<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับความเข้มงวดมาตรการช่วงวิกฤตฝุ่น ลดจุดความร้อน 20% ตามเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 และความคืบหน้าการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองว่า ทส.&amp;nbsp;ได้ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยพิจารณากำชับทุกจังหวัด ยกเว้นภาคใต้ ในการดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในที่โล่งทุกประเภท ในระหว่างวันที่ 21 - 23 มกราคม 2564 เนื่องจากการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีลมสงบ ความเร็วลมลดลง และการระบายตัวของฝุ่นละอองต่ำ ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝุ่นละอองที่มักพบเกินมาตรฐานในช่วงต้นปีของทุกปี ภาครัฐได้มีการรับมือสถานการณ์ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo;อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับความเข้มงวดของมาตรการในช่วงวิกฤต เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ส่งผลให้ในปี 2563 ฝุ่นละอองมีค่าเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ลดลงจากปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 25 - 26 มคก./ลบ.ม. และจุดความร้อน (Hotspot) ลดลง 20% ตามเป้าหมายเมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า ทส. ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับความเข้มงวดของมาตรการในช่วงวิกฤต ได้แก่ ด้านคมนาคม มีการตรวจควันดำอย่างเข้มข้นในพื้นที่ กทม.และชุมชนเมือง ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร และ คพ. กวดขันไม่ให้มีการนำรถควันดำมาสัญจรบนท้องถนน เข้มงวดตรวจสภาพรถยนต์ ลดราคาซ่อมบำรุงรถเก่า เพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่ง ประชาชน และผู้ที่สนใจเข้าไปใช้บริการบำรุงดูแลรักษาเครื่องยนต์ และขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ด้านการศึกษา ร่วมกับกระทรวงศึกษาพิจารณาหยุดโรงเรียนในพื้นที่ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งได้มีการประกาศมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพสำหรับเด็ก ด้านสาธารณสุข ได้แจ้งเตือนวิธีการป้องกันและวิธีดูแลสุขภาพ พร้อมจัดทำคู่มือแนวทางการลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 สำหรับสถานศึกษากำหนดแนวทางพิจารณาการปิดโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวอีกว่า สำหรับภาคการเกษตรได้สั่งลดการเผาในพื้นที่เกษตรโดยเฉพาะช่วงที่มีฝุ่นสะสมมา (ข้าว อ้อย และพืชไร่อื่นๆ) โดยกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมเกษตรกรลดการเผาในพื้นที่ และมีการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา จัดการเชื้อเพลิงไฟป่า ชิง เก็บ ลดเผา ด้านอุตสาหกรรม สามารถลดพื้นที่เผาอ้อยได้ 80% โดยส่งเสริมตัดอ้อยสดและในฤดูการผลิตปี 2563/2564 ให้โรงงานรับอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 20% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด และควบคุมการปล่อยฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมและสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตได้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดเว้นหรือลดกระบวนการที่ก่อให้เกิดฝุ่น ด้านพลังงาน มีการลดราคาน้ำมันกำมะถันต่ำช่วงฤดูฝุ่น และกำหนดมาตรฐานน้ำมันและเครื่องยนต์ปลอด PM2.5 ภายในปี 2567 ทั้งนี้ ได้ประสานทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ PM2.5 และมอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ โดยใช้อำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 &amp;nbsp;พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2550 เพื่อควบคุมพื้นที่หรือควบคุมแหล่งกำเนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ทส., นสพ.ไทยโพสต์, ปัญหามลพิษฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60092f1d0ffbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมความพร้อมรับมือมลพิษฝุ่นละออง ลุย 12 มาตรการเฉพาะกิจแก้ PM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) จัดตั้งโดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ในฐานะประธาน ศกพ. แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp; ณ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ(ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบในการทบทวนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; และเห็นชอบกำหนด 12 มาตรการเฉพาะกิจการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ต่อมาได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นศูนย์ในการบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ในรูปแบบ One Voice One Team และกำลังจะนำเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ศกพ. กล่าวต่อว่า ศกพ. ได้การทบทวนแผนปฏิบัติการฯ เดิม และเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานตามความเห็นจากการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อให้แผนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ดังนี้&amp;nbsp; การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ,&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภายคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ , การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า ,สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติดตามเฝ้าระวัง และดับไฟ ,&amp;nbsp;เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ,เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม,&amp;nbsp;การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน ,ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ ,พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งาน Application บัญชากาการดับไฟป่า ,&amp;nbsp;บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้ Application ลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง ,ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่า ผ่านการจัดที่ดินทำกิน และเจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับอาเซียน ระดับทวิภาคี และระดับพื้นที่ชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โอกาสนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศกพ. เปิดตัวนายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และนางสาวศิวพร&amp;nbsp;รังสิยานนท์ รองโฆษก ศกพ. ทำหน้าที่ในการแถลงข่าวชี้แจงการดำเนินงาน และรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแจ้งเตือนประชาชนในการรับมือและเตรียมความพร้อมในการป้องกันผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83995</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหามลพิษฝุ่นละออง, ฝุ่นPM2.5, ศกพ., ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ, อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb225c2418ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ‘กทม.’โล่งอากาศเย็นช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประกาศแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ผุดมาตรการป้องกันลดการเกิดมลพิษจากต้นทาง สั่ง มท.-ผู้ว่าฯ กทม.-ผวจ.ใช้ระบบบริหารแบบเบ็ดเสร็จงัด กม.คุมเข้ม เผยแก้ปัญหาระยะยาวพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ชาวกรุงได้หายใจโล่งอีก 3 วัน &amp;nbsp;&amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เผย 28 ม.ค.-3 ก.พ.นี้มวลอากาศเย็นช่วยฝุ่นพิษลดจำนวนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยกรณีฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันมาอย่างต่อเนื่อง และได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ออกมาตรการและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทางหรือแหล่งกำเนิด และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ เครื่องมือ และกลไกการบริหารจัดการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และอื่นๆ ทั้งหมดถูกกำหนดอยู่ในแผนปฏิบัติการระยะสั้นและระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ใช้ระบบบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Command ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด ในการกำกับดูแลควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ทั้งจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง โดยให้รายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อรายงานให้รัฐบาลทราบเป็นประจำทุกวันถึงผลการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติรายกิจกรรม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น รัฐบาลมีแผนเร่งการพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงกันทุกระบบ การปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ รวมถึงรถโดยสารสาธารณะ การปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับกำชับให้หน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นตามแผนงานที่กำหนดหรือให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า สำหรับภาคการเกษตรจะมีการรณรงค์ให้ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตร เพื่อไม่ให้มีการเผา และส่งเสริมเกษตรกรที่ไม่ใช้วิธีการเผา การปรับเปลี่ยนร่องการปลูกพืชการเกษตรให้สามารถใช้เครื่องมือได้ โดยเฉพาะอ้อย โรงงานเอกชนต้องร่วมมือกันจัดหาเครื่องจักรที่มีราคาถูกให้ประชาชนและเกษตรกรใช้ได้ นอกเหนือจากการสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับภาคอุตสาหกรรม จะมีการปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และกำกับดูแลควบคุมการระบายมลพิษอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ด้านสาธารณสุขจะมีการเปิดคลินิกมลพิษเพื่อรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง มีการขอความร่วมมือจัด &amp;quot;ห้องสะอาด&amp;quot; หรือ clean room ตามศูนย์เด็กเล็ก บ้านพักคนชรา และโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมไปถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงสุขภาพด้วยตนเอง พร้อมทั้งจัดทำแผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายนี้ผมขอเรียนว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมทั้งการสั่งการต่างๆ ทั้งในเรื่องของไวรัสโคโรนาและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นเอกภาพ โดยผมจะกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการของทุกกระทรวงรายกิจกรรมเพื่อสั่งการเพิ่มเติมได้ทันที จากมาตรฐานตามกฎหมายที่กำหนดไว้เดิม เมื่อจำเป็นโดยต้องร่วมกันแก้ไขทุกปัญหาของประเทศให้เป็นไปในทางเดียวกัน ตามหลักสากลอย่างเข้มงวดและปฏิบัติได้จริง&amp;quot; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องสุทัศน์ 1 ศาลาว่าการ กทม.(เสาชิงช้า) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม., นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ นาลา รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ร่วมกันแถลงผลการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม.ว่า ในวันศุกร์ที่ 31 ม.ค.นี้จะมีการประชุมกันอีกครั้ง ก่อนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.จะประกาศแผนปฏิบัติการรับมือฝุ่น ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะแรก ค่าฝุ่นต่ำกว่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. ทุกหน่วยงานจะปฏิบัติตามมาตรการ ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครยังคงฉีดล้างทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศและต้นไม้อย่างต่อเนื่อง ระยะที่ 2 ค่าฝุ่น 51-75 มคก./ลบ.ม. จะยกระดับมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น ระยะที่ 3 ค่าฝุ่น 76-100 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประกาศแผนปฏิบัติการรับมือฝุ่นอย่างเป็นทางการ &amp;nbsp;โดยแผนปฏิบัติการรับมือฝุ่นเบื้องต้นจะมี 4 หัวข้อในการควบคุม คือ 1.ควบคุมรถยนต์ 2.ควบคุมโรงงาน 3.ควบคุมการเผาไหม้ และ 4.ควบคุมการก่อสร้าง รวมทั้งจัดทำแผนการปิดการเรียนการสอนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตลอดจนร่วมกันออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัย พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนดูแลตัวเองเมื่อค่าฝุ่นถึงขั้นวิกฤติ และระยะที่ 4 ค่าฝุ่น 100 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้สั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ในวันที่ 28 ม.ค.-3 ก.พ. มวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลงมาจะพัดเข้ามาปกคลุมที่ภาคตะวันออกรวมทั้งอ่าวไทย ทำให้เกิดลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่านเข้ามา จึงมีลมพัดแรงในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มลภาวะฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าฝุ่นละอองจะหายไปอย่างต่อเนื่อง ต้องมีมาตรการต่างๆ ให้ลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เกียรติพงษ์กล่าวว่า บช.น.โดย บก.จร.ได้ดำเนินการป้องกันฝุ่น PM2.5. โดยร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กรมการขนส่งทางบก และ กทม.ตั้งด่านตรวจจับควันดำจำนวน 33 จุด สลับหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน โดยสถิติการตรวจจับรถที่มีควันดำตั้งแต่ปี 2562 สามารถตรวจจับรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานได้รวม 140,000 ราย ส่วนในปี 2563 เฉพาะเดือน ม.ค.สามารถตรวจจับได้แล้วกว่า 1 หมื่นราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ได้ติดตามและเข้าแก้ไขสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ต่างๆ &amp;nbsp;และการรณรงค์ ซึ่งขณะนี้สภาพอากาศในจังหวัดลำปาง, น่าน, แพร่, พะเยา และตากเริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55652</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ปัญหามลพิษฝุ่นละออง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ, ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef41951529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
