<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นไม่จบ! ลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลานขวางตรวจสอบทรัพย์สิน เมินคำสั่งศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่บังคับคดีถือคำพิพากษาศาลฎีกาจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน แต่คว้าน้ำเหลวถูกกลุ่มลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีปัญหาภายในวัดหิรัญยาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีจนถึงวันนี้ยังวุ่นวายไม่เลิกเป็นคดีความขึ้นศาลนับสิบคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บังคับคดีปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและโบราณวัตถุรวมถึงวัตถุมงคลเพื่อส่งมอบให้รักษาการเจ้าอาวาสที่มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าต้องคว้าน้ำเหลวอีกครั้งเมื่อกลุ่มลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวางไม่สนใจกฎหมาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องล่าถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสฏฐวัฒน์ ไชยภักดี นิติกรชำนาญการ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายกิติศักดิ์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองรวมแล้วกว่า 50 นายได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยถือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2561 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ความแพ่ง ซึ่งมีพระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เป็นโจทก์ และมีพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เป็นจำเลยที่ 1 และพวกอีก 9 คน รวมเป็นจำเลยทั้ง 10 คน ถูกฟ้องในคดีแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตรักษาการเจ้าอาวาสได้ถูกคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่และจะต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์สิน การเงิน การบัญชี ทะเบียนพัสดุครุภัณฑ์ พร้อมหลักฐานการก่อสร้างและวัสดุให้แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าอดีตเจ้าอาวาสและพวกลูกศิษย์ ซึ่งมีทั้งที่เป็นกรรมการวัดและมิใช่กรรมการวัด ต่างรวมตัวกันขัดขวางและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จนมีการต่อสู้คดีจนถึงศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 คือ พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสต้องส่งมอบสมุดบัญชีทรัพย์สิน รายรับรายจ่าย พัสดุเอกสาร สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีการจำหน่ายวัตถุมงคลของวัด และห้ามจำเลยทั้งสิบขัดขวางการดำเนินการกิจการของวัดและกิจการคณะสงฆ์ ห้ามเปิดตู้บริจาคใช้เงินทุกตู้ และห้ามยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดจากรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สำนักงานบังคับคดีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้ถือปฏิบัติตามคำพิพากษาเพื่อจะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน วัตถุมงคลและบัญชีการเงินต่างๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่วัด ก็ได้มีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นชาวบ้านและลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสเกือบ 100 คนยืนขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่บังคับคดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นไปยังกุฏิที่เป็นศาลาไม้และเป็นที่เก็บวัตถุมงคลและอื่นๆบนศาลาพร้อมทั้งตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ โดยใช้คำไม่เหมาะสมต่างๆนานา พร้อมทั้งก่อความวุ่นวายส่งเสียงดังเอะอะไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองก็ทำได้แค่ยืนดู ไม่สามารถห้ามปรามได้ เจ้าหน้าที่บังคับคดีพิจิตร และ ผอ.กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา พศ. พยายามไกล่เกลี่ยชี้แจงเหตุผลรวมถึงข้อกฎหมายว่าทำตามคำสั่งศาล แต่พวกกลุ่มต่อต้านกลับไม่เชื่อฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนในที่สุด นายเสฏฐวัฒน์ ไชยภักดี นิติกรชำนาญการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ต้องประกาศยอมยกธงขาว เนื่องจากเกรงว่าหากจะใช้กำลังสลายฝูงชนเพื่อเข้าตรวจทรัพย์สินของวัดตามคำสั่งศาลฎีกา ก็อาจจะเป็นบ่อเกิดของความวุ่นวาย อีกทั้งเกรงว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงขอยุติการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายเสฏฐวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้ทำรายงานศาลต่อไปเพื่อให้ศาลดำเนินการออกหมายเรียกจำเลยมาทำการไต่สวน ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายพิจารณาความแพ่ง ซึ่งโจทก์ก็คือ รักษาการเจ้าอาวาสวัดหรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจสามารถใช้สิทธิทางศาลได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงของดทำการส่งมอบบัญชีและทรัพย์สินเนื่องจากสถานการณ์เกิดความวุ่นวายและมีผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว เพราะหากเจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.สมชัย สุทธิสน ข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากรักษาการเจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบทรัพย์สินได้ เนื่องจากมีผู้มาขัดขวาง อีกทั้งจำเลยที่ 1 คือ อดีตเจ้าอาวาสก็ไม่อยู่พบเจ้าหน้าที่บังคับคดี ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะได้ไปยื่นเรื่องและทำรายงานให้ศาลทราบ เพื่อจะได้ออกหมายเรียกให้มาทำการไต่สวน แต่ถ้าขัดหมายเรียกจากคดีแพ่งก็จะกลายเป็นคดีอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกอีกด้วย
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefb4b41ff3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงิน&#039; ห้ามยุยงปลุกปั่น-ขวางตรวจทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหาภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กรณีพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางด้านความประพฤติและการบริหารการเงินของวัดจนถูกมหาเถรสมาคมและพระชั้นผู้ใหญ่ระดับปกครองของคณะสงฆ์ได้สั่งปลดอดีตเจ้าอาวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นแต่งตั้ง พระครูพิสุทธิวรากร ให้รักษาการเจ้าอาวาสเพื่อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินของวัด แต่ปรากฏว่าอดีตเจ้าอาวาสพร้อมทั้งลูกศิษย์และอดีตกรรมการวัดระดับแกนนำจำนวน 10 คน กลับไม่ยอมรับคำสั่งของมหาเถรสมาคม ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงมีการต่อต้านขัดขวางรักษาการเจ้าอาวาสปฏิบัติหน้าที่หรือทำกิจของสงฆ์ภายในวัด อีกทั้งมีคดีฟ้องร้องที่ยังคาราคาซังอยู่นับ 10 คดี จนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับผู้ที่จะเข้าไปทำบุญหรือกราบไหว้หลวงพ่อเงิน สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลประโยชน์และเงินบริจาคที่มีอยู่จำนวนนับ 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ได้เข้านมัสการและสอบถามถึงเรื่องความสงบเรียบร้อยของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ซึ่ง พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ได้จำวัดอยู่ที่วัดหนองดง ต.ท่าเสา อ.โพทะเล เนื่องจากช่วงหลังจากที่เกิดความวุ่นวายภายในวัดหลวงพ่อเงินก็ปลีกตัวมาจำวัดอยู่ที่วัดแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระครูพิสุทธิวรากร ได้แสดงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2561 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่ศาลจังหวัดพิจิตร อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2561 ในคดีแพ่งระหว่าง พระครูพิสุทธิวรากร เป็นโจทก์และมีฝ่ายจำเลยประกอบด้วย พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาส พร้อมทั้งลูกศิษย์และอดีตกรรมการวัดรวมแล้ว 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจชัย บุญปู่ ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายของรักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม เปิดเผยถึงคำพิพากษาศาลฎีกาในครั้งนี้ว่า ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตรได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยพระครูพิสุทธิวรากรเป็นโจทก์ฟ้องให้อดีตเจ้าอาวาสส่งมอบบัญชีรายรับ-รายจ่าย สมุดบัญชีธนาคารทุกฉบับและบัญชีจำหน่ายวัตถุมงคล พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามอดีตเจ้าอาวาส ไวยาวัจกร และคณะกรรมการวัดที่ถูกฟ้องในคดีนี้ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัด ห้ามขัดขวางการดำเนินงานกิจการของวัด ห้ามเปิดตู้บริจาครวมถึงต้องส่งมอบบัญชีดังกล่าวตามหลักวิธีปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ก็จะต้องแจ้งคำพิพากษาให้กับจำเลยได้ทราบ ซึ่งวันอ่านคำพิพากษาก็มีจำเลยหลายคนเข้าร่วมรับฟังและทราบคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว หากไม่ปฏิบัติหรือขัดคำสั่งศาล ฝ่าฝืนรักษาการเจ้าอาวาสหรือทางวัดก็มีสิทธิที่จะต้องรายงานให้ศาลทราบถึงพฤติกรรมของฝ่ายจำเลย ซึ่งถ้าฝ่าฝืนศาลก็มีสิทธิใช้อำนาจเรียกตัวเพื่อไต่สวนหรือจับกุมบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศภายในวัดหิรัญญาราม ขณะนี้กลุ่มบุคคลซึ่งมีรายชื่อเป็นจำเลยอยู่ในคดีนี้ยังคงปักหลักกางเต็นท์ชุมนุมกันอยู่ที่ภายในบริเวณวัด ส่วนที่บริเวณกุฏิของรักษาการเจ้าอาวาสมีกุญแจถึง 3 ดอก ที่ฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสและกลุ่มลูกศิษย์เอากุญแจมาล็อกประตูเพื่อขัดขวางไม่ให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดเข้าปฏิบัติกิจของสงฆ์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อคำสั่งศาลฎีกาอย่างเห็นได้ชัด ก็คงต้องรอดูท่าทีของฝ่ายบ้านเมืองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23104</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, พระครูพิสุทธิวรากร, พระครูวิสิฐสีลาภรณ์, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, ศาลฎีกาพิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bffcc54dde3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเจ้าอาวาสนำมวลชนปิดประตูวัด ขวางจนท.เข้าตรวจสอบทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดบางคลานวัดเก่าหลวงพ่อเงิน วุ่นวายต่อเนื่อง อดีตเจ้าอาวาสที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ไม่ยอมส่งมอบตู้เซฟที่เก็บเงินหลักร้อยล้านบาทที่เหลือให้คณะกรรมการจัดระเบียบวัด และยังใช้มวลชนชายฉกรรจ์นำกุญแจล็อคประตูทางเข้าออกวัด 6 จุด&amp;nbsp; ไม่ให้ชุดระเบียบตรวจสอบทรัพย์สินสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าตรวจสอบส่งผลกระทบนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดหิรัญญาราม หรือ วัดเก่าหลวงพ่อเงิน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ยังคงเกิดความวุ่นวาย หลังจากมหาเถระสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำคำสั่งศาลเข้าจัดระเบียบและตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน วัตถุมงคลของทางวัด พร้อมกับเรียกคืนตู้เซฟจำนวน 3 ตู้กับสมุดบัญชีธนาคารของทางวัด และมีการเก็บรักษาเงินจำนวนหลักร้อยล้านบาทจากอดีตเจ้าอาวาสวัดที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้พระครูพิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน (ถูกปลดออกจากตำแหน่ง) ได้นำกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนนับสิบคนรวมถึงกลุ่มชาวบ้านร่วมด้วยทำการเข้าปิดล้อมวัดและกดดันขับไล่นักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ชุดจัดระเบียบและตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้เดินทางออกไปจากวัด ก่อนที่จะนำลูกกุญแจมาปิดล็อคประตูทางเข้าออกวัดรวม 6 จุด เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวของกลุ่มบุคคลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะมานมัสการหลวงพ่อเงินและทำบุญตามจุดต่างๆ ภายในวัดก็ไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ รวมถึงพระภิกษุสงฆ์-สามเณรก็ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตหรือ ปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ได้ ประกอบกับช่วงนี้อยู่ในช่วงการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ว่าฯ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงของจังหวัดพิจิตรหลายตำแหน่ง ทำให้เป็นช่องโหว่ สุญญากาศหาคนรับผิดชอบแก้ปัญหาอย่างจริงจังไม่ได้ จึงทำให้ฝ่ายที่สนับสนุนอดีตเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดชุดเก่าที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งกลับมาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆ เพื่อยืดเวลาที่จะไม่ยอมส่งมอบทรัพย์สินต่างๆของวัด คืนให้กับคณะกรรมการจัดระเบียบวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามคำสั่งศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยประนีประนอมกันมาโดยตลอดก็ตาม จากกรณีที่มติมหาเถรสมาคม สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติและศาลจังหวัดพิจิตร ได้มีมติให้อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จังหวัดพิจิตร ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้คณะกรรมการจัดระเบียบวัดบางคลาน ตามนโยบายรัฐบาลปัดกวาดวัดให้สะอาด โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการจัดระเบียบวัดบางคลาน ได้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินจากตู้บริจาคภายวัด และสมุดบัญชีธนาคารต่างๆ รวมทั้งวัตถุโบราณ โดยได้รวบรวมเบื้องต้นเป็นเงินสดและเงินฝากธนาคาร 18 บัญชีรวม กว่า120 ล้านบาท วัตถุมงคลกว่าหนึ่งหมื่นองค์ และวัตถุโบราณอีกจำนวนมาก และยังเหลือที่อดีตเจ้าอาวาสยังต้องส่งมอบตู้เซฟขนาดใหญ่อีกจำนวนหนึ่งและสมุดบัญชีอีก 1 บัญชีที่อยู่กับอดีตเจ้าอาวาส โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน จนมาถึงวันนี้ความวุ่นวายก็ยังไม่จบไม่สิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวางตรวจสอบเงินวัด, จ.พิจิตร, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, ปิดวัดหลวงพ่อเงิน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb5b09a3a6f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดขุมทรัพย์ร้อยล้าน &#039;วัดหลวงพ่อเงิน&#039; แฉยังมีอีกเพียบต้องตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหาภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร หลังจากที่มหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งปลดพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ด้วยมูลเหตุหลายเรื่อง จากนั้นแต่งตั้ง พระครูพิสุทธิวรากร ให้มาดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม แต่เรื่องไม่ได้จบง่ายๆ เพราะฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสและคนใกล้ชิดไม่ยอมส่งมอบทรัพย์สินและส่งมอบอำนาจหน้าที่ให้กับรักษาการเจ้าอาวาสจนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันหลายสิบคดี อีกทั้งมีการปลุกระดมมวลชนมาต่อต้านจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;นายกิจชัย บุญปู่ ทนายความ ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของ พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ได้เปิดแถลงข่าวและให้ข้อมูลถึงการติดตามรวบรวมเงินบริจาค วัตถุมงคล วัตถุโบราณ และทรัพย์สินของวัดหลวงพ่อเงินบางคลานว่า นับตั้งแต่พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม เข้ามารับหน้าที่ ว่า จากการดำเนินการเป็นไปตามรายงานกระบวนการพิจารณาศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร ว่าให้ฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องส่งมอบบัญชีเงินฝาก เงินสด วัตถุมงคล และอื่นๆให้รักษาการเจ้าอาวาสดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ได้มีการรวบรวมจนทราบแล้วว่ามีเงินฝากอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน ) เป็นบัญชีออมทรัพย์จำนวน 4 บัญชี รวมเป็นเงิน 9,980,680.28 บาท , บัญชีเงินฝากประจำจำนวน 4 บัญชี รวมเป็นเงิน 29,425,768.44 บาท รวม 8 บัญชี เป็นเงิน 39,406,448.72 บาท เมื่อนำสมุดไปปรับบัญชีพบว่าทั้ง 8 บัญชีได้ดอกเบี้ยเข้ามาอีก 223,041.14 บาท&amp;nbsp;จากนั้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ได้เปิดตู้บริจาคที่อยู่ภายในวัดตรวจนับได้เงิน 6,189,703 บาท และยังได้ขอรับเงินพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่อดีตเจ้าอาวาสไปซื้อเอาไว้เป็นเงิน 16 ล้านบาท ดังนั้นโดยสรุปจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ , บัญชีเงินฝากประจำ , ดอกเบี้ยที่ได้จาก 8 บัญชี , เงินจากตู้บริจาค , เงินจากพันธบัตรรัฐบาล ทั้ง 5 รายการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 61,819,192.86 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;(หกสิบเอ็ดล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นเก้าพันหนึ่งร้อยเก้าสิบสองบาทแปดสิบหกสตางค์ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ก็ได้ตรวจสอบเงินของวัดที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาบางมูลนาก ก็ยังพบว่ามีเงินของวัดบางคลานมีอยู่อีก 10 บัญชี เป็นเงิน 42,674,772 บาท อีกทั้งพบการซื้อหุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2555 เป็นวงเงิน 7.1 ล้านบาท ซึ่งใบหุ้นฉบับนี้จะครบกำหนดที่จะได้รับเงินคืนปี พ.ศ.2565 ส่วนเรื่องการตรวจนับวัตถุโบราณและวัตถุมงคลก็ได้พบงาช้าง 16 กิ่ง พระบูชาหลวงพ่อเงินมีพัดขนาด 9&amp;nbsp;นิ้ว 275 องค์ พระเครื่องชุดต่างๆจำนวนเกือบ 1 หมื่นชิ้น ซึ่งทั้งหมด โดยสรุปรวมแล้วเป็นทั้งเงินสดและทรัพย์สินมูลค่านับร้อยล้านบาท แต่ยังพบอีกว่าอดีตเจ้าอาวาส ได้นำเงินไปซื้อประกันชีวิตเมื่อปี 2557 ซึ่งถือว่าเงินดังกล่าวเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันปีละ 1 ล้านบาท &amp;nbsp;เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งจ่ายเงินไปแล้วเฉพาะปี 2557-2559 เป็นเงิน 3 ล้านบาท แต่ในกรมธรรม์ได้แสดงเจตนาว่าผู้รับผลประโยชน์คือวัดหิรัญญารามหรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลานอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจชัย ระบุว่ายังมีตู้เซฟอีกประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลัง และบัญชีเงินฝากอีกหลายรายการที่มีข้อตกลงตามกระบวนการพิจารณาของศาล แต่ยังไม่ได้ส่งมอบกุญแจตู้เซฟ รหัสเปิดตู้เซฟ บัญชีเงินฝาก ซึ่งต้องขอร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ที่ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจชัย กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นนี้ก็มิได้กล่าวหาว่าใครเป็นผู้ทุจริตแต่อย่างใด แต่ทำเพื่อสร้างความโปร่งใสให้สาธารณะชนได้รับรู้ต่อไป ซึ่งถ้าการตรวจนับวัตถุมงคลตรวจนับพระเครื่องพระบูชา หรือเงินสด เงินฝากในบัญชีต่างๆเสร็จแล้วก็จะได้รวบรวมบัญชีเงินฝากทุกประเภทที่มีอยู่กระจัดกระจายกันทำเป็นบัญชีเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ อีกทั้งเมื่อทุกอย่างสงบเรียบร้อยมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์พระระดับผู้บริหารก็จะได้เข้าสู่กระบวนการคัดสรรเจ้าอาวาสรูปใหม่ของวัดหิรัญญารามหรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ทั้งนี้เพื่อจะได้เข้ามาพัฒนาวัดหลวงพ่อเงินให้เจริญรุ่งเรืองเป็นที่นับถือศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยและให้เป็นที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวและชาวไทยและชาวต่างประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18552</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกิจชัย บุญปู่, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, อำเภอโพทะเล, เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac829a071de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
