้าต่อได้ จึงไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองด้วยวงจรอุบาทว์ยึดอำนาจกันอีก ถ้าฝ่ายการเมืองทุกกลุ่มมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทำงานทางการเมืองเชิงสร้างสรรค์มากกว่าจะมุ่งโค่นล้มทำลายกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง&amp;rdquo; ดร.นพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;quot;คนกรุงกับการท่องเที่ยวปีใหม่ 2020&amp;quot; โดยเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,145 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.6 มีแผนจะเดินทางในช่วงหยุดยาวปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 49.4 จะไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด, กลับบ้านเกิด เยี่ยมญาติ รองลงมาร้อยละ 41.0 จะไปเข้าวัดทำบุญ และร้อยละ 22.2 จะไปช็อปปิ้ง กินข้าวตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ขณะที่ร้อยละ 25.4 ไม่มีแผนที่จะไปไหน จะอยู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่อยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้มงวดดูแลเกี่ยวกับการเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยมากที่สุดคือ การเข้มงวดตรวจตราคนเมาแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 80.3 รองลงมาคือ การเข้มงวดผู้ขับขี่รถเร็วเกินมาตรฐานที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 57.3 และเส้นทาง ถนนหนทางที่ดี ทั้งทางหลักและทางเลี่ยงเมือง คิดเป็นร้อยละ 42.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานที่ที่อยากไปเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2020 มากที่สุดคือ วัดที่จัดให้มีสวดมนต์ข้ามปีตามวิถีพุทธ คิดเป็นร้อยละ 31.0 รองลงมาคือ ลานประตูท่าแพ เชียงใหม่ คิดเป็นร้อยละ 19.1, เซ็นทรัล เวิลด์ กทม. คิดเป็นร้อยละ 13.6, พัทยา ชลบุรี คิดเป็นร้อยละ 11.7 และภูเก็ต คิดเป็นร้อยละ 11.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายเมื่อถามคำถามปลายเปิดว่าคนดัง นักการเมือง นักร้อง นักแสดงไทย ที่อยากเคาต์ดาวน์ร่วมฉลองขึ้นปีใหม่ 2020 พบว่า นักการเมืองที่อยากเคาต์ดาวน์ร่วมฉลองขึ้นปีใหม่ด้วยมากที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดเป็นร้อยละ 15.1 รองลงมาคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คิดเป็นร้อยละ 7.6 และนายทักษิณ ชินวัตร คิดเป็นร้อยละ 1.8.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53395</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ปัญหาปากท้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แย่งชิงอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05f3512eb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 07:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ที่สุดการเมืองปี62บัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดนใจ ห่วงปัญหาปากท้องเบื่อแย่งชิงอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ธ.ค.62-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลโพลเรื่อง ที่สุดของการเมืองปีที่ผ่านมา กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) สำรวจทั้งในโลกโซเชียล (Social Media Voice) และเสียงประชาชนในโลกดั้งเดิม (Traditional Voice) จำนวนทั้งสิ้น 1,220 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึง สุขที่สุดของการเมือง พบว่า ได้เลือกตั้ง ร้อยละ 40.9 รองลงไปคือ มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 32.5 และอื่น ๆ เช่น พรรคที่ชอบ ส.ส.ที่ชอบ ชนะ ร้อยละ 26.6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึง นโยบายรัฐบาลที่โดนใจ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.8 ระบุ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รองลงมาคือ ร้อยละ 53.4 ระบุ ชิมช้อปใช้ ร้อยละ 49.3 ระบุ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเกษตรกร น้ำมัน B10 และลดราคาก๊าซหุงต้ม ร้อยละ 32.4 ระบุ รับยา ร้านยาใกล้บ้าน ร้อยละ 30.3 ระบุ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย ร้อยละ 20.2 ระบุ กัญชาเพื่อการแพทย์ ร้อยละ 20.2 เช่นกัน ระบุ แก้ปัญหาสัตว์ป่า สัตว์ทะเล ร้อยละ 18.4 ระบุ แบนสารพิษ และ ร้อยละ 25.6 อื่น ๆ เช่น ขยายสนามบิน และเปิดเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มเติม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่น่าสนใจคือ 5 อันดับแรก สุดยอดรัฐมนตรีแก้ปัญหารากหญ้า พบว่า สูสีกันระหว่าง อันดับ 1 และ 2 คือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ร้อยละ 21.8 และ นายอุตตม สาวนายน รมว. การคลัง ร้อยละ 21.2 อันดับ 3 ที่ไม่ห่างกันนัก ได้แก่ นาย วราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 20.1 อันดับ 4 ได้แก่ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รมว. สาธารณสุข ร้อยละ 18.4 และอันดับ 5 ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ รมว. พาณิชย์ ร้อยละ 14.4 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วง คือ ทุกข์ที่สุดของการเมือง พบว่า อันดับแรก ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง ราคาอาหาร สินค้า แพง การเงินขัดสน ร้อยละ 46.7 อันดับที่สอง ได้แก่ นักการเมืองไม่ดี ทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง ร้อยละ 28.9 อันดับที่สาม ได้แก่ พรรคที่ชอบแพ้เลือกตั้ง ร้อยละ 23.2 และอื่น ๆ เช่น ชุมนุม รถติด นักการเมืองเอาแต่ทะเลาะกัน ไม่สนใจแก้ปัญหาเดือดร้อน มุ่งแต่ปัญหาของตัวเอง ของพรรค เป็นต้น ร้อยละ 1.2 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ที่เซ็งที่สุด เบื่อที่สุดของการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.3 ระบุ แย่งชิงอำนาจ มุ่งทำลายกัน แย่งตำแหน่งการเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 35.3 ระบุ แย่งชามข้าว แย่งกล้วย แย่งผลประโยชน์ และร้อยละ 1.4 ระบุ ก่อความวุ่นวาย ปลุกระดมปั่นป่วน เป็นต้น และที่ประชาชนกังวลที่สุดของการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.8 ระบุ บ้านเมืองวุ่นวาย ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย แตกแยกในหมู่ประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 17.4 ระบุ ผลกระทบของวิ่งไล่ลุง ฝ่ายหนุน ฝ่ายต้าน และ ร้อยละ 2.8 ระบุ อื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจถดถอย แย่ลงไปอีก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า จากการสำรวจที่สุดของการเมืองปีที่ผ่านมาพบการเลือกตั้งและรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำประชาชนสุขสุดแต่ปัญหาปากท้องค่าครองชีพสูง การเงินขัดสนทำประชาชนทุกข์สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นโยบายรัฐบาลหลายตัวที่โดนใจประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชิมช้อปใช้ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจรากหญ้าและน้ำมันดีเซล B10 ทำราคาปาล์มสูงขึ้น เป็นต้น ส่งผลให้รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ได้รับโหวตเป็นสุดยอดรัฐมนตรีแก้ปัญหารากหญ้า อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายอุตตม สาวนายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นด้วยว่าข้อมูลสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุดไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากนโยบายหลายนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น ประเทศและประชาชนน่าจะเดินหน้าต่อได้จึงไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองด้วยวงจรอุบาทว์ยึดอำนาจกันอีก ถ้าฝ่ายการเมืองทุกกลุ่มมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทำงานทางการเมืองเชิงสร้างสรรค์มากกว่าจะมุ่งโค่นล้มทำลายกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ที่สุดการเมืองปี62, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ปัญหาปากท้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e0553f97d00e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2019 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ลั่น!แก้รัฐธรรมนูญแล้วประชาชนจะอิ่มท้อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.62-นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul ว่า&amp;ldquo;วันนี้ท่านต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้มีความหมายว่าเราจะไม่ได้ทำอะไร หลายคนเข้าใจกันผิดว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่แก้ปัญหาปากท้อง ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบ ทุกๆ อย่างทำได้พร้อมกัน คุณก็แก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา ฝ่ายค้านก็ตรวจสอบตั้งกระทู้ถาม มันทำได้พร้อมกันหมด ไม่ใช่แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเรื่องอื่นไม่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายจะผลักดันร่าง พ.ร.บ. ต่างๆ ไม่ใช่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ตรงกันข้ามรัฐธรรมนูญที่ดีจะทำให้การแก้ไขปากท้องสำเร็จด้วย ทุกคนเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้เกิดรัฐบาลปริ่มน้ำแล้วจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40054</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ปัญหาปากท้อง, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11caab1bb64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โพล&#039;ย้ำชาวบ้านระอาแก้ปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนบ่นเศรษฐกิจแย่-ของแพง-เงินไม่พอใช้ กระทุ้งเร่งแก้ปัญหาปากท้อง คุมราคาสินค้า แต่เชื่อรัฐบาลทำไม่สำเร็จ เพื่อไทยข้องใจตั้งงบปี 62 สูง สวนทางคนจนเพิ่มขึ้น &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; ห่วงวิกฤติหนี้อิตาลีร้ายแรงกว่ากรีซ ไทยเลี่ยงผลกระทบยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน &amp;quot;สวนดุสิตโพล&amp;quot; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ &amp;ldquo;เสียงบ่น&amp;rdquo; ของคนไทย ณ วันนี้ จำนวนทั้งสิ้น 1,334 คน ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-2 มิ.ย.2561 สรุปผลได้ ดังนี้ 1.&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; เรื่องที่ประชาชนบ่น ณ วันนี้ พร้อมบอกสาเหตุและแนวทางแก้ไข อันดับ 1 ร้อยละ 63.46 เศรษฐกิจแย่ ค่าครองชีพสูง เงินไม่พอใช้ สาเหตุที่บ่น เพราะเศรษฐกิจซบเซา ภาระเยอะ ค่าใช้จ่ายสูง ข้าวของมีราคาแพง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ต้องกู้ยืม ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระตุ้นการค้าการลงทุน ควบคุมราคาสินค้า ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 2 ร้อยละ 40.59 การเมืองไทยวันนี้ยังวุ่นวายไม่หยุด สาเหตุที่บ่น เพราะกระทบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ เบื่อมัวแต่ทะเลาะกัน ยังไม่มีเลือกตั้ง ไม่เป็นประชาธิปไตย ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ รับฟังความคิดเห็น ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เห็นแก่บ้านเมือง มีการเลือกตั้ง ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ฯลฯ, &amp;nbsp;อันดับ 3 ร้อยละ 32.39 ปัญหาสังคม และอาชญากรรมยังน่ากลัว สาเหตุที่บ่น เพราะเป็นภัยใกล้ตัว เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มีหลายรูปแบบ รุนแรงมากขึ้น สังคมย่ำแย่ ยาเสพติดแพร่ระบาด ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขัน กฎหมายเด็ดขาด เพิ่มสายตรวจทุกจุด ปลูกฝังจิตสำนึก ช่วยกันดูแล ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 4 ร้อยละ 31.75 การทุจริตคอร์รัปชันงบประมาณภาครัฐ ท้องถิ่นยังมีอยู่มาก สาเหตุที่บ่น เพราะมีข่าวให้เห็นบ่อยครั้ง เป็นการเอาเปรียบประชาชน ไม่เป็นธรรม แก้ไม่หมด ประเทศไม่พัฒนา ฯลฯ แนวทางแก้ไขคือ ตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง ไล่ออก ยึดทรัพย์ จำคุกตลอดชีวิต ไม่ช่วยเหลือปกป้องพวกพ้อง ฯลฯ, อันดับ 5 ร้อยละ 23.44 พฤติกรรมของคนในสังคม แล้งน้ำใจ สาเหตุที่บ่น เพราะคนเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ ใช้อารมณ์ ขาดสติ ใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด เป็นห่วงลูกหลาน ฯลฯ แนวทางแก้ไขคือ รณรงค์กระตุ้นให้ทุกคนมีวินัย เคารพซึ่งกันและกัน พัฒนาการศึกษา มีคุณธรรม พ่อแม่มีเวลาให้ ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประชาชนคิดว่ารัฐบาลน่าจะแก้ไขได้สำเร็จหรือไม่? ประชาชนส่วนใหญ่คาดว่ารัฐบาลไม่น่าจะแก้ไขเสียงบ่นได้สำเร็จ อันดับ 1 การทุจริตคอร์รัปชันงบประมาณภาครัฐ ท้องถิ่นยังมีอยู่มาก ไม่สำเร็จร้อยละ 48.82, สำเร็จร้อยละ 19.87, ไม่แน่ใจร้อยละ 31.31 &amp;nbsp;อันดับ 2 การเมืองไทยวันนี้ยังวุ่นวายไม่หยุด ไม่สำเร็จ ร้อยละ 45.14, สำเร็จร้อยละ 20.73, ไม่แน่ใจร้อยละ 34.13 อันดับ 3 เศรษฐกิจแย่ ค่าครองชีพสูง เงินไม่พอใช้ ไม่สำเร็จร้อยละ 41.68, สำเร็จร้อยละ 24.41, ไม่แน่ใจร้อยละ 33.91 อันดับ 4 ปัญหาสังคม และอาชญากรรมยังน่ากลัว ไม่สำเร็จร้อยละ 39.74, &amp;nbsp;สำเร็จร้อยละ 27.15, ไม่แน่ใจร้อยละ 33.11 อันดับ 5 พฤติกรรมของคนในสังคม แล้งน้ำใจ ไม่สำเร็จร้อยละ 36.36, สำเร็จร้อยละ 30.91, ไม่แน่ใจร้อยละ 32.73
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 จำนวน 3 ล้านล้านบาท และได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบว่า รู้สึกเป็นห่วงที่รัฐบาลใช้งบประมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี รวมแล้ว 16 ล้านล้านบาท ซึ่งถ้าใช้เม็ดเงินอย่างถูกทาง มีประสิทธิภาพ ชาวบ้านน่าจะอยู่ดีกินดี แต่กลับตรงข้าม มีข้อมูลเชิงประจักษ์ปรากฏว่า ชาวบ้านมาลงทะเบียนขอบัตรคนจนถึง 14.1 ล้านคน จากประชากร 70 ล้านคน สะท้อนว่ายิ่งอยู่นานชาวบ้านยิ่งยากจนหรือไม่ ขณะที่แม่น้ำ 5 สายรับเงินเดือนและค่าตอบแทนกี่ทาง หากอยู่แล้วดีก็อนุโมทนาสาธุ แต่ถ้าอยู่แล้วคนจนเพิ่มขึ้น น่าจะพิจารณาประสิทธิภาพการบริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลกระทบความเสี่ยงวิกฤติยูโรโซนรอบใหม่และปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะและการเมืองอิตาลีว่า ขณะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังจำกัดวงอยู่ที่ตลาดการเงินโลก แม้นวิกฤติการเมืองอิตาลีจะคลี่คลายลงบ้าง แต่เชื่อว่าความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลกยังมีอยู่ โดยเฉพาะตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เงินยูโรอาจอ่อนค่าลงอย่างมากและอาจเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตีหรือเก็งกำไรได้ หากมีการโจมตีค่าเงินอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมได้ และเศรษฐกิจไทยก็จะหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การไหลออกของเงินทุนระยะสั้นจากตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทย กระแสเงินทุนไหลออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่ของไทยอาจจะไหลออกไปลงทุนในสหภาพยุโรป (อียู) และอิตาลีเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินทรัพย์ในอิตาลีและอียูจะปรับตัวลง ผลกระทบจะขยายวงไปสู่ภาคการค้าและภาคเศรษฐกิจจริงหรือไม่ อยู่ที่ว่ ปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะและการเมืองอิตาลีนำไปสู่แรงกดดันให้เกิดการถอนตัวออกจากยูโรโซนหรือไม่ และอิตาลีสามารถทำตามแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจและมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 130% ของจีดีพีได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากอิตาลีไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขของอียูกำหนดเอาไว้ ปัญหาผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกจะรุนแรงกว่ากรณีของวิกฤติหนี้สินของกรีซที่ปะทุขึ้นเมื่อปี 2552 เนื่องจากปริมาณหนี้สาธารณะที่ใหญ่กว่าเกือบ 5 เท่า ความเสี่ยงอีกประการหนึ่งคือ การจัดการเลือกตั้งใหม่ในเร็วๆ นี้ มีความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนการถอนตัวออกจากอียูอาจชนะการเลือกตั้งนำไปสู่การลงประชามติเพื่อออกจากยูโรโซนได้แบบ BREXIT (อังกฤษออกจากอียู) ดังนั้นผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ในอิตาลี จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าระบบยูโรโซนจะดำรงอยู่ด้วยความมั่นคงหรือไม่&amp;quot; นายอนุสรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับไทย ส่งออกไปอียูคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10-11% ของมูลค่าส่งออก อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอิตาลี และอียูอาจจะชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ขณะที่ประเทศไทยส่งออกไปประเทศอิตาลีเพียงประมาณ 0.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด แต่มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมการส่งออกต่อเนื่องไปยังอียูมาก โดยสินค้าส่งออกหลักคืออาหารแปรรูป อัญมณีเครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องหนัง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ ในฐานะอดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เตือนว่า การอ่อนแอลงของเศรษฐกิจอิตาลีและยูโรโซนจะทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และจะมีการชะลอมาตรการผ่อนคลายในเชิงปริมาณทางการเงิน (QE EXIT) ภาวะดังกล่าวจะกดดันให้เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักและเงินบาท เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นได้อีก ส่งผลกระทบต่อกิจการส่งออกที่ปรับตัวไม่ทัน และธนาคารแห่งประเทศไทยควรเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนด้วยความระมัดระวังความเสี่ยง ไม่ให้เกิดการขาดทุนทางบัญชีเพิ่มสูงมากเกินไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศกว่า 2.15 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมีมากเกินความจำเป็น เพราะการมีทุนสำรองฯ ในระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์เกินพอสำหรับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยแล้ว ดังนั้นควรนำมาจัดตั้งกองทุนเพื่อบริหารผลตอบแทน นำรายได้ไปลงทุนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดูแลสวัสดิการและแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ โดยการดำเนินการนี้จะต้องมีการกำกับควบคุมที่ดีและมีธรรมาภิบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของแพง, ครม., ชวลิต วิชยสุทธิ์, ปัญหาปากท้อง, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, สนช., สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินไม่พอใช้, เศรษฐกิจแย่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f372034a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวสู่ปีที่ 5 รัฐบาล คสช. ดูดไม่ถึง 250 ถอยดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะการประกาศจุดยืนต่อต้านการรัฐประหาร 4 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 22 พฤษภาคม ที่มี 2 กลุ่มหลัก คือ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนหนุ่มสาวในนาม &amp;quot;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;quot; ที่พวกเขาอ้างว่าได้แสดงสิทธิเสรีภาพ ตามที่รัฐธรรมนูญปี 60 รับรองไว้ในการวิพากษ์วิจารณ์ และชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ และความรุนแรง แต่กลับถูก คสช.ใช้อำนาจรัฐด้วย กฎเหล็ก ควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝ่ายแรกคือพรรคเพื่อไทย บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ถูกตั้งข้อหา 1.ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 57/2567 ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุมหรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง 2.ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2557 ในข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 3.ผิดมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา ยุยงปลุกปั่น 4.ผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายหลัง แกนนำจำนวน 14 คน นำโดย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายปิยรัฐ จงเทพ, นายนิกร วิทยาพันธุ์, นายวิเศษณ์ สังข์วิศิษฏ์ ก็ถูกแจ้งข้อหา อาทิ 1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 2.ความผิดตาม ม.215 วรรคแรกมั่วสุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป หรือกระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 3.เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น 4.ม.216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตาม ป.อาญา ม.215 ให้เลิกแล้วไม่เลิก 5.ขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 6.ฐานความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 108 เดินแถวเป็นขบวนแห่ หรือเดินเป็นขบวนใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางทางจราจร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในฝ่ายของนักศึกษา บางคนจะได้ลิ้มรสชาติการสูญเสียอิสรภาพเป็นครั้งแรกในชีวิต ในสถานการณ์ที่ตำรวจกำลังเดินหน้าฝากขังต่อศาล ท่ามกลางความเป็นห่วงของประชาชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนานาชาติ โดยเฉพาะ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) - ฮิวแมนไรต์วอตช์ ที่ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำทันที&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับมาที่รัฐบาล คสช. หลังจากบริหารประเทศครบ 4 ปี ก้าวสู่ปีที่ 5 ยังติดหล่มกับปัญหาเดิมจากผลโพลต่างๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่นับรวมการปฏิรูปประเทศที่ไม่คืบหน้า รวมทั้งสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงที่ราคาขยับตัวขึ้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลทหารจะต้องเร่งแก้ไข ควบคู่กับการเตรียมพร้อมไปสู่การเลือกตั้ง ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ คสช.ประกาศเอาไว้จะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งขณะนี้คงต้องรอความชัดเจนว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้หรือไม่ เพื่อจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เพิ่งวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องจับตาว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะมีผลออกมาเช่นใด โดยสามารถประเมินออกมาได้ 3 แนวทาง คือ 1.ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2.มีหรือขัด แต่ไม่เป็นสาระสำคัญต้องทำให้ตกทั้งฉบับ แก้เพียงบางมาตรา บางประโยคเท่านั้น และ 3.ขัดต่อสาระสำคัญรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องร่างใหม่ ซึ่งอาจทำให้โรดแมปเลือกตั้งเคลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำนายว่า สมมุติว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือน ก.พ.62 แม้จะมีการประเมินว่าอาจจะจัดการเลือกตั้งในเดือน พ.ค.62 โดยหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายในเดือน มิ.ย.61 และนับจากนั้นไปอีก 90 วัน หลัง พ.ร.ป.ส.ส.ประกาศใช้ ในช่วงเดือน พ.ย.61 ก็สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ภายใน 150 วัน ดังนั้นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 150 วันก็ได้ ใช้เพียงแค่ 60 วันเพื่อให้เลือกตั้ง ก.พ.62 ได้ ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลปกติหากมีการยุบสภาฯ ก็จะให้จัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีประเด็นศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยต่อในวันที่ 30 พ.ค. หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขัดรัฐธรรม คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ก็จะสิ้นสภาพไป พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็จะมีผลบังคับใช้ดังเดิมตามที่ สนช.เห็นชอบไป พร้อมคืนสิทธิ์ของสมาชิกพรรคการเมืองให้กลับมาเช่นเดิม และพรรคการเมืองต่างๆ สามารถเคลื่อนไหวเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรับรองว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะเกิดปัญหาวิชาการ และหลักนิติรัฐ ว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีกระบวนการตรากฎหมายถูกต้องตามขั้นตอนและมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็จะด้อยค่า ไร้ความศักดิ์สิทธิ์ และสามารถถูกคำสั่งหัวหน้า คสช.ลบล้างได้ทุกเมื่อ ในขณะที่ทางการเมืองก็เปิดช่องให้รัฐบาล คสช.เดินหน้าดูดนักการเมือง และทุ่มงบประมาณให้พื้นต่างๆ หาเสียงล่วงหน้าไปตามลำพัง ไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองอื่นๆ ยังติดล็อกไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในวันที่ 11-12 มิถุนายน ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง คือ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายกฯ จะลงพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อพบปะประชาชน ก่อนที่จะประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.นครสวรรค์ หลังก่อนหน้านี้ ดูดกลุ่มนักการเมืองในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆ อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา กลุ่มมัชฌิมา กลุ่มบ้านริมน้ำ ตระกูลสะสมทรัพย์ และกลุ่ม กปปส. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นในช่วงเดือนสิ้นเดือนพฤษภาคมจนถึงมิถุนายนนี้ จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 จะเกิดขึ้นตามที่นายกฯ ลั่นวาจาได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ให้คำตอบ รวมทั้ง ความชัดเจนของ คสช. จะเล่นการเมืองไปในทางที่ตัวเองได้เปรียบเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่สนใจการยอมรับหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือสุดท้าย หากประเมินแล้วไปต่อลำบาก ได้ไม่คุ้มเสีย ก็อาจเลือกแนวทางของอาจารย์ปริญญา ที่แนะนำเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ &amp;ldquo;ถ้าได้ที่นั่ง ส.ส.ไม่ถึง 250 เก้าอี้ เพื่อขึ้นเป็นนายกฯ และอยู่ต่อทำงานในสภาฯ ได้ ก็ควรถอยดีกว่าและกลับมาอยู่ในฐานะคนกลางเหมือนเดิม&amp;quot; นักวิชาการชื่อดังกล่าวปิดท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10063</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., กรองสถานการณ์, คนอยากเลือกตั้ง, นิกร วิทยาพันธุ์, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ปัญหาปากท้อง, ปัญหาเศรษฐกิจ, ปิยรัฐ จงเทพ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รังสิมันต์ โรม, วิเศษณ์ สังข์วิศิษฏ์, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b09686a32b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตวูบ!! &#039;ไพร่หมื่นล้าน&#039; สะดุดปม &#039;โรฮิงญา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย 61- หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยหนึ่งในนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;...ถ้าพรรคเรามีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะยื่นมือของคนไทยไปให้พวกเขา และจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างกระฉับกระเฉงด้วยการเปิดการพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาอย่างมียุทธศาสตร์ ใช้เวทีอาเซียนเป็นตัวกลางแก้ปัญหานี้ร่วมกัน เหมือนที่มาเลเซียและอินโดนีเซีย กำลังทำอยู่ และได้ช่วยรับผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งไปแล้วด้วย โดยเฉพาะมาเลเซียที่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาทำงานได้ กลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ไม่ใช่ภาระเรื้อรังของประเทศอื่นๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาล่องลอยอย่างเดียวดายในทะเล ถูกผลักไสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะทำให้คนไทยภูมิใจที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่หนึ่งในนโยบายดังกล่าว กลายเป็นข่าวเผยแพร่ใน LINE TODAY ได้มีผู้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมากล่าสุดประมาณ 330 &amp;nbsp;ความเห็น เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีสักความคิดเห็นที่สนับสนุนแนวคิดนโยบายนี้ของพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนแสดงความคิดเห็นตรงกันต้องแก้ปัญหาปากท้องของคนในชาติก่อนที่คิดช่วยเหลือชาติอื่น&amp;nbsp; เช่น &amp;quot;นโยบายแรกนึกว่าปากท้อง,คนไทยยังยากจนอยู่ทำไม่คิดช่วยเหลือให้พ้นความยากจนก่อนที่จะไปช่วยคนชาติอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เอาในประเทศให้ดีก่อนค่อยไปช่วยคนนอก&amp;quot;&amp;nbsp;, &amp;quot;ยิ่งออกมายิ่งหมดรูป&amp;nbsp;คะแนนตกเรื่อยๆแล้ว ยังอ่อนประสบการณ์จริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางความคิดเห็น&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;บ้าไปแล้วหาเสียงกับโรฮิงญา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีความคิดเห็นจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจจะเลือกพรรคอนาคตใหม่ แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนใจ&amp;nbsp;&amp;quot;ว่าจะเลือกสักหน่อย แต่ต้องคิดใหม่แล้ว อย่าเอ็นดูเขาเอ็นเราขาด&amp;quot; &amp;quot;คะแนนล่วงเลยละอ๋อเจ้า&amp;quot; , &amp;nbsp;&amp;quot;บายละตอนแรกก็สนใจ เวรกรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนแรกก็ดูดี ตอนนี้เห็นเริ่มเข้าป่าเข้าพง พอถึงเวลาเลือกตั้ง ผมว่าพรรคของคุณจะไม่ได้สักที่นั่งเลย ที่นี่ประเทศไทยๆๆๆๆถึงจะไม่ชอบรัฐบาลที่ยึดอำนาจ แต่ก็ยังดีกว่าพรรคคุณ เคยพูดสักคำมั้ยว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิกอ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, นโยบายพรรค, ปัญหาปากท้อง, พรรคอนาคตใหม่, ลี้ภัย, อนาคตใหม่, โรฮิงญา, ไพร่หมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac469628389c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
