<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธุรกิจขนส่ง-ยานยนต์เยอรมนี&quot;รวมตัว กระตุ้นไทยปรับปรุงสภาพอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จากซ้ายไปขวา) มร. มาเธียส เกรเกอร์, มร. มาร์คุส มาเกียร์ ,มร. เกออร์ก ชมิดท์ ,
มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ &amp;nbsp;,มร.โจเซฟ ฮง และมร. อันเดรอาส ริชเทอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นับเป็นครั้งแรกที่ บริษัท เอกชนชั้นนำของประเทศเยอรมันในประเทศไทย ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับภาคการขนส่ง &amp;nbsp;และสมาคมหอการค้าเยอรมัน ได้รวมตัวกันสนับสนุนการแก้ปัญหาคุณภาพอากาศของไทยผ่านใน&amp;quot;โครงการ Clean Air Initiative &amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยบริษัทเอกชนภาคการขนส่งเยอรมัน ที่เข้าร่วมโครงการ Clean Air Initiative ประกอบด้วย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด &amp;nbsp;ซึ่งมีสินค้ายานยนต์รุ่นใหม่เป็นระบบไฮบริด ผสมระหว่างไฟฟ้า กับน้ำมัน ช่วยลดมลภาวะจากการเผาไหม้ เครื่องยนต์ , &amp;nbsp;บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของเยอรมัน ที่มีนวัตกรรมลดคาร์บอนไดออกไซด์ &amp;nbsp;, บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จํากัด &amp;nbsp;ผู้นำด้านการขนส่ง และมีบทบาทการขนส่งในประเทศไทย มีนโยบายลดการปล่อยมลพิษและ บริษัท ทอร์คีโด เอเชีย-แปซิฟิค จำกัด ผู้ผลิตเรือที่ใช้ระบบไฟฟ้า &amp;nbsp;ไร้การปลดปล่อยมลพิษ เมื่อเทียบกับเรือที่ใช้ครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนภาครัฐของไทย อย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

มร. อันเดรอาส ริชเทอร์ &amp;nbsp;ตัวแทนหอการค้าเยอรมัน-ไทย ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการ Clean Air Initiative กล่าวถึงที่มาของโครงการClean Air Initiative &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;ไทยกับเยอรมันมีความสัมพันธ์ทางการค้ามายาวนาน &amp;nbsp;มีการตั้งหอการค้าเยอรมัน - ไทยตั้งแต่ปี 2505 ปัจจุบันธุรกิจเยอรมันในไทยมีมูลค่าลงทุนสูงถึง 4.3พันล้านยูโร แต่จากผลการสำรวจความเห็นของบริษัทเยอรมันในไทย &amp;nbsp; 77% ระบุว่าขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหามลพิษทางอากาศอย่างมาก &amp;nbsp;จากข้อมูลชองกรีนพีซ ระบุว่าไทยติดอันดับ 28ของโลก ในแง่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนกรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศแย่สุดอันดับที่ 20 ของโลก ในขณะที่เชียงใหม่ในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมาติดอันดับเมืองที่มีค่ามลพิษสูงสุดในโลก คือ 226 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปัญหามลพิษทางอากาศนี้ คาดว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 6.6 พันล้านบาท ทั้งในด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว ตลอดจนลดแรงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;quot;หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้ว การท่องเที่ยวในประเทศไทยก็จะกลับมา &amp;nbsp;แต่ถ้าสภาพอากาศของไทยยังไม่ดีก็จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ที่เป็นเมนหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง &amp;nbsp;จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ประเทศไทยคงสถานะการเป็นผู้นำในด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประธานโครงการClean Air Initiative กล่าวต่อว่า หอการค้าเยอรมัน-ไทยพร้อมทั้งบริษัทที่เป็นสมาชิกยินดีร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อสนับสนุนการอภิปรายหาสาเหตุมลพิษทางอากาศ และร่วมเสนอแนะแนวทางบรรเทามลพิษในอากาศโดยได้แบ่งกลุ่มคณะทำงานในหัวข้อต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งด้านการขนส่ง อาคาร พลังงาน การผลิต และการเกษตร ซึ่งมีข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของฝุ่นละออง PM2.5 มากจากภาคการขนส่งทางถนนเฉพาะกรุงเทพฯ เมืองเดียวมีรถยนต์ที่จดทะเบียนกว่า 10 ล้านคัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มร. เกออร์ก &amp;nbsp;ชมิดท์ เอกอัคราชฑูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน มร. เกออร์ก &amp;nbsp;ชมิดท์ เอกอัคราชฑูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า การแถลงในครั้งนี้เป็นการรวมกลุ่มคณะทำงานเพื่อช่วยเสนอแนะลดปัญหา PM2.5 ในภาคขนส่งเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยเมื่อไทยประกาศว่าเป็น Automotive hub ในอาเซียน &amp;nbsp;ซึ่งการใช้ยานพาหนะที่เป็นรถไฟฟ้า ( Electric Vehicle:EV) จะมีส่วนร่วมแก้ปัญหานี้ เพราะไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อีกหนึ่งตัวอย่างที่ผม อยากพูดคือ เมืองที่ประสบปัญหารถติดอย่างกรุงเทพฯ อาจจัดเลนพิเศษสำหรับรถ EVเหมือนในบางเมืองในเยอรมนีที่ให้เฉพาะรถ EV วิ่งเพื่อเป็นแรงจูงใจคนหันมาใช้รถ EV &amp;nbsp;และจัดที่จอดรถฟรีให้กับรถEV เพราะที่เยอรมนี หาที่จอดรถยากมาก หรือในระดับปัจเจกบุคคลก็สามารถมีส่วนร่วมแก้ปัญหาและเป็นตัวอย่างให้สังคม เช่น &amp;nbsp;ที่สถานทูตก็มีการใช้รถ EV &amp;nbsp;ที่เป็นรถสกู๊ตเตอร์ ราคาไม่แพง &amp;nbsp;ระดับที่สองคือ ภาคเอกชนต้องมีส่วนร่วมและสนับสนุน อย่างที่มารวมตัวกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมเสนอแนะในครั้งนี้ สุดท้ายคือภาครัฐต้องจริงจังและปฏิรูปนโยบายที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศ&amp;quot;ท่านฑูตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;มร.โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ๊อชให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมส่วนประกอบยานยนต์ที่ออกแบบเฉพาะกับระบบส่งกำลังที่มีความหลากหลายเพื่อการขับเคลื่อนที่ปลอดภัย ยั่งยืน และช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น โดยนำเสนอคอนเซปท์ Technology Neutral ความเป็นกลางทางเทคโนโลยี เนื่องจาก &amp;nbsp;มองว่า พัฒนาการของเทคโนโลยีหลากหลายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีที่เป็นกลางนี้ &amp;nbsp;เป็นการคิดค้นให้กับตลาด เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นทางเลือกกับผู้ ทั้งนี้จากงานวิจัยตลาดของบ๊อชคาดการณ์ว่า 2 ใน 3 หรือประมาณ 67% ของยานยนต์รุ่นใหม่จะยังคงขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาป &amp;nbsp;แต่ในปีค.ศ. 2030 การพัฒนาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาคจึงอาจมีความแตกต่างกันในช่วงเวลา และเทคโนโลยีที่เป็นกลางของบ็อช จะตอบสนองได้ &amp;nbsp;ที่สำคัญมีส่วนช่วยลดปัญหาคุณภาพอากาศ เช่น เครื่องระบบไฮบริดของบ๊อข สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 15% จากรถเบนซินปกติและมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเครื่องยนต์ดีเซล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านมร .มาเธียส เกรเกอร์ รองประธานฝ่ายบริหารหน่วยธุรกิจวัตถุดิบอุตสาหกรรม บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า DKSH &amp;nbsp;มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบขนส่ง ลดการปล่อยคาร์บอนไม่ต่ำกวา 10% ต่อปี &amp;nbsp;จนถึงปีค.ศ. 2025 และจะเพิ่มรถไฟฟ้าที่เป็นรถขนส่งขนาดเล็กขึ้นอีก 20% ภายใน 2025&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มร. มาร์คุส มาร์คุส มาเกียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทอร์คีโด เอเชีย-แปซิฟิค จำกัดให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่ากรุงเทพฯ เคยเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเวนิซตะวันออก ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการสัญจรทางน้ำอยู่มาก มีตัวเลขที่น่าสนใจคือ ในเวลา1 ชั่วโมงเรือขนาด 80 แรงม้า หนึ่งลำมีอัตราการปล่อยไฮโดรคาร์บอนและไนโตรเจนออกไซด์สูงกว่ารถยนต์ จำนวนมากปล่อยไอเสียออกมา ขณะที่ การเดินเครื่องยนต์เรือของ Torqeedo &amp;nbsp;ที่เป็นไฟฟ้า จะไม่มีมลพิษ บริษัทจึงมีดำรินำร่องโครงการเรือโดยสารไฟฟ้าแบบ 40 ที่นั่งมาทดลองวิ่งในคลองกรุงเทพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคมเปญรณรงค์ลดฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการ Charge to Change ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมุ่งมั่นสร้างคุณภาพอากาศที่ดีให้กับคนไทยล่าสุด กฟผ. เปิดตัวธุรกิจใหม่ &amp;ldquo;EGAT EV Business Solutions&amp;rdquo; เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านให้แก่ภาคพลังงานและคมนาคมขนส่ง &amp;nbsp;ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการด้าน EV พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งสร้างอากาศที่ดีให้กับคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้ายไปขวา -นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ&amp;nbsp;กฟผ.มร. อันเดรอาส ริชเทอร์ &amp;nbsp;ตัวแทนหอการค้าเยอรมัน-ไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมร. เกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชฑูตเยอรมนี

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99138</URL_LINK>
                <HASHTAG>. อันเดรอาส ริชเทอร์, Clean Air Initiative, กฟผ., นายจรัญ คำเงิน, บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท ทอร์คีโด เอเชีย-แปซิฟิค จำกัด, บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด, ปัญหามลพิษทางอากาศ, มร.โจเซฟ ฮง, ริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย), หอการค้าเยอรมัน-ไทย, เกออร์ก  ชมิดท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60727ad165aa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.‘บิ๊กคลีนนิง’ ชี้ไม่ถึงขั้นปิดรร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ สั่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาว เตือนกลุ่มเสี่ยงอย่าประมาท กทม.จัดบิ๊กคลีนนิง ระดมเจ้าหน้าที่ร่วมกับทหาร ตำรวจ ล้างถนนสายหลัก ยังไม่ปิดโรงเรียนในสังกัด เชื่อเอาอยู่ เกษตรฯ เร่งทำฝนหลวง สกัดเผาตอซัง เผาป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานการตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 17 ธันวาคมนี้ พบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ระหว่าง 15-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐานในพื้นที่ 10 จุด 9 เขต คือ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, เขตบางแค, ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน, ริมถนนแยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่, เขตตลิ่งชัน, ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา, ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ, ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม, ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน โดยพบว่าค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานสูงสุดที่บริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม วัดได้ 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่มีปัญหา ซึ่งเมื่อสภาพอากาศดีขึ้น ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จะคลี่คลายลง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมหามาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต้องเฝ้าระวัง และสวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละอองทุกครั้งเมื่อออกจากที่พัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า คืนวันที่ 17 ธ.ค.นี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำเจ้าหน้าที่ในสังกัด กทม. ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่ทำความสะอาด (Big Cleaning) ล้างฝุ่นบริเวณถนนสายหลักกลางเมือง เพื่อบรรเทามลพิษจากฝุ่นละออง PM 2.5 เริ่มจากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากนั้นกระจายลงไปยังจุดอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครตามที่ได้ให้โรงเรียนในสังกัด 437 แห่ง งดกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากช่วงนี้หลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยตรวจความพร้อมการป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ภายในโรงเรียน ได้แก่ รร.วัดพิชัยญาติ เขตคลองสาน รร.วัดศรีสุก, รร.วัดแป้นทอง, รร.ประชาราษฎร์อุปถัมภ์ และ รร.วัดคู้บอน เขตคลองสามวา รร.วัดบางน้ำชน, รร.วัดดาวคะนอง และ รร.วัดบุคคโล เขตธนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงไกรกล่าวว่า ในช่วงนี้ที่มีสภาพอากาศปิด ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่น PM 2.5 สูงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ สำนักการศึกษาได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสั่งปิดโรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 แห่ง เนื่องจากยังมีมาตรการรองรับได้ ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้แจกพัดลมเพื่อช่วยระบายอากาศ และมีแผ่นกรองฝุ่นให้ทุกโรงเรียน ทำห้องเซฟโซนหรือห้องเรียนปลอดฝุ่นในห้องเรียนเด็กเล็กชั้นอนุบาล 1-2 ใน 437 โรงเรียน มีรวม 1,841 ห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะปิดเรียนหรือไม่นั้น ผู้อำนวยการเขตและผู้บริหารโรงเรียนจะร่วมกันพิจารณาจากสถานการณ์ความรุนแรงของฝุ่นในพื้นที่ ว่าจะต้องปิดเรียนหรือไม่ ทั้งนี้ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นแบบถาวรในทุกโรงเรียน ซึ่งจะต้องมีเครื่องกรองอากาศและเครื่องวัดค่าฝุ่น ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ โดยจะมีการอบรมแนวทางปฏิบัติในเดือนมกราคม 2564 ขณะนี้มีโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ได้ทดลองทำห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน โดยนักเรียนและครูร่วมกันประดิษฐ์ขึ้นใช้งานแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สำนักการศึกษากล่าวว่า สำนักอนามัยยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ประชาชนในชุมชนที่มีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานในระดับ 90 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นค่าฝุ่นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ให้แนะนำประชาชนสวมหน้ากากอนามัย งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคประจำตัว ส่วนประชาชนทั่วไปในระยะนี้หากไม่มีกิจกรรมที่ต้องทำกลางแจ้งควรงดออกนอกอาคาร แต่ถ้าต้องเดินทางให้สวมใส่หน้ากากอนามัย ใช้รถโดยสารสาธารณะ และเมื่อถึงจุดหมายให้รีบเข้าไปในตัวอาคารทันที หากมีอาการระคายเคืองบริเวณใบหน้า ผิวหนัง หรือแสบตาเมื่อเข้าไปในอาคารแล้ว ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดการระคายเคือง ในส่วนของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้ป่วยที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ อาจจะถูกกระตุ้นด้วยฝุ่นในระยะนี้ หากมีอาการมากขึ้นให้รีบไปพบแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ฐานปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศเร่งระดมปฏิบัติการฝนหลวงทันทีที่มีสภาพอากาศที่เหมาะสม เพื่อทำฝนหลวงชะล้างหมอกควันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นหนักในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ เพราะสองพื้นที่มีหลายแห่งอากาศค่อนข้างวิกฤติหนัก นอกจากนี้ได้ให้หน่วยงานในสังกัดสำรวจพื้นที่พร้อมกับรณรงค์ห้ามเผาตอซัง ห้ามเผาป่าและสิ่งต่างๆ โดยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือพื้นที่ภาคกลางและทางภาคเหนือ ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันหยุดการเผาให้ได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87182</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, กลุ่มเสี่ยงอย่าประมาท, ปัญหามลพิษทางอากาศ, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แก้ปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb50ace912e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
