<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. เผยแก้ไฟป่าช่วงครึ่งปีแรก 64 จุดความร้อนลด 50% ฝุ่นพิษบรรเทาลง 25 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นปี ปัญหาฝุ่นของประเทศมักจะรุนแรงมากกว่าช่วงอื่น โดยกรุงเทพและปริมณฑลมักเกิดวิกฤติในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ พื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือเกิดในช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน และภาคใต้เกิดในช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม การป้องกันแก้ไขปัญหามีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ห่วงใยและให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นอย่างยิ่ง โดยกำหนดให้ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; เป็นวาระแห่งชาติ และต่อมาได้มีมติเห็นชอบ แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ได้มีมติเห็นชอบ แผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง 12 ข้อ นอกจากนี้ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ยังได้ลงมากำกับการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ทั้งการให้นโยบายและการติดตามการดำเนินงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านฝุ่นละอองให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครึ่งปีแรก 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการตามแผนเฉพาะกิจ 12 ข้อดังนี้ (1) สื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้คลอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย โดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนนตรีเป็นประธาน และได้จัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ขึ้นที่กรมควบคุมมลพิษ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ ประสานติดตามบูรณาการการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รวมถึงสื่อสารประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งขาติ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นรองประธาน เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลและรับมือสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า โดยการเก็บขนและใช้ประโยชน์เศษวัสดุในป่า (ชิงเก็บ ลดเผา) และการบริหารจัดการเชื้อเพลิงใน 17 จังหวัดภาคเหนือ (4) สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติตตาม เฝ้าระวัง และดับไฟ (5) เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า (6) เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม (7) การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(8) ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ (9) พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชันบัญชาการการดับไฟป่า (10) บริหารจัดการเชื้อพลิงโดยใช้แอปพลิเคซันลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งได้พัฒนาแอปพลิเคชันบริหารการเผาในที่โล่ง (Burn Check) เพื่อจัดระเบียบการจัดการเชื้อเพลิงให้เกิดการเผาให้น้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(11) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่าผ่านการจัดที่ดินทำกิน (12) ดำเนินงานตามข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน เพื่อร่วมมือกับประเทศ สมาชิกอาเซียนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังมีข้อจำกัดในการติดตามตรวจสอบและรายงานคุณภาพอากาศที่ยังไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด การเพิ่มสถานีใน 77 จังหวัดก็ได้มีการบรรจุในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ ภายในปีงบประมาณ 2567 สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองที่มีข้อจำกัดของระยะเวลาในการพยากรณ์ที่ใช้เวลาในการประมวลผลนาน ได้มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำ Super Computer มาใช้ในการประมวลผล เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้า 7&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แม้จะมีข้อจำกัดเนื่องจากการควบคุมแหล่งกำเนิดหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นแต่ละประเภทเป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน แต่การบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 &amp;nbsp;การบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ก็ถูกบรรุจไว้ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ เช่นกัน โดยให้มีการบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าตามมติประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 จำนวนจุดความร้อนภายในประเทศลดลงมากถึงร้อยละ 50 และจำนวนวันที่ PM2.5 เกินค่ามาตรฐานลดลงถึง 19 จังหวัด และไม่เกินค่ามาตรฐานเลยถึง 6 จังหวัด เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการแก้ไข PM2.5 ภาครัฐยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีนโยบายติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครบทุกจังหวัดในอนาคต เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาให้คลอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย และพัฒนาระบบรายงานข้อมูลให้เข้าถึงง่าย แจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างถูกต้องแม่นยำ เตรียมพร้อมระบบสาธารณสุข สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมในการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และร่วมมือกันป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นำประเทศไทยสู่ประเทศไร้ฝุ่น อากาศบริสุทธิ์ เพื่อสุขภาพและความผาสุขของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถรับชมวีดีโอได้ที่ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=ZcRDkY5r6VY&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหามลพิษ, แก้ฝุ่นพิษ, ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61040cee0ea4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะแผนเฉพาะกิจฯแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละออง พัฒนาระบบพยากรณ์ล่วงหน้า 3 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23​ พ.ย.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ คณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; (พ.ศ. 2563) และแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง เน้น3 มาตรการหลัก เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ &amp;nbsp;พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง เป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลและรับมือสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา​ กล่าวว่า​ สำหรับร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; (พ.ศ. 2563) ประกอบด้วย 3 มาตรการ ได้แก่​&amp;nbsp;มาตรการที่ 1​ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่​ เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/จังหวัด/พื้นที่เสี่ยง สามารถพิจารณากำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจนสามารถสั่งการได้ทันทีในช่วงเกิดสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่วิกฤต เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและภาคเหนือ 17จังหวัด​&amp;nbsp;มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) ลดและควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด ได้แก่ ยานพาหนะ อุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง การก่อสร้างและผังมือง และภาคครัวเรือน เช่น การพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับรถยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิงที่เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ก่อนวันที่กฎหมายกำหนด และการส่งเสริมการทำการเกษตร ปลอดการเผา เป็นต้น​&amp;nbsp;มาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ &amp;nbsp;พัฒนาเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศเสริม เพื่อเป็นการเฝ้าระวังในพื้นที่พัฒนาแบบจำลองการพยากรณ์คุณภาพอากาศ &amp;nbsp;ฐานข้อมูลสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง พัฒนาระบบเตือนภัย ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งานแอพลิเคชันและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง &amp;nbsp;(แผนเฉพาะกิจฯ) 12 ข้อ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง โดยฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์ ได้แก่&amp;nbsp;1.การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย (เช่น &amp;nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และจัดทำแผนประชาสัมพันธ์)&amp;nbsp;2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งขาติ เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลและรับมือสถานการณ์​3.การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า โดยการเก็บขนและใช้ประโยชน์เศษวัสดุในป่า และการบริหารจัดการเชื้อเพลิงใน 17 จังหวัดภาคเหนือ​4.สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติตตาม เฝ้าระวัง และดับไฟ​&amp;nbsp;5.เร่งขับคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป้า ภายใต้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน โดยกำหนดเป้าหมาย 12 จังหวัดภายในปี 2563 และครบ 76 จังหวัด ภายในปี 2570&amp;nbsp;6.เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม​&amp;nbsp;7.การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน​&amp;nbsp;8.ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ โดยเริ่มใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2563​&amp;nbsp;9.พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันบัญชาการการดับไฟป่า โดยเริ่มใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2563&amp;nbsp;10.บริหาจัดการเชื้อพลิงโดยใช้แอปพลิเคซันลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง​&amp;nbsp;11.ให้ประชชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่าผ่านการจัดที่ดินทำกิน​ และ12.เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับอาเซียน ระดับทวิภาคี และระดับพื้นที่ชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมตรี กล่าวว่า​ บางมาตรการในแผนเฉพาะกิจ ฯ ได้มีการเริ่มดำเนินการแล้วเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ฝุ่นปี 2564 อาทิ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีนาย &amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เผยแพร่ผ่านเพจ/Facebook ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนทราบล่วงหน้าด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหามลพิษ, ฝุ่นพิษ, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbb3de9136b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
