<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อัด อวัช”โพสต์แก้ปัญหาอย่างจริงจังไม่ได้ก็ออกไป หลังค่าฝุ่นพิษพุ่งสูง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่โควิด-19ก็ยังสาหัสค่าฝุ่นพิษPM2.5&amp;nbsp;วันนี้ก็รุนแรงไม่แพ้กันเรียกได้ว่าเข้าขั้นอันตรายแล้วโดยหลายแอพลิเคชั่นที่ใช้ตรวจค่าฝุ่นวันนี้ของประเทศไทยขึ้นเตือนสีแดงและกทม.บางพื้นที่ขึ้นไปถึงสีม่วงซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อัด-อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น,&amp;nbsp;ซีรีส์ฉลาดเกมส์โกง&amp;nbsp;และศิลปินวงmints&amp;nbsp;ได้โพสต์ค่าฝุ่นพิษวันนี้ พร้อมโพสต์หากรัฐแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังไม่ได้ก็ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เจ็บจมูกเจ็บคอไปหมด #ฝุ่นPM25&amp;nbsp;เกิดขึ้นมานานมากแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลจะออกแก้ไขปัญหานี้จริงจังสักที พอโดนประชาชนด่าทีก็ออกมาพูดส่งๆฉีดน้ำส่งๆ ทำไม่ได้ก็ออกไปครับ เราต้องการคนที่อยากจะเข้ามาแก้ปัญหาจริงจังอย่างเข้าใจเราอยากมีอากาศดีๆหายใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90045</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ปัญหาฝุ่นพิษ, อัด อวัช, อัด-อวัช รัตนปิณฑะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002bb858fa8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เพื่อไทย&#039;หาข้อเสียไล่บี้&#039;นายกตู่&#039;ไม่แก้ไขฝุ่นพิษ PM 2.5 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาโควิด-19 เริ่มจางลง แต่ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 กำลังจะกลับมา ทั้งที่ประชาชนพึงมีสิทธิ์ได้รับอากาศสะอาด ปราศจากมลพิษ แต่ค่าฝุ่น PM 2.5 กลับมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ฝุ่นประเภทนี้มีขนาดเล็กทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย และยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นชอบ แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละลอง ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 นับจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที หรือแผนดังกล่าวคือจะเป็นแค่การวาง แพลนนิ่ง เพราะ นิ่งจนประชาชนยังไม่เห็นถึงการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม หากรัฐบาลสามารถนำข้อมูลการดำเนินงานดังกล่าวเผยแพร่ในเว็บไซด์ของรัฐบาลไทยเพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้และตรวจสอบความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการดังกล่าวแบบวันต่อวันได้ ก็จะเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจต่อประชาชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษทุกคันซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 และต้องดำเนินการตรวจตราอย่างเคร่งครัด สั่งปิดโรงงานที่ปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐาน และจะต้องไม่อนุญาตให้โรงงานนั้นเปิดทำการจนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ พัฒนาแอปพลิเคชันตรวจเช็คคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอุตสาหกรรม และต้องดำเนินนโยบายผลักดันให้พลเมืองเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้รัฐต้องมีนโยบายลดภาษีการต่อทะเบียนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) เป็นร้อยละ 0 สร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศให้ทั่วถึงและเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายใน 3 ปี &amp;nbsp;มีช่องจราจรพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจราจรติดขัด ให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะฟรีในวันที่มีฝุ่นควันเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑล ในช่วงนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝน มักเห็นสำนักงานเขตออกมาตัดต้นไม้เนื่องจากเกรงว่าลมที่พัดแรงในหน้าฝนจะพัดกิ่งก้านของต้นไม้ไปโดนสายไฟ บ่อยครั้งการตัดต้นไม้จนแทบจะไม่เหลือใบปราศจากหลักรุกขศาสตร์ทำให้ต้นไม้ตายและไม่สามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นพิษ PM 2.5 ได้อีก รัฐบาลควรดำเนินโครงการนำสายไฟลงดินอย่างเร่งด่วน และสนับสนุนให้ประชาชนปลูกต้นไม้โดยมีแรงจูงใจเป็นนโยบายลดหย่อนภาษี ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ ถ้าหากเรามีอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย คุณภาพชีวิตของคนไทยก็จะดียิ่งขึ้น สุขภาพแข็งแรงมากขึ้น หาก พล.อ.ประยุทธ์ มีความจริงใจ อย่างที่กล่าวไว้ ก็ควรนำงบประมาณอันมีที่มาจากเงินภาษีของประชาชนมาแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 แน่นอนว่าย่อมคุ้มค่ากว่าการนำเงินของประชาชนไปซื้อเรือดำน้ำ รถถัง และเครื่องบินรบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69263</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, PM 2.5, ปัญหาฝุ่นพิษ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e23c2c62349e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯด่าเละบิดข้อมูลPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ระบุไม่มีประเทศไหนแก้ PM 2.5 ได้ 100% &amp;nbsp;แต่แก้ไขให้ลดลง 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศภายนอก ขอประชาชนช่วยเหลือตัวเองกันบ้าง จวกยับพวกเล่นการเมือง เลวบิดเบือน ทำให้เกิดปัญหา ขณะที่ &amp;quot;ป้อม-ป๊อก&amp;quot; เผยรัฐมนตรี-ผวจ. กระตือรือร้นหลังถูกคาดโทษปรับออกจากตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ &amp;nbsp;4 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหา PM 2.5 ว่าการที่จะให้รัฐบาลทำโน่นนี่ให้เต็มที่ ประชาชนจะมั่นใจหรือไม่ ถ้ารัฐบาลทำไป 100% แล้วจะแก้ได้ 100% ตนไม่เห็นประเทศไหนแก้ได้ 100% มีแต่แก้ไขให้ลดลง 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศภายนอกด้วย ขอให้เข้าใจตรงนี้ อากาศจากภายนอกเพื่อนบ้านเข้ามาครอบมันก็สะสมฝุ่นละออง เราก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่ให้ความสำคัญ รัฐบาลให้ความสำคัญทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แต่ต้องเข้าใจว่าการทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากเกิดผลกระทบกับคนจำนวนมากจะต้องทำอย่างไรในมาตรการที่เหมาะสม ใครที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็ช่วยเหลือตัวเองบ้าง ถ้ามีสตางค์ก็ช่วยซื้อกันเองบ้าง ข้อสำคัญ หน้ากากที่ใช้อย่าทิ้งส่งเดช เพราะมันเป็นขยะติดเชื้อ ไม่รู้ว่าเชื้ออะไรบ้าง ต้องถูกทำลาย ต้องเข้าใจและคิดให้รอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การให้ความรู้ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลทำ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนเลวๆ ชอบไปบิดเบือน ชอบทำให้เกิดปัญหา ผมคิดว่าต้องทำงานสร้างสรรค์ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ วันนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาอยู่ ท่านก็จะเล่นการเมืองกันอยู่แบบเดียว ผมว่ามันไม่ถูก เพราะนี่คือประเทศของท่านด้วยหรือไม่ใช่ประเทศของฝ่ายค้าน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ขู่จะปรับรองนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดออก หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ ว่าให้ทำไม่ได้เสียก่อน ตอนนี้เราก็ทำไปตามขั้นตอน ส่วนที่ปริมาณฝุ่นเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่นั้น เกิดจากความกดอากาศต่ำ ทำให้ฝุ่นไม่กระจาย เมื่อถามว่านายกฯ คาดโทษเช่นนี้จะทำให้ทุกคนกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกคนมีความตั้งใจทำงานและมีความกระตือรือร้นอยู่แล้ว เพราะเราทำให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหา PM.2.5 ว่านัยของ พล.อ.ประยุทธ์คือการกำชับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. และสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติงานที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบด้านอื่นตามมา จะต้องทำงานอย่างเต็มที่ บังคับใช้กฎหมายให้มากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ที่สุดของพื้นที่ต่างจังหวัด คือการเผาในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต้องสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ซึ่งที่กำลังประสบปัญหาคือ การเผาทางการเกษตร เช่น การเผาอ้อย เพราะไม่สามารถเข้าไปตัดอ้อยโดยใช้เครื่องมือได้ จึงใช้วิธีการเผาแทน โดยในปีต่อไปเกษตรจะต้องวิธีการปลูกอ้อยให้รถตัดสามารถเข้าไปตัดอ้อยได้ เมื่อถามว่านายกฯ มีการคาดโทษ ใครปล่อยให้มีปัญหาฝุ่นจะพิจารณาการทำหน้าที่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องตั้งใจทำงาน หากตั้งใจแล้วคงจะไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการเผาทางการเกษตร จนทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ว่า หัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาขณะนี้คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าวต้องมีความเข้มงวด แม้ช่วงเวลาที่มีการเผาอ้อยสิ้นสุดแล้ว ส่วนเรื่องการเผาหญ้าและซังข้าว ทางผู้ว่าฯ จะต้องประสานกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอ ต้องเข้มงวดการเผาพืชผลทางการเกษตร จังหวัด ต้องพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อทำความเข้าใจเรื่องกระจายการเผา ไม่ให้เผาพร้อมกันในทุกพื้นที่ หรือในจังหวัดเดียวเผาพร้อมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ กทม. ทางผู้ว่าฯ กทม.จะต้องพิจารณามาตรการให้เข้มงวดในช่วงที่มีปัญหาค่าฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้น ทางกระทรวง ทส.พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลให้กับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาหมอกควันยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ คือหมอกควันที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านที่พัดมาตามลม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ระบุว่าหากผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องใดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อาจถูกพิจารณาการทำงานและปรับออกจากตำแหน่ง นายวราวุธกล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ ถ้าใครทำงานไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกฯ เราไม่ควรคิดว่าจะอยู่ในตำแหน่งได้นานแค่ไหน แต่ควรคิดว่าจะแก้ปัญหาที่มีได้อย่างไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56310</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ปัญหาฝุ่นพิษ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาวะอากาศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e398a461966f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ปริมณฑลฝุ่นจิ๋วพุ่ง-พื้นที่่สีส้มระนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นละอองเมื่อวันอาทิตย์ยังกลับมาน่าเป็นห่วง ทั่วประเทศมีพื้นที่สีแดง 4 เขต ในปราจีนบุรี สุพรรณบุรี และสูงสุดที่สระบุรี ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมเกียรติ 108 ไมโครกรัม ส่วน กทม.อยู่ในโซนสีส้มระนาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศว่าอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 12-108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (?g/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 57 มคก./ลบ.ม., ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 62 มคก.ลบ.ม., แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 56 มคก./ลบ.ม., แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 53 มคก./ลบ.ม., แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 54 มคก./ลบ.ม., ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 60 มคก./ลบ.ม., ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 55 มคก./ลบ.ม., ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 59 มคก./ลบ.ม., ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 68 มคก./ลบ.ม., แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ &amp;nbsp;57 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต.บ้านเหนือ อ.เมือง กาญจนบุรี 85 มคก./ลบ.ม., ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น 54 มคก./ลบ.ม., ต.วังเย็น อ.แปลงยาว ฉะเชิงเทรา 64 มคก./ลบ.ม., ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ชลบุรี 59 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านสวน อ.เมือง ชลบุรี 62 มคก./ลบ.ม., ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ตาก 63 มคก./ลบ.ม., ต.ในเมือง อ.เมือง นครราชสีมา 78 มคก./ลบ.ม., ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง นครสวรรค์ 67 มคก./ลบ.ม., ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี 60 มคก./ลบ.ม., ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี 62 มคก./ลบ.ม., ต.ในเวียง อ.เมือง น่าน 70 มคก./ลบ.ม., ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 60 มคก./ลบ.ม., ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี 95 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 77 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านต๋อม อ.เมือง พะเยา 67 มคก./ลบ.ม., ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง ระยอง 57 มคก./ลบ.ม., ต.เนินพระ อ.เมือง ระยอง 56 มคก./ลบ.ม., ต.หน้าเมือง อ.เมือง ราชบุรี 70 มคก./ลบ.ม., ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง 67 มคก./ลบ.ม., ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง 61 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง 54 มคก./ลบ.ม., ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง 61 มคก./ลบ.ม., ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ 69 มคก./ลบ.ม., ต.บางโปรง อ.เมือง สมุทรปราการ 54 มคก./ลบ.ม., ต.ตลาด อ.พระประแดง สมุทรปราการ 54 มคก./ลบ.ม., ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ 76 มคก./ลบ.ม., ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร 70 มคก./ลบ.ม., ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ สระบุรี 108 มคก./ลบ.ม., ต.ปากเพรียว อ.เมือง สระบุรี 104 มคก./ลบ.ม., ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ สระแก้ว 66 มคก./ลบ.ม., ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 93 มคก./ลบ.ม., ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เชียงราย 61 มคก./ลบ.ม., ต.นาอาน อ.เมือง เลย 58 มคก./ลบ.ม., ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ 72 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ที่ จ.นครราชสีมา ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 74 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐาน 2 วันแล้ว โดยสภาพอากาศถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองและหมอกควัน มองระยะไกลท้องฟ้าสลัวขมุกขมัว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรไปมาบนถนนมิตรภาพ สวมหน้ากากอนามัยป้องกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดเริ่มบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด ห้ามเกษตรกรเผาในที่โล่งและพื้นที่เกษตร พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่นใน จ.เชียงใหม่ วันนี้ดีขึ้น แต่ยังเกินมาตรฐาน ที่สถานีวัดใน ต.ช้างเผือก และ ต.ศรีภูมิ วัดได้เฉลี่ย 48-51 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยสภาพท้องฟ้าในตัวเมืองเชียงใหม่ มองจากมุมสูงบนจุดชมวิวดอยสุเทพ ยังขุ่นมัวเต็มไปด้วยฝุ่น ทัศนวิสัยการมองเห็นระยะไกลยังไม่ชัดเจน ซึ่งมาตรการจับปรับการเผาในพื้นที่ ตำรวจดำเนินคดีไปแล้ว 62 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลการจับกุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังตำรวจจราจรบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจรถ 11,119 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถบรรทุกมากถึงกว่า 7,400 คัน ที่เหลือเป็นรถยนต์ขนาดเล็กกว่า 3,600 &amp;nbsp;คัน ส่วนใหญ่ใช้การเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.จราจร และแนะนำให้ไปแก้ไขปรับปรุง ขณะที่มีรถที่ต้องสั่งห้ามใช้งานชั่วคราวรวม 225 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 2 ก.พ.63 ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่จากเมื่อวาน โดยพบมีเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดในระดับสีส้ม 49 พื้นที่ พบมีฝุ่นในระดับสูง 5 พื้นที่คือริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง/ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ/ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย/ ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา และ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบนจ.สมุทรสาคร เนื่องจากมีลมอ่อน ฝุ่นละอองจึงกระจายตัวได้น้อยและสะสมเพิ่มขึ้น ประกอบกับสภาพการจราจรหนาแน่นและติดขัดสะสมหลายเส้นทาง ทำให้ฝุ่นละอองเกิดการสะสมมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ไปเกือบครบทั้งหมดแล้ว เริ่มตั้งแต่การรณรงค์ประชาสัมพันธ์และแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหารู้จักวิธีการป้องกัน ให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนตามโรงเรียน ขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ เช่น การท่าเรือ, &amp;nbsp;รฟม. หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า ให้ช่วยกันควบคุมไม่ให้เกิดการสร้างฝุ่นละอองเพิ่ม ผลคือประชาชนเกิดการตื่นตัวมากขึ้น ส่วนมาตรการต่อไปคือ หลังจากที่ค่าฝุ่นละอองลดลง ก็จะร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษ ในการบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง ในจุดที่เป็นปัญหา ส่วนจะเป็นกี่ครั้ง หรือกี่วันต่อสัปดาห์ ต้องหารือรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56093</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, กทม., ปัญหาฝุ่นพิษ, ฝุ่นพิษ, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3dac7606e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่รับปัญหาวัวพันหลัก ชง12ไม้แข็งแก้ฝุ่นพิษ2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยอมรับปัญหาฝุ่นเหมือนวัวพันหลัก เพราะสั่งไม่ได้เนื่องจากมีเรื่องสิทธิมนุษยชน &amp;ldquo;นฤมล&amp;rdquo; เผย ครม.สัญจรเตรียมเคาะ 12 แนวทางเพิ่มเติม ใช้ไม้แข็งทั้งคุมเข้มรถบรรทุก-ห้ามใช้รถควันดำ-ปิดโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า มีแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหา แต่ทั้งหมดอยู่ที่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน เพราะปริมาณรถยนต์ใน กทม.มีมากถึง 10 ล้านคัน ต้องไปดูว่ารถประเภทใดสร้างปัญหามลพิษมากที่สุด ซึ่งปริมาณรถที่ทำให้เกิดปัญหาจราจรถือเป็น 70% ของปัญหาฝุ่น เราก็ต้องแก้ไขต่อไป ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนก็อาจได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องไปเข้มงวดกับรถเก่าที่มีควันดำ รัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบวัวพันหลักไปเรื่อยๆ แต่แนวทางยังมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แต่จะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน เพราะในต่างประเทศก็มี PM 2.5 สูง เช่น จีนแต่สามารถคุมได้ ซึ่งต่างจากของไทยที่สั่งไม่ได้เพราะมีเรื่องสิทธิมนุษยชน เหล่านี้คือความแตกต่าง
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการเป็นประธานการประชุมหารือการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า สถิติสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ดีขึ้น แต่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ อยากให้จำนวนวันที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลงกว่านี้อีก จึงมีมาตรการต่างๆ ออกมา โดยกรมควบคุมมลพิษได้พิจารณามาตรการเพิ่มเติม ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุม ครม.ที่จังหวัดนราธิวาสในวันที่ 21 ม.ค.นี้ โดยขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก&amp;nbsp;
ด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึง 12 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละอองว่า 1.ขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ จากวงแหวนรัชดาภิเษกเป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก 2.ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ในวันคี่ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ.63 3.ตรวจวัดควันดำรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุด ครบทั้ง 50 เขต 4.กรมการขนส่งทางบกปฏิบัติการร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรในการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อออกคำสั่งห้ามใช้รถ 5.ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ
6.กำกับให้กิจกรรมการก่อสร้างรถไฟฟ้าและก่อสร้างอื่นๆ เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ทำให้เกิดฝุ่นและปัญหาการจราจรบริเวณรอบพื้นที่ก่อสร้าง 7.ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำการเผา 8.จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมการเผาในที่โล่งในช่วงสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง และเข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง 9.ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 PPM ซึ่งเป็นน้ำมันที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองน้อย 10.ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน และรถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน 11.ให้ภาครัฐ &amp;nbsp;ภาคเอกชนและสถานศึกษาสนับสนุนการจัดโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี เพื่อช่วยลดฝุ่นละออง และ 12.สร้างการรับรู้และเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม.ไปตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งสถานีตรวจวัด PM 2.5 พร้อมเปิดการให้บริการคลินิกมลพิษที่โรงพยาบาลกลาง ซึ่ง กทม.มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 จำนวน &amp;nbsp;24 สถานี ติดตั้งเพิ่มเติมในเดือน ม.ค.จำนวน 13 สถานี และจะติดตั้งเพิ่มเดือน ก.พ.นี้อีก 13 สถานี &amp;nbsp;รวมสถานีตรวจวัดทั้งสิ้น 50 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54846</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, คุมเข้มรถบรรทุก, ปัญหาฝุ่นพิษ, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามใช้รถควันดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21b4cf87480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
