<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บุญเลิศ&#039;จี้รัฐบาลรีบหยุด 3 ปัญหาใหญ่ทางสังคมช่วงโควิด-19ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ2540 กล่าวถึงปัญหาไวรัสโควิด-19 ว่า &amp;nbsp;จากการติดตามสภาวะทางสังคมหลังจากไวรัสระบาดมาเกือบ 3 เดือน พบมี 3 ปัญหาสำคัญควรที่รัฐบาล รัฐสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ควรจะมีมาตรการป้องกันและแก้ไข โดยเร่งด่วนได้แก่ 1.การฆ่าตัวตาย 2.ฉกชิงวิ่งราวจี้ปล้น &amp;nbsp;3.ภาระหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศกล่าวว่า ปัญหาการตกงาน ปัญหาภาระหนี้สินปัญหาค่าใช้จ่ายรายวันที่คนไม่สามารถหาเงินมาซื้อข้าวกินเพื่อดูแลครอบครัว ก่อให้เกิดความเครียดจากการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลกำหนดให้อยู่แต่ในบ้าน ทำให้คนจำนวนหนึ่งสิ้นหวังในชีวิต ไม่อยากอยู่ดูโลกอีกต่อไป ยอมที่จะพลัดพรากจากพ่อแม่ ลูกเมีย จึงตัดสินใจฆ่าตัวด้วยวิธีต่างๆ โดยเฉพาะการรมควัน ดังปรากฏเป็นข่าวรายวันตามหน้าสื่อ เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก เพื่อมิให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรที่รัฐบาล โดยกระทรวง กรม กองที่รับผิดชอบและ ส.ส. ส.ว.จะได้ระดมสติปัญญาหาวิธีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมเป็นรายคน ไม่ใช่แก้ไขแบบเหวี่ยงแหด้วยการให้สัมภาษณ์ออกสื่อซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้ที่เดือดร้อนในยุคข้าวยากหมากแพงได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หน่วยงานรัฐ ส.ส. ส.ว.ควรหาทางช่วยเหลือคนที่เลือดเข้าตา สิ้นไร้ไม้ตอก มีวิธีการใดที่จะรับแจ้งจากผู้เดือดร้อนขั้นวิกฤตแล้วรีบติดต่อลงไปช่วยเหลือ มีข้าวไปให้กิน &amp;nbsp;เอาเงินไปให้จ่ายหรือใช้หนี้ ปลอบขวัญให้มีกำลังใจในการสู้ชีวิตและมีความหวัง ทั้งนี้เพื่อหยุดการฆ่าตัวตาย ทุเลาภาระหนี้สิน ลดคดีอาชญากรรมฉกชิงจี้ปล้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศกล่าวว่า อยากให้ข้าราชการ ส.ส., ส.ว.และนักการเมืองท้องถิ่นได้เรียนรู้ว่า สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสั่งให้เจ้าพนักงานแขวนกระดิ่งขนาดใหญ่ไว้ที่ประตูพระราชวังด้านหน้า ใครมีทุกข์ร้อนประการใด จะขอให้จงระงับดับเข็ญก็ให้ลั่นกระดิ่งร้องทุกข์ได้ทุกเวลา &amp;nbsp;พระองค์ จะเสด็จออกมาฟัง และตัดสินด้วยพระองค์เอง ปัจจุบันเรามีรัฐบาลและสภา มีช่องทางการสื่อสารมากมายแต่กลับไม่คิดหาวิธีรับฟังปัญหาของคนที่กำลังคิดสั้น จะฆ่ายกครัว จะจี้ปล้น เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62134</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บุญเลิศ คชายุทธเดช, ปัญหาสังคม, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b437b446c65a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความคิดเห็นตรงกัน คดี&#039;พริตตี้ลัลลาเบล&#039; สะท้อนความเสื่อมของสังคม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง พริตตี้ลัลลาเบล กับ ปัญหาสังคม กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,565 ตัวอย่าง &amp;nbsp;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.2 ระบุภาพสะท้อนสังคมไทยจาก กรณีพริตตี้ลัลลาเบล คือ คนไม่มีคุณธรรม รองลงมาคือ ร้อยละ 47.7 ระบุ ความปลอดภัยต่ำ ร้อยละ 41.5 ระบุ สังคมเน่า เสื่อม ร้อยละ 24.3 ระบุ คนตกเป็นทาสเงินตรา ค่าครองชีพ และร้อยละ 15.3 ระบุ คนในสังคมไม่ช่วยกันดูแล
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.0 ระบุ อาชีพพริตตี้ ไม่ใช่อาชีพที่น่ารังเกียจ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.3 ระบุเป็นอาชีพที่หาเงินได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม น่าเป็นห่วงคือ เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.0 ระบุ ยอมเสี่ยงเสียตัวเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ และเมื่อจำแนกออกตามช่วงอายุ พบกว่า ในกลุ่มเยาวชนหญิงคืออายุระหว่าง 15 &amp;ndash; 19 ปี จำนวนมากหรือร้อยละ 40.0 ยอมเสี่ยงแลกกับเงินก้อนใหญ่ และหญิงที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเกินกว่า 1 ใน 3 เช่นกันหรือร้อยละ 33.7 ยอมเสี่ยงเสียตัวแลกกับเงินก้อนใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาสังคม, พริตตี้ลัลลาเบล, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d86f393db741.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพล เผย &#039;ค่าครองชีพ-ปัญหาการเมือง&#039; ถูกคนไทยบ่นถึงมากที่สุด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจ 5 ปัญหา ที่คนไทยบ่นมากที่สุด &amp;nbsp;เรื่อง เศรษฐกิจค่าครองชีพ นำโด่ง 63% ตามด้วย การเมือง 40% &amp;nbsp;ปัญหาสังคมอันดับ 3 &amp;nbsp;32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.61 - ประเทศไทย ณ วันนี้ ยังต้องเผชิญอยู่กับปัญหาทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่สร้างความวิตกกังวลและความหนักใจให้กับรัฐบาลและประชาชนอย่างมาก ขณะเดียวกันประชาชนเองก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการดำรงชีวิต การเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่ต่อไปได้ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ &amp;ldquo;เสียงบ่น&amp;rdquo; ของคนไทย ณ วันนี้ จำนวนทั้งสิ้น 1,334 คน ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; เรื่องที่ประชาชนบ่น ณ วันนี้ พร้อมบอกสาเหตุ และแนวทางแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 เศรษฐกิจแย่ ค่าครองชีพสูง เงินไม่พอใช้ 63.46% สาเหตุที่บ่น เพราะเศรษฐกิจซบเซา ภาระเยอะ ค่าใช้จ่ายสูง ข้าวของมีราคาแพง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ต้องกู้ยืม ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระตุ้นการค้าการลงทุน ควบคุมราคาสินค้า ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2 การเมืองไทยวันนี้ยังวุ่นวายไม่หยุด 40.59% สาเหตุที่บ่น เพราะ กระทบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ เบื่อ มัวแต่ทะเลาะกัน ยังไม่มีเลือกตั้ง ไม่เป็นประชาธิปไตย ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ รับฟังความคิดเห็น ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เห็นแก่บ้านเมือง มีการเลือกตั้ง ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3 ปัญหาสังคม และอาชญากรรมยังน่ากลัว 32.39% สาเหตุที่บ่น เพราะ เป็นภัยใกล้ตัว เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มีหลายรูปแบบ รุนแรงมากขึ้น สังคมย่ำแย่ ยาเสพติดแพร่ระบาด ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขัน กฎหมายเด็ดขาด เพิ่มสายตรวจทุกจุด ปลูกฝังจิตสำนึก ช่วยกันดูแล ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4 การทุจริตคอรัปชั่นงบประมาณภาครัฐ ท้องถิ่นยังมีอยู่มาก 31.75% สาเหตุที่บ่น เพราะ มีข่าวให้เห็นบ่อยครั้ง เป็นการเอาเปรียบประชาชน ไม่เป็นธรรม แก้ไม่หมด ประเทศไม่พัฒนา ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ ตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจัง ไล่ออก ยึดทรัพย์ จำคุกตลอดชีวิต ไม่ช่วยเหลือปกป้องพวกพ้อง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5 พฤติกรรมของคนในสังคม แล้งน้ำใจ 23.44% สาเหตุที่บ่น เพราะ คนเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ ใช้อารมณ์ ขาดสติ ใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด เป็นห่วงลูกหลาน ฯลฯ แนวทางแก้ไข คือ รณรงค์ กระตุ้นให้ทุกคนมีวินัย เคารพซึ่งกันและกัน พัฒนาการศึกษา มีคุณธรรม พ่อแม่มีเวลาให้ ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนคิดว่ารัฐบาลน่าจะแก้ไขได้สำเร็จหรือไม่?
***ประชาชนส่วนใหญ่คาดว่ารัฐบาลไม่น่าจะแก้ไขเสียงบ่นได้สำเร็จ***
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสียงบ่นที่ประชาชนคาดว่าจะแก้ไขไม่สำเร็จ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่สำเร็จ &amp;nbsp; สำเร็จ &amp;nbsp; ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การทุจริตคอรัปชั่นงบประมาณภาครัฐ ท้องถิ่นยังมีอยู่มาก&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 48.82% &amp;nbsp;19.87% &amp;nbsp; 31.31%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเมืองไทยวันนี้ยังวุ่นวายไม่หยุด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 45.14% &amp;nbsp;20.73% &amp;nbsp; 34.13%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เศรษฐกิจแย่ ค่าครองชีพสูง เงินไม่พอใช้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 41.68% &amp;nbsp;24.41% &amp;nbsp; 33.91%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาสังคม และอาชญากรรมยังน่ากลัว&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;39.74% &amp;nbsp;27.15% &amp;nbsp; 33.11%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พฤติกรรมของคนในสังคม แล้งน้ำใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 36.36% &amp;nbsp;30.91% &amp;nbsp; 32.73%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10563</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คนไทย, ค่าครองชีพ, ปัญหา, ปัญหาสังคม, ผลสำรวจความคิดเห็น, สวนดุสิตโพล, เศรษฐกิจแย่, เสียงบ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b135402b6cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
